ตอนที่ 664 รับยาทิพย์ที่ตำหนักหอโอสถ
เช้าวันรุ่งขึ้น........
อ้า!!
หลังจากที่เจิ้งฟู่และชายวัยกลางมินโฮแยกจากกันเจิ้งฟู่ก็ใช้เวลาหลังจากนั้นประมาณสองชั่วยามในการฝึกสมาธิและดูดซับพลังงาน์เพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเขาก่อนจะนอนและตื่นมาในเช้าวันนี้ ซึ่งหลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จได้ไม่นาน ชายวัยกลางมินโฮก็มาถึงหน้าบ้านพักของเขาพอดีก่อนที่ทั้งสองจะกล่าวทักทายกันและขึ้นนกกระเรียนขาวกลับไปยังพื้นที่หลักของนิกาย......
ฟิ้ววววววว!!
“ในวันนี้เป็วันแจกยาทิพย์ประจำเดือดให้กับศิษย์ทุกคนซึ่งศิษย์แต่ละคนจะได้ยาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับระดับพร์และสถานะศิษย์ของพวกเขาซึ่งตัวเ้าที่มีพร์ระดับแสงแดงเข้ม เ้าจะได้รับเม็ดยาทิพย์เมฆ์ที่เป็ยาระดับสอง10 เม็ด กับเม็ดยาทิพย์แก่น์สร้างที่เป็ยาระดับสามอีก 2 เม็ดซึ่งปกติแล้วศิษย์ระดับทั่วไปจะได้เพียงยาทิพย์เมฆ์คนละ 2 เม็ดต่อเดือนส่วนพวกพร์ระดับสีเขียวอ่อนจะได้ 3 เม็ด เขียวเข้มได้ 4 เม็ด สีฟ้าอ่อนได้ 5เม็ด สีฟ้าเข้มได้ 6 เม็ด สีเหลืองอ่อนจะได้ 7 เม็ดและสีเหลืองเข้มจะได้ 8ส่วนสีแดงอ่อนนั้นจะได้ 9 เม็ดและเม็ดยาทิพย์แก่น์สร้างอีก 1 เม็ด!”
ชายวัยกลางมินโฮกล่าวอธิบายถึงชนิดของยาทิพย์และระดับยาที่ทางนิกายแจกให้กับศิษย์ในทุกๆเดือนว่าแต่ละคนได้ยาทิพย์ชนิดไหนบ้างและได้คนละเท่าไหร่ซึ่งการแจกจ่ายเม็ดยาทิพย์ของนิกายนั้นยังคงอิงจากระดับพร์ของศิษย์แต่ละคนยิ่งใครที่มีระดับพร์ที่สูงยิ่งได้รับยาทิพย์จำนวนมากและยังได้รับเม็ดยาที่ระดับสูงขึ้นด้วย......
ซึ่งคำอธิบายของชายวัยกลางมินโฮนั้นทำให้เจิ้งฟู่รู้สึกงุ่นงงและสงสัยเป็อย่างมากเกี่ยวกับระดับของยาที่ว่ามาเพราะก่อนหน้านี้เขาอยู่ที่โลกเบื้องล่าง เม็ดยาทิพย์ปีศาจ์ม่วงของเขามันก็อยู่ในระดับที่สิบแล้วเหตุใดเม็ดยาจากโลกเบื้องบนถึงได้ระดับต่ำกว่าเม็ดยาของเขาไปได้......
“เ้าสงสัยส่วนใดอย่างนั้นรึ?เ้าสามารถถามข้าได้นะ?!” ชายวัยกลางมินโฮเห็นว่าเจิ้งฟู่ทำหน้างงและสงสัยเหมือนอยากจะรู้อะไรสักอย่างเขาจึงได้ถามเจิ้งฟู่ออกไปว่า้าจะถามอะไรไหม.....
“คือศิษย์ไม่เข้าใจเกี่ยวกับระดับของยาขอรับ!เพราะก่อนหน้านี้ที่ศิษย์อยู่ที่โลกเบื้องล่างเม็ดยาเม็ดนี้มันอยู่ในระดับที่สิบแล้วเหตุใดเม็ดยาที่ทางนิกายแจกให้ถึงอยู่เพียงแค่ระดับสองกับสามเท่านั้นหรือว่ามีสิ่งใดที่ศิษย์พลาดไป?”เจิ้งฟู่อยากรู้เกี่ยวกับความต่างของระดับยาที่ว่า เขาจึงได้ลองหยิบเม็ดยาทิพย์ปีศาจ์ม่วงของเขาออกมาแสดงให้ชายวัยกลางมินโฮดู......
อ๊ะ!!
“นั่นมันยาทิพย์ระดับสี่ เม็ดยา์ม่วง?”ชายวัยกลางมินโฮถึงกับเบิกตาโตด้วยความใเมื่อเขาได้เห็นเม็ดยาที่อยู่ในมือของเจิ้งฟู่ก่อนที่เขาจะเข้าใจเกี่ยวกับคำถามและความสงสัยของเจิ้งฟู่ที่มีอยู่ “อื้ม!ข้าพอที่จะเข้าใจคำถามและความสงสัยของเ้าแล้ว ที่เ้าบอกว่าในโลกเบื้องล่างยาเม็ดนี้เป็ยาระดับสิบนั้นก็เพราะว่าในโลกเบื้องล่างนั้นคุณภาพยานั้นต่ำกว่าโลกเบื้องบนหากเ้านำเม็ดยาทิพย์เมฆ์กลับลงไปที่โลกเบื้องล่างผู้คนที่นั้นคงบอกว่านั้นเป็ยากระดับแปดไม่ก็ระดับเก้าอย่างแน่นอนแต่สำหรับโลกเบื้องบนแล้ว พวกมันมีระดับเพียงแค่ระดับสองเท่านั้นและนั้นก็คือความแตกต่างที่เ้ากำลังสงสัยอยู่ ซึ่งเม็ดยาที่อยู่ในมือของเ้านั้นเทียบได้กับเม็ดยาทิพย์ระดับสี่ของโลกเบื้องบนนี้ซึ่งราคาของมันสูงเอาเื่เลย!”
หลังจากที่ชายวัยกลางมินโฮกล่าวอธิบายและไขข้อสงสัยให้กับเจิ้งฟู่แล้วดวงตาของเขาก็สว่างวาบขึ้นอย่างเ้าใจ ก่อนจะพยักหน้าให้กับชายวัยกลางมินโฮและยิ้มอย่างมีความสุขออกมาจนหน้าบานเพราะคำว่ายาเม็ดนี้มีราคาสูงเอาเื่ ซึ่งหากเจิ้งฟู่เปลี่ยนยาเม็ดนี้เป็คะแนนผลงานเขาคงจะได้รับคะแนนที่มากเอาเื่เลย.......
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่ชี้แนะและเพื่อเป็การขอบคุณ ศิษย์อยากจะมอบยาเม็ดนี้ให้กับท่านผู้าุโ ได้โปรดรับมันเอาไว้ด้วยหากท่านปฏิเสธศิษย์ไม่รับมัน ศิษย์ก็จะโยนมันทิ้งไปทันที!”เจิ้งฟู่ไม่ได้เก็บเม็ดยาในมือของเขากลับเข้าแหวนมิติ แต่เขาเลือกที่จะมอบมันเป็ของขวัญสร้างสัมพันธ์อันดีกับชายวัยกลางมินโฮผู้นี้และยื่นคำขาดเพื่อให้ไม่ชายวัยกลางปฏิเสธเขาด้วย......
อ่า!!
ซึ่งในตอนแรกชายวัยกลางมินโฮเองก็คิดที่จะปฏิเสธเหมือนกันแต่เมื่อได้ยินว่าเจิ้งฟู่จะโยนมันทิ้งหากเขาไม่รับมัน มันก็ทำให้ชายวัยกลางรู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูกและเมื่อเขาคิดอยู่สักครู่หนึ่งเขาก็ตัดสินใจที่จะรับเม็ดยาทิพย์ปีศาจ์ม่วงของเจิ้งฟู่มาอย่างเขินอาย.......
“ข้าจะรับยาเม็ดนี้ไว้ และเ้าไม่ต้องห่วง!ข้าจะไม่รับเม็ดยาเม็ดนี้มาอย่างฟรีๆแน่ในอนาคตหากเ้าประสบพบเจอเื่ร้ายใดๆที่ไม่เกินมือข้าจะรับไหวข้ายินดีที่จะช่วยเ้าขจัดปัญหานั้นหรือหากเ้ามีสิ่งใดที่้าและข้าสามารถหาได้ ก็ขอให้บอกข้าได้เลย!” ชายวัยกลางมินโฮรู้ดีว่าเจิ้งฟู่จงใจที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีกับเขาซึ่งเขาก็พอใจเป็อย่างมากกับการกระทำนี้ แต่จะให้เขารับของมาเฉยๆแบบนี้ก็ไม่ได้ดังนั้นชายวัยกลางจึงได้ยื่นความช่วยเหลือให้กับเจิ้งฟู่แทน......
“ขอบคุณท่านผู้าุโ!หากศิษย์้าความเชื่อเหลือใดและมันไม่เกินกว่าที่ท่านจะรับได้ศิษย์จะรีบไปขอร้องให้ท่านช่วยศิษย์ในทันที!” เจิ้งฟู่ประสานมือขั้นที่หว่างอกพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณและตอบกลับชายวัยกลางมินโฮ ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากของเขาอย่างมีเลศนัย.......
อื้ม!!
สิบห้านาทีผ่านไป.......
พรึบ!! พรึบ!!พรึบ!!
หลังจากที่ใช้เวลาในการเดินทางสิบห้านาทีในที่สุดนกกระเรียนขาวก็บินมาถึงลานจอดสำหรับสัตว์อสูรพาหนะภายในพื้นที่นิกายหลักก่อนจะลงจอดและส่งชายวัยกลางมินโฮกับเจิ้งฟู่ ซึ่งภายในลานจอดนี้มีสัตว์อสูรพาหนะบินอยู่มากกว่าห้าสิบตัวด้วยกันซึ่งมีทั้งนกอินทรีย์ขนน้ำตาล นกกระเรียนขาวแบบชายวัยกลางแต่ตัวเล็กกว่าม้าเวหาและกว้างวายุ.......
“สัตว์อสูรพาหนะเหล่านี้ล้วนเป็ของศิษย์หลักและเหล่าผู้าุโเป็ส่วนใหญ่จะมีส่วนน้อยที่เป็ของศิษย์ทั่วไปแต่มาจากตระกูลใหญ่หรือกองกำลังใหญ่!”ชายวัยกลางมินโฮอธิบายให้เจิ้งฟู่ฟังหลังจากที่เห็นเจิ้งฟู่จ้องมองสัตว์อสูรบินเหล่านี้.......
อ่า!
“เอาละ! พวกเราไปที่ตำหนักหอโอสถกันก่อนเ้าจะได้ไปรับเม็ดยาทิพย์เมฆ์กับเม็ดยาทิพย์แก่น์สร้างที่เ้าสมควรได้รับ!”และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ชายวัยกลางมินโฮได้บอกให้เจิ้งฟู่รีบตามเขามาได้แล้วเพราะยังมีอีกหลายทีที่ต้องไป.....
“ขอรับท่านผู้าุโ!”เมื่อได้ยินผู้าุโมินโฮเรียกเจิ้งฟู่ก็ได้สติกลับคืนมาก่อนจะส่งเสียงตอบรับกลับไปและรีบเดินตามชายวัยกลางไปติดๆ......
จากลานจอดสัตว์อสูรพาหนะไปยังตำหนักหอโอสถนั้นใช้เวลาเพียงแค่ห้านาทีก็ถึงแล้วซึ่งในวันนี้ที่ด้านหน้าตำหนักหอโอสถในตอนนี้เต็มไปด้วยศิษย์นิกายสายนอกจำนวนมากที่มาเข้าแถวเพื่อรับเม็ดยาทิพย์ของตนเองส่วนศิษย์สายในนั้นจะมารับในวันพรุ่งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นส่วนศิษย์หลักนั้นพวกนั้นไม่จำเป็ต้องมารับยาด้วยตนเองพวกเขามีศิษย์รับใช้ที่จะนำเม็ดยาไปให้พวกเขายังที่พักส่วนตัว.......
ณ หน้าทางเข้าตำหนักหอโอสถ......
“คาราวะท่านผู้าุโกุยจาง!”ผู้าุโมินโฮเดินตรงไปยังชายชราผู้หนึ่งที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าตำหนักหอโอสถก่อนจะประสานมือขึ้นเพื่อกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม ซึ่งชายชราคนนี้ก็คือผู้าุโที่รับหน้าที่ดูแลหอโอสถแห่งนี้และเป็นักปรุงยาที่เก่งที่สุดของนิกายบัญชา์แถมเขายังมีปรมาจารย์ใหญ่ของสาขาปรุงยาอีกด้วย......
“อ่า! มินโฮน้อย! นั่นเ้าเองรึ? นานแค่ไหนกันนะที่เ้าไม่ได้มาที่ตำหนักหอโอสถแห่งนี้?”ชายชราที่เห็นว่าใครเป็ผู้ทักตนแววตาของเขาก็เปลี่ยนจากง่วงซึมเป็เปล่งประกายขึ้นก่อนจะทักทายชายวัยกลางมินโฮกลับมา และถามถึงระยะเวลาที่ไม่ได้พบกันด้วยรอยยิ้ม.....
“น่าจะสักสามเดือนได้ขอรับท่านผู้าุโ!แต่มันไม่ได้นานขนาดที่ท่านจะต้องลืมเลยนี่น่า!” ชายวัยกลางมินโฮตอบกลับพร้อมกับแสดงสีหน้าเศร้าใจเล็กน้อยที่ชายชราลืมว่าเขาพึ่งมาที่ตำหนักหอโอสถเมื่อสามเดือนที่แล้วซึ่งมันไม่ถือว่านานเลย.....
อ่า!!
“ใช่ ใช่ ใช่! พึ่งจะสามเดือนเองนี่เนาะ! สงสัยข้าจะชรามากเกินไปจนหลงๆลืมๆแบบนี้ว่าแต่วันนี้เ้ามาที่นี้มีธุระอะไรให้ชายชราคนนี้ช่วยละ?ไม่ใช่ว่ายาทิพย์สำหรับเ้าถูกส่งไปให้แล้วนิ หรือว่าเ้า้าที่จะให้สาขาปรุงยาของข้าปรุงยาตัวใดเป็พิเศษให้ละ?”ชายชรายังคงกล่าวด้วยท่าทางสนุกและหลอกล้อต่อชายวัยกลางมินโฮซึ่งมองดูแล้วทั้งสองนั้นสนิทสนมกันมาก.....
“ยาทิพย์ของข้านั้นได้รับแล้วที่ข้ามาที่นี้ก็เพื่อพาศิษย์ใหม่มารับยาทิพย์ของเขา!”ชายวัยกลางมินโฮอดที่จะขมวดคิ้วของเขาไม่ได้ หลังจากที่ถูกชายชราหลอกล้อแต่เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะมันเป็เื่ปกติที่เขามักจะโดนเมื่อมาที่นี้แต่ในครั้งนี้ที่เขามาไม่ใช่เพราะตัวเองแต่เป็เพราะเขาพาเจิ้งฟู่มารับเม็ดยาทิพย์ต่างหากและในจังหวะที่เขาพูดจบเขาก็ได้เรียกให้เจิ้งฟู่ก้าวออกมา.....
งึกๆ!!
“ศิษย์สายนอกเจิ้งฟู่ คาราวะท่านผู้าุโกุยจาง!”เจิ้งฟู่ก้าวออกมาด้านหน้าเล็กน้อยพร้อมกับประสานมือของเขาขึ้นมา่อกและกล่าวคาราวะทักทายต่อชายชราอย่างสุภาพ......
หือ?
“ศิษย์ตัวน้อยคนนี้ใช้คนที่ทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงใช่หรือไม่?”ทันทีที่ชายชราเห็นเจิ้งฟู่ เขาก็พลันนึกขึ้นได้ถึงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่ทำให้ทั้งนิกายสั่นะเืและวุ่นวายเมื่อสองวันก่อนซึ่งตัวชายชราเองก็อยากที่จะเห็นเหมือนกันว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็ใครแต่ทว่ากลับไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นไปพักอยู่ที่ไหนนอกจากห้าผู้าุโหลักและชายวัยกลางมินโฮ......
ซึ่งคำถามของชายชราที่ถามออกไปนั้นมันไม่ได้เบาหรือดังจนเกินไปแต่มันก็ดังพอที่เหล่าศิษย์สายนอกทั้งหมดที่ยืนต่อแถมเพื่อรอรับเม็ดยาทิพย์ของตนเองอยู่สามารถได้ยินและในตอนนั้นความวุ่นวายและเสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้น......
“เขาคนนั้นนะเหรอคนที่ทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงเข้ม?”
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันข้าพึ่งเข้าเป็ศิษย์เมื่อวาน ข้าจึงไม่ทันที่จะได้เห็นเขา!”
“เขาดูหล่อจังเลย!ไม่รู้ว่าเขามีคนรักหรือยังนะ?”
“หากเขาไม่มี ข้านี่แหละจะเป็ของเขา!”
“ข้าต่างหากละที่จะเป็ของเขา!”
“ชิ! ในตอนแรกข้ารู้สึกชื่นชมเขานะแต่ในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกไม่ชอบแหละ ดูสิ! เพียงแค่เ้านั่นปรากฏตัวเหล่าหญิงสาวก็พากันทำหน้าหลงใหลกันหดเลยแล้วชายชาตรีอกทำไม้ขีดอย่างข้าจะทำยังไงละ แบบนี้มันหักหน้ากันชัดๆ!!”
ทั้งศิษย์ชายหญิงต่างก็พากันพูดกันไปต่างๆนาๆแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็ศิษย์หญิงที่ให้การตอบรับที่ดีต่อเจิ้งฟู่ส่วนศิษย์ผู้ชายนั้นทุกคนต่างก็มองว่าเจิ้งฟู่เป็ศัตรูตัวร้ายของพวกเขาเพราะเพียงแค่เขาปรากฏตัวขึ้นหญิงสาวเหล่านี้ก็สนใจแต่เขา......
“ดูเหมือนว่าเ้าจะเป็ที่สนใจของสาวๆน่าดูเลยนะเจิ้งฟู่!”ชายวัยกลางมินโฮอดที่จะขำไม่ได้เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น ก่อนจะกล่าวแซวเจิ้งฟู่อย่างมีความสุข......
“ศิษย์ไม่คิดอย่างนั้นนะขอรับศิษย์คิดว่ามันเป็การสาปแช่งเสียมากกว่า เพราะดูจากสายตาที่อาฆาตของเหล่าศิษย์ผู้ชายแล้วในอนาคตศิษย์ต้องพบเจอกับปัญหาแน่!” เจิ้งฟู่ไม่ได้รู้สึกยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เลยยิ่งเขาเป็จุดเด่นมากเท่าไหร่ ปัญหาที่จะตามมาก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น......
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
“เอาละ! เ้ามาเพื่อรับยาสินะ!นี่คือเม็ดยาทิพย์สำหรับเ้า” ชายชราเห็นว่าเจิ้งฟู่และมินโฮยังต้องไปที่อื่นต่อเขาจึงไม่รอช้าที่จะหยิบเอาชุดยาสำหรับเจิ้งฟู่ออกมามอบให้.....
“ขอบคุณท่านผู้าุโกุยจาง!”