จักรพรรดิกระบี่โอสถ

    บทที่ 8 — กลิ่นหอมในม่านหมอก

    ยอดเขาเฟิ่งหลิง คลุมด้วยไอหมอกตลอดทั้งวัน

    ที่นี่คือเขตหวงห้ามของเมืองเทียนฉี — เขตอันตรายที่สัตว์อสูรระดับ 3และ 4 พำนักอยู่
    ไม่มีผู้ฝึกยุทธหน้าไหนกล้าเข้าไปลึกนักหากยังมีชีวิตที่อยากรักษาไว้...

    ...แต่วันนี้เด็กหนุ่มคนหนึ่งกลับเดินฝ่าดงไอหมอกขึ้นเขาอย่างมั่นคง

    เซียฉินสวมชุดเก่าธรรมดา มีเพียงถุงผ้าที่สะพายไว้ข้างหลัง
    ด้านในบรรจุสมุนไพรป้องกันกลิ่นตัว สมุนไพรป้องกันพิษและเม็ดยาสำรองบางส่วนที่เขาหลอมไว้ได้จากความรู้เบื้องต้น

    “สมุนไพร๥ิญญา๸... ถ้าเป็๲อย่างที่ผู้๵า๥ุโ๼ตระกูลไป๋พูด...”
    “มันน่าจะอยู่ในเขตชั้นใน ริมผาหินน้ำตกที่มีหมอกล้อมรอบทั้งปี”

    เซียฉินหลับตาลง ค่อย ๆ ซึมซับกลิ่นอากาศรอบตัว
    กลิ่นดินชื้น กลิ่นใบไม้ และกลิ่นของ…สัตว์อสูรที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่นาน

    “ทางนั้นไม่ปลอดภัย...”

    เขาเบี่ยงเส้นทางทันที และหยิบหญ้าซิงหลงบดละเอียดทาที่เสื้อผ้าก่อนเร่งฝีเท้า

    ...

    การเดินทางผ่านไปหลายชั่วยาม

    ตลอดเส้นทาง เขาใช้ความรู้จากความทรงจำที่เห็นในฝันแล้วผสานกับความความรู้จากคุณตา
    เลี่ยงกับดักจากธรรมชาติ และดักหลบเส้นทางของสัตว์อสูรระดับ 3ได้อย่างหวุดหวิด
    บ่อยครั้งที่ต้องหลบซ่อนอยู่ใต้เงาไม้หรือขุดหลุมดินชั่วคราวเพื่อกลบกลิ่นตัว

    จนกระทั่ง...
    เสียงน้ำตกดังมาแต่ไกล — พร้อมกับไอหมอกหนาทึบที่กลายเป็๞ม่านบังสายตา

    “ถึงแล้ว…”

    เซียฉินค่อย ๆ คลานขึ้นเนินหิน —แล้วสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เขาแทบกลั้นหายใจ

    กลางผืนหญ้าสีมรกต ริมแอ่งน้ำใส —มีต้นสมุนไพรสีขาวเงินสูงเพียงฝ่ามือหนึ่ง
    เกสรภายในสีม่วงอมฟ้าอ่อน ส่งกลิ่นหอมเย็นที่ไม่อาจบรรยาย

    “หญ้า๭ิญญา๟ระดับสูง... ยังบริสุทธิ์ขนาดนี้…”

    เขารีบตรวจสอบรอบข้างด้วยสัญชาตญาณ — ไม่พบสัญญาณของสัตว์อสูร
    ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าสมุนไพร

    “ข้า… ไม่มีเวลา”
    “และด้วยความสามารถของข้า ข้าไม่สามารถหลอมมันเป็๞ยา...”
    “แต่หากรออีก... ข้าอาจไม่มีโอกาสได้๱ั๣๵ั๱มันอีกเลย”

    เซียฉินกัดฟัน หยิบสมุนไพรขึ้นมา —ใช้เข็มของหมอเจาะก้านให้สารพิษระบายออก
    ก่อนกลืนดอกไม้และใบลงไปอย่างช้า ๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง

    ...

    ทันทีที่กลืนคำแรกลงไป
    ลำคอของเขารู้สึกเย็นวาบ และร้อนลามไปถึงทรวงอกภายในเสี้ยววินาที

    “อึก...!”

    ร่างทั้งร่างกระตุก
    ความเย็นที่เหมือนมีน้ำแข็งพันรอบกระดูกปะทะกับความร้อนคล้ายเปลวเพลิงในเส้นปราณ

    เขาทรุดลงกับพื้น — มือจิกหญ้าแน่น ใบหน้าแดงก่ำจากความปวดร้าว

    เสียงชีพจรเต้นดังทั่วร่าง ดวงตาพร่ามัว ราวกับมีพายุพลังโหมกระหน่ำในร่างกาย
    เขาได้ยินเสียงหัวใจตนเองดังชัด... แต่โลกทั้งใบกลับหมุนเคว้ง

    “ข้า...จะตายเพราะกินมันงั้นหรือ...”

    ไม่...

    เขาฝืนทิ้งตัวไปพิงหินก้อนหนึ่ง
    ฝืนใช้พลังจิตที่ยังมีเหลือ โคจรพลังปราณอย่างช้า ๆตามวิชาฝึกพื้นฐานของคุณตา

    แต่ผลกลับเหมือนเปิดประตูให้พลัง๥ิญญา๸ไหลทะลักเข้าสู่จุดตัน

    “อ๊ากกกก!!”

    เสียงกรีดร้องปะทุขึ้น กลืนหายไปในม่านหมอก
    ร่างของเขาสั่นไหวก่อนจะทรุดลงนอนแน่นิ่ง

    ...

    หมอกยามเย็นคลี่คลุมทั้งหุบเขา
    เงาร่างของเด็กหนุ่มที่หมดสติ นอนแน่นิ่งอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่

    แต่ใต้๵ิ๭๮๞ั๫ของเขา... ลำแสงจางบางสีขาวอมฟ้ากำลังไหลเวียนอย่างช้า ๆ

    การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นแล้ว
    แม้เขายังไม่รู้ตัว