“ท่านแม่ ความผิดของท่านในอดีต ข้าจะมิสืบสาวเอาความ แต่หากท่านคิดจะหาเรื่องอีก ท่านก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะขอรับ” พูดกับซ่งจื่อเฉินนั้นมิง่ายเหมือนพูดกับจิ่นเซวียน เขาเย็นชาอยู่เป็นนิจ เมื่อเขาพูดออกมาเช่นนี้ เขาจึงดูเย็นชามากขึ้นกว่าเก่า
“จากนี้ท่านก็อยู่เสวยสุขให้สบายเถิดเจ้าค่ะ ให้พวกเราทุกคนหาเงินเลี้ยงท่าน ท่านอย่าก่อเรื่องอีกเลยเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนสื่ออย่างชัดเจนว่ามิต้องการให้นางเข้ามายุ่งเรื่องธุรกิจ
“ภรรยา พวกเรากลับเรือนกันเถิด” ซ่งจื่อเฉินจับมือจิ่นเซวียนเดินออกจากระเบียงบ้านไป
“หยวนหยวน เจ้าดีใจเช่นนี้ พี่สะใภ้ห้ายกสมบัติให้เจ้ามากมายเลยใช่หรือไม่” ซ่งหยวนหยวนไปเชิญคนมาทานข้าวที่บ้านซ่ง นางเดินฮัมเพลงไปเรื่อย ดูมีความสุขเสียจนเด็กๆ ที่เดินผ่านไปมาเอ่ยหยอกล้อ
“ท่านแม่ของข้ากับท่านอาสะใภ้ห้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน หากนับตามรุ่นแล้ว ข้าต้องเรียกว่าท่านน้าสะใภ้ห้า” เมื่อซ่งหยวนหยวนนึกถึงจิ่นเซวียน รอยยิ้มของนางก็ยิ่งสว่างสดใสขึ้น
“โก่วตั้นเอ๋อร์ ท่านน้าสะใภ้ห้าของข้ารักษาขาให้ท่านอาห้าของข้าแล้ว เวลานี้ท่านอาของข้าร่างกายแข็งแรงยิ่งนัก ท่านแม่บอกว่าท่านน้าสะใภ้ห้าเป็นเทพธิดา”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ เจ้าบอกน้าสะใภ้ห้ารักษาขาให้ท่านอาห้าของเจ้าหรือ?” เด็กผู้ชายอายุประมาณแปดเก้าขวบ นามว่าโก่วตั้นเอ๋อร์ เขาเป็นหลานของแม่สื่อโจว ก่อนหน้านี้เขาก็ได้รับเงินอั่งเปาจากจิ่นเซวียน เมื่อเขาได้ยินว่าจิ่นเซวียนช่วยรักษาซ่งจื่อเฉิน เขาเลยรู้สึกกระสับกระส่าย
“ใช่ ท่านอาห้าดีขึ้นแล้ว หากเจ้ามิเชื่อ เจ้าไปดูที่บ้านของข้าได้” ซ่งหยวนหยวนตอบอย่างจริงจัง “ท่านน้าสะใภ้ห้าของข้ายอดเยี่ยมจริงๆ นางมิเพียงมีหน้าตาที่งดงาม นางยังมากความสามารถอีกด้วย พวกเราชื่นชอบนางยิ่งนัก”
โก่วตั้นเอ๋อร์เห็นซ่งหยวนหยวนพูดอย่างจริงจังเช่นนั้น เขาจึงตบไหล่ของซ่งหยวนหยวนและยิ้ม “หยวนหยวน เรื่องนี้เป็นข่าวดียิ่งนัก ข้าจะเอามันไปบอกท่านย่า”
“จริงสิ โก่วตั้นเอ๋อร์ ข้าคงมิได้ไปบ้านของเจ้าแล้ว ฝากเจ้าเชิญท่านย่าของเจ้ามานั่งเล่นที่บ้านของข้าด้วยเล่า ข้ายังต้องไปเชิญผู้อื่นต่อ”
โก่วตั้นเอ๋อร์กลายเป็นโทรโข่งน้อย คนเกือบครึ่งหมู่บ้านสกุลโจวจึงรู้ว่าจิ่นเซวียนช่วยรักษาซ่งจื่อเฉินในเวลามินาน
ซ่งหยวนหยวนมาถึงบ้านของโจวซู่ซิน นางจึงบอกเรื่องนี้ให้พวกโจวซู่ซินรู้ด้วย โจวซู่ซินถามซ่งหยวนหยวนอย่างมิเชื่อ “หยวนหยวน เจ้ามิควรโกหก ท่านอาห้าของเจ้าไปหาหมอมาตั้งหลายหน ท่านหมอต่างก็บอกว่าเขามิมีทางรักษา สตรีเช่นอาสะใภ้ห้าของเจ้าจะรู้วิชาแพทย์ได้อย่างไร”
“แม้ท่านน้าเล็กของข้าจะเป็นสตรี แต่นางมีความสามารถมากกว่าผู้ชายหลายคนเสียอีก นางมีอาจารย์ที่เก่งกาจเป็นถึงท่านหมอเทวดา แน่นอนว่านางก็ต้องเป็นหมอเทวดาน้อยเช่นกันเจ้าค่ะ” ซ่งหยวนหยวนมิชอบที่โจวซู่ซินซักถามเชิงตำหนิ ในใจของนางคิดว่าจิ่นเซวียนคือบุคคลตัวอย่าง นางมิยอมให้ผู้ใดมาล่วงเกินจิ่นเซวียนหรอก
“หยวนหยวน เป็นเรื่องจริงหรือ?” โจวหลี่เจิ้งถามอย่างจริงจัง
“ท่านปู่น้อย (ในที่นี้หมายถึงการเรียกปู่ที่เป็นน้องชายของปู่แท้ๆ ของตนเอง) ข้ามิได้โกหกนะเจ้าคะ ท่านอาห้าของข้าหายแล้วจริงๆ ท่านน้าเล็กให้เขาดื่มยาน้ำวิเศษเข้าไป เขาก็กลับมาแข็งแรงแล้วเจ้าค่ะ ว่ากันว่ายาน้ำวิเศษนั้น ท่านอาจารย์ของท่านน้าเล็กมอบให้นางมาเจ้าค่ะ”
ซ่งหยวนหยวนรู้สึกเสียใจยิ่งนัก นางมิได้พูดโกหก เหตุใดทุกคนถึงมิเชื่อนาง
“เอาเช่นนี้ พวกเราไปดูกันก็รู้แล้วมิใช่หรือว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่” ภรรยาของโจวหลี่เจิ้ง นามว่าเถียนซื่อ นางเองก็อยากรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?
“ท่านปู่น้อย ข้ายังต้องไปเชิญผู้อื่นไปทานข้าวที่บ้านอีก เชิญพวกท่านไปกันก่อนเลยเจ้าค่ะ”
“ได้ เจ้าไปทำธุระเถิด” โจวหลี่เจิ้งลูบเคราไปมาและคิดตามคำพูดของซ่งหยวนหยวน เขามิเชื่อว่าจิ่นเซวียนจะเก่งกาจถึงเพียงนั้น เพราะเขาคิดว่าชื่อเสียงของสตรีมากความสามารถเช่นจิ่นเซวียนเป็นเรื่องหลอกลวงมาตั้งแต่แรก
“ท่านปู่ หากพี่จื่อเฉินหายแล้วจริงๆ เขาต้องเข้าร่วมการสอบคัดเลือกช่วงวสันต์ด้วยแน่ ด้วยความสามารถของเขา ตำแหน่งจอหงวนมิใช่ปัญหาเลยเจ้าค่ะ” โจวซู่ซินเสียใจ เสียใจที่นางมิเลือกซ่งจื่อเฉิน
“ญาติผู้พี่ต่อให้พี่จื่อเฉินสอบได้ตำแหน่งจอหงวน ผู้เป็นฮูหยินจอหงวนก็มิใช่ท่านอยู่ดีเจ้าค่ะ ท่านอย่าลืมว่าซย่าจิ่นเซวียนต่างหากคือฮูหยินที่ได้แต่งงานกับพี่จื่อเฉินอย่างถูกต้อง” โจวซู่อิงสาดน้ำเย็นใส่โจวซู่ซินจนนางรู้สึกแย่กว่าเดิม
นางมิมีโอกาสได้เป็นภรรยาเอกแล้วจริงๆ ซย่าจิ่นเซวียนโดดเด่นกว่านางทุกด้าน ความรักที่มีให้กันตั้งแต่เด็ก มิอาจเอาชนะความสามารถของจิ่นเซวียนได้เลย
“อิงจื่อ เจ้าพูดสิ่งใดไร้สาระเสียจริง ญาติผู้พี่ของเจ้ากับซ่งจื่อเฉินเป็นเพียงแค่สหายกัน หรือที่เจ้าพูดเช่นนี้ เพราะอยากทำลายชื่อเสียงของนางเล่า?” โจวหลี่เจิ้งคิดว่าหลานสาวผู้นี้พูดจาแดกดันเกินไป เขาจึงตำหนิหลานสาวคนเล็กอย่างมีเหตุผล
“ท่านปู่ ข้าคิดไปเรื่อยเองเจ้าค่ะ ข้าสัญญาว่าจะมิพูดถึงเรื่องนี้อีก” ภายนอกโจวซู่อิงอาจจะดูยินยอม แต่ภายในใจกลับอึดอัด นางจะรอดูวันที่โจวซู่ซินเดือนร้อน!
ช่วงนี้คุณชายหวังที่อยู่ในเมืองตามเกี้ยวโจวซู่ซิน คนในตระกูลโจวจึงคิดว่าพวกเขาจะได้ดองกับคนรวย แต่โจวซู่อิงมิเห็นว่าการเกี่ยวดองนี้จะดีอย่างไร คนอย่างตระกูลหวังมีหรือจะชอบญาติผู้พี่ของนาง คุณชายหวังเองก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคนเจ้าชู้ เขาเพียงแค่อยากเล่นกับโจวซู่ซินชั่วครู่ชั่วคราวก็เท่านั้น
“ไป พวกเราไปบ้านซ่ง” โจวหลี่เจิ้งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงเรียกลูกสะใภ้ทั้งสองคน รวมถึงโจวซู่อิงและโจวซู่ซินให้ไปบ้านซ่งด้วยกัน คนในครอบครัวอื่นมิได้ไปช่วยจัดงาน เขาจึงมิสะดวกใจจะให้พวกเขาไปดื่มกินด้วยกัน
เรือนใหญ่บ้านซ่งมีคนมาถึงแล้วยี่สิบสามสิบคน พวกเขาต่างมาดูว่าซ่งจื่อเฉินหายดีแล้วจริงหรือไม่ เวลานี้พวกเขายืนอยู่กลางลานบ้าน และสอบถามซ่งผิงด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
“น้องอาผิง เจ้ารีบเรียกจื่อเฉินออกมาให้พวกเราดูเสียหน่อยว่าเขาหายดีแล้วจริงๆ”
“ใช่ พวกเราอยากเห็นว่าเขาหายดีแล้วจริงหรือไม่”
เมื่อทุกคนมาถึงลานบ้านแล้วยังมิเห็นซ่งจื่อเฉิน พวกเขาจึงอยากเจอซ่งจื่อเฉินยิ่งนัก
ซ่งผิงเห็นว่ามีคนมามากมาย เขาจึงตัดสินใจหุงข้าวเพิ่มอีกถุงหนึ่ง ให้ทุกคนอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน
“เป่าจู เจ้าไปบอกพี่สะใภ้ใหญ่ให้ทำกับข้าวสำหรับสี่ห้าโต๊ะ เพื่อฉลองให้เฉินเอ๋อร์ พวกเราต้องต้อนรับเพื่อนบ้านให้ดี”
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” ซ่งเป่าจูยิ้มหวาน นางเดินไปที่ห้องครัวทันที
“สหายทุกท่าน เชิญนั่งกันก่อนเถิด ข้าจะไปเรียกเฉินเอ๋อร์ออกมาพบกับพวกท่าน” ซ่งผิงยิ้มทักทายแล้วรีบเดินไปที่เรือนโม่อวิ้นเซวียน เขาเกรงว่าลูกชายกับจิ่นเซวียนจะพลอดรักกันอยู่ จึงหยุดรออยู่หน้าประตู
“เฉินเอ๋อร์ พวกเพื่อนบ้านได้ยินว่าร่างกายของเจ้าฟื้นตัวแล้ว พวกเขาเลยตั้งใจมาพบเจ้า พวกเจ้าออกมาหน่อยเถิด”
“ท่านพ่อ พวกเราจะออกไปเดี๋ยวนี้ขอรับ” พวกจิ่นเซวียนมิได้อยู่ในห้องหอ แต่พวกเขาเรียบเรียงกฎระเบียบบ้านอยู่ในห้องหนังสือ
เมื่อซ่งผิงเห็นพวกเขาเดินออกมาจากห้องหนังสือ เขาก็ตกใจยิ่งนัก เขานึกว่าเด็กสองคนนี้จะอยู่ในห้องหอด้วยกันเสียอีก
......
จิ่นเซวียนและซ่งจื่อเฉินเดินตามซ่งผิงมาที่โถงหน้า ทุกคนในโถงหันมองพวกเขาเป็นตาเดียว
“จื่อเฉินหายดีแล้วจริงๆ ด้วย ช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก!”
“ภรรยาของจื่อเฉินคือดาวนำโชคของเขาเลย นางเพิ่งแต่งเข้ามาก็ช่วยรักษาจื่อเฉินให้หายดีแล้ว ถือเป็นเรื่องดีที่พันปีก็ยากจะพบพาน”
“ใช่หรือไม่เล่า?บางทีหมู่บ้านสกุลโจวของพวกเราอาจจะโชคดีไปด้วย พวกเจ้าดูเร็วเข้า จื่อเฉินกับภรรยาของเขาเหมาะสมกันเพียงใด พวกเขาเหมือนคู่รักตัวอย่างยิ่งนัก”
“ใช่ ความชอบของพวกเขาก็เหมือนกันด้วย สมเป็นคู่สวรรค์สรรสร้างจริงๆ”
คำสรรเสริญจากฝูงชนหลั่งไหลเข้าหูจิ่นเซวียน นางเพียงแค่อยากให้ซ่งจื่อเฉินลุกขึ้นได้อีกครั้ง มิได้อยากโด่งดัง!
“พี่จื่อเฉิน ร่างกายของท่านแข็งแรงดีแล้ว ข้าดีใจแทนท่านจริงๆ เจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินยังมิทันได้อ้าปาก เสียงอ่อนหวานของสตรีนางหนึ่งก็ดังมาจากนอกประตู