ข่าวประกาศภายในออกมาตอนเก้าโมงเช้า
“ปรับโครงสร้างงานสำนักงานผู้อำนวยการ”
ชื่อของมินอาอยู่ในบรรทัดสุดท้ายเธอได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่เป็ผู้ช่วยเลขานุการผู้อำนวยการ ทั้งโรงพยาบาลเงียบไปอยู่สามวินาทีก่อนทุกอย่างจะดังขึ้นพร้อมกัน ไม่มีใครพูดตรง ๆ แต่ทุกคนจำได้ว่าไม่กี่สัปดาห์ก่อนเกิดเื่อะไรขึ้น
“เต้าไต่สินะ”
“เมื่อวานเห็นเดินตามผอ.เข้าไปในห้องด้วย”
ทุกการสนทนา ทุกความคิดเห็นเป็ไปในทางเดียวกัน พวกเขาต่างพูดว่าเธอใช้ร่างกายในการไต่เต้าตำแหน่งนี้แม้ว่าทุกสายตาจะจ้องมองมาที่เธอ แต่ฝ่ายเ้าตัวกลับยืนมองประกาศอยู่เงียบ ๆก่อนยิ้มออกมาไม่ใช่ยิ้มเขิน หรือดีใจ แต่เป็รอยยิ้มของคนที่คิดว่าตัวเองกำลังชนะ
นอกจากการเลื่อนตำแหน่งแล้วยังมีสั่งการย้ายแพทย์อีกหลายคน หนึ่งในนั้นก็คือหมอจางทุกคนต่างสงสัยว่าเพราะอะไร เขาเป็หมอที่เก่งและช่างสังเกตเหตุใดถึงมีคำสั่งให้ย้ายเขาไปทำงานที่อื่น หมอจางเข้าพบผอ.ในวันนั้นทันที
“อย่าบอกนะครับว่าเป็เพราะผมสงสัยเคสคนไข้รายนั้น”
โยอันที่นั่งหันหลังอยู่หมุนเก้าอี้กลับมา
“เปล่าครับ....ที่คุณโดนย้าย...เพราะคุณมายุ่งกับเลขาผม”
หมอจางฟังแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
“ผมก็แค่อยากปรึกษาเธอเื่คนไข้เท่านั้น”
โยอันจ้องหน้าเขาอย่างจริงจังทั้งน้ำเสียงและแววตา ดูน่ากลัวจนหมอถึงกับยืนแข็งทื่อ
“เธอไม่มีหน้าที่ต้องรับฟังปัญหาเื่คนไข้และก็ไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่ต้องเอาเื่นี้มาบอกคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องหากสงสัยยื่นเื่มาที่ผม เรเชลจะเป็คนจัดการเอกสารของคุณเอง”
หมอจางรู้ตัวว่าไม่มีทางที่จะพูดให้คนคนนี้เข้าใจเขาได้แน่ๆเขาดูอันตรายกว่าที่คิด หมอจางจึงเดินหันหลังกลับไปแต่ความสงสัยก็ยังคงมีอยู่จึงหันกลับมาอีกครั้ง
“ทำไมครับ...ทำไมถึงหวงเธอขนาดนั้น...เธอเป็อะไรกับคุณงั้นเหรอ?”
โยอันหันไปมองเขาอย่างช้าๆและเมื่อตาสบกัน หมอจางก็ต้องรีบก้มหน้าลง ไม่มีคำตอบ หรือคำอธิบายแค่ความเงียบก็ทำให้หมอจางยอมถอย เขาเดินออกจากห้องไปในทันที
วันถัดมาทุกคนที่ได้รับตำแหน่งใหม่ก็เข้าประจำที่ มินอาขึ้นมาชั้นผู้บริหารโต๊ะถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ชูรันเดินเข้ามาเพื่อดูความเรียบร้อย มินอาเห็นเธอจึงพูดขึ้น
“วันนี้ผอ.มีประชุมกี่โมง..ไม่เห็นมีใครเอาตารางงานมาให้ฉันดูเลย”
ชูรันเหลือบมองเล็กน้อยและทำท่าหันซ้ายหันขวา
“พูดกับฉันรึเปล่า?”
มินอายิ้ม
“ในห้องก็ไม่ได้มีคนอื่นนิ”
ชูรันหัวเราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ผอ.อิมรับเข้ามามักจะวางท่ากับเธอแบบนี้เสมอเธอจึงเดินไปหยิบเอกสารที่โต๊ะของเรเชลมาวางบนโต๊ะของมินอา
“ปกติเลขาของผอ.คือคุณเรเชล แต่เธออยู่ใน่พักร้อนฉันเลยต้องมาดูแลแทน ได้เธอมาก็ดีเหมือนกันฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”
ประโยคธรรมดา แต่คนฟังตีความไปอีกแบบมินอาไม่คิดว่าตัวเองเป็คนที่จะต้องมาทำงานแทนใคร เธอเปิดตาราง นัดเวลาใหม่ตอบคำถาม โดยไม่ปรึกษากับใคร
“เปลี่ยนตารางนัด ผอ.ทำไม”
ชูรันถามขึ้น แต่อีกฝ่ายยิ้ม
“ก็วันนี้ผอ.ว่างนิคะ”
ชูรันเริ่มไม่พอใจแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ปล่อยให้เลขาใหม่จัดการเื่นัดไป
มินอาเริ่มเข้าไปแจ้งประชุมเองเริ่มรับโทรศัพท์แทน เธอถือแฟ้มเข้าไปในห้องผู้อำนวยการ เขารับเอกสารแล้วถาม
“ชูรันล่ะ”
เธอหน้าเสียนิดหน่อยเพราะถูกถามถึงคนอื่น
“ไม่ทราบค่ะเอาแฟ้มมาวางไว้ให้แล้วก็หายไปเลย”
เขาเงยหน้าขึ้นจากเอกสารหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาบอดี้การ์ดทันที เขาไม่ได้จ้างพวกนั้นมาเพื่อปกป้องตัวเองแต่เขาจ้างมา เพื่อเฝ้าเธอไว้เมื่อได้รับการยืนยันว่าเธอยังอยู่ในโรงพยาบาลเขาก็วางใจ และหันกลับมาหามินอา
“คุณคิดว่าผมย้ายคุณมาทำไม”
เธอยิ้มอย่างมั่นใจ แม้จะไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ก็เป็สิ่งที่เธอคิดอยู่ในใจ
“ฉันคิดว่าคนเราคงไม่ดึงคนใหม่เข้ามา…ถ้าไม่ได้อยากเปลี่ยนคนเก่า”
เขาวางปากกา เอนหลัง แล้วหัวเราะ
“ผมย้ายคุณมา เพราะคิดว่าคุณเอาใจคนเก่ง”
เธอมองเขาก่อนเดินเข้าไปใกล้ๆและเอามือลูบไล้ที่ไหล่เขาเบาๆ
“ใช่ค่ะ...ฉันจะทำทุกอย่างที่คุณ้า”
เธอเริ่มดูดที่ต้นคอเขาช้าๆพยายามเอามือปลดกระดุมเสื้อโยอันจับมือเธอไว้
“ไม่ใช่เพื่อแทนใคร”
เธอชะงักไปพักใหญ่ ความเงียบกลับมา
“แล้วอีกอย่าง.....คนที่อยู่กับผมมาหลายปีไม่ได้ถูกแทนที่ง่ายขนาดนั้น”
รอยยิ้มบนหน้าเธอค่อย ๆ จางลงแผนการเหมือนจะล้มเหลว เธอเริ่มคิดว่าชูรันอาจไม่ใช่เลขาทั่วไปของโยอันเพียงแค่แตะนิดเดียว เขาถึงกับโกรธมากขนาดนี้ เขาเหลือบขึ้นมามองเล็กน้อยราวกับจะพูดว่าเธอจะยืนอยู่ตรงนี้ทำไม มินอาก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ปิดประตูเธอแทบอยากจะกรี๊ดออกมา ทั้งคิดว่ามาได้เร็วและง่ายแล้ว แต่กลับเจอปัญหาตัวแม่
“จะเป็ที่หนึ่งคงไม่ง่ายสินะฉันต้องหาทางจัดการเธอเสียก่อนยัยชูรัน”
เธอขมวดคิ้วทำท่าคิด หาทางที่จะเขี่ยชูรันออกไปจากเส้นทางซะโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเลขาตัวจริงอย่างเรเชลนั้น น่ากลัวมากกว่าแค่ไหน
หลังจากนั้นสามวันเรเชลก็กลับจากพักร้อน เธอแวะไปที่คฤหาส์นของโยอัน แต่ไม่ได้ไปหาโยอันชูรันที่กลับมาถึงบ้าน ยืนมองกระเป๋าหรูราคาหลายแสนที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เธอไปล้างมือล้างเท้าก่อนจะเดินมาหยิบกระเป๋าใบนั้นอย่างระมัดระวัง ถือกระเป๋านั้นไปที่ห้องหนึ่งไฟสว่างขึ้นทันทีเมื่อประตูเปิดออก ห้องที่เต็มไปด้วยกระเป๋า รองเท้า เข็มขัดแว่นตา กำไล ทุกอย่างเป็ของที่มีราคาสูงและมีอย่างละหลายชิ้นเธอวางกระเป๋าหรูใบนั้นไว้บนชั้นอย่างประณีต ยืนมองคอลเล็กชั่นสุดหรูนั้นและยิ้มบางๆก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เช้าวันรุ่งขึ้นชูรันมาโรงพยาบาลพร้อมกับโยอันตามปกติมินอามองตามเธออย่างสงสัย เหตุใดเธอจึงมาพร้อมกับผอ.ไม่มีที่นั่งหน้าห้องเหมือนเลขาทั่วไป เธอเข้าห้องไปพร้อมกับโยอันแต่ไม่นานนักก็เดินออกมา ในจังหวะนั้น สาวสวยคนหนึ่งก็เดินเข้ามาวางกระเป๋าลงบนที่นั่งหน้าห้องและก้มลงมองกระเป๋าของชูรัน
“ยังไม่เลิกใช้กระเป๋าใบนี้อีกเหรอ...ชอบอะไรขนาดนั้น”
“ใบนี้เป็ใบแรกที่คุณหนูซื้อให้ฉันฉันจะใช้มันไปเรื่อย ๆจนกว่ามันจะขาด”
“อุตส่าห์ซื้อใบใหม่ไปให้แล้วแท้ๆคงเอาไปเก็บในห้องเหมือนเดิมสินะ เธอเนี้ย...น่าเบื่อจริงเลย”
พูดจบเรเชลก็เดินเข้าห้องผอ.ไปชูรันเดินหนีก่อนจะสบตากับมินอาที่นั่งอีกมุมหนึ่งของห้องแววตาที่ท้าทายและไม่มีความเกรงใจ ราวกับจะแสดงตัวเป็ศัตรูั้แ่แรกเจอ
เรเชลเดินตรงไปหาโยอันนั่งลงบนตัก เอามือลูบไหล่ของเขาไปมาหลายครั้ง
“เห็นว่าได้เลขาคนใหม่มางั้นเหรอคะ?”
“่เธอไม่อยู่ไม่มีคนดูงานในโรงพยาบาลฉันไม่อยากให้ชูรันเข้าไปยุ่มย่ามกับงานของที่นี่”
เรเชลลุกขึ้นและเดินออกไปพอเอามือจับที่ลูกบิด เธอก็หันกลับมาพูด
“ฉันซื้อกระเป๋ามาให้เธอเกือบ10 ใบแล้ว รู้มั้ยคะ ...เธอไม่เคยใช้มันเลยสักครั้งเธอยังใช้กระเป๋าที่คุณซื้อให้เธอเมื่อสิบปีที่แล้วอยู่เลย”
โยอันก้มมองเอกสารนิ่งๆไม่ตอบ แต่ภายในใจเขารู้สึกรุ่มร้อน ความรู้สึกว่าสำคัญทำให้เขาเผลอยิ้มมุมปากออกมา เรเชลยืนรอคำตอบอยู่พักหนึ่งแต่เขาก็ยังนั่งนิ่ง เธอจึงได้เดินออกจากห้องไป