ภายนอกคฤหาสน์
ทันทีที่เจียงเหนียนและอีกสองคนเดินออกมาพ้นคฤหาสน์ตระกูลเย่ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็ดุร้าย
"นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!"
จางเลี่ยกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว "วันใดที่ตระกูลเย่เรืองอำนาจ พวกมันต้องขับไล่และกำจัดทุกคนที่ขวางหูขวางตาเป็แน่"
หลีหยูกล่าวอย่างเ็า "นั่นเพราะเย่หลางคือคนที่ถูกเลือกให้ดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมา และตอนนี้ตระกูลเย่ก็มีเย่หลาง พวกมันดูถูกแม้กระทั่งคฤหาสน์ชาเต๋อเหลียนเสียด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับพวกเรา"
เจียงเหนียนส่ายศีรษะ "พอเถอะ พวกเราจำต้องกลืนความภาคภูมิใจและแบกรับความรู้สึกนี้ไว้ พวกเ้าไม่ควรเป็กังวลไป เราจะยังจับตาและเฝ้าดูพวกมันอยู่ ่เวลาดี ๆ มิอาจคงอยู่ได้นาน ด้วยความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจพวกตระกูลเย่ พวกมันจะต้องประสบโชคร้ายในสักวัน!"
เมื่อกล่าวดังนั้น ทุกคนก็แยกย้ายหายลับไปหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลเย่
...
ด้วยท่าทีประนีประนอมจากทั้งฝ่ายผู้นำตระกูลหลี ผู้นำตระกูลจาง และคฤหาสน์ชาเต๋อเหลียน ทำให้คนในตระกูลเย่โกรธเคืองและแบ่งฝ่ายกันทันที!
ในอดีต ตระกูลเย่เป็เหมือนเบี้ยล่างอยู่ภายใต้อำนาจของตระกูลอื่นๆมาตลอด แต่ตอนนี้เป็เพราะเย่หลาง สมาชิกทั้งหมดในตระกูลเย่จึงได้มีความมั่นใจขึ้นมา!
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กหนุ่มจากตระกูลเย่หลายคนคิดว่าพวกตัวเองเป็ตระกูลขุนนางที่ดีที่สุดในเมืองชิง ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่เหล่าผู้าุโก็เห็นด้วย
ในตอนนี้เกือบทุกคนชื่นชอบเย่หลาง แต่ในขณะเดียวกันบางคนก็ยังจดจำเย่ฉวนได้
"เ้าได้ยินว่าเย่ฉวนไม่ได้ออกมานอกบริเวณลานบ้านนานแล้วหรือ?"
"เขาจะกล้าออกไปหรือเปล่าล่ะ? ตอนนี้เ้าพวกเด็กรุ่นใหม่ในเมืองชิงจะเกรงกลัวใครไปมากกว่าเย่หลางกันเล่า? แน่นอนว่าไม่ ทั่วทั้งแค้วนเจียงในหมู่คนรุ่นเดียวกัน พี่เย่หลางถือว่าโดดเด่นที่สุด! และสำหรับเย่ฉวน ข้าเกรงว่าเขาจะไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเป็ข้ารับใช้ของพี่เย่หลางเสียด้วยซ้ำ"
"จริงของเ้า หากเขายอมขอขมาั้แ่แรกก็สิ้นเื่ ไม่แน่ว่าบางทีคงรักษาชีวิตไว้ได้"
"ใครสนกันว่าเขาจะเป็หรือจะตาย เ้ารู้หรือไม่ว่าคนรุ่นใหม่ในตระกูลเย่อย่างพวกเรานั้นมีเกียรติเพียงใด? เมื่อวานข้าเดินผ่านเด็กตระกูลจาง พอเจอข้าตบเข้าไปหลายทีั้แ่แรกเจอเข้าหน่อย เขาก็ไม่กล้าผายลมออกมาด้วยซ้ำ!"
"ฮ่าฮ่า ส่วนข้าเจอทายาทตระกูลหลีในสวนยี่ฉุน คนที่เมื่อก่อนมีแต่เย่ฉวนอยู่ในสายตา แต่เมื่อวานนี้ข้าสั่งให้มันไสหัวไป มันก็ไม่กล้าผายลมออกมาแน่ะ เื่นี้แหละทำให้ข้าดีใจจริงๆ!"
"ใช่ไหมล่ะ? ตอนนี้ในเมืองชิง ถือว่าตระกูลเย่เป็ใหญ่ ทั้งหมดนี้ก็เป็เพราะว่าพี่เย่หลาง ไป ไป พวกเราไปหาพี่เย่หลางกันเถอะ..."
"..."
ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ
เย่ฉวนถือกระบี่หลิงเซี่ยวกวัดแกว่งไปมาไม่หยุดหย่อน
เขากำลังโหมฝึกอย่างบ้าคลั่ง!
สำหรับเย่ฉวน สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ก็คือมุ่งมั่นที่จะเป็เซียนกระบี่ให้ได้ ชีวิตของน้องสาวขึ้นอยู่กับเขา เขาตระหนักรู้ถึงความสำคัญของความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นว่า หากชายใดตกอยู่ในความอัปยศอดสูแล้ว ก็ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าสุนัขตัวหนึ่ง!
แม้ว่าชายหนุ่มจะเคยทำประโยชน์และหยิบยื่นความช่วยเหลือมากมายให้กับตระกูลเย่ แต่ครอบครัวกลับยังทอดทิ้งเขาตามอำเภอใจ
ตนนี่แหละ ต้องเป็ที่พึ่งแห่งตน!
ใหอคอย เย่ฉวนไม่รู้เลยว่าตัวเองฟันดาบไปกี่ครั้ง แต่ตอนนี้เขาสามารถตัดเส้นผมด้วยเพียงดาบเดียวได้แล้ว อาจกล่าวได้ว่าเขากลายเป็ผู้ฝึกฝนกระบี่เต็มตัวแล้ว
อย่างไรก็ตาม เท่านี้มันยังไม่ดีพอ!
การใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาเรียกได้ว่าเป็เพียงผู้ฝึกฝนกระบี่ธรรมดาเท่านั้น และเขายังมีช่องว่างอีกมากถ้าจะเป็เซียนกระบี่ที่ยิ่งใหญ่!
ระหว่างที่ฝึกฝน ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ศึกนัดชี้ชะตาเป็ตายระหว่างเขากับเย่หลางจะเกิดขึ้นในอีกสามวัน!
วันนี้เป็วันที่เย่ฉวนออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ ทันทีที่ก้าวออกมาเขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเนื่องจากนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เป็เวลาที่จะต้องส่งเสบียงให้เย่หลิงแล้ว!
"มีอะไรเกิดขึ้นกับนางหรือเปล่า?"
เย่ฉวนรีบร้อนไปที่ห้องของเย่หลิง เวลานี้เย่หลิงนอนตัวสั่นอยู่บนเตียง ปอยผมบางส่วนเริ่มกลายเป็สีขาว!
เมื่อเห็นแบบนี้เย่ฉวนก็พลันหน้าซีด เขารีบวิ่งไปหยิบขวดหยกขาวเหมือนอย่างเคย แต่ทว่าไม่เหลืออะไรข้างในนั้นแล้ว!
"ยาหมด!"
เย่ฉวนตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ "บ้าเอ๊ย นี่ข้าลืมไปได้อย่างไร หากยาหมด เย่หลิงต้องตายแน่!"
พูดดังนั้นเย่ฉวนก็ตบหน้าตัวเองอีกครั้ง เขารีบร้อนเอามือจับที่แก้มของเย่หลิงก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "รอก่อนนะ พี่จะรีบกลับมา!"
หลังพูดจบเย่ฉวนก็วิ่งออกมานอกห้องอย่างบ้าคลั่งและวิ่งตรงไปที่ห้องโอสถของคฤหาสน์ตระกูลเย่ทันที
"เย่ฉวนออกมาแล้ว!"
เมื่อได้เห็นเย่ฉวน ข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็วโดยฝีมือของพวกเด็กหนุ่มตระกูลเย่ บางคนพยายามขัดขวางเขาทำให้ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด
ถ้าเป็เมื่อก่อนพวกเขาคงไม่กล้าทำอย่างแน่นอน แต่เดี๋ยวนี้ เมื่อตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลเย่ได้เปลี่ยนผ่านไปที่เย่หลางแล้ว เด็กหนุ่มเหล่านี้จึงไม่ได้เกรงกลัวเย่ฉวนเช่นดังเดิม
ระหว่างทางเดิน กลุ่มหนึ่งพยายามที่จะหยุดเย่ฉวนซึ่งนำโดยเย่เฟิง ผู้เป็หลานสายตรงของผู้เฒ่าตระกูลเย่ และเป็ลูกพี่ลูกน้องของเย่หลาง
เย่เฟิงมองไปที่เย่ฉวนและยิ้ม "เย่ฉวน เ้าหลบเป็เต่ามุดหัวอยู่ในกระดองมาได้ตั้งหลายวัน แล้วเหตุใดวันนี้จึงออกมาวิ่งพล่านข้างนอกได้เล่า?"
เย่ฉวนไม่สนใจเย่เฟิงและคนอื่น ๆ เขายังคงมุ่งหน้าไปที่ห้องโอสถ แต่เย่เฟิงมายืนขวางหน้าเย่ฉวนและหัวเราะ "เย่ฉวน ดูท่าทางเ้ากำลังรีบนะ นี่เป็เพราะน้องสาวนอกไส้ของเ้ากำลังจะตายใช่หรือไม่? ซึ่งถ้าเป็เช่นนั้น ข้าคงต้องขอแสดงความยินดีกับเ้าล่วงหน้าเลยแล้วกัน อย่างน้อยวันหน้าเ้าก็จะได้มีภาระน้อยลง..."
จังหวะนี้ก่อนที่เย่เฟิงจะทันได้ตอบสนอง เย่ฉวนก็ตรงไปที่เขาก่อนจะปล่อยหมัดะเิกลางลำคอออกมาแบบไม่ยั้งมือ
"กริ๊ก!"
เสียงกระดูกหัก
ทุกคนตกตะลึง
เย่เฟิงตาเบิกกว้าง ลูกตาทะลักออกมาข้างนอก
ทันใดนั้นเย่ฉวนก็ชักมีดสั้นที่เอวขึ้นมาและตัดคอของเย่เฟิง
"ฉับ!"
ศีรษะของเย่เฟิงกระเด็นลอยไปไกล!
เย่ฉวนทิ้งมีดสั้นในมือ และมองไปที่เด็กหนุ่มตระกูลเย่ที่เหลืออย่างดุดัน "ใครหน้าไหนที่มันกล้าว่าร้ายน้องสาวของข้า? ข้าจะทำให้มันพูดไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต!"