บทที่ 3
ความเชื่อใจที่ไม่สั่นคลอน
“เื่งานตอนนี้ไปได้ดีมาก คุณนี่โชคดีจริงๆที่ได้ตระกูลภาณุมาศคอยหนุนแถมยังมีภรรยาที่สวยขนาดนั้นเป็ของแถมอีก”
“ของแถม... ฮึฮึ นั่นสินะครับเป็ของแถมที่น่าสนใจดีเสียด้วย”
ความทรงจำอันหอมหวานเมื่อคืนวานยังหวนให้นึกถึง เขาพูดพลางแกว่งวนแก้วเหล้าวิสกี้ในมืออย่างสุนทรี
“โอ้...ถึงขนาดคุณพูดแบบนี้คงจะเป็คนที่น่าสนใจมากไม่น้อย”
“ฮึฮึ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่..เื่ของสองตระกูลนั้น?” ภวิศหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนจะเอ่ยเื่สำคัญ
“ตอนนี้เหมือนว่าจะมีคนเื้ัวางแผนทำอะไรอยู่ด้วย ผมว่าคุณควรระวังตัวเอาไว้หน่อย” สายตาทั้งคู่ดูจริงจังเมื่อเข้าเื่นี้แต่แล้วสิ้นประโยคภวิศก็แสยะยิ้มที่น่าสะพรึง
“มันน่าสนใจจริงๆว่าพวกเขาจะมาไม้ไหน”
ว่าแล้วแก้ววิสกี้ในมือก็ถูกยกขึ้นดื่มจนหมด สีหน้านั้นลุ่มลึกแฝงด้วยความเ้าเล่ห์เผยออกมาบนใบหน้าเห็นได้ชัด
“เป็อย่างไงบ้างลูก มีอะไรขาดเหลือหรือเปล่า?” วิไลรัตน์โทรถามผู้เป็ลูกสาวด้วยความเป็ห่วง
เธอนั้นรู้ดีว่าไลลาไม่ได้อยากแต่งงานแต่แรก แต่สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้เห็นจะมีเพียงการเอาใจใส่ลูกสาวสุดที่รักของเธอให้มากขึ้น
“หนูสบายดีค่ะแม่ ที่นี่มีทุกอย่างครบไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ”
“แล้วภวิศอยู่ด้วยกันไหมล่ะลูก?”
ั้แ่เมื่อวานเธอเองก็ยังไม่ได้เจอเขาอีกเลย เกือบบ่ายสองแล้วเธอก็ไม่เห็นวี่แววของอีกคน บนโต๊ะอาหารก็มีเพียงร่างเล็กๆที่นั่งทานอยู่คนเดียว แม้เธอจะพึ่งมาอยู่ที่นี่เป็ครั้งแรกก็ตาม
ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือเหงาอะไรหรอก เพราะอย่างไงเสียเธอก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะพิศวาสเธออยู่แล้ว
“ตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันค่ะ พอดีเขามีธุระด้านนอกเสร็จแล้วคงกลับมา”
“งั้นเหรอลูก อย่างนั้นแม่ไม่กวนแล้วหนูพักผ่อนเถอะลูก” สิ้นเสียงวิไลรัตน์ก็ตัดสายไป
ไลลานั่งมองแหวนแต่งงานบนนิ้วนางซ้าย โทสะและความหวาดหวั่นผุดขึ้นมาในใจเมื่อนึกถึงเื่เมื่อคืนวาน
แม้ยากจะเชื่อเพราะที่ผ่านมานานเธอใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด แต่เครื่องประดับนี้เหมือนกับย้ำเตือนเธออยู่เสมอว่าเธอได้แต่งงานแล้ว ชีวิตต่อจากนี้เธออาจจะต้องพบเจออะไรมากมายเพราะผู้ชายคนนั้น
แหวนวงงามถูกถอดออกและเก็บใส่กล่องของมัน ภวิศเองก็ไม่ได้สวมใส่ไว้ แล้วเธอจะต้องเป็คนที่สวมใส่อยู่คนเดียวหรือ?
มีมันไว้เขาก็คงทำอะไรไม่สะดวกนักสินะ
“กันต์วันนี้ฉันอยากจะไปซื้อของสักหน่อยบอกให้คนเตรียมรถที”
ไหนๆสามีของเธอก็ไม่อยู่แถมห้องทำงานก็ยังจัดไม่เสร็จ ดังนั้นมันจึงเป็โอกาสที่ดีที่เธอจะไปเปิดหูเปิดตาและลืมเื่ราวที่โหดร้ายจากคนที่โหดร้าย
เมอร์เซเดสคันขาวถูกขับเคลื่อนออกตามคำสั่งนายหญิงของบ้าน สถานที่ต่างๆสวนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจเป้าหมายที่จะมุ่งไปก็วางอยู่ตรงหน้า
ภายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่หรูหรา สายตาของเหล่าชายหนุ่มแอบเหลือบมองหญิงงามที่พึ่งเดินผ่านมา ไลลาในชุดจั๊มสูทขายาวสีฟ้าอ่อนช่างสวยสะดุดตา พาให้เมื่อเดินผ่านชายใดก็เป็อันต้องเหลือบมอง
ทางฝั่งหญิงก็ไม่น้อยหน้า สายตาหยาดเยิ้มทอดมองบอดี้การ์ดข้างกายเธอไม่กะพริบ ราวกับจะกลืนกินเขาไปทั้งตัว
“ฮึฮึ ยังเป็ที่จับตาของสาวๆไม่เปลี่ยนเลยนะคะ"
เสียงหัวเราะเบาๆถูกปล่อยออกมาเย้าหยอกคนสนิท ดีแล้วที่เธอนั้นได้ออกมาด้านนอกแบบนี้ หากอยู่แต่ที่นั่นมากไปเธอคงมีแต่จะหวนคิดเื่วันงานเสียเปล่าๆ
“เื่นั้นมันไม่สำคัญสำหรับผมหรอกครับ”
กันต์เอ่ยตอบพลางมองใบหน้าหญิงด้านหน้า สายตาวูบไหวเป็นัยว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง
เธอมาหยุดลงที่ร้านเสื้อผ้าประจำ แม้จะไม่ค่อยได้มาแต่ก็ถือว่าเสื้อผ้าส่วนใหญ่ของเธอมาจากที่นี่ โซนเลือกซื้อมากมายรายล้อมแต่เธอกลับเดินเลือกได้ราวรู้เส้นทางอย่างดี
“นายว่าชุดนี้เหมาะกับฉันไหม?”
เรียวมือยกชุดเดรสสีน้ำตาลตัดครีมขึ้นเอ่ยถามบอดี้การ์ดหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ผมคิดว่าคุณใส่ตัวไหนก็เหมาะครับ”
“ให้นายมาเลือกด้วยทีไรก็ตอบแต่แบบนี้ทุกทีสินะ นี่กลัวฉันโกรธอย่างนั้นเหรอ...?” ไลลายกชุดดังกล่าวให้ผู้ติดตามชายอีกคนถือ เธอพูดไปในขณะที่สายตาพลางมองหาชุดใหม่
“ผมไม่ได้โกหกจริงๆนะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ลองเลือกชุดที่เหมาะกับฉันที่สุดในนี้ดูสิคะ”
เมื่อเห็นแบบนั้นใบหน้าเรียบนิ่งก็ยกยิ้มเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยแววหยอกเย้า เธอเองก็อยากรู้ว่ารสนิยมของชายที่ดูแลเธอมานานว่าจะเป็อย่างไร กันต์ที่เห็นก็รับรู้เขายิ้มตอบโดยที่สายตาทั้งสองยังจ้องมองกัน
เนื่องจากร้านมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่แม้เธอจะดูยังไม่หมดร้านแต่ก็อยู่นานนับชั่วโมง นาฬิกาข้อมือสีเกาลัดบอกเวลาว่าเวลานี้เธอควรจะกลับได้แล้ว
ทั้งผู้ติดตามของเธอและพนักงานร้านต่างเดินตามไลลาเป็พัลวัน ก็ไลลาเล่นมาซื้อเสื้อผ้าราคาแพงเยอะแยะแบบนี้พนักงานที่ไหนจะไม่อยากเข้าหา
“นี่คือชุดที่เลือกให้ฉันงั้นเหรอคะ?”
ชุดเดรสแขนยาวเปิดไหล่เนื้อผ้าโพลีสีดำสนิทไร้สีใดเติมแต่ง มีเพียง่แขนที่เป็ชีฟองแก้วให้เห็นทะลุผ่าน ่ตัวก็เข้ารูปเหมาะที่จะเผยให้เห็นหุ่นที่แสนจะยั่วยวนของเธอสู่สายตาคนพบเห็น
“ใช้ได้เลยนะคะ งั้นฉันเอาตัวนี้ด้วยค่ะ” ไลลาพินิจตามองชุดทั้งยิ้ม ก่อนจะสั่งพนักงานร้านที่เดินตามมาด้านหลัง
“วันนี้ก็ใช้เวลามาพอควรแล้ว กลับกันเถอะค่ะ”
เสื้อผ้ามากมายถูกถือโดยบอดี้การ์ดชายอีกสองคนที่ตามมาด้วย สองแขนใหญ่เต็มไปด้วยข้าวของเสื้อผ้าที่เธอเลือกซื้อจนพะรุงพะรัง
“วันนี้ซื้อเยอะจังเลยนะครับ” กันต์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกน้องสองคนด้านหลังถือของเต็มมือราวกับเป็หน้าที่หลักหาใช่การคุ้มกันเธอ
“ไม่ใช่ของฉันคนเดียวหรอกค่ะ” เสื้อผ้ามากมายขนาดนี้กว่าเธอจะใส่ครบคงใช้เวลานาน
วัตถุประสงค์จริงๆของมันนั้นเป็สิ่งที่ดีเสียยิ่งกว่าการเอามาใส่เองเสียอีก ลอนผมสีน้ำตาลถูกปัดไปทางด้านหลังพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉาบลงบนใบหน้าสวยเกินหยั่ง
เมื่อกลับมาถึงบ้านดวงตานั้นก็ทอดเห็นบางสิ่งบางอย่าง รถคันสีดำที่เมื่อเช้ายังไม่มีจอดแต่ตอนนี้มันกลับมาแล้ว นั่นแสดงว่าภายในบ้านหลังนั้นมีใครบางคนที่กำลังรอเธออยู่
“คุณหนูคะตอนนี้คุณภวิศกำลังรอทานอาหารเย็นอยู่ค่ะ” มายาสาวใช้คนสนิทเข้ามาบอกอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นผู้เป็นายกลับมา
รอทานอาหารพร้อมกันอย่างงั้นเหรอ...?
“ขอบคุณนะคะ” สิ้นเสียงเธอก็เดินตรงไปยังห้องอาหาร ปล่อยให้ลูกน้องได้จัดการกับเสื้อผ้าที่เหลือ ด้านข้างมีกันต์บอดี้การ์ดหนุ่มอีกคนที่เดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง
“ไปไหนมางั้นเหรอครับ?” เมื่อเห็นไลลาเดินเข้ามาภวิศก็เอ่ยปากถาม
“พอดีไปซื้อของมานิดหน่อยค่ะ”
ร่างเล็กหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ไม่นานอาหารก็ออกมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว อาหารมากมายเรียงรายอยู่บนโต๊ะชวนเอาเธอที่กลับมาจากเดินเหนื่อยๆรู้สึกหิว
“เื่งานที่ต้องจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วงั้นเหรอคะ?” ไลลาพูดด้วยสีหน้าเยือกเย็นไม่สะทกสะท้าน
เธอยังคงจำไม่หายกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ แต่หากการร่วมวงอาหารนั้นเงียบจนเกินไปก็คงจะดูอึดอัด และไม่เป็การดีต่อเหล่าคนใช้ที่เห็นคู่สามีภรรยาที่พึ่งแต่งงานมาดูตึงเครียด
“เื่นั้นเรียบร้อยแล้วครับ อีกเดี๋ยวคงมีเวลาให้คุณเพิ่มขึ้น” ภวิศเอ่ยยิ้มจนตาหยี ถ้าเธอไม่รู้จักนิสัยจริงๆของเขาก็คงจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าเขานั้นเป็คนที่น่ากลัว ผิดจากรูปลักษณ์ที่เขาเผยให้เห็น
“่นี้ผมว่าคุณอย่าพึ่งออกไปไหนดีกว่าผมกลัวว่าคุณจะเป็อันตราย”
“ค่ะ ฉันจะระวังตัว”
่ที่พึ่งเริ่มแต่งงานกันใหม่ๆแบบนี้ไม่รู้ใครประสงค์ดีประสงค์ร้าย คู่แข่งธุรกิจเขาก็มีมากมายยิ่งตระกูลใหญ่ทั้งสองมาเกี่ยวดองกันยิ่งทำให้พวกนั้นอยู่เฉยได้ยาก
แม้ตระกูลของเธอจะไม่ได้มีอำนาจเทียบเท่ากับผู้คนในธุรกิจมืดใหญ่ๆ แต่ก็เป็ตระกูลที่ร่ำรวยทั้งเงินตราและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจทางบ้านเธอนั้นขาวใสยิ่งเป็เกราะกำบังชิ้นใหญ่เพื่อเอาไว้กำจัดพวกน่ารำคาญ
“พรุ่งนี้ตอนเย็นคุณพอจะมีเวลาว่างไหมครับ พอดีว่าผมมีที่ที่หนึ่งที่อยากจะให้ไปด้วยกันหน่อย” ภวิศเหลือบมองขณะเอ่ยเบาๆ
“ถ้าเป็หลังจากสี่โมงก็พอมีเวลาอยู่ค่ะ ว่าแต่ไปที่ไหนเหรอคะ?” แม้ตัวจะไม่อยากไปแต่หากเป็เื่ที่สำคัญขึ้นมาอาจจะไม่เป็การดีที่จะปฏิเสธ
“....ความลับครับ”
ภวิศตอบอย่างอารมณ์ดีชวนให้บรรยากาศรอบตัวของเขาคลายความกังวล ทั้งเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดสูทด้านข้างและเหล่าลูกน้องภายในห้องนั้นก็ต่างโล่งใจ
มันจะดีมากแค่ไหนที่คนที่มักจะดุร้ายเริ่มรู้จักผ่อนปรน
“เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น”
แต่นั่นก็ได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว โทรศัพท์มือถือเครื่องดำที่ถูกวางไว้บนโต๊ะดังขึ้นกลางวงอาหาร หน้าเบอร์เขียนชื่อริสาแม้ไม่ต้องคิดก็คงรู้ว่าเป็ชื่อของผู้หญิง
ภวิศมองเบอร์บนหน้าจอก่อนจะปิดเสียงไปและกลับมาทานข้าวด้านหน้าต่อไม่สนใจคนโทรมา แต่เมื่อสายวางลงหญิงสาวคนดังกล่าวก็ยังคงโทรมาอีกครั้ง
“ไม่รับสายงั้นเหรอคะ? เธออาจจะมีเื่สำคัญก็ได้” น้ำเสียงเจือไปด้วยความหยิ่งผยองและเย้ยหยัน ริมฝีปากนั้นคลี่ยิ้มออกมามองไปยังคนตรงหน้ารอคำตอบ
“ไม่สำคัญหรอกครับ” อีกฝ่ายตอบพร้อมยิ้มน้อยๆและปิดมือถือไป
มื้ออาหารเต็มไปด้วยบรรยากาศน่าอึดอัด ใครๆก็รู้ว่าภวิศนั้นมีผู้หญิงมากมายคอยปรนนิบัติ แต่นี่ต่อหน้าไลลาที่เป็ภรรยากลับมีเบอร์ผู้หญิงโทรมาให้เห็นกันอย่างโต้งๆ
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
จากนั้นไม่นานไลลาก็เอ่ยขึ้น อาหารในจานถูกทานไปเพียงครึ่ง แม้เธอจะไม่ได้แต่งงานกับเขาเพราะความพิศวาส แต่มีเบอร์หญิงอื่นโทรมาหาสามีที่เธอพึ่งแต่งงานด้วยต่อหน้าถึงสองครั้งสองครา ศักดิ์ศรีของหญิงคนหนึ่งนั้นย่อมรู้สึกว่าโดนเหยียบย่ำ
“คุณยังกินไม่หมดเลยนะครับ”
“พอดีว่าฉันไม่อยากอาหารเท่าไหร่ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ” ไลลาเอ่ยก่อนจะหันหลังกลับไปปล่อยให้ชายผู้เป็สามีนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารอย่างโดดเดี่ยว
ในเมื่อตอนนี้ห้องทำงานยังไม่เสร็จไลลาจึงนำโน้ตบุ๊กส่วนตัวมาทำงานในห้องนอนพลางๆไปก่อน ในตอนแรกวิไลรัตน์ก็บอกให้เธอพักผ่อนเธอจึงอยากที่จะพักงานไว้สักวันหนึ่ง แต่ในตอนนี้ไลลาทำได้เพียงนำงานขึ้นมาทำ เนื่องจากไม่อยากคิดเื่ที่ภวิศทำต่อหน้าเหล่าลูกน้องที่ยืนล้อมมากมาย
“ก๊อกๆๆ ผมขอเข้าไปหน่อยนะครับ” เสียงกันต์เอ่ยดังลอดช่องประตูเข้ามาบอกผู้เป็นาย
“เข้ามาได้ค่ะ”
“นี่ห้าทุ่มแล้วนะคะ ทำไมยังไม่ไปพักผ่อนอีก?” สิ้นเสียงประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกไลลาจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย
กันต์อยู่กับเธอมาทั้งวันแล้ว ถึงจะเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวที่ทำงานด้วยกันมานานและเป็คนที่เธอสนิทมากที่สุด แต่มนุษย์ทุกคนก็ต้องพักผ่อน เขาตื่นมาแต่เช้าและยังหลับดึกเสมอแม้จะเป็ผู้ที่ทำหน้าที่ดีอย่างหาที่ติ แต่ก็เป็คนที่ใช้ร่างกายตัวเองอย่างทรหด
“เื่พรุ่งนี้น่ะครับ คุณจะไปจริงๆงั้นเหรอ?”
“ในเมื่อรับปากไปแล้วก็ช่วยไม่ได้ค่ะ เอาไว้ถ้ามีอะไรไม่น่าไว้ใจฉันจะหนีออกมาทันที”
เธอมองไปยังบอดี้การ์ดที่กำลังเป็ห่วงอยู่ในตอนนี้ แม้สีหน้าจะดูเรียบเฉยแต่ที่เขาพูดมานี้เธอรู้ดีว่าเขารู้สึกอย่างไร
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่กวนแล้วครับ” เมื่อไลลาพูดออกมาแล้วอยู่ต่อก็หาได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่ก่อนจะกลับกันต์จับเรียวมือด้านหน้าขึ้นมาจูบลงบนหลังมือของเธอเบาๆ ซึ่งมันค่อนข้างน่าแปลกมากเพราะเขาไม่ค่อยแสดงอะไรแบบนี้ให้เธอได้เห็นมาก่อน
“วันนี้แปลกๆนะคะ มีอะไรกวนใจหรือเปล่า?” เมื่อกันต์เตรียมจะออกจากห้องไปไลลาจึงเอ่ยทักด้วยความเป็ห่วง
“บางทีผมก็อยากจะทำอะไรที่มากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ” สุ้มเสียงที่แสนจะแ่เบาถูกปล่อยออกมาในขณะที่เขายังคงหันหลังเตรียมจะเปิดประตู
“อะไรนะคะ?”
“เปล่าครับ ราตรีสวัสดิ์นะครับ”
กันต์หันมายิ้มให้เธอบางๆและออกจากห้องไป ถึงจะรู้สึกแปลกๆแต่หากเขาพูดออกมาแบบนั้นมันก็คงจะไม่มีอะไร...