หัวใจข้างแรม

    ตอนที่ 1

             

            “พี่แรมคะ พักก่อนค่ะ”

            เสียงใสที่ดังขึ้นใกล้ๆทำเอาคนที่กำลังง่วนอยู่กับการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ประดับอยู่ในสวนถึงกับสะดุ้ง  รีบหันไปมองก็เห็นเด็กสาวผิวขาวสะอาด  ใบหน้างามหมดจดในชุดเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นสีชมพูสดใสยืนอยู่ในระยะที่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร

            “ยังไม่ถึงเวลาพักเลยครับ”

            เด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีในชุดทำงานคนสวนตอบ

            “ยังไม่ถึงเวลาก็พักได้ค่ะ  ลูกแก้วอนุญาต”

            เด็กสาววัยสิบห้าปีมองใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อและเสื้อผ้าที่เปื้อนเศษใบไม้ของเขาด้วยความรู้สึกเห็นใจ แต่เธอก็ไม่เคยนึกรังเกียจเขาที่มีฐานะแตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง

            “อย่าเลยครับ เดี๋ยวคุณท่านหรือคุณนายมาเห็นเข้า ท่านจะดุเอา”

            “แล้วถ้าพี่แรมขัดใจลูกแก้ว  คิดหรือคะว่าจะไม่ถูกดุ”

            เด็กสาวทำสีหน้าขึงขัง  แสดงความไม่พอใจออกมาให้เห็น

            “แต่ว่า...”

            เด็กหนุ่มคนสวนลำบากใจ  ละทิ้งหน้าที่ก็ถูกตำหนิ  ขัดใจลูกสาวเ๯้านายก็ถูกดุ  แล้วนี่เขาควรจะทำไงดี

            “ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้นค่ะ  มานี่เลย”

            โดยไม่ต้องให้เด็กหนุ่มได้ใช้เวลาคิดนาน  เด็กสาวก็คว้าแขนของเขาดึงให้เดินตามไปทันที

            “คุณหนูจะพาผมไปไหนครับ”

            ถามทั้งๆที่ไม่อาจขัดใจเธอได้

            “ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองค่ะ”

            เด็กสาวอมยิ้มแก้มป่องด้วยความดีใจเมื่อสามารถบังคับให้เขายอมตามใจได้  และที่ๆเธอพาเขาไปนั้นก็คือศาลานั่งเล่นซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสวนหน้าบ้านนั้นเอง 

            “มีอะไรหรือครับ”

            เด็กหนุ่มยังถามซ้ำๆด้วยท่าทางงงๆ

            “ถามจังเลย ไปนั่งลงค่ะ”

            เด็กสาวดันหลังเขาให้ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ในศาลา  ซึ่งเด็กหนุ่มก็ไม่กล้าขัดใจอีกตามเคย  ซึ่งพอเขาเข้าไปนั่งแล้วเด็กสาวก็ตามไปนั่งลงยังฝั่งตรงข้าม  และบนโต๊ะกลางนั้นเองที่เด็กหนุ่มเห็นมีชุดถาดใส่ถ้วยของหวานแบบกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักวางอยู่

            “คืออะไรครับเนี่ย”

            มองแล้วก็อดถามไม่ได้

            “ขนมหวานไงคะ เขาเรียกว่ารวมมิตร พี่แรมไม่รู้จักเหรอ”

            เด็กสาวทำหน้าทะเล้นใส่เขา  ทำเอาเด็กหนุ่มยิ้มเขิน  เขินเมื่อได้สบตากับเธอในระยะใกล้

            “แล้วคุณหนูพาผมมาเพื่อ....”

            “พามาทานด้วยกันไงคะ”

            “เอ่อ มันจะดีหรือครับคุณหนู”

            เด็กหนุ่มหุบยิ้มแล้วกล่าวเสียงเครียด เขามีความเจียมตัวอยู่แล้วรู้ดีว่าการนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับผู้เป็๞เ๯้านายนั้นไม่เป็๞การสมควรอย่างยิ่ง 

            “ดีสิคะ  เนี่ยเป็๲ฝีมือของลูกแก้วเองเลยนะคะ”

            เด็กสาวยกถ้วยขนมรวมมิตรสีสันสดใสออกจากถาดมาวางตรงหน้าเขา  ก่อนจะเปิดกระติกน้ำแข็งใบเล็กแล้วตักน้ำแข็งป่นใส่ถ้วยขนมให้

            “คุณหนูครับ ผมกลัวคุณท่านกับคุณผู้หญิงจะดุเอา”

            เด็กหนุ่มมีท่าทางกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด

            “วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ไม่อยู่ค่ะ  ออกไปข้างนอก เย็นๆถึงจะกลับ”

            เด็กสาวกล่าวด้วยสีหน้าระรื่น  ยิ้มแย้มแจ่มใส

            “แต่ก็ใช่ว่าท่านจะไม่มีทางรู้”

            “ช่างเถอะค่ะเ๹ื่๪๫นั้น  ตอนนี้ทานขนมกันก่อนดีกว่า  น้ำแข็งละลายหมดแล้ว”

            เด็กสาวใช้ช้อนเล็กๆคนขนมในถ้วยของตัวเองแล้วเริ่มลงมือทานเด็กหนุ่มจึงลงมือทานของตัวเองบ้าง  ทั้งๆที่ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

            “ขนมไม่อร่อยหรือคะ”

            ทิพยาดารีบถามเมื่อสังเกตดูเขาหลังตักขนมเข้าปากไปแล้ว

            “เปล่าครับ ไม่ใช่อย่างนั้น”

            เด็กหนุ่มหลบตา

            “แล้วทำไมทำสีหน้าอย่างนั้นละคะ”

            “เอ่อ คือ...”

            “อ๋อ ลูกแก้วรู้แล้ว พี่แรมกลัวคุณพ่อกับคุณแม่จะรู้ใช่ไหมคะ”

            “ใช่ครับ ถ้าท่านรู้  ผมคงโดนเล่นงานอย่างหนัก”

            คำพูดของเขาทำให้รอยยิ้มบนริมฝีปากของเด็กสาวเลือนหายไป

            “ลูกแก้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงชอบมีความคิดอะไรแปลกๆแบบนั้น  ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะแบบไหน  เราก็เป็๲คนเหมือนกัน  ขอแค่เป็๲คนดีแค่นั้นก็พอไม่ได้เหรอ”

            “ไว้คุณหนูเป็๞ผู้ใหญ่มากกว่านี้ คุณหนูก็จะเข้าใจความคิดของพวกผู้ใหญ่เองนั้นแหละครับ”

            “ต่อให้ลูกแก้วโตเป็๲ผู้ใหญ่  ลูกแก้วก็จะไม่มีความคิดอย่างคุณพ่อกับคุณแม่แน่นอนค่ะ”

            ใบหน้าอ่อนใสมีแววเคร่งเครียดปรากฏขึ้นมาให้เห็น  ทำเอา ศิวดนย์อดที่จะรู้สึกสงสารไม่ได้ เขาจึงเปลี่ยนเ๹ื่๪๫พูดเพื่อดึงเธอออกมาจากความรู้สึกนั้น

            “จะว่าไปแล้ว คุณหนูก็ทำขนมอร่อยนะครับ ทานแล้วชื่นใจหายเหนื่อยหายร้อนเลย”

            รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของเด็กสาวอีกครั้ง จากนั้นทั้งสองก็ทานขนมไปพร้อมคุยกันไปด้วยอย่างมีความสุข

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            “จอดก่อนค่ะลุงขจร  จอดรับพี่แรมไปด้วย”

            เสียงใสใสของเด็กสาววัยสิบหกปีซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่นั่งอยู่ทางเบาะหลังทำให้ลุงขจรคนขับรถ ซึ่งก็คืออดีตจ่าทหารที่ปลดเกษียรแล้วและเป็๲คนสนิทของท่านนายพลธัชชัยต้องเหลือบตาไปมองเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาที่หอบหนังสือเดินอยู่ข้างทาง เขาจำต้องเทียบรถเก๋งราคาแพงเข้าไปจอดลงใกล้เด็กหนุ่มนั้นอย่างเสียไม่ได้ เพราะคนสั่งคือคุณหนูลูกแก้ว  หรือ ทิพยาดาธิดาคนเดียวของท่านนายพลผู้เป็๲เ๽้านาย

            “ขึ้นมาบนรถสิคะพี่แรม”

            เด็กสาวลดกระจกรถลงแล้วชะโงกหน้าออกไปเรียกเด็กหนุ่มที่มีชื่อเล่นว่าแรม และมีวัยแก่กว่าตนอยู่ราวสี่ปีนั้นด้วยรอยยิ้มที่สดใสดั่งแสงตะวันรุ่งในฤดูใบไม้ผลิ