หลังจากรักษาอาการฟกช้ำภายในให้เฟยเจินเสร็จ ฉันกับเฟยเจินจึงทำการแลกจอกเหล้าผสมเื ซึ่งทันที่เหล้าผสมเืของเฟยเจินไหลผ่านคอ ที่แผ่นหลังของฉันก็ร้อนผ่าว เพราะปรากฏรอยสัญลักษณ์พลังิญญาของเฟยเจินบนแผ่นหลัง ฉันจึงรีบไปจูบเฟยเจินที่กำลังปวดแสบปวดร้อนจากการดื่มเืพิษ ในร่างกายของเขาตอนนี้ปรากฏพิษเพลิงคลั่งไหลเวียนอยู่ในกระแสเื
ฉันจูบเฟยเจินจนอาการพิษเพลิงคลั่งในตัวเขาสงบ แต่เฟยเจินยังคงอ่อนเพลียเพราะมีพลังเวทย์น้อย จึงฟื้นฟูร่างกายจากพิษเพลิงคลั่งได้ช้ากว่าพี่ชายทั้งสามที่มีพลังเวทย์สูง ซิ่นหลิงจึงช่วยพยุงเฟยเจินไปนอนพัก ฉันจึงเดินตามไปด้วยเพราะเป็ห่วง
เฟยเจินถามฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมจึงรู้สึกเ็ปแสบร้อนเหมือนถูกไฟเผาไปหมดทั้งตัวหลังจากที่แลกจอกกัน ฉันจึงตอบว่าเพราะเขาได้รับพิษเพลิงคลั่งจากการดื่มเื เพราะเืของฉันเป็พิษที่เกิดจากการกินผลอัคคีเข้าไป แต่ตอนนี้เฟยเจินปลอดภัยแล้ว
ฉันดึงคอเสื้อเปิดกว้างออกให้เฟยเจินดูรอยสัญลักษณ์พลังิญญานกอินทรีย์ทอง ที่ตอนนี้ปรากฏบนหลัง เฟยเจินจึงยื่นมือมาลูบที่รอยสัญลักษณ์นั้นแล้วพูดเบาๆว่า “ปีกอินทรีย์ทองสวยเหลือเกิน” เฟยเจินชื่นชมรอยสัญลักษณ์ของเขาที่ปรากฎบนหลังฉัน จากนั้นจึงปล่อยให้เฟยเจินพักผ่อน
ซึ่งในขณะที่เรากำลังพูดคุยและดื่มน้ำชากันอยู่นั้น หยางกวาง หัวหน้าฝูงงูในป่าไผ่เดินเข้ามาหาเสวี๋ยฉีแล้วรายงานว่า มีงูเห่าสีดำมาจากป่าตะวันออกชื่อ หลี่เฉียง มาขอพบ กับเสวี๋ยฉี แต่เสวี๋ยฉีไม่ยอมอนุญาตให้เข้าพบ พร้อมกับบอกหยางกวางให้ไล่หลี่เฉียงกลับไป
หยงเป่าจึงพูดขึ้นว่าทำไมจึงรีบไล่ให้กลับไป บางทีงูเห่าดำตัวนั้นอาจมีธุระสำคัญก็ได้ ฉันจึงพูดเสริมหยงเป่าว่าควรปล่อยให้หลี่เฉียงมาเข้าพบ เขาอาจจะมีเื่สำคัญจริงๆจึงออกจากป่าตะวันออก เพื่อมาขอพบเสวี๋ยฉีถึงที่นี่ เสวี๋ยฉีจึงจำใจยอมอนุญาต
หยางกวางพาหลี่เฉียงเข้ามายืนที่หน้าเรือน ตรงที่เรานั่งดื่มน้ำชากันอยู่ หลี่เฉียงคืองูเห่าดำโจทย์เก่าของฉันที่มาในร่างมนุษย์ เขาเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีเข้ม ใบหน้าคม ตาคม ร่างกายแข็งแรง บุคลิกดูดิบๆ กำลังเดินตามหยางกวางเข้ามายืนต่อหน้าพี่ชายทั้งสามที่ชานบ้าน
หลี่เฉียงค้อมตัวคำนับเราอย่างอ่อนน้อม รีบแนะนำตัวต่อหน้าเราทั้งสี่คนอีกครั้ง แต่เสวี๋ยฉีที่มีท่าทางเมินเฉย ไม่สนใจจะมองหลี่เฉียงเสียด้วยซ้ำ เขายกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่ม พร้อมกับถามหลี่เฉียงเสียงห้วนๆว่า
เสวี๋ยฉี : เ้ามีธุระอะไร?
หลี่เฉียง : ข้ามาขอทำงานรับใช้ท่านไป๋ที่นี่
เสวี๋ยฉี : อยู่ที่ป่าทางตะวันออกก็ดีอยู่แล้ว และที่นี่ไม่รับใครเพิ่ม
หลี่เฉียง : นายท่าน ข้ามีร่างกายแข็งแรง ให้ข้าอยู่รับใช้ท่านที่นี่เถอะ ข้าอยู่ที่ป่าตะวันออกแค่ล่าสัตว์กินเป็อาหารไปวันๆ ไม่ค่อยได้ทำประโยชน์อะไร ขอให้ข้าได้เป็ประโยชน์อยู่ทำงานรับใช้นายท่าน!!
เสวี๋ยฉี : หยางกวาง ไล่มันไปซะ!
หลี่เฉียงงูเห่าดำพยายามขอร้องเสวี๋ยฉีให้รับเขาเป็ลูกสมุน แต่เสวี๋ยฉีกลับเมินเฉยไม่สนใจทำท่าทางรำคาญ หยิบพัดขนนกยูงมาพัดโบกคลายร้อน หลี่เฉียงจึงหันมาอ้อนวอนขอร้องฉันให้ช่วยพูดกับเสวี๋ยฉีอนุญาตให้เขาได้อยู่ที่นี่ ฉันจึงหันไปมองหน้าซิ่นหลิงกับหยงเป่าว่าจะเอายังไงดี
เพราะฉันเองก็รู้สึกสงสารและใจอ่อน ที่เห็นหลี่เฉียงพยายามอ้อนวอนขออยู่รับใช้เสวี๋ยฉีที่นี่ ซิ่นหลิงจึงถามหลี่เฉียงซ้ำอีกครั้งว่า ้ามาทำงานรับใช้จริงๆหรือมีจุดประสงค์อื่น หลี่เฉียงหันไปมองเสวี๋ยฉีก่อนจะตอบคำถาม แล้วก้มหน้าหลบสายตาเขิลๆตอบกลับมาว่า ้ามาทำงานรับใช้จริงๆ
ซิ่นหลิงกับหยงเป่าและฉันจึงพูดกับเสวี๋ยฉีว่า อยากให้หลี่เฉียงอยู่ช่วยหยางกวางรับมือกับสุนัขเยือกแข็งถ้าพวกมันกลับมาบุกอีกจะได้รับมือไหว เพราะก่อนหน้านี้เราสูญเสียงูในป่าไผ่ไปหลายตน ซึ่งหยางกวางหัวหน้าฝูงงูก็เห็นด้วย เสวี๋ยฉีจึงยอมรับฟัง และยอมอนุญาตให้หลี่เฉียงอาศัยอยู่ที่ป่าไผ่
หลี่เฉียงที่ดูจะดีใจออกหน้าออกตา รีบกล่าวขอบคุณฉันกับหยงเป่าและซิ่นหลิงที่ช่วยพูดให้ ซิ่นหลิงจึงบอกกับหลี่เเฉียงก่อนที่จะเดินออกไปจากเขตเรือนว่า ไว้ว่างๆเขาจะไปท้าประลองฝีมือกับหลี่เฉียง
นั่นทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆกับกิริยาท่าทางของหลี่เฉียง จึงกระซิบพูดกับหยงเป่าว่าท่าทางของหลี่เฉียงดูแปลกๆเวลาที่หลี่เฉียงมองเสวี๋ยฉี สายตาเหมือนกำลังมองหญิงที่แอบชอบ หยงเป่ายิ้มและกระซิบตอบว่า เป็เพราะลักษณะพิเศษที่มีอยู่ในตัวของเสวี๋ยฉี พญางูหยกหิมะขาวมีเสน่ห์ต่อชายและหญิง ถ้าใครที่พบเจอเขาแล้วหักห้ามใจไม่ได้ก็จะตกหลุมรัก
ฉันได้ยินแล้วก็หันไปมองที่เสวี๋ยฉีทันที พร้อมกับสงสัยในตัวเองด้วยว่าอาจจะโดนเสน่ห์ของเสวี๋ยฉีไปด้วยอีกคน ถึงได้ตามมาอยู่กับเสวี๋ยฉีที่ป่าไผ่เขียวง่ายๆ และบางครั้งก็รู้สึกรักลุ่มหลงในตัวเสวี๋ยฉีเหลือเกิน จนเก็บเอาไปฝันว่ามีเซ็กส์กับเสวี๋ยฉีแทบทุกคืน
เช้านี้ฉันตื่นนอนเร็วกว่าทุกวันจึงเดินออกมาสูดอากาศยามเช้า ก็เห็นเฟยเจินตื่นแต่เช้าอีกตามเคย และกำลังเดินหิ้วกระต่ายหกตัวมาจากเขตแนวป่าไผ่เขียว จึงคิดว่าเฟยเจินออกไปล่ากระต่ายมาแต่เช้า
แต่เฟยเจินบอกว่าเขาไม่ได้เป็คนล่า ตื่นเช้ามาก็เห็นกระต่ายถูกนำมาวางที่แนวเขตป้องกันจึงไปนำกลับมา แต่ดูจากสีขนเหลืองนวลของกระต่ายแล้วน่าจะเป็กระต่ายจากป่าตะวันออก เฟยเจินเองก็สงสัยเหมือนกันว่าใครนำกระต่ายมาวางไว้
ซึ่งบางทีอาจเป็หลี่เฉียงไปล่ากระต่ายมาให้เสวี๋ยฉีแน่ๆ เพราะที่นี่ไม่มีใครไปล่ากระต่ายที่ป่าตะวันออก นอกจากตอนที่ฉันออกไปเก็บสมุนไพรค่อยล่ากระต่ายกลับมา เฟยเจินจึงถามว่าหลี่เฉียงเป็ใคร ฉันจึงเล่าให้เฟยเจินฟังถึงเื่เมื่อวาน
จากนั้นจึงถามเฟยเจินว่าอาการปวดแสบปวดร้อน ที่เกิดจากเืพิษเพลิงคลั่งหายหรือยัง เฟยเจินจึงตอบด้วยสีหน้าสดชื่นกระปรี้กระเปร่าว่า ตอนนี้รู้สึกมีเรี่ยวแรงกระฉับกระเฉงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เหมือนจุดปราณที่เคยติดขัดถูกทะลวงด้วยเืพิษเพลิงคลั่ง
ฉันจึงบอกเฟยเจินว่า ต่อไปจะมอบหน้าที่ล่ากระต่ายให้หลี่เฉียง ส่วนเฟยเจินให้ฝึกพลังเวทย์ให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมก็พอ จากนั้นก็ให้เฟยเจินสอนใช้อาวุธจากพลังิญญานกอินทรีย์ทองที่เขามอบให้
ซึ่งอาวุธที่ฉันได้รับจากพลังวิญญณของเฟยเจินคือขนนกคู่ ช่วยในการพยุงตัวถ้าตกจากที่สูงขนนกจะช่วยพยุงตัวฉันไม่ให้ได้รับาเ็ และขนนกสามารถพัดเพื่อสร้างลมพายุขนาดเล็กได้ อีกทั้งยังสามารถเหวี่ยงร่อนออกไปเป็กงจักรสำหรับโจมตีศัตรูระยะไกลได้ และที่ปลายขนนกยังอาบยาพิษฝุ่นสุริยะไว้อีกด้วย
เมื่อเฟยเจินสอนให้ฉันใช้อาวุธจากพลังวิญญาญของเขาเป็แล้ว เฟยเจินก็ขอตัวไปรดน้ำแปลงสมุนไพรให้หยงเป่าที่ยังไม่ตื่นนอน ฉันจึงเดินไปในครัวเตรียมน้ำชามาวางที่ชานบ้านรอสามหนุ่มตื่นนอน
จนกระทั่งสามหนุ่มตื่นนอนมานั่งจิบน้ำชายามเช้าที่ชานบ้าน หยงเป่าก็พูดว่า่สายๆเขาจะไปหากระพรุนพิษดาวฟ้าที่ป่าทางใต้เพื่อนำมาหมักเหล้า ฉันจึงร้องขอตามไปด้วยเพราะอยากไปเที่ยวชมป่าทางใต้ จึงชวนเฟยเจินให้ไปด้วยกันเพราะเฟยเจินสายตาดี จะได้ช่วยกันมองหากระพรุนพิษดาวฟ้า
เสวี๋ยฉีจึงหันมาบ่นฉันก่อนจะลุกเดินไปปรุงอาหารในครัว ว่าฉันหาเื่เที่ยวเล่นได้ทุกวัน แม้เสวี๋ยฉีจะบ่นง๊องแง๊งแต่เขาก็ยอมอนุญาตให้ไป
[………ไปเที่ยวต่างจังหวัดกลับวันที่ 10 พ.ย. 66 อัพช้าหน่อยน๊าอยู่ในป่าในเขาจ้า………]