ตู้มมมมมมมมม
เสียงร่างอันบอบบางกระแทกเข้ากับผืนน้ำอันเย็นฉ่ำ โดยที่เ้าของร่างไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบรับมันเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ากำลังจมอยู่ในห้วงความคิดบางอย่าง กว่าจะรู้สึกตัวว่าไม่มีอากาศเอาไว้หายใจก็ตอนที่ร่างดำดิ่งลงไปในน้ำเสียแล้ว
น่าเสียดายที่เ้าของร่างนั้นเป็คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่งมีหรือจะมีความสามารถในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์เช่นนี้ได้ หลังจากตะเกียกตะกายอยู่ไม่กี่ครั้งก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้อีกต่อไป
‘ฮ่าๆๆๆๆ’ นางได้แต่หัวเราะให้กับความโง่เขลาของตนเองอยู่ในใจ หากไม่ใช่เพราะความโง่เง่าของตนเองนางจะอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้หรือ
มองขึ้นไปบนสะพานจุดที่นางร่วงลงมากพบกับร่างของสตรีอีกนางที่ยืนมองอยู่โดยไม่ได้มีท่าทีว่าจะช่วยเหลือแต่อย่างใด แน่นอนว่าต้องเป็เช่นนั้นในเมื่อนี่คือคนที่ผลักนางลงมาด้วยตนเอง
น้องสาว ไม่สิ นี่คือเด็กในบ้านที่นางรู้สึกเอ็นดูที่สุด รักเหมือนกับน้องสาวแท้ๆของตนเอง เชื่อใจทุกๆอย่างแม้กระทั่งต้องกลายเป็คนร้ายกาจในสายตาทุกคนก็ยังคงเชื่ออย่างสุดหัวใจ
แต่จะโทษนางก็ไม่ได้ ในเมื่อผู้ชายที่นางรักอย่างสุดหัวใจและเป็ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็คู่หมั้นของนางนั้นมักคอยบอกอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ถูกต้อง เป็สิ่งที่เขาชื่นชอบ หากทำตัวอ่อนหวานแบบน้องสาวก็จะกลายเป็คนจืดชืด
‘ช่างโง่เขลายิ่งนัก ท่านพ่อคงผิดหวังในตัวข้ายิ่งนัก น่าเสียดายกับความรู้ความสามารถที่ท่านพ่อคอยสั่งสอนมาั้แ่เด็กๆเสียจริงๆ หากชาติหน้ามีจริง ขอให้ข้าได้เกิดมาเป็ลุกของท่านอีกครั้ง ข้าสัญญาว่าจะไม่โง่เขลาและตอบแทนพระคุณของท่านให้ดีที่สุด’
น้ำตาที่ไหลออกมาของนางไม่มีโอกาสได้หล่นเป็สาย เพราะได้ถูกกระแสน้ำชะล้างไปหมดเสียแล้ว
‘มู่อี้หาน สวีเยว่ซิน ข้าจะจดจำความแค้นนี้เอาไว้ให้ลึกสุดหัวใจหากวันหน้าข้ามีโอกาส จะทำให้พวกเ้าทั้งสองได้รับรู้ถึงความทุกทรมานที่ข้าได้รับ!!’
ภาพสุดท้ายที่นางได้เห็นก่อนทุกอย่างจะกลายเป็ความมืดคือภาพของคู่หมั้นของตนเองที่ยืนคู่น้องสาวนอกสายเือยู่บนสะพาน โดยที่ไม่ได้สนใจความเป็ตายของนางเลยแม้แต่น้อย ช่างเป็ภาพที่จุกในอกเสียจริงๆ
………..
“คุณหนู คุณหนูเ้าคะตื่นได้แล้วเ้าคะ”
นี่ไม่ใช่เสียงของลี่ถังหรอกหรือ ในเมื่อข้าตายไปแล้วนางจะตามมาได้อย่างไร หรือว่าพวกมันจะฆ่าสาวใช้ของนางด้วย!!
“คุณหนูเ้าคะ จะสายแล้วนะเ้าคะ”
“ลี่ถัง เ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
“เหตุใดคุณหนูถามบ่าวเช่นนั้นละเ้าคะ บ่าวก็นอนกับคุณหนูทุกคืนนะเ้าคะ” ลี่ถังตอบด้วยความแปลกใจ เื่นี้คุณหนูลืมได้อย่างไร
เมื่อได้ยินคำตอบของสาวใช้ก็ทำเอานางรู้สึกตกตะลึงไปไม่น้อย หรือว่าทุกอย่างคือความฝัน แต่เหตุใดความฝันเ่าั้ถึงได้สมจริงเช่นนั้น ความเ็ปที่นางได้รับยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจของนางไม่คลาย ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธเกลียด ยิ่งแค้นมากขึ้นไปทุกที
“วันนี้วันที่เท่าไหร่หรือ”
“วันที่ 1 เดือน 7 เ้าค่ะ” แม้จะสงสัยในคำถาม แต่ลี่ถังก็ยังคงตอบคำถามของเ้านายตนเองเช่นเคย
“เช่นนั้นก็เหลืออีก 6 วัน จะถึงงานฉีเฉียวสินะ”
“เ้าค่ะ”
หากเป็เช่นนั้นวันนี้ก็เป็วันที่นางนัดกับมู่อี้หานสินะ หากเป็เช่นนั้นสวีเยว่ซินก็ต้องตามไปด้วยอย่างแน่นอน
หลังจากอาบน้ำแล้วนางก็ต้องตกตะลึงกับเสื้อผ้าที่ลี่ถังเตรียมเอาไว้ให้ นี่มันเป็ชุดเดียวกันกับในความฝันของนาง!!
เสื้อสีส้มตัดกับผ้าคลุมสีเขียวสดช่างเป็รสนิยมที่น่าใเสียจริง ในอดีตนางไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะมีความสามารถในการผสมสีเช่นนี้ แม้ว่านางจะเป็คนที่มีผิวขาวราวกับหิมะ แต่การใส่ชุดเช่นนี้ก็ไม่เข้ากันเลยจริงๆ
ถึงแม้ว่าจะคิดว่าเื่การหักหลังเ่าั้เป็ความฝันก็ตาม แต่ความฝันนั้นก็มีประโยชน์กับนางเป็อย่างมากเพราะมันทำให้นางมองเห็นตนเองจากมุมมองที่คนอื่นมอง
“ลี่ถัง ไปเอาชุดอื่นมาเปลี่ยนเถิด”
“เอ่อ คุณหนูอยากได้ชุดสีอะไรหรือเ้าคะ” สีหน้าของลี่ถังไม่ค่อยดีนัก นางกลัวว่าคุณหนูของตนเองจะสวมชุดที่สีจัดกว่านี้ ทุกวันนี้นางพยายามจัดชุดที่สีไม่ฉูดฉาดเกินไปนัก แต่ดูท่าวันนี้คุณหนูคงคิดจะเอาใจคุณชายอี้อีกเป็แน่
“ไปหาชุดที่สีอ่อนกว่านี้มาเถิด”
“สีอ่อนหรือเ้าคะ!!”
หลังจากใช้เวลารื้อหีบเสื้อผ้าอยู่เป็เวลานาน นางก็ได้ชุดสีเขียวอ่อนมาชุดนึง ทั้งหีบมีเพียงชุดนี้เท่านั้นที่นางเห็นว่าเข้าตา เมื่อใส่รวมกับเสื้อคลุมสีเขียวเข้มก็พอจะสามารถก้าวออกจากเรือนได้
ลี่ถังที่เห็นว่าคุณหนูของตนเปลี่ยนความคิดในการแต่งกายก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา ตามปกติคุณหนูมักจะชื่นชอบการใส่เสื้อผ้าสีตัดกัน ยิ่งเป็สีสดๆยิ่งชอบใส่ยิ่งนัก โดยให้เหตุผลว่าคุณชายอี้ผู้เป็คู่หมั้นชื่นชอบ
“ข้างดงามหรือไม่” หลังจากแต่งหน้าเพียงบางๆ รวมถึงปักผมด้วยปิ่นเพียงเล็กน้อยก็หันไปถามลี่ถังที่ทำหน้าราวกับจะร้องไห้
“งดงามมากเ้าค่ะ บ่าวไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นคุณหนูแต่งกายเช่นนี้”
จริงๆแล้วมีเพียงแค่สองคนที่ชื่นชมกการแต่งกายของนางอยู่เป็ประจำ ส่วนคนอื่นๆนั้นมักจะทำหน้าแปลกๆอยู่เสมอ แต่เมื่อได้รับคำปลอบโยนช่างทั้งสองคนความรู้สึกแปลกๆก็หายไปทันที
มาถึงวันนี้นางกลับมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ช่างเป็ความรู้สึกที่ดีแปลกๆเสียจริง
หลังจากเดินออกจากเรือนก็แปลกใจกับสิ่งรอบข้าง ทุกอย่างล้วนเป็ภาพที่นางเคยเห็นมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็สาวใช้ คนงาน แม้กระทั่งสวีเยว่ซินที่กำลังเดินเข้ามาหานาง
เมื่อเห็นนาง สีหน้าของเยว่ซินก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด “พี่สาว เหตุใดถึงได้แต่งตัวเช่นนี้หรือเ้าคะ”
“ทำไม ข้าไม่งามหรือ”
“งามเ้าค่ะ เพียงแต่ว่าหากท่านแต่งกายเช่นนี้เกรงว่าพี่อี้หานจะไม่ชื่นชอบนะเ้าคะ”
“ไม่เป็ไรหรอก รีบไปกันเถิด หากช้ากว่านี้เกรงว่าจะสายเสียก่อน”
“เ้าค่ะ”
แม้จะรู้สึกแปลกๆอยู่บ้างที่เยว่ซินมักจะตามนางไปพบอี้หานทุกครั้ง แต่นางก็พยายามที่จะไม่สนใจมัน ในความทรงจำของนางไม่เคยมีครั้งไหนที่นางจะอยู่กับคู่หมั้นเพียงสองคนสักครั้ง
ทุกอย่างในชีวิตของนางน้องสาวนอกสายเืคนนี้เข้ามามีบทบาทเสียยิ่งกว่าบิดาของนางเสียอีก เยว่ซินเป็เพียงบุตรสาวของคนงานที่เคยช่วยเหลือชีวิตของท่านพ่อเอาไว้ คำขอสุดท้ายมีเพียงขอให้ช่วยดูแลภรรยาและบุตรสาวของตนเองเพียงเท่านั้น
ในตอนนั้นบิดาของนางเป็พ่อค้าที่คุมขบวนสินค้าด้วยตนเอง หลังจากพบเจออันตรายถึงชีวิตก็ทำให้เปลี่ยนมาเปิดร้านในเมืองหลวง หลังจากนั้นไม่นานก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็พ่อค้าที่ร่ำรวยเป็อันดับต้นๆของแคว้น
“เยว่ซินเ้าออกไปก่อนเถิด ข้าจะไปพบท่านพ่อก่อน”
“แต่ว่า”
“มีอะไรหรือ” เมื่อเห็นว่าท่าทางของเยว่ซินไม่ค่อยเต็มใจนักนางก็ถามขึ้นด้วยท่าทีที่แสนโง่เขลา
“เปล่าเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะออกไปรอด้านนอกนะเ้าคะ”
เมื่อเห็นเยว่ซินเดินออกไปทางประตูข้างเรียบร้อยแล้ว ลี่ถังก็พูดขึ้นมา ราวกับว่ารอโอกาสนี้มานาน
“คุณหนูท่านจะไปพบนายท่านจริงหรือเ้าคะ” เพราะว่าคุณหนูและนายท่านนั้นมักจะมีปากเสียงกันอยู่เสมอทำให้ทั้งคู่ไม่ได้พบกันบ่อยนัก
“เปล่าหรอก ข้าเพียงไม่้าให้เยว่ซินออกทางประตูใหญ่กับข้าเท่านั้น” ปกติเยว่ซินที่เป็เพียงผู้อาศัยจะต้องออกทางประตูด้านข้างของจวน แต่เมื่อออกไปกับนางก็จะสามารถออกไปทางประตูใหญ่ของจวนได้
“คุณหนู!!! ท่าน ท่าน นี่มันดีมากเ้าค่ะ ท่านเป็ถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของเซี่ยเหยาเฉิง พ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุด ท่านไม่ต้องไปสนใจกาฝากเช่นนั้นหรอกเ้าค่ะ”
“ลี่ถัง หากคนอื่นได้ยินจะคิดว่าตระกูลเซี่ยของเราเป็พวกอกตัญญูเอาได้”
“ขออภัยเ้าค่ะคุณหนู”