เธอหันไปมองสัมภาระที่กองอยู่บนพื้นข้างผนังห้องที่คล้ายจะประกาศถึงความสามารถของผู้ที่เป็เ้าของอยู่ คนแปลกหน้าคนนี้เป็คนแรกที่ขอสมัครงานกับเธอ ถึงแม้ชาร์ลีอยากจะจ้างเด็กหนุ่มในท้องถิ่นมาทำงานกับเธอมากกว่า แต่ทว่าสถานการณ์ดูจะไม่อำนวยให้มันแทบจะไม่เหลือทางเลือกไว้ให้เธอเลย
แต่สามัญสำนึกเตือนให้เธอสอบถามไปถึงประสบการณ์ที่เขาเคยผ่านมา
“คุณเคยทำงานที่ไหนมาบ้างล่ะ”
“ผมเคยอยู่ในไร่ปศุสัตว์ของคอร์ด แฮริส ในเท็กซัส ไร่ของคินเซด ในโอกลาโฮม่าแต่ส่วนใหญ่แล้วก็อยู่ในไร่ทริพเพิล ซี. ในมอนตาน่าเสีลละมากกว่า”
“แต่ว่าไร่ของเรานี่มันเป็ไร่เล็กๆนะ แค่ทำกันสองคนก็เสร็จแล้ว มันเทียบกับไร่ปศุสัตว์ที่คุณเคยอยู่มาไม่ได้หรอก”ชาร์ลีกล่าว แต่ก็ออกจะประทับใจในประสบการณ์ของเขาอยู่ “และส่วนใหญ่มันก็เป็งานประเภทที่จะต้องลงแรงทำกันทั้งนั้นเลย” ที่เธอจำเป็จะต้องพูดเช่นนี้ก็เพราะมีโคบาลบางคนรังเกียจการที่จะทำงานประเภทที่มิได้นั่งอยู่บนหลังม้า
เขาก้มมองมือสากๆ ของตนเองก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองเธอยิ้มๆ
“ผมเคยทำงานประเภทที่ต้องใช้แรงงานมาแล้วและก็สามารถทำได้ดีด้วย...”
“เราคงมีค่าจ้างให้คุณไม่มากนักหรอก”ชาร์ลีกล่าวอย่างเป็เชิงเตือน “ถ้าคุณทำคุณก็จะได้แค่เงินเดือน แต่เรามีอาหารกับที่พักให้” เธอบอกจำนวนเงินค่าจ้างให้เขารับรู้ไว้ซึ่งเป็จำนวนที่เธอกับแกรี่เห็นพ้องต้องกันว่าเหมาะสมแล้วสำหรับไร่เล็กๆ ของเขา
“ก็รู้สึกยุติธรรมดีนี่”เขาไหวไหล่เบาๆ อย่างยอมรับคลายมือออกจากถ้วยกาแฟทาบลงกับเคาน์เตอร์ก่อนที่จะผลักตัวเองออกมาจากม้ากลมตัวที่นั่งอยู่เหวี่ยงขาลงมาจากม้ากลมตัวนั้นราวกับกำลังลงจากหลังม้า จากนั้นก็ล้วงลงไปในกระเป๋าหยิบเศษเหรียญออกมาวางบนเคาน์เตอร์เป็ค่ากาแฟ แล้วจึงเดินไปหาชาร์ลีพร้อมกับยื่นมือให้ัั “ผมชื่อแชด รัสเซลล์ ครับ”
“ค่ะ คุณรัสเซลล์”เธอรับทราบการแนะนำตัวนั้นขณะที่วางมือเล็กๆลงในอุ้งมือใหญ่โตของเขา และเป็อีกครั้งหนึ่งที่ชาร์ลีรู้สึกวุ่นวายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกมันคล้ายจะมีสัญญาณอะไรบางอย่างที่เตือนเธออยู่ว่า ให้ระวังผู้ชายคนนี้ไว้ให้จงดี
เรือนร่างของเขาค่อนข้างสูง ประมาณ 6ฟุตเห็นจะได้ชาร์ลีเลื่อนตัวลงจากม้ากลมและเปรียบเทียบส่วนสูงของเขากับตัวเธออยู่ในใจท่าทางเขาดูปราดเปรียวว่องไว แต่กระนั้นก็ยังอำพรางอยู่ด้วยอาการเฉยเมยและสบายๆเขาเป็บุรุษ ผู้ปรารถนาต่อการแสวงหาความตื่นเต้นให้กับตนเองเป็คนที่มีชีวิตจิตใจ มีประสบการณ์เกี่ยวกับผู้หญิงและการผจญภัยมาแล้วอย่างโชกโชนในขณะที่ชาร์ลีกำลังอ่านความรู้สึกนึกคิดของเขาผู้นั้น แชดก็ยิ้มออกมา
“คุณเรียกผมว่าแชดดีกว่าผมไม่ชอบอะไรที่มันเป็พิธีการ” เขากล่าว
“ก็ได้...แชด” รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนเรียวปากชาร์ลีรู้สึกพอใจกับเสน่ห์ของชายผู้นี้อยู่ไม่น้อย “เอาละถ้างั้นเราก็ควรจะกลับไร่ได้แล้ว” เธอหันไปทางแฟรงค์ ดอยเยิลซึ่งยืนจับตามองการเจรจา ระหว่างบุคคลทั้งสองอยู่เงียบๆ “ขอบใจมากนะแฟรงค์ที่เลี้ยงกาแฟแล้วพบกันใหม่นะ”
“อย่าหายหน้าหายตาไปให้มันมากนักก็แล้วกัน” แฟรงค์ตอบ และเสริมต่อขณะที่ชาร์ลีพยักหน้ารับเตรียมจะเดินออกจากร้านว่า “ฝากความปรารถนาดีไปให้แกรี่ด้วยนะชาร์ลี”
“ตกลง” เธอตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะไม่สังเกตว่า แชดรัสเซลล์สามารถจะเหวี่ยงอานม้าที่ค่อนข้างหนักขึ้นบนไหล่ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดายส่วนมือข้างที่ว่างนั้นก็เอมไปหยิบถุงเครื่องหลังขึ้นไว้
“รถฉันจอดอยู่ข้างนอกนั่นแน่ะ”เธอบอกเขา “คุณจะขับตามฉันไปหรือว่าคุณไม่มีรถมา”ที่ต้องถามเช่นนี้เพราะชาร์ลีมองไม่เห็นว่ายังมีรถคันอื่นนอกจากของเธอจอดอยู่ในบริเวณนั้นอีก
“ผมไม่มีรถหรอกผมขออาศัยเกาะรถมาโดยตลอด” เขาตอบและหยุดรอให้เธอก้าวนำออกจากประตูร้านไป
เมื่อเธอออกมาถึงข้างนอกชาร์ลีชี้มือไปทางกระบะรถบรรทุก
“คุณเอาสัมภาระวางไว้ข้างหลังนั่นเถอะ”พูดจบเธอก็เดินไปทางด้านคนขับขณะที่เขาโยนข้าวของลงไว้ในกระบะตามที่เธอแนะนำเมื่อเขาเดินกลับมานั่งเคียงข้างเธอแล้ว ชาร์ลีก็สตาร์ทรถ
เมื่อเลี้ยวรถขึ้นสู่ทางหลวงเรียบร้อยแล้วชาร์ลีจึงได้หันมามองเขา ซึ่งขณะนี้ได้ดึงปีกหมวกให้หลุบต่ำลงบดบังเสี้ยวหน้าและหน้าผากไว้
“ทำไมคุณต้องออกจากงานที่คุณทำอยู่ด้วยล่ะ”
เขาพาดแขนอยู่กับพนักไม่ไกลจาก่ไหล่ของเธอเลย
“อาจเป็เพราะผมเกิดความเบื่อที่จะทำงานบนพื้นที่ราบก็เลยคิดว่าน่าจะได้ออกมาหางานทำตามพื้นที่ที่มันมีูเาให้เห็นบ้างเป็การเปลี่ยนบรรยากาศไงล่ะ” คำตอบนั้นฟังดูคล้ายๆกับจะเป็คำพูดที่ไม่จริงจังอะไรนักแต่ชาร์ลีเชื่อว่ามันจะต้องมีเหตุผลแท้จริงแฝงอยู่เพราะนักเดินทางผู้แสวงโชคนั้นมักจะสัญจรร่อนเร่ไปเรื่อยๆ
“แล้วตอนแรกคุณคิดจะไปที่ไหนล่ะ”
“ตั้งใจว่าจะไปบิทเทอร์รูท”เขาตอบเรียบๆ และแล้วก็ตั้งคำถามขึ้นใหม่ว่า “สามีคุณประสบอุบัติเหตุเพราะอะไรล่ะ”
เธอตวัดสายตามองหน้าเขาอย่างใในตอนแรก แต่แล้วรอยยิ้มอย่างนึกขันก็ปรากฏขึ้นแทนที่ก่อนที่จะหันกลับไปให้ความสนใจกับเส้นทางตรงหน้า
“แกรี่เขาเป็พี่ชายไม่ใช่สามีฉันหรอก ที่เขาต้องมาาเ็ถึงขนาดนี้ก็เพราะเ้าม้าตัวที่เขาขี่อยู่น่ะมันเกิดเหยียบพลาดจนลงไปในโคลนแล้วมันก็เลยล้มลงทับตัวเขาไว้ ก่อนที่แกรี่จะสลัดตัวลงจากหลังมันได้ทันผลก็คือกระดูกต้นขาหัก ต้องเข้าเฝือกถึงตะโพกเลย...แล้วก็ยังจะต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้นไปอีก6 อาทิตย์ด้วย”
“ก็แย่หน่อยละสินะ”
มันเป็คำพูดที่แฝงความหมายอย่างเป็ที่เข้าใจกันอยู่ซึ่งทำให้เธอต้องเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
“แต่เวลานี้เขาก็ปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่เป็อยู่ได้อย่างดีแล้วละ” เธอมิได้เล่าว่าพี่ชายคนเดียวของเธอเดินงุ่นง่านอยู่ในบ้านเหมือนหมีที่ถูกจับขังไว้ในกรงดูจะไม่พอใจไปเสียในทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าเธอจะทำอะไรให้ก็ดูจะไม่ถูกใจเขาไปเสียทั้งนั้นอารมณ์ร้อนราวกับวัยรุ่นแทนที่จะเป็ผู้ชายอายุตั้ง 30 เข้าไปแล้ว
“แล้วคุณอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”
เธอเหลือบตามองเขาแวบหนึ่งและพบว่าแชดกำลังพิจารณาเธออยู่ด้วยสายตาคมปลาบที่บอกถึงความสนใจใคร่รู้อย่างแท้จริงซึ่งทำให้ชาร์ลีต้องพยายามระงับใจไว้ มิให้มันเต้นระทึกจนเกินไป
“26 คุณถามทำไม”เธอพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบ เมื่อย้อนกลับไป
“หย่าจากสามีแล้วงั้นเรอะ”
ชาร์ลีอยากจะบอกเขาว่าคำถามอย่างนี้มันเป็การล่วงเกินเข้ามาในเื่ส่วนตัวของเธอมากเกินไปแต่เมื่อทบทวนแล้วก็เห็นว่าเขาคงไม่มีเจตนาถึงขนาดนั้นอีกประการหนึ่งการที่ได้พูดจากันอย่างตรงไปตรงมานั้นมันเป็เครื่องช่วยในการสร้างเสริมมิตรภาพ และรักษามิตรภาพนั้นไว้จนกว่าฤดูร้อนปีนี้จะสิ้นสุดลง...ถ้าแชดรัสเซลล์จะอยู่กับเธอไปได้นานถึงขนาดนั้น
“ฉันยังไม่ได้แต่งงานหรอก”เธอตอบไปตามความจริงด้วยน้ำเสียงที่มิได้บอกความยินดียินร้ายเลยแม้แต่น้อย
“แล้วก็ยังไม่มีคู่หมั้นด้วยหรือนี่”จากปลายหางตาเขาลอบสังเกตความเนียนละไมของผิวพรรณและเรือนร่างที่บอกความเป็สาวสะพรั่งของเธออยู่
“ไม่มีหรอก” เธอตอบด้วยน้ำเสียงแจ่มใส
“อือม์...สำหรับผู้หญิงสาวที่อายุ26 นี่ ถ้ายังรักษาความเป็โสดไว้ได้ มันก็น่าจะหมายความว่าเธอผู้นั้นต้องเคยพบกับความรักแล้วก็ต้องอกหักมาแล้ว” แชดตั้งข้อสังเกต“โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณ”
คำพูดประโยคสุดท้ายนั้นคล้ายกับเขามีเจตนาที่จะให้บังเกิดผลกระทบแก่จิตใจของเธอซึ่งมันก็เป็เช่นนั้น จริงๆเพียงแต่ชาร์ลีไม่ยอมให้ตัวเองแสดงความรู้สึกออกมาเท่านั้นนอกจากเปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ
“ขอโทษนะ บังเอิญ 26ปีของฉันไม่เคยมีเื่ตื่นเต้นอะไรพรรค์นั้นผ่านเข้ามาแผ้วพานเสียด้วยสิ”
“อ้าว...แล้วทำไมคุณถึงสามารถดำรงความเป็โสดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ล่ะ”ดูเหมือนเขาจะสนใจใคร่รู้อย่างแท้จริงชาร์ลีรู้สึกได้จากน้ำเสียงถามของเขา
“ไม่เห็นจะต้องทำอะไรเลยมันเป็เื่ที่ง่ายมากนี่” เธอตวัดสายตามองหน้าเขาแวบหนึ่ง“ในเมืองเล็กๆ อย่างนี้ถ้าคุณไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายที่เคยเป็เพื่อนนักศึกษามาด้วยกันหรือพยายามแสวงหาผู้ชายสักคนให้ได้โดยหาทางพบปะกันในวิทยาลัยแล้วก็รู้สึกว่าออกจะหาผู้ชายยากอยู่สักหน่อย เพราะพวกผู้ชายที่นี่ถ้าไม่ได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้วก็มักจะเหลือแต่พวกที่แก่เกินไปหรือไม่ก็หนุ่มเกินไป หรือไม่ก็ประเภทคุณนั่นแหละ”
“ประเภทผมงั้นรึหมายความว่ายังไงน่ะ” คำตอบของเธอทำให้เขาต้องเลิกคิ้วถามมองเธอด้วยสายตาคมปลาบคู่เดิม ที่บ่งบอกทั้งความสงสัยและความขบขันในเวลาเดียวกัน
“ใช่...ก็คุณเป็คนประเภทที่ชอบเดินทางร่อนเร่ไปเรื่อยๆ ไงล่ะค่ำไหนนอนนั่นแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่เคยอยู่ที่ไหนได้นาน” เธอรู้จักและตระหนักถึงคุณสมบัติในข้อนี้ั้แ่แรกที่ได้เห็นเขาแล้วและชาร์ลีก็รู้ด้วยว่าผู้ชายที่เป็ตัวของตัวเอง มีอิสระเช่นม้าป่านั่น มักจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับผู้หญิงมาอย่างโชกโชนและแม้แต่ตัวเธอเองก็คงมิได้เป็ข้อยกเว้นสำหรับเขา แต่อย่างน้อยเธอก็พอจะอ่านสัญญาณอันตรายนั้นออก