ฉางเฟิงเลื่อนลงมาอ่านส่วนของตน“ฉางเฟิงอาจารย์รู้มาตลอดว่าเ้านั้นอยากจะรู้ว่าตนเองเป็ใครและมีที่มาจากใหนแม้เ้าจะไม่ถามข้าก็พอจะเดาได้ดังนั้นอาจารย์จึงจะมอบบดทดสอบให้กับเ้าถ้าเ้าทำได้และพบหน้ากับอาจารย์อีกครั้งอาจารย์มอบถึงข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับบิดามารดาของเ้า
และบททดสอบคือทำให้นิกายบุปผายิ่งใหญ่ขึ้นมาอย่างน้อยต้องยิ่งใหญ่เป็อันดังหนึ่งในจงเย่และถ้าเ้าสามารถทำให้นิกายบุปผากลายเป็อันดับหนึ่งในจงโจวได้ข้าจะบอกสิ่งที่ข้ารู้ทั้งหมดให้เ้ารู้ในทันที”
เมื่ออ่านเสร็จร่างของฉางเฟิงก็สั่นใหวนี่คือสิ่งที่ฉางเฟิงอยากจะรู้มาตลอด ตกลงแล้วตนเองมีบิดามารดาหรือไม่และพวกเขาอยู่ที่ใหนทำไมถึงทิ้งตนเองไว้กับซงเทียนกัน
“นายน้อยถ้าท่านไม่้าก็ไม่ต้องทำก็ได้ ท่านยังเด็กท่านควรจะใช้ชีวิตแบบอิสระ” มู่หลินกล่าว
“ไม่เื่นี้ข้าต้องทำให้ได้ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าข้าเป็ใครแล้วบิดามารดาของข้าอยู่ที่ใหน”ฉางเฟิงกล่าวด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
เสี่ยวจินและเสี่ยวเฮ่ยถอนหายใจตอนนี้ชะตากรรมของฉางเฟิงเริ่มขับเคลื่อนแล้ว และแผนนี้ทั้งสองก็เป็คนสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้ฉางเฟิงแสวงหาความแข็งแกร่งและไล่ตามหาข้อมูลของบิดามารดาของตนเอง
“ถ้านายน้อยตัดสินใจแล้วข้าก็จะไม่ห้ามจากที่ข้ารู้ด้วยความแข็งแกร่งของนายน้อยตอนนี้ไปเป็ศิษย์คงไม่เหมาะถ้างั้นทำไมนายน้อยไม่รองมารับตำแหน่งผู้าุโดูละ ด้วยความสามารถด้านการปรุงยาและการแพทย์ของนายน้อยมันคงไม่มีปัญหาแน่”มู่หลินกล่าว
“ใช่ๆตอนนี้นิกายของเรากำลังขาดแคลนนักปรุงยาอยู่แถมนักปรุงยาที่อยู่ในนิกายส่วนใหญ่ก็เป็คนของถั่วป้าอีกด้วยทำให้ฝ่ายพวกข้าต้องลำบากมากจริงๆ”มู่หลานกล่าว
“ไม่มีปัญหาแล้วทางผู้นำนิกายของท่านจะว่ายังไง”
“ไม่ต้องกังวลผู้นำนิกายในตอนนี้ที่จริงก็เป็น้องสาวของข้าเอง ข้าจะบอกนางให้เพียงแต่ตอนนี้นางเก็บตัวฝึกฝนอยู่” มู่หลานยิ้ม
“ดีในเมื่อนางผู้นำนิกายอยู่ฝ่ายเดียวกับทางเราเื่ก็ง่ายขึ้น จากนี้ข้าอยากจะรู้ว่านิกายบุปผาฝึกฝนทักษะอะไรบ้างข้าจะลองศึกษาดูเผื่อมีโอกาสข้าจะสั่งสอนศิษย์ให้กับนิกายสักกลุ่มเพื่อเป็กำลังให้กับนิกายในอนาคต”ฉางเฟิงกล่าว
“เ้าจะฝึกพวกเขางั้นเหรอเกรงว่าคงยากด้วยอายุที่ไม่ต่างกันของพวกเขาและเ้าพวกเขาย่อมไม่ยอมรับเ้าแน่”มู่หลานกล่าว
“ท่านไม่ต้องกังวลข้ามีวิธีของข้าก็แล้วกัน”ฉางเฟิงกล่าว
“เ้านี่ไม่เหมือนเด็กน้อยเลย”มู่หลานถึงกับตกตะลึงในความมั่นใจของฉางเฟิงและการแสดงออกของฉางเฟิงกลับเหมือยกับผู้าุโที่อยู่มานานแต่มู่หลานหารู้ไม่ว่าฉางเฟิงแค่เรียนแบบท่าทางของซงเทียนเท่านั้น
หลังจากที่ตกลงกันได้มู่หลานก็พาฉางเฟิงไปยังที่พักหลังจากจัดการที่พักเสร็จก็พาฉางเฟิงไปยังตำหนักโอสถซึ่งเป็สถานที่ทำงานของนักปรุงยาในนิกาย
“เ้าว่าอะไรนะผู้าุโหลานเ้าจะให้เ้าเด็กนี่มาเป็ผู้นำของพวกเรางั้นเหรอ”
“ตลกสิ้นดีเด็กน้อยระดับก่อเกิดได้รับตำแหน่งผู้นำนักปรุงยา”
“ผู้าุโหลานเื่นี้ท่านอย่าได้ล้อเล่นเพราะมันเหมือนกับการหยามหน้าพวกข้า”เหล่านักปรุงยาพากันโกรธขึ้นมาและดูถูกฉางเฟิงอย่างต่อเนื่อง
“ข้ารู้ว่าพวกเ้าไม่พอใจดังนั้นข้าจะให้พวกเ้าประลองกับเขา ถ้าพวกเ้าชนะข้าก็จะไม่พูดเื่นี้อีกและยังชดใช้ด้วยสมุนไพรระดับ3 แต่ถ้าพวกเ้าแพ้ก็จงหุบปากและทำตามคำสั่งของหัวหน้าคนใหม่แต่โดยดี” มู่หลานกล่าว
“ดีดีมาก ถ้างั้นข้าจะออกไปประลองเอง” ผู้าุโคนหนึ่งก้าวออกมา
ผู้าุโคนนี้เป็นักปรุงยาระดับสองที่มีความสามารถมากที่สุดฉางเฟิงนั้นไม่กล่าวอะไรและนำเตาปรุงยาของตนเองออกมา เตาปรุงยาของฉางเฟิงนั้นหาใช่ของธรรมดามันเป็สิ่งที่เสี่ยวจินปล้นมาจากสุสานโบราณที่เป็สถานที่อันตรายของอาณาจักรจงเย่ข้างในนั้นเต็มไปด้วยของวิเศษโบราณมากมายแต่ก็มีอันตรายอยู่มากเช่นกัน
“เตาปรุงยานั้นเป็ของดีข้าเปลี่ยนใจแล้วถ้าข้าชนะข้าขอเตาปรุงยานั่น” ไคหวนกล่าวขึ้น
ในตอนนี้อำนาจในหอโอสถล้วนถูกไคหวนคนนี้ควบคุมอยู่และไคหวนก็เป็คนของถั่วป้าอย่างที่พวกมู่หลานคิด
“นี่เ้า!!!!”มู่หลานโกรธขึ้นมาและอยากจะตบหน้าของคนไร้ยางอายคนนี้สักมี
“ไม่มีปัญหาแต่ถ้าเ้าแพ้ก็ต้องทำงานให้กับนิกายฟรีเป็เวลา 1 ปี เมื่อมีรายงานปรุงยามาเ้าจะต้องปรุงยาโดยห้ามคิดเงินกับนิกายและถ้าเ้าปรุงยาได้ไม่ดีเ้าจะต้องจ่ายค่าสมุนไพรให้กับนิกายอีกด้วย” ฉางเฟิงกล่าว
“ได้ไม่มีปัญหาเพราะไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่แพ้ให้กับเด็กอย่างเ้าหรอก” ไคหวนกล่าว
“ดีพวกเ้าหลายคนก็เป็พยานถ้าใครผิดคำพูดก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” ฉางเฟิงกล่าว
“แล้วเราจะปรุงยาอะไร”ไคหยวนกล่าว
“ในเมื่อเ้าเป็นักปรุงยาระดับ2 นั่นก็ต้องเป็เม็ดยาระดับ 2 เอาเป็เม็ดยาปราณแท้ก็แล้วกัน” ฉางเฟิงกล่าว
“ดีเม็ดยาปราณแท้จำเป็ต้องมอบให้กับศิษย์จำนวนมากข้านั้นเชี่ยวชาญอย่างถึงที่สุด”ไคหวนยิ้มชั่วร้าย
“เอาละเราจะปรุงยาเพียงครั้งเดียวถ้าพลาดก็ถือว่าแพ้และใครเร็วกว่าและคุณภาพดีกว่าถือว่าชนะ”ฉางเฟิงกล่าว
“ดีพวกเ้าไปเตรียมสมุนไพรมา” ไคหวนสั่ง
คนในหอโอสถก็นำสมุนไพรมาสองชุดมอบให้ไคหวนและฉางเฟิงคนละชุดเมื่อทั้งสองตรวจสอบดูแล้วว่าสมุนไพรไม่มีปัญหามู่หลานก็พยักหน้าก่อนจะส่งสัญญาณให้ทั้งสองเริ่มปรุงยา
“หึเ้าเด็กเหลือขอด้วยพลังปราณที่น้อยนิดของเ้าคิดจะปรุงยาระดับ 2 ชั่งน่าขันโดยแท้”ไคหวนเย้ยหยันออกมา
“เอาแต่พูดมากอยู่ได้นายน้อยของข้าเริ่มไปแล้วนะ”เสี่ยวจินทนไม่ใหวจึงกล่าวสวนกลับมา
ตอนนี้มองเห็นสมุนไพรทั้งหมดถูกฉางเฟิงกลั่นในทีเดียวฝีมือการควบคุมสมุนไพรและเปลวเพลิงที่โดดเด่นทำให้ไคหวนตกตะลึงขึ้นมา
“เพลิงวิเศษงั้นเหรอเด็กนี่มีเพลิงวิเศษบัดซบแถมยังเป็เพลิงวิเศษที่แข็งแกร่งมากตัวข้าที่เป็ถึงระดับิญญายังมีเพียงวิเศษที่ธรรมดาสามัญเท่านั้น ของข้าเพลิงนั่นจะต้องเป็ของข้า”ไคหวนจ้องมองเพลิงของฉางเฟิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ
ฉางเฟิงยกยิ้มขณะที่ไคหวนตกอยู่ในความโลภของตนเองฉางเฟิงก็ปรุงยามาได้เกินครึ่งแล้วตอนนี้สมุนไพรเริ่มถูกเปลวเพลิงกลั่นจนกลายเป็ของเหลวที่บริสุทธิ์ไปแล้ว
“ท่านไคหวนตั้งสติได้แล้ว”เหล่าผู้าุโคนอื่นตกตะลึงกับความเร็วของฉางเฟิงมากจึงรีบเตือนสติไคหวนที่กำลังฝันหวานอยู่
“แย่แล้วเ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดา”ไคหวนเองก็ตื่นตระหนกเช่นกัน
มู่หลานยกยิ้มนางนั้นเคยเห็นฝีมือของฉางเฟิงแล้วแน่นอนว่ามดตัวเล็กๆอย่างไคหวนไม่สามารถเทียบกับฉางเฟิงได้อย่างแน่นอนนางมั่นใจมากยังไงฉางเฟิงก็ชนะในการประลองครั้งนี้