"เมืองนี้ถูกสร้างมาได้แย่มากเลยนะ" คิรินเปรยขึ้นพลางมองไปที่หอคอยสูงชันที่เริ่มมีรอยแตกร้าว "ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์หรอก แต่วงจรของพลังงานข้างล่างนี้มันเหมือนกับท่อที่อุดตันมานานนับร้อยปี ความมืดมันไม่ได้ไหลเวียนไปไหน แต่มันขังอยู่จนเน่าเฟะและส่งผลเสียต่อทุกคนที่อยู่ที่นี่"
"นั่นคือเหตุผลที่พวกเราต้องคอยเก็บเกี่ยวิญญามาเพื่อหล่อเลี้ยงมันอย่างไรเล่า!" เสียงที่ทรงพลังและเย็นะเืดังมาจากวิหารยอดแหลมที่สูงที่สุด
ร่างของชายในชุดคลุมยาวสีเทาหม่นลอยลงมาจากฟากฟ้า ดวงตาของเขาจมลึกเข้าไปในเบ้าและส่องแสงสีม่วงประหลาด เขากุมไม้เท้าที่ทำจากกระดูกัดำซึ่งบรรจุไว้ด้วยดวงจิตที่กำลังกรีดร้อง เขาคือ 'อาร์คอน มอรอส' ประธานสภาผู้คุมิญญา ตัวตนที่กุมอำนาจสูงสุดเหนือดินแดนแห่งนี้
"เ้าผู้พเนจร... เ้าคิดว่าการนำเอาทุ่งหญ้าและดอกไม้มาไว้ที่นี่คือการช่วยโลกงั้นหรือ? เ้ากำลังทำลาย 'สมดุลแห่งความเสื่อมสลาย' ที่ค้ำจุนจักรวรรดิของเรามานานแสนนาน!"
"สมดุลที่สร้างบนความทรมานเนี่ยนะ?" คิรินส่ายหน้า "ในมุมมองของผม เมืองนี้ก็เหมือนกับบ้านเก่าที่ทรุดโทรมจนน้ำขังและราขี้นไปทั่ว แทนที่จะซ่อมโครงสร้างให้ดี พวกคุณกลับเอาแต่หาเศษซากใหม่ๆ มาโปะทับรอยร้าวไปเรื่อยๆ มันถึงเวลาที่ต้อง 'บูรณะ' ครั้งใหญ่แล้วครับ"
"บังอาจ! จงมอดไหม้ไปใน 'กาลเวลาแห่งการร่วงโรย'!"
มอรอสชูไม้เท้าขึ้น ทันใดนั้น วงเวทสีดำขนาดมหึมาก็แผ่ออกมาปกคลุมทั่วพื้นที่ พลังนี้ไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่มันคือการ 'เร่งเวลา' ทุกสิ่งในวงเวทจะแก่ชราและผุพังลงในพริบตา ดอกไม้ที่คิรินเพิ่งสร้างขึ้นเริ่มเหี่ยวเฉา และชุดเกราะของเอเลน่าเริ่มมีสนิมเกาะกินอย่างรวดเร็ว
"ท่านคิริน! พลังชีวิตของพวกเรากำลังถูกเร่งให้ดับสูญค่ะ!" เอเลน่าร้องด้วยความใเมื่อเห็นเส้นผมของเธอเริ่มมีสีขาวแซม
"การเร่งเวลาคือสัจธรรมที่เ้าไม่อาจรักษาได้!" มอรอสหัวเราะร่า
คิรินยืนนิ่ง เขารู้สึกถึงกระแสพลังที่พยายามจะกระชากความหนุ่มสาวไปจากเขา แต่เขากลับแสยะยิ้ม "การเร่งเวลาเหรอ? ถ้างั้นผมก็แค่ต้องให้พลังชีวิตที่ 'เร็วกว่า' และ 'มากกว่า' ความเสื่อมถอยที่คุณมอบให้เท่านั้นเอง"
คิรินปักคทาไม้เก่าๆ ลงบนพื้นหินแตกๆ อย่างมั่นคง
"มหาเวทฮีลปฏิสังขรณ์: กระแสชลแห่งความเยาว์วัย (Eternal Spring Overdrive)"[ ผลลัพธ์: รักษาทุกอณูของสิ่งที่ถูกทำลายให้กลับสู่จุดสูงสุดของชีวิตในพริบตา โดยไม่สนแรงกดดันของกาลเวลา ]
วูบบบบบบบบบบบบบบ!!!
แสงสีทองะเิออกจากร่างของคิรินเป็ระลอกคลื่นที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันไม่ได้แค่ต้านทานพลังของมอรอส แต่มันกลับ 'ไล่ตาม' ความเสื่อมถอยนั้นไป ดอกไม้ที่เพิ่งเหี่ยวเฉากลับเบ่งบานใหม่ด้วยสีสันที่สดใสกว่าเดิมร้อยเท่า สนิมบนเกราะของเอเลน่ามลายหายไปและแปรเปลี่ยนเป็เนื้อโลหะที่เงางามดุจเพชร
แม้แต่มอรอสเองที่อยู่ในวงเวท ก็ได้รับพลังรักษานี้เข้าไปด้วย!
"อึก... อะไรกัน! ทำไมข้าถึง... ข้ารู้สึกกระปรี้กระเปร่าเกินไป!" ร่างที่เคยผอมแห้งของมอรอสเริ่มพองโตขึ้น กล้ามเนื้อที่เหี่ยวแห่นกลับมาเต่งตึง ใบหน้าที่เคยดูเหมือนศพกลับกลายเป็ชายหนุ่มรูปงาม "หยุดเดี๋ยวนี้! ข้าไม่้าความมีชีวิตชีวาแบบนี้! มันทำให้พลังแห่งความมืดของข้าหายไป!"
"ในเมื่อระบบเดิมมันอุดตัน ผมก็แค่ช่วย 'ล้างท่อ' ให้พลังชีวิตมันไหลเวียนได้คล่องขึ้นเท่านั้นเอง" คิรินเดินก้าวเข้าไปหาประธานสภาที่กำลังดิ้นพล่านเพราะทนรับความรู้สึก 'สุขภาพดี' ไม่ไหว "ดูสิครับ เมื่อความมืดที่ค้างคาถูกชะล้างออกไป เมืองนี้ก็น่าอยู่ขึ้นเยอะเลย"
คิรินแตะที่อกของมอรอสเบาๆ แสงสีทองซึมลึกเข้าไปถึงแก่นิญญา
"ผมจะช่วยซ่อม 'ทางระบายพลังงาน' ของิญญาคุณให้ใหม่นะ คราวนี้ไม่ต้องไปสูบเืเนื้อใครแล้ว... แค่หายใจลึกๆ รับเอาพลังธรรมชาติเข้าไปก็พอ"
เพล้ง!
ไม้เท้ากระดูกัดำแตกกระจายออก ดวงจิตที่เคยถูกกักขังลอยล่องออกไปอย่างเป็อิสระ มอรอสทรุดลงกับพื้น ร่างกายของเขาสมบูรณ์แบบดุจเทพบุตร แต่เขากลับไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับตัว เพราะความอาฆาตแค้นที่เคยเป็แรงผลักดันถูก 'รักษา' จนสะอาดหมดจด
นครแห่งความเงียบงันในตอนนี้ไม่ได้เงียบงันอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยเสียงนกร้องและเสียงน้ำตกที่ผุดขึ้นมาจากรอยแยกของหิน
"เรียบร้อย... งานรีโนเวทขั้นต้นเสร็จสมบูรณ์" คิรินปัดมือพลางหันไปมองพรรคพวก "คุณโรแลนด์ เตรียมจัดที่ทางให้ดีนะ ต่อไปนี้เมืองนี้จะกลายเป็ 'สถานพักฟื้น' ที่ใหญ่ที่สุดในโลก... ส่วนคุณมอรอส ผมแนะนำให้คุณเริ่มจากการปลูกผักสวนครัวนะครับ มันช่วยฝึกสมาธิได้ดีมาก"
เอเลน่ายืนมองดูเมืองหลวงของศัตรูที่กลายเป็แดน์ด้วยความทึ่ง "ท่านคิริน... ท่านไม่ได้แค่ชนะพวกเขา แต่ท่านทำให้พวกเขา 'ลืมวิธีที่จะเป็ศัตรู' ไปเลยนะคะ"
"ก็เป็ซัพพอร์ตนี่ครับ... หน้าที่ของผมคือทำให้ทุกคนแฮปปี้" คิรินยิ้มกว้าง "เอาล่ะ... ในเมื่อที่นี่สะอาดแล้ว ผมว่าถึงเวลาที่เราจะไปดู 'ห้องลับใต้ดิน' ของวิหารนี้สักหน่อย ผมััได้ว่าระบบนิเวศของที่นี่มันยังมีจุดที่ 'รั่ว' อยู่"
คิรินเดินนำเข้าไปในวิหารที่บัดนี้ปกคลุมด้วยเถาวัลย์เขียวขจี โดยหารู้ไม่ว่าในส่วนลึกที่สุดของห้องลับนั้น... บางสิ่งที่เก่าแก่และหิวกระหายยิ่งกว่าสภาผู้คุมิญญากำลังถูกปลุกขึ้นมาด้วยแสงสว่างที่เข้มข้นของเขา