ยามโพล้เพล้
แสงดวงตะวันใกล้แลลับแสงสีส้มชาดฉาบย้อมกลุ่มเมฆาและูเา สายลมเย็นพัดผ่านพัดให้แมกไม้ใบหญ้าปลิวไสวโอนเอน ธารธาราไหลรินจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำหมู่มัจฉาและปักษาน้อยโบยบินแหวกว่าย
ปุถุชนมนุษย์เตรียมเก็บข้าวของ เข้าสู่เคหสถานเพื่อพักผ่อน
ศาลาต้นหลิวแห่งจวนตระกูลอี้
โต๊ะเก้าอี้หินสีขาวปรากฏเรือนกายงามทรงเสน่ห์ในชุดอาภรณ์สีขาวบางนั่งเท้าคางอย่างเกียจคร้านดวงหน้างามสะคราญโฉมล่มเมืองล่มอาณาจักรมนุษย์ ดวงเนตรงามยิ่งกว่าดาราเดือนคิ้วเรียวหงส์ ริมฝีปากดุจบุปผาผกาสวย
เส้นผมยาวสลวยดุจน้ำตกของนางถูกปล่อยให้แผ่สยาย คลอเคลียกับพวงแก้มและคอระหงขาวเนียน
หน้าอกอวบอิ่มชูช่อเต่งเต้าประดั่งูเาหิมะแฝดยอดคู่ปทุมถันสีชมพูสวยสดชูชันอย่างงามใต้อาภรณ์บางๆโดดเด่นอย่างท้าทาย์และโลก
เอวบางคอด รับรูปรับทรงกับสะโพกบั้นท้ายอวบอัดกลมกลึงเว้าโค้งดุจดวงจันทราบนฟากฟ้า อวบกลึงนูนเป็ลูกๆกลมๆอย่างสมบูรณ์แบบเต็มไปด้วยเนื้อหนั่นที่เย้ายวน มากล้นด้วยตัณหากามสวาท ดั่งนางมารราคะ
นางมารในคราบนางเซียน์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้มลทิน
ดั่งนางมิใช่คน เป็แค่ภาพเพ้อฝัน...
แกร็ก...
นิ้วมือเรียววางถ้วยสุราลงชำเลืองมองลูกชายตัวดีของนางและขมวดมุ่นคิ้วอย่างขุ่นเคืองไม่พอใจ “ดูเหมือนเ้าจะมีความสุขดีนะ?ข้าเพิ่งบอกให้เ้าหมั่นบ่มเพาะฝึกฝน แต่นี่อะไร? ยังไม่ทันไรก็ออกไปเกี้ยวพาราสีกับสตรีข้างนอกแล้ว?”
นางโกรธไม่น้อยที่คำพูดของนางกลายเป็แค่ลมปากที่เขาหาได้ใส่ใจ
ออกไปข้างนอกจวนเพียงครู่เดียวก็กลับมาพร้อมกับกลิ่นอายของสาวน้อยสาวใหญ่ที่ใดอีกแล้ว?แถมยังมิใช่เพียงแค่ 1 แต่เป็ 2 !?
“โถ่ ท่านแม่ข้าไหนเลยจะละเลยคำพูดของท่านได้? ข้ามักจดจำและพึงระลึกอยู่เสมอไม่มีวินาทีไหนที่ข้าจะหลงลืม...” อี้ชิงพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด เขาอธิบายว่า “ที่ข้าออกไปเพราะศิษย์พี่หญิงทั้งสองมาเยือนข้าในฐานะคนในพื้นที่ต้องช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกนางบ้าง”
“เหอะ! ผายลม! เหม็นโฉ่!”
“เ้าช่างพูดจาได้กะล่อนปลิ้นปล้อนนัก! ศิษย์พี่หญิงสองคนนั้นคงเป็สตรีของเ้าอีกล่ะสิ?ถึงพัวพันกับเ้าจนกลิ่นกายของพวกนางติดมาเยอะเพียงนี้?เ้าคิดจะหลอกลวงข้าหรือไร? คิดว่าข้าโง่เขลารึ?”
มารดาคนงามโมโหโทโสมากกว่าเดิมนางต้องสั่งสอนเ้าเด็กสารเลวน้อยจอมซุกซนและเ้าชู้ประตูติดดินของนางให้หลาบจำซะบ้างต้องดุด่าให้เข็ดและหวาดหวั่นจนไม่กล้าทำพฤติกรรมเหลวไหลเยี่ยงนี้ซ้ำอีก!
ความประมาทเลินเล่อของเขามันมากเกินไป!
หากนางยอมปล่อยไปง่ายๆ เขาจะยิ่งเหลิงยิ่งมัวเมากับผู้หญิงจนหลงลืมฝึกฝนทำผิดต่ออาจารย์ผู้มอบโชควาสนาแก่เขา!
“วันนี้พอแค่นี้ ข้าไม่มีอารมณ์ร่ำสุราแล้ว!” นางลุกขึ้น เตรียมจะเดินจากไป
ควับ!
“ว๊าย!? เ้า... เ้า! ปล่อยข้านะ!”
แต่ในจังหวะเดียวกันชายหนุ่มก็ใช้มือที่ว่องไวดุจสายลมดึงรั้งเอวบางของนางให้นั่งลงบนตักของเขาคนใช้สองแขนสองมือโอบกอดและจับนางเอาไว้มิให้หนีหาย ปล่อยให้นางดิ้นรน ทุบตีและด่าทอเขา
“ท่านแม่ ได้โปรดให้ข้าอธิบายก่อนเถอะขอรับ”
“เหอะ! ยังต้องอธิบายอะไร!?”
“ท่านลองดูกลิ่นอายปราณิญญาของข้าก่อนแล้วค่อยตัดสินว่าข้านั้นพูดปดหรือไม่” ชายหนุ่มคลายวิชาลมหายใจเต่าลงเล็กน้อย ปลดปล่อยกลิ่นอายปราณของระดับตบะระดับรวมจิต ขั้น2
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังชี้นิ้วไปยังทิศทางของต้นไม้ ควบรวมปราณิญญาในพริบตา ยิงดรรชนีปราณกระบี่ยาว1 ฉื่อ เจาะทะลวงต้นไม้หนากว่าลำตัวมนุษย์ได้อย่างง่ายดายดุจมีดร้อนผ่าเนยนุ่ม
ปัง!
“นี่... ระดับรวมจิต ขั้น2 ? ปราณกระบี่?” ดวงเนตรคู่งามเบิกกว้างอย่างใระคนประหลาดใจแม้มันจะเป็่เวลาสั้นๆที่เขาสำแดงวิชา แต่พลังนั้นนางสามารถมองเห็นได้แวบหนึ่งพลังทำลายล้างของมันทรงพลังทีเดียว!?
ระดับความเชี่ยวชาญของวิชา ต้องไม่ต่ำกว่าขั้น 4 !
ระดับสุดยอดเป็แน่!
‘เขาเพิ่งจะทะลวงสู่ระดับระดับรวมจิตไม่ใช่หรือ?เหตุใดจึงเลื่อนขั้นอีกแล้ว?’
‘ไหนจะวิชาที่ดูไม่อ่อนแอนี่อีก...’
‘สมควรเป็วิชาระดับมนุษย์ขั้นสูงหรือขั้นสุดยอดหรือไม่?’
‘ดูเหมือน... ข้าจะดูเบาเ้าเด็กนี่เกินไป...’
เห็นนางหยุดดิ้นรนขัดขืนตน อี้ชิงก็ดีใจยิ่ง อาศัยโชคหมื่นดอกท้อ์และปากลิ้นทองของเขาเกลี้ยกล่อมนางอย่างอ่อนโยนอย่างมีเหตุผล“ท่านแม่ ข้านั้นมิได้หย่อนยานอย่างที่ท่านคิดข้าแค่มีวิธีฝึกฝนของตนเองเท่านั้น แต่ข้าไม่สามารถเปิดเผยได้โดยตรง... ขอท่านแม่ใคร่ครวญอีกครั้งเถิด”
“ข้านั้นมีความผิดจริง แต่ข้าจะไม่ผิดยิ่งกว่าหรอกหรือ?หากปล่อยให้พวกนางเหี่ยวเฉาหลังจากที่ห่างหายร้างราจากข้าไปนานข้าไม่อาจหักใจปล่อยให้พวกนางเปลี่ยวเหงาได้ ดังนั้น... ได้โปรดเถอะขอรับอภัยให้ข้าด้วยเถอะ”
“...” หลิงรั่วซีเงียบนางกำลังลังเลว่าควรให้อภัยเขาดีไหม? แต่อีกใจก็ปฏิเสธที่จะยกโทษให้เพราะหากนางปล่อยไปง่ายๆเขาจะเคยตัวจนโอบกอดมัวสุมกับสตรีเ่าั้ไปทั่วบ้านทั่วเมืองเป็แน่!
อย่างไรก็ดี... การที่เขาดึงดันที่จะแก้ไขและปรับความเข้าใจกับนางพยายามเว้าวอนขอความเห็นใจเพียงนี้ มันก็ทำให้หัวใจของนางกระชุ่มกระชวยและปลื้มใจยิ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขานั้นเอาใจใส่นางมากขนาดไหน
สถานะของนางในใจของเขาสูงกว่าสตรีผู้หญิงนางใด
“ฮึ! ดูเ้าสิ...ช่างพูดช่างจานัก แต่อย่างไร เ้าก็ยังมีความผิดอยู่ดี!เ้าคิดจริงๆหรือว่าท่านผู้าุโจะพอใจกับแค่ระดับตบะเล็กๆน้อยๆของเ้า?ยิ่งโอกาสวาสนาที่เขาประทานมอบให้เ้าเยอะมากแค่ไหนเ้าก็ต้องยิ่งพยายามมากเท่านั้น!”
นางเบือนหน้างามหนี พยายามคงสีหน้าขุ่นเคืองไว้
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านแม่คนงามของข้า” อี้ชิงฉกฉวยโอกาส หอมพวงแก้มขาวของนางอย่างเอาอกเอาใจและรักใคร่สองมือเริ่มเคลื่อนไหวไปตามเรือนร่างทรงเสน่ห์ดุจนางเซียน์อย่างหยาบช้า
คนสังเกตเห็นอารมณ์โทสะของนางผ่อนคลายลงก็โล่งอกโล่งใจราวกับยกูเาออกจากอกได้สำเร็จมารดาคนงามของเขานี่ช่างเข้มงวดช่างหึงหวงนัก นางไม่ปล่อยให้เขาหลุดพ้นรอดความผิดจำต้องอาศัยฝีปากหวานเข้าปลอบประโลมจึงจะหาย
“ฮึ!” นางแค่นเสียงเ็าและหรี่ตามองแต่ก็ไม่ปัดป้องมือไม้ซุกซนของเขาทำทีทำท่าราวกับภรรยาหลวงที่จับได้ว่าสามีแอบไปมีชู้ข้างนอกบ้าน(?) หึงเคืองโกรธจนต้องตามง้อ...แต่สุดท้ายก็ยังยอมอภัยให้ลูก(ผัว?)
ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างได้ใจ เขาโอบกอดกระชับวงแขนอีกครั้ง เพื่อปรับท่าทางการนั่งให้แม่สามารถนั่งเอนพิงกายได้อย่างสบายรินสุราลงถ้วยจอก ร่ำสุราชมจันทร์ชมดารากับนางอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ
ดวงจันทราสีนวลและหมู่ดาราระยับค่อยๆปรากฏสู่ท้องนภาราตรี
ค่ำคืนนี้ยังคงสวยงามดุจเดิม
พอปรับความเข้าใจกันแล้ว อี้ชิงและมารดาก็พูดคุยเข้าเื่
“ท่านแม่ ข้าได้รับจดหมาย คิดว่าน่าจะมาจากอาจารย์ของข้า”ชายหนุ่มหยิบจดหมายเปล่าๆที่ไม่ได้ระบุหรือเขียนเนื้อหาอะไรไว้ภายในออกมาพร้อมกับป้ายไม้ที่เขียนสลักคำว่า “วังะ” เอาไว้
มันมีกลิ่นอายลึกล้ำ
เหนือเกินขอบเขตมนุษย์ และยากเกินจะทำความเข้าใจ
“น่าจะมาจากท่านผู้าุโจริงๆ” แววตาของนางไหววูบอย่างสนใจเพียงมองอักษร “วังะ” แว๊บเดียวก็บังเกิดความพิศวงในใจประหนึ่งราวกับว่าเส้นทางบ่มเพาะข้างหน้านั้นได้คลายลง ...ช่างอัศจรรย์!
สิ่งนี้คงถูกหลอมสร้างโดยผู้ทรงพลังเป็แน่แท้!? ภูมิหลังของอาจารย์ของบุตรชายนางคงสูงส่งและไม่ธรรมดาอย่างที่คิด!
“เก็บเอาไว้ อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด แต่...บอกกับพวกสาวใช้ไว้ก็ดี” นางเอ่ย รีบดึงชักสายตากลับมาเนื่องจากนางมิอาจทนรับแรงกดดันลึกลับได้อีกแล้ว และแม้จะแค่เสี้ยววินาทีเดียวแต่คนงามก็ได้ผลประโยชน์ไม่น้อย
“ทราบแล้วขอรับ” อี้ชิงพยักหน้าเข้าใจ
“อา... จริงสิ... ข้าว่าจะไปเยี่ยมเยือนหาป้าสะใภ้ของเ้าสักหน่อย มันก็นานแล้วที่พวกเราไม่ได้พบเจอกัน...” ครานี้เป็นางที่พูดขึ้นบ้าง ในั์เนตรงามปรากฏความคิดถึงคนในครอบครัวที่ห่างไกล
“เช่นนั้นข้าจะไปด้วยขอรับ จะได้ปกป้องคุ้มกันท่านด้วย”
“คุ้มกัน? เ้านั่นแหล่ะที่เป็อันตรายต่อข้า อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเ้ากำลังคิดอะไรอยู่ในหัวของเ้านะเ้าเด็กเลว” มารดาคนงามพ่นลมหายใจเหมือนหมั่นไส้เบือนหน้าหนีซุกซ่อนพวงแก้มระเรื่อแดง มิยอมให้เขาสังเกตเห็น
“หึหึ” อี้ชิงหัวเราะในลำคอเขาชอบท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของนางนัก จนอดมิได้ที่จะจูบที่จะหอมแก้มนวลของนางฟอดใหญ่กระซิบเบาๆอย่างหื่นกระหายและออดอ้อนว่า “ท่านแม่เป็ของข้าแค่คนเดียวข้าไม่ยอมให้บุรุษใดมาแตะต้องท่านหรอก ให้ข้าไปด้วยเถอะนะขอรับ”
“♥…ก็ได้...♥”
หลิงรั่วซีกรอกตาอย่างมิอาจทนต่อคำรบเร้าลูกอ้อนของลูกชายโดยเฉพาะที่ตอนนี้กำลังนั่งตักเขา ทำให้Cวยและหีแนบชิดใกล้กัน ััถึงความอวบใหญ่ยาวเขื่องและอุ่นร้อนที่ดุนดันเนื้ออาภรณ์ขึ้นมาที่บั้นตูดอวบๆนุ่มๆของนางได้ชัดเจน
เพียงขยับกายบิดเอวนิดหน่อย ก็บดหีเบียดCวยกันไปมาจนกระโปรงกางเกงเปียกชุ่มแฉะ น้ำร่านหยดเยิ้มตกเป็ดวงๆหยดๆ
เปลวเพลิงตัณหาระอุ
แผดเผาหัวใจของนางและเขาให้ยิ่งนัวเนียลูบไล้กันไปมา กลิ่นอายของศิษย์พี่โหวทั้งสองถูกกลิ่นอายของมารดาคนงามกลบฝังและแทนที่ ลมหายใจร้อนรุ่ม หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวดั่งค่ำคืนนั้นที่พวกเขาแม่ลูกแอบอิงกันใต้ต้นหลิว
“...”
“อื้มมมห์...♥”
ริมฝีปากอวบอิ่มดุจกลีบบุปผาผกาสวยของนางประกบจูบกับริมฝีปากของเขาลิ้นเรียวหอมกรุ่นน้ำสุราและลิ้นร้อนใหญ่พัวพันกันไปมาอย่างดูดดื่มหลงใหลกลิ่นหอมของน้ำเมากระจายในโพรงปากจมูก น้ำลายหวานราวน้ำผึ้งแลกกันโชยชิม
นำพาทั้งสองแม่ลูก มารดาและบุตร
ให้ยิ่งเร่าร้อนและเมามายในรสััที่แสนเพลิดเพลินจำเริญกายใจนี้...♥!