ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 2 บทที่ 44 มาติวที่บ้านตอนกลางคืน

            หากจิ่งเยี่ยนกุยเป็นฝ่ายบุกไปหาที่บ้านตระกูลฟาง มันก็เหมือนกับการไปติดพันเขา แต่หากฟางเสียนจือมาที่บ้านเก่า นั่นแสดงว่าเขาสนใจเธอจริงๆ ซึ่งชาวบ้านจะมองเรื่องนี้ในมุมที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

            ฟางเสียนจือพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหันไปบอกจิ่งเยี่ยนกุยว่า “ถ้างั้นวันนี้ฉันกลับก่อนนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่รู้จะพูดอะไรดี เธอรู้สึกว่าปัญหาที่เขาพูดถึงเมื่อกี้นั้นดูมีเลศนัยเกินไป เธอยังไม่ทันได้แสดงความคิดเห็นอะไร เขาก็ตกลงกับหยางหว่านซิ่วไปแล้ว ถ้าตอนนี้เธอบอกว่า ไม่ต้องจะยังทันหรือเปล่า?

            หลังจากฟางเสียนจือไปแล้ว หยางหว่านซิ่วก็พูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความชื่นชมว่า “เสี่ยวฟางคนนี้นิสัยดีจริงๆ หล่อเหลา มีมารยาท ความรู้ก็เป็นเลิศ แถมยังใส่ใจเยี่ยนกุยมากอีกด้วย”

            พูดจบก็หันมามองจิ่งเยี่ยนกุยด้วยความผิดหวัง “ยายเด็กคนนี้ก็แปลก เมื่อวานยังฉลาดอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงได้ทึ่มแบบนี้นะ! เมื่อกี้ยังไม่รู้จักไปส่งเสี่ยวฟางอีก!”

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

            จะบอกได้ไหมว่าพอเธอได้ยินหยางหว่านซิ่วเอาแต่เรียกฟางเสียนจือว่าเสี่ยวฟาง เธอก็นึกถึงเพลงที่โด่งดังในยุคเก้าศูนย์อย่าง “เสี่ยวฟาง” ขึ้นมา?

            แต่จิ่งจงอี้กลับพูดตรงๆ ว่า “ผู้หญิงรู้จักสงวนท่าทีก็ดีแล้ว”

            หยางหว่านซิ่วพลันถลึงตาจ้องเขาเขม็ง “พูดเหมือนคุณรู้ทุกอย่างงั้นแหละ!”

            จิ่งจงอี้สูบยาเส้นแล้วหัวเราะ ไม่แก้ตัวใดๆ หยางหว่านซิ่วเห็นท่าทางแบบนั้นก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “รู้จักแต่หัวเราะ ไปให้อาหารหมูเลยไป!”

            จิ่งจงอี้เคาะยาเส้นแล้วถือถังน้ำไปให้อาหารหมู

            สองปู่ย่าทำคอกหมูเล็กๆ ไว้ข้างบ้านและเลี้ยงหมูไว้ตัวหนึ่ง ตอนนี้มันหนักประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบจิน อ้วนท้วนสมบูรณ์ดี  ทุกวันจะมีเสียงร้องหิวดังๆ ของมันมาจากในคอกหมู

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่กล้าทำให้หยางหว่านซิ่วไม่พอใจอีก จึงแลบลิ้นทะเล้นออกมาแล้วกลับเข้าไปพักผ่อนในห้องอย่างว่าง่าย แต่ก่อนไปก็ไม่ลืมขนหนังสือที่ฟางเสียนจือให้เข้าไปด้วย

            ในห้องของเธอไม่มีโต๊ะ มีเพียงหน้าต่างที่ใช้แผ่นพลาสติกปิดไว้ แสงสว่างก็ไม่ค่อยดี เธอจึงเปิดประตูห้องแล้วย้ายเก้าอี้ไม้ไผ่เก่าๆ ไปนั่งอ่านหนังสือใกล้ๆ ประตู

            หยางหว่านซิ่วแอบมองเห็นภาพนั้นก็หันไปเล่าให้จิ่งจงอี้ฟัง

            จิ่งจงอี้พยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เช้าวันรุ่งขึ้นไม่รู้ว่าไปหาโต๊ะเล็กๆ มาจากไหนให้จิ่งเยี่ยนกุยใช้อ่านเขียนหนังสือ

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าไม่ว่าหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้จะคิดอะไรกับเธอซับซ้อนแค่ไหน หรือจะเข้าข้างจิ่งเจี้ยนกั๋วมากเพียงใด แต่ความห่วงใยเหล่านี้เป็นของจริง

            เมื่อมีหนังสือเหล่านี้ ช่วงเวลาที่พักฟื้นอาการบาดเจ็บของจิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่ได้น่าเบื่อเท่าไรนัก เพราะการจะอ่านหนังสือเหล่านี้ให้หมดก็ต้องใช้เวลาอยู่เหมือนกัน

            ชาติที่แล้วเพราะเธอต้องเรียนแพทย์แผนจีนและต้องอ่านตำราโบราณ เธอจึงเคยเรียนภาษาโบราณอย่างหนักหน่วงอยู่ช่วงหนึ่ง ดังนั้นภาษาโบราณในหนังสือเรียนจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ

            เพราะถึงอย่างไรเธอก็อ่านวรรณกรรมยุคก่อนราชวงศ์ฉินได้สบายๆ มาตั้งนานแล้ว อย่างเช่น “จั่วจ้วน”[1] หรือ “ชุนชิว”[2] เป็นต้น ส่วนพวกบทกวีโบราณอย่าง “เถิงหวังเก๋อซวี่ ”[3] หรือ “ซือซัว”[4] ก็ถือว่าเป็นเรื่องง่ายมาก

            ส่วนที่ยากที่สุดของวิชาภาษาจีนคือภาษาโบราณ ส่วนวรรณกรรมสมัยใหม่และวรรณกรรมโลกที่เลือกมานั้น สำหรับเธอแล้วถือว่าเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย

            แต่เธอก็หาความสำเร็จได้แค่ในวิชาภาษาศาสตร์เท่านั้น ในฐานะที่เป็นนักเรียนสายศิลป์ เมื่อเห็นหนังสือวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ที่มีแต่สัญลักษณ์ที่ไม่คุ้นเคย ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา

            แต่ถึงแม้เธอจะปวดหัวหรือไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ยังมีคนเข้าใจอยู่

            เมื่อฟางเสียนจือประเมินพื้นฐานในทุกวิชาของเธอแล้วก็มองมาด้วยแววตาที่ซับซ้อน พอเธอเห็นสายตาแบบนั้นของเขาแล้ว ก็รู้สึกเหมือนเขาอยากจะพูดออกมาว่า “ด้วยผลคะแนนของเธอแค่นี้ ยังคิดจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย” 

            แต่พอฟางเสียนจือดูข้อสอบที่เขาเอามาให้เธอทำ ก็พูดเหมือนพยายามหาข้อดีให้ “ในส่วนของวิชาภาษาจีน ถ้าไม่นับคะแนนเรียงความแล้ว เธอทำถูกต้องถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์  ถือว่าเก่งมาก”

            “แต่ว่าวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ได้สิบกว่าคะแนนเท่านั้น ส่วนอีกวิชาไม่ได้ทำสักข้อ เป็นคนที่ถนัดด้านใดด้านหนึ่งอย่างสุดโต่งสินะ แต่ไม่เป็นไร ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งปี ทุกอย่างยังทันอยู่”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าคำพูดของเขาน่าจะเป็นแค่การปลอบใจเธอเท่านั้น เพราะจากคะแนนที่เธอสอบได้ หากไปอยู่ในโรงเรียน อาจารย์คงตัดสินให้เธอซ้ำชั้นไปแล้ว น่าแปลกที่เขายังพูดออกมาแบบนั้นได้

            เธอเม้มปากเล็กน้อย ฟางเสียนจือยังถามเธออีกว่า “ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะยังทัน แต่ในช่วงหนึ่งปีนี้เธอจะต้องพยายามอย่างหนัก คงต้องลำบากหน่อย เธอยังอยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ไหม”

            จิ่งเยี่ยนกุยพยักหน้า “เมื่อฉันตัดสินใจทำอะไรแล้ว ในพจนานุกรมของฉันไม่มีคำว่ายอมแพ้”

            “ดี งั้นตอนนี้เรามาวางแผนการเรียนกัน” ฟางเสียนจือรีบหยิบกระดาษปากกามาขีดๆ เขียนๆ “ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องเน้นทบทวนคือวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์”

            จิ่งเยี่ยนกุยเห็นด้วยกับแผนการเรียนของเขา แต่ก็พูดว่า “แผนการเรียนที่คุณวางไว้ใช้เวลานานไปหน่อย การเรียนสำคัญก็จริง แต่ระหว่างนี้ยังมีอีกเรื่องที่ต้องทำ”

            ฟางเสียนจือหันมามอง เธอจึงยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คือฉันต้องหาเงิน ฉันไม่สามารถเอาเวลาไปใช้กับการเรียนได้ตลอดทั้งวัน ต้องแบ่งเวลาไปหาเงินด้วย ไม่อยากให้ถึงตอนที่สอบติดมหาวิทยาลัยแล้วไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมค่ะ”

            ฟางเสียนจือชะงักไปเล็กน้อย กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอกลับแทรกขึ้นมาก่อนว่า “เรายังไม่ได้แต่งงานกัน ดังนั้นฉันจะไม่ใช้เงินของคุณแม้แต่แดงเดียว ค่าเทอมของฉันก็จะไม่ให้คุณออกให้ นี่ไม่ใช่เรื่องของการดื้อดึง แต่เป็นเรื่องของหลักการที่ยึดถือค่ะ”

            เรื่องนี้เป็นเรื่องของหลักการที่เธอยึดถือจริงๆ อาจจะเป็นเพราะชาติที่แล้วเธอเคยชินกับการพึ่งพาตัวเอง ไม่เคยใช้เงินของใคร เขาช่วยเธอมามากแล้ว ในเรื่องการเงินทั้งสองคนไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องกัน

            และเธอก็ได้สัญญากับเจียงอี่โหลวไว้แล้วว่า การแต่งงานของเธอกับฟางเสียนจือไม่ใช่เพื่อเงินทองของตระกูลฟาง แต่เธอจะใช้ความสามารถของเธอเองพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคู่ควรกับเขา

            ฟางเสียนจือมองเธออย่างแน่วแน่แล้วถามว่า “แล้วเธออยากจะวางแผนการเรียนของตัวเองยังไง”

            จิ่งเยี่ยนกุยตอบว่า “ง่ายมาก รอฉันหายดีแล้ว ตอนกลางวันฉันจะไปทำงานหาเงิน ตอนกลางคืนฉันจะเรียนหนังสือ แน่นอนว่าถ้าฉันว่างตอนกลางวัน ฉันก็จะเรียนหนังสือด้วย เรื่องนี้คุณไม่ต้องเข้ามายุ่งเลย ฉันมีแผนของฉันอยู่แล้ว”

            ฟางเสียนจือวางปากกาในมือลง แต่กลับจ้องมองเธอตรงๆ แล้วพูดว่า “งั้นก็ได้ ฉันจะยึดตามเวลาของเธอ แล้วตอนกลางคืนจะมาติวให้เธอที่บ้าน”

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

            ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่าตอนที่เขาพูดคำว่า “แล้วตอนกลางคืนจะมาติวให้เธอที่บ้าน” นั้น เหมือนมีความตื่นเต้นแฝงอยู่เล็กน้อย

            ถึงแม้ทั้งสองคนจะวางแผนการเรียนแล้ว จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่ได้ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับการติวของเขา เธอเองก็ต้องพยายามด้วย

            แม้ว่าตอนนี้ระดับความรู้ทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ของเธอจะอยู่ที่ระดับมัธยมต้น แต่เธอเชื่อว่าขอแค่พยายามก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนวิชาอื่นๆ ที่ต้องท่องจำ ก็เอาไว้ทำทีหลังได้ เพราะสิ่งที่ท่องจำนั้นมักจะลืมง่าย

            เมื่อจัดลำดับความสำคัญชัดเจนแล้ว จากนี้แค่เรียนตามแผนที่วางไว้ เป้าหมายก็จะชัดเจนขึ้นเอง!

            เชิงอรรถ

            [1] จั่วจ้วน (左传) ตำนานในสมัยถัง อิทธิพล มุมมองของการบรรยาย แนวคิดด้านศีลธรรมจรรยา

            [2] ชุนชิว (春秋) บันทึกพงศาวดารและปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ

            [3] เถิงหวังเก๋อซวี่ (藤王阁序) เป็นวรรณกรรมชิ้นหนึ่งของหวังปั๋วแห่งราชวงศ์ถัง ถือเป็นรากฐานของวรรณกรรมถัง

            [4] ซือซัว (师说) บทความเชิงโต้แย้งที่เขียนโดยหานอวี้ นักเขียนในสมัยราชวงศ์ถัง บทความนี้จะอธิบายหลักการเรียนรู้จากครู เสียดสีทัศนคติทางสังคม ให้การศึกษาแก่เยาวชน และมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508