แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก (เสียงลมหายใจหอบเหนื่อย)
"เมื่อกี้มันคือตัวอะไรกัน ทำไมในป่าบริเวณนี้ถึงได้มีเ้าตัวนั้นได้" เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่หลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ซึ่งกำลังใกลัวจนหน้าซีดเผือด
"เฮ้ เ้าหนุ่ม นายไม่เป็อะไรใช่ไหม" เสียงชายแก่คนหนึ่งที่หลบอยู่หลังต้นไม้ใกล้ๆอีกต้นเอ่ยถามออกมา
"ครับ ผมไม่เป็อะไร ว่าแต่คุณลุงพอจะรู้บ้างไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น" เด็กหนุ่มเอ่ยถาม
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันแต่เมื่อกี้เห็นแว่บๆเหมือนกับว่ามีกลุ่มคนจำนวนนึงเข้ามาทำหรือตามหาอะไรบางอย่างภายในป่าก่อนหน้านี้นะ" ชายแก่ครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนตอบกลับไป
"ว่าแต่วันนี้ยังไม่ทันได้เก็บอะไรออกมาเลย ก็ดันเจอเื่วุ่นวายเข้าซะก่อนแล้วนี่ซิ" ชายแก่บ่นอย่างอดเสียไม่ได้
"นั่นซิครับ ผมก็รู้สึกว่าเช้านี้อากาศกำลังดี ก็คิดไว้ว่าวันนี้คงจะได้อะไรดีๆกลับมาบ้าง พอเจอแบบนี้เข้าก็...เฮ้อ" เด็กหนุ่มพูดพลางถอนหายใจ พร้อมถอดสายตามองไกลออกไปข้างหน้า
ย้อนกลับไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน ตอนหกโมงเช้า
เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก (เสียงไก่ขันตอนเช้า)
แกร้ก แกร้ก แอ้ด (เสียงเปิดบานหน้าต่างไม้เก่าๆ)
สายลมเย็นๆยามรุ่งอรุณไหลผ่านหน้าต่างเข้ามาปะทะใบหน้าทำให้รู้สึกเย็นสบาย
"อ้า อากาศเช้านี้เย็นสดชื่นดีจริงๆ"
ใช่แล้วครับ ที่นี่คือห้องเช่าที่ผมอาศัยอยู่ เป็ชั้นบนสุดของอาคารหรือก็คือชั้นดาดฟ้า อันที่จริง มันไม่นับว่าเป็ห้องไว้สำหรับให้เช่าหรอก เพราะมันเป็เพียงแค่เพิงไม้ผสมโครงเหล็กอย่างง่ายที่ต่อเติมเสริมกั้นเอาไว้เป็ห้องเก็บของและแค่กันแดดกันฝนได้เท่านั้นเองแต่ด้วยความจนตรอกของผม ผมจึงได้ขออนุญาตจากคุณยายที่เป็เ้าของอาคารแห่งนี้ เพื่อที่จะได้พักพิงเป็ที่ซุกหัวนอนให้กับเราสองคนพี่น้องได้
ผมชื่อ 'มีค่า' และน้องสาวของผมชื่อว่า 'มะลิ' เราสองคนพี่น้องอาศัยอยู่ภายในเพิงไม้เล็กๆบนอาคารหลังนี้ด้วยกัน
เมื่อห้าปีก่อน เราได้สูญเสียแม่ของเราไปจากโรคประจำตัว พ่อก็ไม่มี เลยทำให้เราทั้งสองคนต้องกลายเป็เด็กไร้บ้านในทันที ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นมันกะทันหันและรวดเร็วจนเกินไปที่เด็กอย่างพวกเราจะรับมือได้ ทั้งความเศร้าโศกเสียใจที่ต้องเสียแม่ไป ทั้งการจัดการงานศพ ทั้งเื่การเรียน การกิน ที่อยู่อาศัย ไม่มีแม้แต่ญาติสนิท จะมีก็แต่เพียงคนที่รู้จักกันแบบธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
แต่โชคยังดีที่ 'คุณยายม๊ะด๊ะ' เ้าของห้องพักที่แม่เช่าเอาไว้ ซึ่งท่านเป็คนจิตใจดี พอท่านได้ทราบเื่ จึงยังคงอนุโลมให้เราได้อยู่จนครบกำหนดและยืดเวลาอยูอาศัยให้จนกว่าผมจะพร้อม
แต่คำว่า 'พร้อม' สำหรับเด็กอายุสิบห้าคงไกลเกินไปหน่อยสำหรับผม แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังพอมีเวลาที่จะได้คิดและเตรียมการต่างๆให้เสร็จเรียบร้อยได้ซักระยะนึง นั้นจึงทำให้ผมตัดสินใจเลือกที่จะไม่เรียนต่อ เพื่อมาทำงานส่งน้องสาวเรียนแทน
พอถึงวันสุดท้าย ผมจึงได้รวบรวมความกล้าตัดสินใจที่จะขอที่ซุกหัวนอนจากคุณยายและได้เล่าอธิบายถึงแผนการที่ได้ตัดสินใจเอาไว้ให้กับคุณยายฟัง พอคุณยายได้ฟังแล้วจึงยินยอมให้ผมพักอาศัยอยู่ได้ตามที่ผม้า นั้นจึงเป็อะไรที่ทำให้ผมดีใจเป็อย่างมากและนั้นคือจุดเริ่มต้นชีวิตที่พลิกผันของผม ก่อนที่คุณยายจะตอบตกลง คุณยายได้พูดเพียงประโยคเดียวว่า
" 'มีค่า' ...อนาคตที่เ้าได้ตัดสินใจไปแล้ว ขอเพียงเ้าอย่าทิ้งมันไป ไม่สำคัญว่าจะเป็อะไร สักวันมันจะดีขึ้นได้อย่างแน่นอน จงจดจำความ 'มุ่งมั่น' ในความรู้สึกของวันที่ได้ตัดสินใจถึงสิ่งนี้เอาไว้ ว่านี้คือ 'ความหวัง' ที่เ้า้าที่จะให้ได้มันมาด้วยตัวของเ้าเอง"
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ผมทำได้แค่เพียงยิ้มและตอบกลับไปอย่างหนักแน่นว่า
"ครับคุณยาย"
เมื่อคุณยายได้ยินแล้วก็ยิ้มตอบกลับมา พร้อมทั้งหันหน้าเดินจากไป
และนั่นจึงทำให้ผมได้มาพักอยู่ที่แห่งนี้