ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 71 จิงเหมิน

    “ขอบุหรี่ฉันสักมวนสิ” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยได้ยินสิ่งที่ฉินลู่ขอก็รู้สึกดีใจขึ้นมาและหันไปพูดกับตำรวจหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ว่า “เร็วเข้าสิ นายไม่มีบุหรี่เหรอ เอาให้เขาสักมวนสิ!รีบๆ เอามา!” 

            ตำรวจหนุ่มรีบพยักหน้าและล้วงเอากล่องบุหรี่จงหวาออกมาหนึ่งกล่อง ก่อนส่งมันให้ฉินลู่

            ฉินลู่ยิ้มพลางรับเอาบุหรี่มาพร้อมกับไฟแช็กที่ตำรวจหนุ่มยื่นให้

            เขามองหน้าตำรวจหนุ่มพลางพยักหน้าเบาๆ 

            “คนที่อยู่เบื้องบนของฉันน่ะเหรอ...” 

            ฉินลู่พูดพลางเอาบุหรี่มาคาบเอาไว้กำลังคิดที่จะจุดบุหรี่ แต่จู่ๆ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงวางบุหรี่ลงบนโต๊ะ 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยเห็นท่าทีของฉินลู่จึงรู้สึกแปลกใจขึ้นมา“เป็นอะไรไปไม่สูบเหรอ” 

            ฉินลู่กระแอมหนึ่งทีก่อนพูดด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “ฉันเพิ่งนึกได้ว่าฉันสูบบุหรี่ไม่เป็น” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ย “...” 

            ตำรวจหนุ่ม “...” 

            “แล้วนายมาขอบุหรี่ทำซากอะไร!”ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดสบถออกมา 

            ฉินลู่หัวเราะกลบเกลื่อนและพูดต่อว่า “ฉันดูจากในละครกับหนังมาพวกเขาชอบทำกันแบบนี้ตลอดเลย” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยคว้าบุหรี่กับไฟแช็กขึ้นมาและพูดว่า “งั้นนายก็ไม่ต้องสูบบอกฉันมาดีๆ ว่าคนที่อยู่เบื้องบนของนายคือใครกันแน่ อันที่จริงฉันรู้สึกว่านายไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอนายในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดของคุณย่าซุนอิงแล้วพี่ชายฉันก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน นายเป็นใครกันแน่” 

            ฉินลู่เงยหน้าขึ้น ทำท่าหมือนพยายามนึกย้อนกลับไปเขานึกอยู่นานสองนานกว่าจะพูดขึ้นมาว่า “ฉันคือฉินลู่เป็นหมอประจำห้องพยาบาลธรรมดาคนหนึ่งในมหาวิทยาลัยหวาชิง” 

            “นี่นายกำลังหลอกเด็กอยู่หรืออย่างไร!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยตบโต๊ะเสียงดังด้วยความของขึ้น 

            “ไม่ว่าเธอจะเชื่อหรือไม่อย่างไรฉันก็เชื่อแบบนั้น” ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ 

            “ช่างเถอะฉันคิดว่าอย่างไรนายก็ไม่ยอมพูดออกมาแน่”ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดอย่างหงุดหงิด “งั้นฉันก็จะไม่ถามแล้ว” 

            “มันต้องแบบนี้สิ” ฉินลู่หัวเราะและพยักหน้าเบาๆ พลางพูดว่า “เธอเคยได้ยินคำพูดนี้ไหม” 

            “คำพูดอะไร” 

            “ยิ่งรู้มากยิ่งตายเร็ว” ฉินลู่พูดด้วยสีหน้ากึ่งจริงจังกึ่งล้อเล่น 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยตกใจ จากนั้นก็เบ้ปากอย่างโนสนโนแคร์ 

            ในห้องสอบสวนเข้าสู่สภาวะที่เงียบสงัดอยู่ครู่หนึ่ง 

            ฉินลู่บิดขี้เกียจพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “ครั้งนี้คงไม่ใช่แค่การมาจับกุมพวกผู้ซื้อบริการสินะเล่นใหญ่ขนาดนี้ ต่อให้เป็นงานเลี้ยงหรูไห่เทียน[1]ก็ยังไม่ยกขบวนตำรวจไปทั้งสถานีแบบนี้เลยมั้ง” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที แล้วพูดว่า“ความจริงที่นายโดนจับมาครั้งนี้ มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญจริงๆ” 

            “งั้นเหรอ” ฉินลู่รู้สึกว่าชักเริ่มสนุกแล้วสิ“แล้วเรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่ล่ะ” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดกระซิบเบาๆ ว่า “นายรู้จักจิงเหมินไหม” 

            “จิงเหมินเหรอ” ฉินลู่ทำตาโต และนั่งตัวตรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว 

            เพราะเขารู้จักจิงเหมินดี 

            พวกมันเป็นกลุ่มอิทธิพลมืดกลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจมากในเมืองจิงเฉิง 

            พวกมันทำทั้งการค้าประเวณี ค้ายาบ้ารวมถึงเปิดบ่อนการพนันด้วย แถมยังมีแบ็กดีอีกแก๊งนักเลงทั่วไปเทียบอะไรกับกลุ่มนี้ไม่ได้เลย 

            ความจริงก็คือ ฉินลู่เคยติดต่อกับกลุ่มนี้ด้วย 

            ในภารกิจการล่าครั้งก่อนเป็นภารกิจฆ่าหัวหน้าแก๊งลักพาตัวเด็กไปขายหัวหน้าแก๊งคนนั้นก็เป็นสมาชิกกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินด้วย 

            ถ้าไม่ใช่เพราะมีการส่งข่าวจากพวกกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินล่ะก็ไอ้สวะที่ลักพาตัวเด็กไปขายก็คงไม่สามารถหลบหนีการจับกุมของตำรวจไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่าแน่  

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยเห็นปฏิกิริยาของฉินลู่เธอจึงพูดขึ้นมาว่า “นายรู้จักกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินใช่ไหม” 

            ฉินลู่พยักหน้า “ไม่รู้จัก” 

            “พรวด...” ชุยฮุ่ยฮุ่ยเกือบสำลักน้ำลายตัวเองแล้ว“ไม่รู้จักแล้วจะพยักหน้าหาพระแสงอะไรแล้วยังทำท่าเหมือนรู้จักอีก” 

            ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ และพูดว่า “ฉันก็แค่กำลังให้ความร่วมมือเธออยู่ยังไงล่ะ” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำหน้าเหมือนไม่เชื่อและพูดว่า “ฉันดูออกน่าอย่างไรนายก็ต้องรู้จักพวกกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินนี้แน่” 

            ฉินลู่ไม่อยากจะโกหกเรื่องนี้เลยแต่ปากก็ยังพูดปฏิเสธอยู่ดี “ฉันไม่รู้จักหรอก” 

            เรื่องบางเรื่องเก็บเอาไว้ไม่พูดออกมาจะเป็นการดีที่สุด 

            “ฉันรู้ว่านายรู้จักกลุ่มอิทธิพลมืดนี้ฉันแค่อยากจะบอกนายว่า ครั้งนี้ที่นายมาปรากฏตัวอยู่ในห้องพักผ่อนชั้น 3 ของโรงนวดเหรอหั่ว พวกหัวหน้ากลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินทั้งระดับบอสและระดับกลางต่างมารวมตัวและประชุมกันอยู่ซึ่งตำแหน่งของพวกนั้นก็อยู่ห่างจากห้องของนายไม่ไกลนัก นายเข้ามาพัวพันกับพวกมันแล้วอย่างไรก็หนีไม่พ้นหรอก” 

            ฉินลู่ทำหน้าอึ้ง “แม่เจ้า ซวยขนาดนี้เลยเหรอเรา ฉันกับพวกกลุ่มอิทธิพลมืดนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันเลยสักนิด” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยเบ้ปากพลางพูดว่า “การจะบอกว่านายเกี่ยวข้องกับพวกนี้หรือไม่มันไม่ได้จบแค่ที่นายหรือแค่ที่ฉันหรอกแต่เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่มาจากศูนย์ใหญ่ต่างหากพวกเขาจะเป็นคนตัดสินเอง ถ้าพวกเขาตัดสินว่านายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรนายก็จะพ้นโทษและถูกปล่อยตัว แต่ถ้าผลการตัดสินบอกว่านายมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยงั้นนายก็แย่หน่อยนายจะไม่มีทางเป็นอิสระจนกว่าทางตำรวจจะทำการสืบคดีอย่างละเอียดแล้วเสร็จเท่านั้น” 

            ฉินลู่แทบจะร้องไห้แล้ว “พี่สาวตามกฎหมายของประเทศเรา หลังผ่านการสอบสวน 24 ชั่วโมงก็ควรปล่อยตัวแล้วนี่นา” 

            “คดีนี้ไม่เหมือนคดีอื่นๆไม่มีใครทำตามกฎข้อนี้กันหรอก” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดจบก็ก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือและเงยหน้าขึ้นมามองฉินลู่ก่อนพูดว่า “เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษมาพวกเขาจะดำเนินการสอบสวนอย่างจริงจังกับนาย เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน” 

            ฉินลู่ได้ยินคำพูดพวกนี้แล้วรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้“แล้วที่เธอมาสอบปากคำฉันเมื่อตะกี้นี้เพื่ออะไรกันล่ะเนี่ย” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดเสียงเบาว่า “ฉันก็มาเตือนนายก่อนไงล่ะอะไรที่นายควรรู้ฉันก็บอกไปหมดแล้ว นายเป็นคนฉลาดคงจะคิดหาวิธีรับมือกับเรื่องนี้ได้บ้างแล้วสินะ ฉันก็ช่วยนายได้เท่านี้แหละ” 

            ฉินลู่เองก็เริ่มทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาบ้าง “สถานการณ์เลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ” 

            “เลวร้ายกว่าที่นายคิดไว้หลายเท่าเลยละ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำหน้าเครียดและพูดต่ออีกว่า “ครั้งนี้พวกกลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินเจอปัญหาใหญ่แล้วคนเบื้องบนมีคำสั่งออกมาว่าต้องกำจัดพวกกลุ่มอิทธิพลมืดนี้ให้สิ้นซากนายก็รู้ว่ากลุ่มอิทธิพลมืดจิงเหมินอำนาจล้นฟ้าเพราะมีคนพัวพันด้วยไม่น้อยการกวาดล้างในครั้งนี้อาจจับคนพวกนั้นได้ด้วย เรียกได้เลยว่าเป็นการกวาดล้างครั้งใหญ่คนเบื้องบนที่คอยหนุนนายอยู่ไม่แน่ก็อาจจะช่วยนายไม่ได้เพราะโดนจับไปด้วย ดังนั้นครั้งนี้นายล้มเลิกความคิดที่จะแหกคุกเถอะ ไม่อย่างนั้นอาจต้องตายอนาถ” 

            ฉินลู่พยักหน้าเบาๆ และทำท่าครุ่นคิด 

            “เอาล่ะอะไรที่ควรพูดฉันก็พูดไปหมดแล้ว ตอนนี้ก็จบการสอบปากคำเพียงเท่านี้” ชุยฮุ่ยฮุ่ยลุกขึ้นยืนคว้าเอากระดาษจดบันทึกคำให้การในมือของตำรวจหนุ่มที่อยู่ข้างๆ มาและฉีกจนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็โยนใส่กระเป๋าตัวเอง 

            “ครั้งนี้ขอบคุณเธอมากๆ เลยนะ” ฉินลู่ก็ลุกขึ้นด้วย และโค้งขอบคุณชุยฮุ่ยฮุ่ย 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยรีบโบกมือไปมาและพูดว่า “นายไม่ต้องมาขอบคุณฉันเพราะว่าฉันไม่ได้ทำเพื่อนายหรอกนะ” 

            “แล้วเธอทำเพื่อใครกันล่ะ” 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยหัวเราะอย่างมีเลศนัยและพูดว่า “ฉันก็ต้องทำเพื่อเพื่อนรักของฉันอย่างไรล่ะคุณหนูซุนอิงน่ะ” 

            “ซุนอิงเหรอ” ฉินลู่ลูบจมูกเบาๆ 

            ไม่ได้เจอซุนอิงสักพักแล้วสินะ 

            “เอาล่ะ ตอนนี้นายกลับไปเถอะ กลับไปรอในห้องขังของนายฉันเชื่อว่าคราวนี้นายคงไม่คิดหนีแล้วล่ะ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยชี้ไปที่ประตูของห้องสอบสวนและพูดกับฉินลู่ 

            “ต้องขอบคุณเธออีกครั้งนะไว้ออกไปได้จะเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน”ฉินลู่โบกมือลาชุยฮุ่ยฮุ่ย จากนั้นก็เดินไปที่ประตู ดันมันออกและเดินจากไป 

            “พี่ชุยฉินลู่คนนี้ดูไม่ธรรมดาเลยนะครับ” 

            หลักจากที่ฉินลู่เดินออกไปแล้วตำรวจหนุ่มในห้องสอบสวนก็หันมาพูดกับชุยฮุ่ยฮุ่ย 

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้า “ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้วถ้าเขาเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไปจะไปเข้าตาคนที่มีรสนิยมสูงอย่างซุนอิงได้อย่างไร เอ๋แต่เหมือนว่าเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่ได้ยินว่าเบื้องบนมีคำสั่งเด็ดขาดด้วยนะ” 

            “คำสั่งเด็ดขาดอะไรเหรอ” 

            น้ำเสียงของชุยฮุ่ยฮุ่ยเริ่มเคร่งขรึม เธอยกนิ้วชี้ขึ้นมาและพูดว่า“เบื้องบนมีคำสั่งอย่างชัดเจนว่าอย่างไรก็ต้องจับพวกกลุ่มอิทธิพลมืดนี้ให้ได้อย่างน้อย...” 

            “10 คน?” 

            “100 คนต่างหาก! ยอมจับผิดตัว ดีกว่าปล่อยให้หลุดมือ!” 

            “ซี้ด!” 

            ตำรวจหนุ่มได้ยินจำนวนคนก็ถึงกับซี้ดกันเลยทีเดียว


    [1]งานเลี้ยงหรูไห่เทียนคือ นิทรรศกาลไลฟ์สไตล์หรูหราที่จัดขึ้นในเมืองซานย่า มลฑลไห่หนาน

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน