ณ ศาลบูชาเทพเมืองหย่งเฉวียน (永泉) แถบอันฮุย
ท่ามกลางหุบเขา ต้นไม้ใบบังให้ร่มเงา มีลำธารใสไหลเย็นลัดเลาะผ่านมาตามเนินลาดชันตัวศาลเ้าอยู่ตั้งอยู่ในโอบล้อมแห่งเงาของขุนเขา
เทพารักษ์ผู้คุ้มครองศาล กำลังรายงานต่อขุนพลเจิ้งฝู
“หลายวันมานี้ นักบวชผู้ดูแลศาลเ้า ถูกสีกาคนหนึ่งเข้ามาตีสนิทอ้างว่าจะมาทำบุญ หลังจากนั้นก็ยั่วยวนจนนักพรตหลงใหล และมีความสัมพันธ์ด้วยจนเื่รั่วไหลไปถึงชาวบ้าน ผู้คนเสื่อมศรัทธา ไม่อยากมาไหว้เ้าแล้ว ข้าก็ไม่มีพลังจะไปห้ามเพราะนางผู้นั้น มีเหล่ามารปกป้องอยู่ วอนท่านโปรดช่วยเหลือเราด้วย”
จือชางจึงเข้าไปตรวจดูรอบบริเวณศาลเ้า เพื่อหาร่องรอยของปีศาจ
หญิงคนที่ถูกกล่าวหาก็เข้ามาชิดใกล้ขุนพล
“ท่านคะ มาทำบุญไหว้เ้าหรือคะให้ข้าช่วยแนะนำไหมคะ” กล่าวแล้วนางก็ดึงแขนจือชางไปแนบลำตัวหล่อนแต่ขุนพลเทพขัดขืน
“ไปให้พ้น นางปีศาจ จะมาหลอกล่อให้ข้าหลงใหลเหมือนที่นักพรตทั้งหลายถูกกระทำนั้นจงอย่าได้หวัง”
หญิงนั้นก็หัวเราะเสียงสูงก่อนจะะโให้ชาวบ้านได้ยิน พร้อมกับฉีกเสื้อผ้าตนเอง ทำท่าเหมือนถูกฉุดรั้งลวนลาม
“ช่วยด้วยค่า ชาวบ้าน ช่วยข้าด้วยผู้ชายจะลวนลามชั้น”
บรรดาคนมาทำบุญไหว้เ้าต่างก็หันมามองตามเสียงแล้วกรูกันเข้ามา
“อะไร ผู้ชายบ้ากามหรือ อย่างนี้ต้องอัดให้น่วม”ชายคนหนึ่งกล่าว แล้วคว้าไม้กวาดจากลานเทวะสถานมาไล่ตีจือชาง
ขุนพลหนุ่มรีบปัดป้องพัลวัน
“เดี๋ยว ฟังข้าก่อน ข้าไม่ได้ทำนางนะ เข้าใจผิดแล้ว”
จือชางต้องรีบเดินหนีออกจากศาลเ้าเพื่อมิให้เื่ลุกลามวุ่นวาย
แต่ชาวบ้านก็ยังกระซิบนินทาต่อไป
“อะไรกันสมัยนี้ คนเราจิตใจเสื่อมเสียจริง ในสถานที่ศักดิ์สิทธิมันยังไม่เว้น”
เซียวเยี่ยนหลงที่แฝงกายแอบดูอยู่บนหลังคาศาลเ้าก็หัวเราะชอบใจ
อีกมุมหนึ่งที่ หมู่บ้านซานซิงตุย三星堆อาณาจักรปาสู่ 巴蜀 ในแถบเสฉวนอันเป็ถิ่นฐานของชนเผ่ากู๋สู่ (古蜀)
บนลานพิธีบูชายัญเทพเ้า
หมอผีผู้สวมหน้ากากทองสำริดลักษณะแปลกประหลาด
จมูกโด่งแหลม ตาโตปูดโปน หูแหลมกางออก
กำลังเต้นไปรอบกองไฟลุกโชน
ตามจังหวะเสียงกลองมโหรทึกที่ทำจากสำริดเช่นกัน
เหล่าคนร่วมพิธีเป็ชายสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น นุ่งกระโปรงหญ้า
มีผ้าคาดศีรษะ ทัดด้วยขนนก สักลายตามแขนขา เป่าแคน
ทั้งหมดเต้นตามจังหวะกลองไปรอบวงกลมของลานพิธีนั้น
พวกเขาใช้สุนัขสีดำมาเป็เครื่องเซ่นสังเวยเทพปีศาจ
โดยนำเืของมันพรมไปรอบบริเวณ รวมถึงในกองไฟ
และสิ่งสำคัญในการทำพิธีอีกอย่างคือ
มณีนักษัตรปีจอ ซึ่งถูกวางบนแท่นหินหน้าลานบวงสรวงนั้น
หัวหน้าเผ่าและเจียวถิง พร้อมบุคคลสำคัญในหมู่บ้านกำลังนั่งชมอยู่ข้างลานพิธี
เมื่อเสร็จสิ้นการบวงสรวงผู้นำเผ่าก็ส่งมอบมณีนักษัตรให้ราชินีเพลิงมารเจียวถิง
แต่ก่อนที่นางจะััหินแก้วนั้น
เงาสีขาววูบหนึ่งพัดผ่าน โฉบเอามณีเลอค่าไปจากถาดในมือหัวหน้าเผ่า
เจียวถิงหันไปมองตาม
เป็หลี่เจียเป่า แม่ทัพ์ตะวันออกนั่นเอง
นางมารไฟโกรธจัด ร้องเรียกบริวาร
“ปีศาจกินความดี จัดการมันเลย”
ปีศาจประจำตอนนี้ ปีศาจกินความดี (善食魔)
พลังพิเศษ:ไม่ได้กินพลัง แต่กิน "ความดีงาม" และ "คุณธรรม"ในจิตใจของเทพเซียน ทำให้พวกเขากลายเป็คนเ็า เห็นแก่ตัวและไม่มีความเมตตาอีกต่อไป
จุดอ่อน:การกระทำที่เสียสละอย่างแท้จริงหรือการแสดงออกถึงความรักและเมตตาที่ไม่หวังผลตอบแทน
อสูรร้ายปล่อยคลื่นกินความดีปกคลุมแม่ทัพ์
แต่ดวงใจบริสุทธิ์ของเขาช่วยคุ้มครองให้รอดพ้นจากอำนาจปีศาจ
“พลังของแกทำอะไรข้าไม่ได้หรอกเพราะข้าทำดีไม่หวังผลตอบแทน”
กล่าวจบ แม่ทัพ์ก็นำมณีเหาะหนีไปได้
เจียวถิงเห็นดังนั้นก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ไฟลุกท่วมตัว
ณ กองบัญชาการทัพ์ ยอดเขาหวงซาน
ขุนพลเจิ้งฝู เห็นแม่ทัพภาคตะวันออก หลี่เจียเป่าเดินถืออะไรในมือมา ก็ร้องทัก
“อ้าว ท่านแม่ทัพ นั่นถืออะไรมาละท่าน”
แม่ทัพ “อ๋อ นี่คือมณีนักษัตรปีจอ ที่แย่งมาจากเจียวถิง
จือชางก็เอ่ยปาก “ขอข้าดูหน่อยสิ...”
แม่ทัพ “ ได้สิ เชิญท่าน” ยื่นกล่องมณีให้จือชาง
ขุนพลรับมาเพ่งพินิจ ก่อนจะกล่าว “เพื่อให้แน่ใจว่ามณีชิ้นนี้เป็ของจริง ขอให้ข้านำไปตรวจสอบก่อนได้หรือไม่ท่านแม่ทัพ”
“อ๋อ ได้สิ เช่นนั้นฝากท่านดูแลต่อไปก็แล้วกัน”แม่ทัพกล่าวก่อนจะเดินจากไป
ขุนพลก็เก็บกล่องมณีไว้ในอกเสื้อ แล้วเดินเข้าไปหาชุนฮวาในห้องพัก
“ท่านแม่...”
หญิงสาวเห็นลูกชายมาหาก็ทักตอบ
“ว่าไงลูก กลับจากทำภารกิจแล้วหรือ”
“ลูกมีอะไรจะให้แม่ดู ตามลูกออกไปนอกห้องก่อนสิ”
ชุนฮวาทำหน้าสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มแล้วเดินตามออกไป
จือชางหันมายืนตรงหน้ามารดา
แล้วมีประกายแสงวาบจากั์ตา
ทำให้ชุนฮวาก็ถูกมนต์สะกด
จือชางพาแม่ที่กลับชาติมาเกิดเหาะขึ้นฟ้าหายเข้ากลีบเมฆ
ณ ตำหนักเจ็ดสายน้ำใต้เงามาร (魔鬼陰影下的七河宮殿) เมืองฉงจั้ว(崇左市)
ท่ามกลางขุนเขาหินปูน น้ำตกตระการตา ลำธารใสสงบนิ่ง
ภายในห้องอันมืดสลัว
หนี่หวงอิ๊นซึ่งทำงานไม่สำเร็จ ถูกจวินอู่ฮวางจับล่ามโซ่กางแขนยืนรับการลงโทษมีสมุนมารคอยฟาดแส้สายฟ้าใส่ร่างเจียวถิงตลอดเวลา
“อ๊า....” เสียงร้องด้วยความเ็ปทรมานจากปากนางมารไฟ
เซียวเยี่ยนหลงได้รับคำสั่งให้ยืนเฝ้า เห็นหล่อนถูกทำร้ายนับครั้งไม่ถ้วนก็เริ่มสงสารนางที่ตนหลงรักมาแต่แรก
เจียวถิง ข้าขอโทษ ที่ตอนนี้ยังช่วยเ้าไม่ได้
แต่ไม่ช้า ข้าต้องพาเ้าออกไปแน่
อดทนหน่อยนะ (เขาคิดในใจ)
นับแต่นั้น เขาก็คิดมีใจออกห่างจากจอมมารจักรวาลอย่างเงียบๆ
ในห้องกักตัวชุนฮวา ตำหนักเดียวกัน
จวินอู่ฮวางเผยร่างแท้จริงเดินออกจากเงามืดเป็ชายหนุ่มรูปงามสวมเสื้อแขนยาวสีขาว ปล่อยชายเสื้อลงมาถึงข้อเท้าคลุมทับไหล่ด้วยผ้าสีดำผูกไว้กับคอ
“แกจับฉันมาทำไม ปลอมตัวเป็ลูกชายข้า ไอ้มารชั่ว”ชุนฮวาด่าด้วยความโกรธ
จอมมารใช้มือขวาลูบเรือนผมของหญิงสาวอย่างแ่เบาก่อนกล่าว
“ที่ข้าพาตัวเ้ามา ก็เพราะอยากจะให้รู้ความจริงเกี่ยวกับพ่อที่แท้จริงของเ้า....”
สาวชาวป่าก็โต้แย้ง “พ่อของข้าในชาติก่อนก็คือม่อเทียนหลง ส่วนในชาตินี้ พ่อแม่เป็ชาวป่า ท่านสิ้นชีวิตไปหมดแล้วเ้าจะมากล่าวหาประโยชน์อันใด”
“เ้าจะเชื่อข้าหรือไม่ก็แล้วแต่เ้า ข้าเพียงอยากจะบอกว่าม่อซั้งซั่งไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของม่อเทียนหลง เพราะนางคือลูกติดท้องแม่เ้าที่เกิดจากข้า ก่อนจะถูกไอ้มารชั่วนั่นแย่งแม่ของเ้าไปเป็เมีย
แต่เดิมหยวนจี๋ต้าตี้มีศิษย์หลายคน
นอกจากข้าจวินอู่ฮวาง ชื่อเดิม จินอู่ เป็ศิษย์คนโต
ต่อมาคือม่อเทียนหลง แล้วก็ไต้เทียนอ๋อง
และแม่ของซั่งเอ๋อ ชื่อจริง ซู่เหลียน เป็ศิษย์คนสุดท้อง
ซู่เหลียนรักกันอยู่กับจินอู่มาก่อน
ต่อมาม่อเทียนหลงร่วมมือกับไต้เทียนอ๋องทำร้ายจินอู่ก่อนจับใส่หีบเหล็กส่งขึ้นยานขนขยะไปทิ้งสุดขอบจักรวาลโดยอ้างว่าเป็ขยะมีพิษ
แล้วใส่ร้ายว่าเขาทิ้งเมียไปอยู่กับหญิงอื่น
และคนที่ทำให้แม่ของซั่งเอ๋อตายก็คือม่อเทียนหลงนี่เอง
เพราะนางรู้ความลับของม่อเทียนหลงที่พยายามขโมยยาเม็ดะจากหยวนจี๋ต้าตี้ผู้เป็อาจารย์....
เคราะห์ดี ที่โลกธาตุซึ่งข้าไปถึงมีพลังมารเข้มข้นหนาแน่น ข้าสะสมไอปีศาจหลายร้อยปี จนหาทางกลับคืนมายังโลกนี้ได้”
ชุนฮวาฟังแล้วยังไม่เชื่อคิดว่าเป็แผนใส่ร้ายม่อเทียนหลง
“แกคิดว่าฉันจะโง่เชื่อคำหลอกลวงของเ้าหรือไอ้ปีศาจชั่ว”
จอมมารจักรวาลตอบสีหน้าเรียบเฉย
“อีกไม่นาน เ้าจะรู้ความจริงทั้งหมด”
เขากล่าวจบก็เดินออกจากห้องไปแล้วปิดประตู
ปล่อยให้ชุนฮวานั่งหงุดหงิดเพียงลำพัง
นางนึกไตร่ตรองคำพูดของจินอู่ก็ดูมีเหตุผล
เพราะในชาติก่อนม่อเทียนหลงเลี้ยงดูหล่อนมาอย่างโหดร้าย ฝึกให้เป็คนเืเย็น สังหารคนได้โดยไม่กระพริบตา
หากเป็บิดาที่แท้จริงจะเลี้ยงบุตรสาวให้เป็นางปีศาจใจเหี้ยมได้หรือ
ณกองบัญชาการทัพ์ เขาหวงซาน
ขุนพลจือชางกลับจากภารกิจไม่พบนางชุนฮวาก็ว้าวุ่นใจ
“ท่านแม่หายไปไหนใครเห็นบ้าง”
ทหารเทพที่เฝ้าสถานที่กล่าว“ก่อนหน้านี้ เห็นท่านขุนพลมาพบนาง แล้วพากันเดินออกไปข้างนอกนี่ครับ”
“ว่าไงนะข้าเพิ่งมา จะออกไปกับนางได้อย่างไร หรือว่า จะเป็ปีศาจปลอมตัวมา แย่ละสิ”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ พี่จือชาง?”องค์หญิงชิงหลิงเดินเข้ามา ก็เอ่ยถาม
“แม่ชุนฮวาหายตัวไปทหารเฝ้ากองทัพบอกว่ามีคนรูปร่างหน้าตาเหมือนข้าพานางออกไป เกรงว่าเป็พวกมารร้ายปลอมตัวมา”
“แย่จริงเช่นนั้นเราไปขอให้เ้าแม่จิ่วเทียนทรงตรวจดูด้วยกระจกส่องิญญาเถิดจะได้ตามไปช่วยเหลือนาง”
“ก็ดีเหมือนกันเข็มทิศส่องมารของข้าก็ไปอยู่กับเจียวถิงยังไม่ได้คืน”
ครั้นแล้วสองขุนพลชายหญิงก็หายวับไปยังตำหนักนพเก้าของเ้าแม่เจียงลี่ซือ เหนือเทือกเขาอัลไต
ภาพที่ปรากฏในกระจกส่องิญญาเป็ถ้ำวงกต ภายใต้สายน้ำ เมืองฉงจั้ว รอยต่อดินแดนจงหยวนและไดเวียด
“มันจับชุนฮวาไปในดินแดนกว่างซีจ้วงพวกเ้าจงตามไปที่นั่นเถิด” เ้าแม่์ชั้นเก้าบอกกล่าว
“ขอบพระคุณเ้าแม่ขอตัวลา” จือชางและชิงหลิงกล่าวพร้อมกัน ก่อนจะหายวับไปกับแสงสีทอง
จิ่วเทียนเสวียนหนี่เอ่ยกับตัวเองเบาๆ
“เจียวถิงเอ๋ยเมื่อสักครู่ข้าได้เห็นอดีตชาติของเ้าโดยบังเอิญ นึกไม่ถึงสังสารวัฏนี้ช่างสลับซับซ้อนวุ่นวายเสียจริง ในไม่ช้าเ้าจะได้รู้แน่นอน ว่าเ้าเป็ใคร...”
จบตอนที่ 12
(แต่งจบตอนวันที่14 ก.ค.68 )
หมายเหตุ
ศัพท์จีนที่เกี่ยวข้อง
จินอู่ (金武)ชื่อเดิมของจวินอู่ฮวาง พ่อที่แท้จริงของม่อซั้งซั่งในชาติก่อน
ซู่เหลียน (素莲) แม่ของม่อซั้งซั่งในชาติก่อน