ปัง
เฮือก
เฉินรุ่ยอยู่บนเตียงนอนตาเบิกกว้าง ริมฝีปากบางอ้าค้างหอบหนัก เขาพยายามตักตวงอากาศเข้าปอด แต่กลับรู้สึกไม่เพียงพอ เสียงนั้นคล้ายดังสะท้อนในหัวของเขา ลำตัวแข็งเกร็งอยู่อย่างนั้น เมื่อดวงตาถูกปรับให้เข้ากับความมืดสติของเขาจึงค่อยๆ ฟื้นกลับมา
เฉินรุ่ยพลิกร่างกายนอนตะแคง เขาค่อยๆ หดแขนขาเข้าหาตัวก่อนจะนอนกอดตัวเองอยู่บนเตียง ทุกวันเหมือนถูกฆ่าตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งเขามักจะรู้สึกว่าตนไม่อาจทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปได้อีกแล้ว
นอนต่อไม่ได้อีกแล้ว
เฉินรุ่ยลุกขึ้นไปเปิดไฟ คว้าเอามือถือที่ชาร์จไว้ออกมาดูเวลา ตีสี่กว่าฟ้ายังมืดอยู่เลย เขาลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าก่อนจะกลับมาปลดล๊อคมือถือ ขณะที่เดินออกจากห้องรายชื่อผู้ติดต่อใหม่เด้งขึ้นมา เมื่อคืนเฉินรุ่ยได้เพิ่มเบอร์โทรศัพท์ของคาร์ลเข้าไป ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ถูกเชื่อมต่อไว้กับเบอร์นั้นก็จะทำการค้นหาช่องทางการติดต่อของอีกฝ่ายขึ้นมาให้อัตโนมัติเป็ปกติ เขาชั่งใจก่อนจะปล่อยไว้แบบนั้น
ไฟในบ้านค่อนข้างสลัวพอให้เห็นทาง เฉินรุ่ยเดินเข้าไปในครัวเทน้ำใส่แก้วก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้แถวนั้น เขานิ่งไปพักหนึ่ง เรียบเรียงความคิดแล้วนำมือถือขึ้นมากดหาข้อสอบทำ ใกล้สอบอยู่แล้วเขาจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ได้อย่างไร
เมื่อทำข้อสอบเสร็จไปชุดนึง ไฟห้องครัวถูกเปิด เขาวางมือถือลงเงยหน้ามองบุคคลที่เข้ามาใหม่ เวลานี้เพิ่งจะตีห้า เป็คาร์ลในสภาพเหงื่อโทรมกาย เขาเอาผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อที่คอตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็น นำน้ำดื่มมาวางบนโต๊ะแล้วนั่งข้างกัน
“คุณตื่นเช้ามาก”
“ฉันคิดว่าเธอตื่นเช้ากว่า”
ไม่มีบทสนทนาต่อจากนั้น เมื่อดื่มน้ำเสร็จคาร์ลก็ลุกขึ้นจะเอาแก้วไปล้าง เฉินรุ่ยเห็นอย่างนั้นก็คว้าแก้วไว้ก่อน
“ผมล้างให้เอง”
“ขอบคุณ”
พอล้างแก้วเสร็จหันกลับมาคาร์ลก็ยังอยู่ที่เดิม เฉินรุ่ยทำตัวไม่ถูกนัก แบบนี้อึดอัดเกินไป
“คุณมีงานอะไร้าให้ผมทำไหม” เพราะเห็นว่าถูกมอง เลยถามออกไป
“วันนี้เป็วันหยุด...จะว่าไปก็มีเหมือนกัน” เฉินรุ่ยมองคนที่เปลี่ยนคำพูดกะทันหัน เขาเลิกคิ้วขึ้น
⚖️
พระอาทิตย์ขึ้นนานแล้ว ยามเช้าแดดไม่แรง อากาศกำลังดี ลมพัดพอให้รับรู้ถึงสายลมบางเบา เฉินรุ่ยยืนอยู่ในสวนหลังบ้าน ส่วนที่เขายืนอยู่เป็ลานกว้างซึ่งมีไม้ดอกไม้ประดับมากมาย นอกจากตรงนี้ก็ยังมีส่วนที่เป็โรงเรือนซึ่งเขาไม่ได้เข้าไปถึงตรงนั้น
จากคนขับรถกลายเป็คนสวนได้ภายในวันเดียว ไม้ประดับที่ยังไม่ถูกนำลงดินกองไว้มุมหนึ่ง นี่คงเป็งานอดิเรกสินะ ไม่ใช่ว่านี่มันงานอดิเรกยอดฮิตของคนมีอายุหรอกเหรอ อืม ก็มีอายุเล็กน้อย เฉินรุ่ยมองท่าทางจับเครื่องมือของอีกคนแล้วเขาก็อดไม่ได้เปลี่ยนจากคนตักปุ๋ยอาสาไปขุดหลุมแทน
“ท่าทางเธอทะมัดทะแมงดีนะ”
“ผมเคยขุดหลุมแบบนี้น่ะครับ”
ภาพวันฝนตกคืนหนึ่งย้อนเข้ามาเขากำลังยืนขุดหลุมขนาดใหญ่ มันใหญ่ขนาดที่ว่าสามารถฝังคนได้ทั้งตัว เขาไม่คิดว่าหลุมขนาดนั้นจะใช้ปลูกต้นไม้ คาร์ลลอบมองหน้าเด็กที่ถูกเขาดึงให้มาใช้เวลาด้วยกัน ส่วนหนึ่งก็เอ็นดู อีกส่วนก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าสนใจ
“คุณชอบต้นไม้เหรอ” เฉินรุ่ยเริ่มต้นบทสนทนาก่อนโดยไม่รู้ตัว คาร์ลเลิกคิ้วก่อนจะตอบคำถาม
“ใช่ แต่ไม่ได้สะสมพันธุ์หายากอะไรแบบนั้น เพราะว่าทำงานกับเทคโนโลยี สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยของที่ไร้ชีวิต พอได้อยู่ที่บ้าน มีต้นไม้ก็ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมา”
“ผมก็รู้สึกชอบมัน” เฉินรุ่ยบอก คาร์ลหันไปมองท่าทางของอีกฝ่าย แล้วเขาก็ยิ้มออกมาท่าทางแบบนี้เหมือนตอนพูดคำว่าอร่อยมากไม่มีผิด คำพูดทื่อๆ ไร้ความรู้สึกแต่ว่าท่าทางเหมือนกำลังซึมซับทุกัั ท่าทางแบบนั้นบอกชัดว่าเ้าตัวชอบมันมากจริงๆ
“ปกติแล้วฉันจะกลับบ้านเกือบทุกสัปดาห์ ถ้าเธออยากมา ฉันจะให้เธอทำงานแทนลุงทอมใน่วันหยุดแล้วเพิ่มโอทีให้ดีไหม” เฉินรุ่ยที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองคนพูด คาร์ลทำเป็ว่ากำลังสนใจกับการเกลี่ยหน้าดินหลังจากลงต้นไม้
“พวกคุณใจดีมาก” และนี่คือสมาชิกฟากตัวร้าย หรือว่าเพราะเป็คนดีฝั่งตัวร้ายแล้วมันไม่รุ่งสุดท้ายเลยถูกกำจัดออกไป เฉินรุ่ยพยายามคิดหาเหตุผลการตายของอีกฝ่าย
“เธอคิดว่าอย่างนั้นหรือ” เฉินรุ่ยหลุดจากความคิดหันไปยังทางที่คาร์ลนั่งอยู่ ไม่เห็นหน้าคนพูด น้ำเสียงก็จับอารมณ์ไม่ได้
“ใช่ครับ ไม่ถูกหรือ”
คาร์ลยิ้มกลับมา เอียงคอเล็กน้อย เฉินรุ่ยมองใบหน้านั้นเรียบนิ่ง
“ฉันก็คงใจดีมากจริงๆ นั่นแหละ”
ท่าทางที่เห็นตรงหน้าทำให้ในใจเฉินรุ่ยรู้สึกว่าไม่เป็ธรรม เขาอยากกระโจนออกจากโลกใบนี้และถามเมิ่งเมิ่งว่าตอนเขียนเธอจงใจวางคาแรคเตอร์คนที่จะตายให้ดีขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกัน เขาก็ดูเป็คนดีนี่
“ในเมืองนี้มีตลาดต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ ฉันคิดว่าก่อนเราจะกลับ จะแวะไปดูสักหน่อย”
“คุณอยากไปถึงที่ ZG6 ตอนไหนครับผมจะได้กะเวลาถูก”
“เย็นหน่อยก็ได้ ถึงที่นั่นก็คงค่ำพอดี เธอไม่รีบไปหรอกไหนใช่ไหม”
“ไม่ครับ แล้วแต่คุณเลย”
เฉินรุ่ยพูดไปขณะที่เอาต้นไม้ต้นสุดท้ายลงหลุม คาร์ลลุกขึ้นไปช่วยกลบดิน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการขุดของเฉินรุ่ยทำให้ทุกอย่างไวกว่าที่คิด แม้แต่ลุงคนสวนที่ไม่้ารบกวนเวลาส่วนตัวของเ้านายยังแปลกใจ
เมื่อทั้งคู่ออกจากพื้นที่ตรงนั้นเพื่อไปอาบน้ำและทานอาหารเช้า แซมคนสวนประจำบ้านก็ได้แต่อึ้งกับประสิทธิภาพการทำงานสวนของคุณชายตัวเอง ว่าแล้วก็เอามือถือขึ้นมาส่งข้อมูลให้ไดน่าแม่บ้านของตระกูลโกลเดนเบิร์กซึ่งประจำอยู่บ้านใหญ่ เหล่าคุณท่านทั้งหลายน่าจะชื่นชอบเื่นี้
⚖️
บ้านหลังนี้แปลกมากสำหรับเฉินรุ่ย บ้านหลังใหญ่ที่เขาสามารถเรียกเต็มปากว่าคฤหาสถ์หลังย่อมคนงานหลายสิบชีวิตแต่เขากลับไม่เห็นใครเลย หากไม่นับการเดินไปถึงห้องพักคนงานโดยตรง อาหารถูกจัดวางบนโต๊ะในครัวที่เครื่องครัวไม่มีร่องรอยการถูกแตะต้องสักนิด เฉินรุ่ยยืนทำหน้าตาย เขาเอานิ้วชี้ลูบกับขอบอ่าง
“ที่นี่มีครัวนอก แม่ครัวจะทำอาหารแล้วจัดโต๊ะให้ตามที่สั่ง” เมื่อเห็นความสงสัยฉายชัด คาร์ลเดาว่าน่าจะเป็เื่นี้ ความสงสัยนั้นก็มาจากการกระทำของคนตรงหน้าเอง
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมคิดอะไร” เฉินรุ่ยถามเขา
“ท่าทางเธอชัดเจนขนาดนี้ นั่งลงสิ ทานด้วยกัน”
เฉินรุ่ยในมือถือทัพพี ตักซุปข้าวโพดใส่ถ้วยแล้วเอาไปวางไว้ตรงหน้าคาร์ล เขาเลื่อนไข่ดาวกับขนมปังปิ้งไปด้านหน้าอีกคน ก่อนจะจัดอาหารเช้าอีกชุดหนึ่งให้ตัวเอง
“คุณอยากดื่มกาแฟไหม” เฉินรุ่ยถาม
“ขอเป็กาแฟดำ”
เฉินรุ่ยลุกขึ้นไปจัดการกับเครื่องชงกาแฟอย่างคล่องแคร่ว ก่อนจะนำกาแฟมาวางไว้ตรงหน้าคาร์ล อีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้เรียนหนังสือ มาจากเขตที่รวบรวมอาชญากรไว้ ไม่ได้ทำงานเป็หลักแหล่ง
“เธอเคยทำงานร้านกาแฟเหรอ” ถามขณะยกแก้วขึ้นจิบ
“ไม่เคยครับ”
แต่เขาคิดว่าการเป็เบ๊ที่เ้านายมักสั่งว่า ‘ให้คนไปจัดการ’ แล้วคนที่ไม่ถูกเอ่ยถึงว่าเป็ใครนั้น โดยรวมบทน่าจะถูกโยนมาให้เขา สารพัดคำสั่งจึงทำให้เขากลายเป็เบ๊เบ็ดเตล็ดฝั่งตัวร้าย คิดอะไรก็เพียงบอกว่าให้ ‘คน’ ไปจัดการให้เรียบร้อย เขาก็เพียงรับคำสั่งอีกทอดจากลูกน้องตัวร้ายอีกทีเพื่อทำทุกอย่างให้เื่ดำเนินต่อไป
ความสามารถด้านการจัดการปัญหาหรือสารพัดการบริการระดับห้าดาวเขาล้วนทำได้ทั้งนั้น แต่ไม่มีประวัติให้เอ่ยถึง เขาเป็แค่ ‘คน’ คนหนึ่งเท่านั้น เฉินรุ่ยคาดเดา
ตอบเสร็จก็ไปนั่งละเลียดซุปข้าวโพด กลิ่นของมันหอมมาก รสชาติก็อร่อยมาก ให้ตายสิ หัวใจของเฉินรุ่ยเต้นแรง วันนี้เขามีความสุขแล้วเพราะซุปถ้วยนี้
คาร์ลนั่งทานไปก็มองกิริยานั้นไป ด้วยรู้สึกว่าเด็กตรงหน้านั้นน่าสนใจ ก่อนนอนเขาจึงมีคำสั่งลงไปให้แมตค้นหาประวัติเด็กคนนี้ แมตเป็ผู้ช่วยเขาอีกคนมีหน้าที่จัดการเื่ความปลอดภัยและอำนาจนอกเหนือวิธีการปกติที่ไม่สามารถจัดการได้โดยกระบวนการที่ถูกต้องนัก
...เฉินรุ่ย...ไม่พบประวัติอาชญากรรม ไม่มีประวัติการทำงาน ไม่มีประวัติการศึกษา ไม่มีสถานพยาบาลที่เกิดหรือเข้ารับการรักษาก่อนหน้า มีแค่เพียงที่อยู่อาศัยบนบัตรซึ่งปรากฏเขต ZG0 เท่านั้น
โดยปกติถ้าข้อมูลที่ถูกลบก็พอจะมีวิธีการกู้คืน มีเพียงว่าเฉินรุ่ยไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง หรือเด็กตรงหน้ามีความสามารถมากพอที่จะใช้วิธีการใดก็ตามในการลบประวัติตัวเองออกไปได้ แม้แต่คนของโกลเดนเบิร์กก็หาคนที่จะทำแบบนั้นได้เพียงไม่กี่คน และไม่กี่คนที่ว่าก็ไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าในแง่ไหนนี่ไม่ใช่ว่าเด็กคนนี้น่าสนใจมากหรอกหรือ
“ที่เธอบอกว่าจนกว่าจะมีทางอื่นให้เดิน เธอมีแผนในอนาคตแล้วหรือยัง” เขาวางช้อนลงในถ้วยซึ่งถูกทานจนหมดแล้วถาม
“มีแล้วครับ” อีกฝ่ายตอบ คาร์ลสังเกตว่าไม่ว่าเขาจะถามคำถามอะไรไปเฉินรุ่ยจะตอบมันตรงๆ และเต็มใจที่จะตอบมันทันที ภายนอกเขาก็คือเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น ส่วนเื้ัเขาไม่สามารถรู้ได้เลย
“แล้วเธอจะทำอะไรในอนาคต”
คาร์ลมองเฉินรุ่ยที่ยังคงมีสายตาเพื่อมองแค่ซุปข้าวโพด ตอบคำถามเขาหนึ่งครั้งเขาก็จะถือช้อนค้างไว้ตรงขอบถ้วย
“ผมกำลังจะสอบวัดระดับเพื่อจบมัธยมปลายและเข้าทดสอบภาษาเดือนหน้านี้ หลังจากนั้นคงสมัครเรียนต่อ”
คาร์ลนั่งมองเฉินรุ่ยค่อยๆ ทาน ไม่ได้เร่งเร้า อาหารเช้าตรงหน้าเขานั้นถูกทานจนหมดแล้ว เหลือเพียงกาแฟที่ยังคงส่งกลิ่นกระจายไปทั่วทั้งโต๊ะอาหาร อันที่จริงก็มีคำถามมากมายที่อยากถามออกไป รอจนซุปในถ้วยของอีกฝ่ายพร่องลงมากแล้ว เขาถึงถามต่อ
“เธอจะเรียนอะไรหรือ”
“สัตววิทยาครับ” คาร์ลเลิกคิ้ว คำตอบนี้ทำให้เขาแปลกใจมากทีเดียว
“ทำไมล่ะ”
“เพราะคนที่จบสัตววิทยาส่วนใหญ่ ไม่มีใครทำงานในประเทศ Z” เฉินรุ่ยวางช้อนเงยหน้าจากถ้วยซุปมองตรงไปที่คาร์ล ดูเหมือนว่าคาร์ลจะทานเสร็จนานแล้ว
“ผมเก็บเลยนะครับ”
พูดจบก็ลุกไปเก็บจานชาม นำไปวางในอ่างล้างจาน คาร์ลลุกขึ้นไปยืนมองก่อนจะถามคำถามต่อไป เฉินรุ่ยกำลังเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ขี้สงสัยเข้าเเล้ว เขาไม่ได้รำคาญ หรือรู้สึกแย่อะไร แค่รู้สึกว่าคาแรคเตอร์อีกฝ่ายแปลกจากที่คาดคิดไว้มากทุกที
“เธอไม่อยากอยู่ที่นี่สินะ”
“ใช่ครับ”
“ทำไมล่ะ”
“...” เฉินรุ่ยเงียบ
เขาแค่อยากหนีออกจากพื้นที่จินตนาการของเมิ่งเมิ่ง เขาไม่อยากเห็นความตายตัวเองทุกครั้งยามหลับตา และเขาแค่อยากใช้ชีวิตนี้เก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆ ของตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยความคาบเกี่ยวกับบทประพันธ์ เขาหวังเพียงให้ตนหลุดพ้นจากตรงนี้เท่านั้น
“ถามมากไปสินะ” เพราะไม่ได้คำตอบ จึงถูกทำให้คิดแบบนั้น
“ผมอยากมีชีวิต...ของตัวเอง”
ไม่รู้ว่าทำไมคำพูดนี้ทำให้ทั้งคู่เงียบไป เฉินรุ่ยวางจานใบสุดท้ายลงแล้วหันกลับไปหาคาร์ล คนตรงนี้ก็จะตายเหมือนกัน ถ้าเขารู้ตัวเองว่าจะเกิดอะไรขึ้น คงใช้อำนาจในมือเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตไม่ต่างกัน คาร์ลมีอำนาจมากพอที่จะพังทุกอย่างไปพร้อมกับเขา แต่เฉินรุ่ยไม่มี เขาทำได้แค่พยายามหนีออกจากพื้นที่ตรงนี้ไปเท่านั้น
⚖️
ณ ตลาดต้นไม้เมือง ZE2 คาร์ลยืนมองเฉินรุ่ยที่กำลังจดจ้องกับเหล่าแคคตัส เขาที่บอกว่าสนใจจะซื้อต้นไม้กลับไม่ได้สนใจเลือกของตัวเอง อันที่จริงแค่อยากพาคนขับรถมาเปิดหูเปิดตา บทสนทนาในตอนเช้ายังติดอยู่ในหัว
“ผมยืมเงินคุณได้ไหม ถ้าเงินเดือนออกผมจะโอนคืนให้” เฉินรุ่ยเดินกลับมาหาเขาในมือประคองแอสโตรไฟตัมไว้ต้นหนึ่ง
“ได้สิ”
เฉินรุ่ยติดรอยยิ้ม มันน่ารักมาก คนที่ปกติทำหน้านิ่งตลอดพอยิ้มออกมาทำให้คาร์ลรู้สึกว่ายิ้มนี้สวยงามจนตาพร่า
“คุณไม่ซื้ออะไรเลยเหรอ” ทักออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมือเปล่า
“ที่คอนโดคงปลูกอะไรไม่ได้มาก” คาร์ลบอกก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่แคคตัสในมือเฉินรุ่ย พอเด็กตรงหน้าเห็นแบบนั้นก็เลิกคิ้วก่อนจะยื่นต้นที่ประคองด้วยสองมือน้อยมาให้เขา
“ตรงนั้นมีแบบเดียวกัน ถ้าคุณอยากได้ ผมจะเลือกอีกต้นให้ตัวเอง ต้นนี้ค่อนข้างดูดีมาก คุณไม่จำเป็ต้องดูแลอะไรเขามากมาย” คาร์ลรับมา เฉินรุ่ยกลับไปเลือกแอสโตรไฟตัมมาอีกต้น
เขายืนมองคนที่นั่งท่ามกลางพืชพรรณ รู้สึกว่าแบบนี้ช่างเหมาะสมกับอีกคน คล้ายมีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้าเล็กน้อยตลอดเวลา ทุกอย่างดูสว่างและปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็ คล้ายกับว่าเมฆครึ้มที่ปกคลุมทั่วบริเวณอยู่นั้นหายไปและมีแสงสว่างส่องลงมา
‘ผมอยากมีชีวิต...ของตัวเอง’
คำพูดตอนนั้นทำให้คาร์ลอยากรู้ว่า ชีวิตในอนาคตของเฉินรุ่ยนั้นจะไปในทิศทางใดกัน สำหรับคาร์ลเขาเห็นความมุ่งมั่นของเฉินรุ่ยและหวังให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดี
เฉินรุ่ยเดินกลับมาพร้อมกับแอสโตรไฟตัมที่ดูอ่อนแอมากกว่าต้นที่อยู่ในมือเขา
“คุณว่ามันเป็อย่างไร”
เป็อีกครั้งที่เฉินรุ่ยเริ่มบทสนทนาโดยไม่รู้ตัว กับเื่ที่ทำให้มีความสุขก็จะพูดออกมาเองสินะ คาร์ลคิด เขามองเ้าพืชอวบน้ำในมืออีกคนก่อนจะเบนสายตากลับไปที่ใบหน้าเฉินรุ่ย
“มันดูน่ารักมาก”
“คุณคิดเหมือนผมเลย”
⚖️