ได้เห็นภาพที่ฮ่าวเทียนกลิ้งลงจากเตียง คลานด้วยสภาพฝืนทนเข้ามาตรงหน้าตนและร้องขอ ทำให้เทียนอวิ๋นไม่ทราบจะรู้สึกเช่นไรดี ก่อนกล่าว
ฮ่าวเทียนยามนี้ถูกผนึกการเคลื่อนไหว แต่ปากก็ยังคงขยับ
“ พลังฝีมือของศิษย์ แม้มีปราณทมิฬร่วมด้วย กลับมิใช่การทำลายล้างผลาญสิ่งใด มันมีไว้เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญเท่านั้น ท่านอาจารย์ าุโกู่หลิงกล่าวว่าปราณทมิฬเป็เพียงปราณรูปหนึ่ง จะใช้ออกทำสิ่งใด เป็คนผู้นั้นตัดสินใจ และข้าตัดสินใจใช้มันเพื่อสิ่งนี้! ” เทียนอวิ๋นไม่อาจหลบลี้หนีตาคนใกล้ตายเช่นนี้ได้ มันได้แต่ทอดถอนใจและจากไป ไม่นานเว่ยซินมาเยี่ยมฮ่าวเทียนอีกครั้ง พบสีหน้าและชีพจรของเด็กหนุ่มดีขึ้นมากจึงวางใจ ยามนี้บ่ายคล้อย แสงแดดเริ่มเจือจางสาดส่องเข้ามาในห้องพักของฮ่าวเทียน ปรากฏเงาร่างหญิงสาวผู้หนึ่งขึ้น
“ เด็กโง่ เ้ามันช่างโง่เง่า ห่างกายพี่ไปไม่กี่วันก็าเ็ปางตายปานนี้...” หญิงสาวผายมือออกในมือปรากฏขวดหยกชิ้นหนึ่ง นางเปิดขวดออกและเทยาน้ำแขนงหนึ่งลงในปากเด็กหนุ่ม ก่อนค่อยๆจากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮ่าวเทียนลืมตาตื่น คล้ายว่าอาการดีขึ้นมาก ความเ็ปใดๆได้รับการเยียวยา ทว่าตนกลับพบพลังปราณสายหนึ่งอัดแน่นอยู่กลางท้องน้อย หมุนวนรุนแรงจนเหมือนร่างจะะเิออก
“ อาการนี้เหมือนตอนที่ข้าเลื่อนระดับพลังนัก ทั้งยังรุนแรงกว่า คงไม่ใช่ว่า... ” ฮ่าวเทียนยามนี้ลุกขึ้นโคจรลมปราณที่อัดแน่นเติมเต็มเข้าสู่ชีพจรทั้งร่าง ดูดซับพลังราวกระแสน้ำเชี่ยวกรากจนเหือดแห้ง ระดับปราณริเริ่มขั้นที่ 3 ! หลังบรรลุระดับพลังอีกครา ฮ่าวเทียนนึกขำในใจ ที่แท้...ข้าต้องโดนกระทืบอีกนานจนบรรลุเทพยุทธ์ เหอๆ....มันนึกถึงการต่อสู้ที่ผ่านมาของตน ความรู้สึกผิดต่อเว่ยซินค่อยๆผุดขึ้นมาในใจ ทว่ากลับมลายหายสิ้น บังเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจเด็กหนุ่ม
“ นี่...ข้าเป็อันใดไปแล้ว ” การต่อสู้ที่ผ่านมาของฮ่าวเทียน คล้ายกระตุ้นจิตสำนึกบางอย่าง ทำให้เด็กหนุ่มกระสันอยากจะต่อสู้อีกครา แม้ไม่อาจเข้าใจความรู้สึกนี้ แต่ฮ่าวเทียนก็รับรู้แก่ใจ สองครั้งคราที่มันต่อสู้กับผู้เหนือกว่า บังเกิดความ้าไม่สิ้นสุดในใจมัน...
สองวันถัดมา ฮ่าวเทียนกลับเข้าสู่ชั้นเรียน นักเรียนในชั้นบางคนเข้ามาถามไถ่อาการเด็กหนุ่ม บ้างก็ทำไม่สนใจ แตกต่างกับกลุ่มของหยางเว่ยเทียนนัก มันมองดูฮ่าวเทียนเดินทอดน่องอย่างสุขสบายดี กัดฟันขบแน่นไม่อาจเชื่อสายตา มันไม่เพียงยังไม่ตาย พิกงพิการสักท่อนยังไม่มี!
“ ฮ่าวเทียนเ้ามาแล้ว เ้าไม่อยู่หลายวัน ข้าไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย เมื่อเ้าหายดีแล้ว ต้องพาข้าไปเที่ยวอีกนะ ” เสียงเว่ยซินเจื้อยแจ้วดังในหูเด็กหนุ่ม
“ เว่ยซิน ข้าผิดต่อเ้า ไม่อาจปกป้องในวันนั้น ข้า จะไม่ให้เกิดเื่ราวเช่นนั้นขึ้นอีก... ” เว่ยซินทำทีไม่สนใจ หยิกหูเด็กหนุ่มรุนแรงคล้ายจะด่าว่าโง่เง่า แต่ไม่พูดสิ่งใด ทันใดนั้นเอง อาจารย์ของชั้นเรียนก็เข้ามา
“ กลับไปนั่งที่ซะ วันนี้คาบเรียนอาวุธคู่กายครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้น หยิบตำราขึ้นมา! ” หลังพูดจบอาจารย์ประจำคาบยกสายตาขึ้น กลับพบบางสิ่งผิดปกติ เ้าเด็กนั่น ครั้งโน้นอยู่ในระดับลมปราณริเริ่มขั้น 1 นี่ นี่ผ่านไปไม่กี่วัน มันข้ามชั้นย่อยมาถึงสองชั้น ผิดปกติแล้ว... มันรีบนำเื่นี้รายงานต่อเ้าตำหนักชั้นเรียนฝึกหัดทันที
“ เ้าว่ากระไร! ปราณริเริ่มขั้น 3 ? แน่ใจว่านี่คือเื่จริง เ้ามิได้ผิดพลาด ? ” อาจารย์หนุ่มตอบกล่าว
“ ท่านเ้าตำหนัก ข้าตรวจสอบด้วยพลังยุทธ์ของตนเอง ผิดพลาดเป็ไปไม่ได้ ระดับความเร็วนี้ นี่... ” เ้าตำหนักชั้นเรียนฝึกหัดลอบทอดถอนใจ ครุ่นคิดเรื่อยเปื่อยอยู่เนิ่นนานจึงเอ่ยปาก
“ ไปตามเทียนอวิ๋นมาเดี๋ยวนี้ ” … ” ข้าทราบแล้ว” จากนั้นไม่นานเทียนอวิ๋นก็มาพบเ้าตำหนัก
“ ท่านเรียกหาข้า มีเื่ราวอันใด ” เ้าตำหนักกล่าวต่อ
“ เด็กนั่น ข้ามผ่านความรู้ทั้งมวลของเรา ยามนี้มันอยู่ในชั้นปราณริเริ่มขั้นที่ 3 แล้ว เ้ายังจะนิ่งเฉยรึไม่ ? ” เ้าตำหนักกล่าวเช่นนี้เพราะทราบเื่ที่ฮ่าวเทียนวิงวอนให้เทียนอวิ๋นรับเป็ศิษย์สายตรงแล้ว แม้ตัวนางเห็นชอบ แต่ท่าทางเทียนอวิ๋นกลับไม่ยินดีนัก
“ เ้าตำหนัก ยามมันสลบ ข้าตรวจสอบกายมันละเอียดแล้ว ซุกซ่อนไว้ด้วยพร์มากมาย คุมปราณทมิฬได้ดั่งใจนึก ทั้งยังกุมความลับบางประการ ทว่า...ข้ากลับพบััหนึ่งที่ไม่น่ามีในเด็กอายุ 12 ปี ”
“ เ้าหมายถึงเื่ใดกัน ?” เ้าตำหนักถามต่อด้วยความสงสัย
“ ท่านเ้าตำหนัก ข้าพบจิตสังหารในกายเขา ชั่วชีวิตข้า ต่อสู้ประหัตปะามามาก พบเจอผู้คนคลั่งแค้นก็มากมาย อย่างไรแม้เอาทั้งหมดนั่นมารวมกัน ไม่อาจเทียบฮ่าวเทียนได้คนเดียว... ส่วนลึกในจิตใจเขา ลุแก่ความตายนัก ทั้งเย็นเยียบ กระหายการต่อสู้และฆ่าฟันเป็ที่สุด ข้าไม่อาจ...สอนสั่งปีศาจเช่นเขาได้ ท่านรู้ดีกว่าใคร พลังปราณที่ข้าฝึกฝนบริสุทธิ์นัก ไม่อาจมอบแก่มารตนใดได้! ” เ้าตำหนักมองตาเทียนอวิ๋นจึงตะคอกกลับ
“ เป็เช่นนั้นยิ่งต้องเป็เ้า! หากวันใดวันนึงมันกลายเป็มารแท้จริง เป็เพราะเ้าที่หยุดยั้งได้ นิ่งเฉยต่อมัน! ” เ้าตำหนักกล่าวเช่นนี้มิใช่ด้วยอารมณ์โทสะใด แต่เพราะนางรู้ดีถึงพลังฝืมือของเทียนอวิ๋น วิชาของรองเ้าตำหนักของนาง คือธาตุแสงบริสุทธิ์จากา โอบอ้อมอารีย์และเที่ยงตรง มีเพียงสายเืนี้จึงสยบปราณทมิฬลงได้...
เทียนอวิ๋นถอนหายใจรุนแรงก่อนนั่งลงบนเก้าอี้สีทองอร่าม
“ ข้ารู้ท่านหมายถึงสิ่งใด เพียงข้ามิกล้าเดิมพันกับสิ่งนี้ ข้าเคยนึกว่าตนนั้นเข้มแข็งและซื่อสัตย์ต่อใจตนนัก จนวันนี้เอง ความลังเลต่อตัวเ้าเด็กนั่น ทำให้ข้าละอายนัก... หากมันกลายเป็เทพยุทธ์เที่ยงธรรมแทนที่จะเป็มารดั่งท่านว่า ข้าก็นับว่าเป็บุญวาสนาใหญ่หลวง แต่หากมิเป็เช่นนั้น ข้ามิกลายเป็ผู้ให้กำเนิดเทพมารด้วยตัวเองรึ จะมีหน้าไปพบเหล่าบรรพชนแห่งแสงได้เช่นไรกัน... ”
“ โอ้! ที่แท้ เทียนอวิ๋นผู้ยิ่งใหญ่เองก็ลังเลลนลานเป็ ข้าได้เห็นกับตาถึงเชื่อลง ฮิฮิ ... เ้าคิดเสียว่าเป็ภารกิจจาก์ให้เ้าฝึกมารเป็เทพแทนก็แล้วกัน ยังมี เื่กลายเป็มารอะไรนั่น เป็อนาคตอีกยาวไกล ยามนี้เ้าหนุ่มนี่ คือความหวังของเราในสำนักศึกษาแห่งนี้ การประลองภายในสำนักศึกษาแห่งราชวงศ์ จวบจนชุมนุมเทพยุทธ์ระดับทวีป พวกหกสำนักใหญ่ที่หยิ่งผยอง เป็ข้านี่แหละจะสยบพวกมัน เ้าและฮ่าวเทียนนับว่าเป็ตัวเอกของเื่โดยแท้...
วันถัดมาฮ่าวเทียนกำลังฝึกตนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนอยากขมักเขม้น ทว่าในใจมันกลับนึกเซ็งแซ่นัก ฝึกเหยาะแหยะเช่นนี้ชาติใดข้าจะเลื่อนระดับพลังได้อีก.... ตอนนั้นเองมีร่างผู้หนึ่งปรากฏขึ้นบนลานฝึก ทำเอาอาจารย์คุมสอนลุกขึ้นจากที่นั่งระหว่างหลับงีบแทบไม่ทัน
“ ทะๆๆ ท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใดรึ ผู้ชราคารวะท่านรองเ้าตำหนัก! ” ได้ยินดังนั้นฮ่าวเทียนลืมตาขึ้นทันที พบเจอเทียนอวิ๋นบนลานฝึก เปร่งรัศมีกดดันบางเบาสีทองตลอดเวลา ทำเอาเหล่านักเรียนที่ไม่เคยพบเจอตัวหดลีบลงจะเท่ามด...
“ อาจารย์หวัง ข้ามาถึงนี่เพื่อขอรับทะเบียนประวัตินักเรียนชื่อฮ่าวเทียน ทั้งเอกสารทั้งมวลของมัน รีบไปนำมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ” อาจารย์คุมสอนยิ่งคิดยิ่งสงสัย ลมอะไรหอบตัวตนเช่นเขามายังที่นี่ ทั้งยังถามถึงเื่แปลกประหลาดอีก
“ ท่านรองเ้าตำหนัก ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลเ่าั้โดยง่าย เหตุใดจึงรุดมาถึงที่นี่ ที่แท้มีเื่อันใดให้ข้าช่วยเหลือรึไม่ ? ” เทียนอวิ๋นตอบกลับ
“ มิมีอันใดท่าน เพียงต้องปฏิบัติตามธรรมเนียม ส่งศิษย์ถึงมือ ” อาจารย์คุมสอนใจวาบหวิว นี่หมายความว่า... “ เป็เช่นนั้น ข้าเทียนอวิ๋น คิดรับมันเป็ศิษย์สายตรง! ”
จบตอน