ยอดเขาเฟิ่งหลิง คลุมด้วยไอหมอกตลอดทั้งวัน
ที่นี่คือเขตหวงห้ามของเมืองเทียนฉี — เขตอันตรายที่สัตว์อสูรระดับ 3และ 4 พำนักอยู่
ไม่มีผู้ฝึกยุทธหน้าไหนกล้าเข้าไปลึกนักหากยังมีชีวิตที่อยากรักษาไว้...
...แต่วันนี้เด็กหนุ่มคนหนึ่งกลับเดินฝ่าดงไอหมอกขึ้นเขาอย่างมั่นคง
เซียฉินสวมชุดเก่าธรรมดา มีเพียงถุงผ้าที่สะพายไว้ข้างหลัง
ด้านในบรรจุสมุนไพรป้องกันกลิ่นตัว สมุนไพรป้องกันพิษและเม็ดยาสำรองบางส่วนที่เขาหลอมไว้ได้จากความรู้เบื้องต้น
“สมุนไพริญญา... ถ้าเป็อย่างที่ผู้าุโตระกูลไป๋พูด...”
“มันน่าจะอยู่ในเขตชั้นใน ริมผาหินน้ำตกที่มีหมอกล้อมรอบทั้งปี”
เซียฉินหลับตาลง ค่อย ๆ ซึมซับกลิ่นอากาศรอบตัว
กลิ่นดินชื้น กลิ่นใบไม้ และกลิ่นของ…สัตว์อสูรที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่นาน
“ทางนั้นไม่ปลอดภัย...”
เขาเบี่ยงเส้นทางทันที และหยิบหญ้าซิงหลงบดละเอียดทาที่เสื้อผ้าก่อนเร่งฝีเท้า
...
การเดินทางผ่านไปหลายชั่วยาม
ตลอดเส้นทาง เขาใช้ความรู้จากความทรงจำที่เห็นในฝันแล้วผสานกับความความรู้จากคุณตา
เลี่ยงกับดักจากธรรมชาติ และดักหลบเส้นทางของสัตว์อสูรระดับ 3ได้อย่างหวุดหวิด
บ่อยครั้งที่ต้องหลบซ่อนอยู่ใต้เงาไม้หรือขุดหลุมดินชั่วคราวเพื่อกลบกลิ่นตัว
จนกระทั่ง...
เสียงน้ำตกดังมาแต่ไกล — พร้อมกับไอหมอกหนาทึบที่กลายเป็ม่านบังสายตา
“ถึงแล้ว…”
เซียฉินค่อย ๆ คลานขึ้นเนินหิน —แล้วสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เขาแทบกลั้นหายใจ
กลางผืนหญ้าสีมรกต ริมแอ่งน้ำใส —มีต้นสมุนไพรสีขาวเงินสูงเพียงฝ่ามือหนึ่ง
เกสรภายในสีม่วงอมฟ้าอ่อน ส่งกลิ่นหอมเย็นที่ไม่อาจบรรยาย
“หญ้าิญญาระดับสูง... ยังบริสุทธิ์ขนาดนี้…”
เขารีบตรวจสอบรอบข้างด้วยสัญชาตญาณ — ไม่พบสัญญาณของสัตว์อสูร
ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าสมุนไพร
“ข้า… ไม่มีเวลา”
“และด้วยความสามารถของข้า ข้าไม่สามารถหลอมมันเป็ยา...”
“แต่หากรออีก... ข้าอาจไม่มีโอกาสได้ััมันอีกเลย”
เซียฉินกัดฟัน หยิบสมุนไพรขึ้นมา —ใช้เข็มของหมอเจาะก้านให้สารพิษระบายออก
ก่อนกลืนดอกไม้และใบลงไปอย่างช้า ๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง
...
ทันทีที่กลืนคำแรกลงไป
ลำคอของเขารู้สึกเย็นวาบ และร้อนลามไปถึงทรวงอกภายในเสี้ยววินาที
“อึก...!”
ร่างทั้งร่างกระตุก
ความเย็นที่เหมือนมีน้ำแข็งพันรอบกระดูกปะทะกับความร้อนคล้ายเปลวเพลิงในเส้นปราณ
เขาทรุดลงกับพื้น — มือจิกหญ้าแน่น ใบหน้าแดงก่ำจากความปวดร้าว
เสียงชีพจรเต้นดังทั่วร่าง ดวงตาพร่ามัว ราวกับมีพายุพลังโหมกระหน่ำในร่างกาย
เขาได้ยินเสียงหัวใจตนเองดังชัด... แต่โลกทั้งใบกลับหมุนเคว้ง
“ข้า...จะตายเพราะกินมันงั้นหรือ...”
ไม่...
เขาฝืนทิ้งตัวไปพิงหินก้อนหนึ่ง
ฝืนใช้พลังจิตที่ยังมีเหลือ โคจรพลังปราณอย่างช้า ๆตามวิชาฝึกพื้นฐานของคุณตา
แต่ผลกลับเหมือนเปิดประตูให้พลังิญญาไหลทะลักเข้าสู่จุดตัน
“อ๊ากกกก!!”
เสียงกรีดร้องปะทุขึ้น กลืนหายไปในม่านหมอก
ร่างของเขาสั่นไหวก่อนจะทรุดลงนอนแน่นิ่ง
...
หมอกยามเย็นคลี่คลุมทั้งหุบเขา
เงาร่างของเด็กหนุ่มที่หมดสติ นอนแน่นิ่งอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่
แต่ใต้ิัของเขา... ลำแสงจางบางสีขาวอมฟ้ากำลังไหลเวียนอย่างช้า ๆ
การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นแล้ว
แม้เขายังไม่รู้ตัว