ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 5 บทที่ 127 หัวใจเต้นรัว

            บุตรชายมาแล้ว เฟิ่งเฉี่ยนยินดีคิดจะออกไปเปิดประตูตำหนักรับเขาสายลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านร่างของเฟิ่งเฉี่ยน ทำให้นางรู้สึกหนาวเยือกนางก้มหน้าลงมองจึงพบว่าตนเองสวมเสื้อผ้าเนื้อบาง นางเพิ่งคิดจะผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แต่ราวกับนึกอะไรขึ้นได้จึงชะงักงันอยู่ที่นั่น

            นางปรากฏอยู่ในตำหนักบรรทมของเสด็จพ่อของเขาตั้งแต่เช้าตรู่นางจะอธิบายกับบุตรชายอย่างไรเล่า

            ให้ตายเถิดนางหมุนตัวกลับมาเปิดม่านมุ้งแล้วกระโดดขึ้นเตียงด้วยความว่องไวจนน่าตกใจหลบอยู่ในผ้าห่มของเซวียนหยวนเช่อ!

            เซวียนหยวนเช่อตกตะลึงไปชั่วครู่ เมื่อเขาได้สติกลับมามุมปากของเขาถึงกับกระตุก

            ในหัวสมองของสตรีนางนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

            คนที่ไม่รู้เรื่องอาจเข้าใจว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่

            วินาทีถัดมา องค์ไท่จื่อวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน “เสด็จพ่อ เสด็จแม่หายไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

            จ้าวกงกงวิ่งตามมาคิดจะขวางเอาไว้ เซวียนหยวนเช่อโบกมือให้เขาถอยออกไป

            ใบหน้าเล็กๆ ขององค์ไท่จื่อยับยู่ยี่และพูดอีกว่า “ลูกเพิ่งจะไปหาเสด็จแม่ที่ตำหนักเว่ยยางพวกเขาบอกว่าเมื่อคืนเสด็จแม่ไม่ได้กลับไป เสด็จพ่อจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับเสด็จแม่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

            เซวียนหยวนเช่อเหลือบแลสายตาไปมองคนที่อยู่ในผ้าห่มปราดหนึ่งแล้วพูดถากถาง“คงไม่กระมัง ไม่แน่ว่าเมื่อคืนนี้เสด็จแม่ของเจ้าอาจจะขโมยดื่มสุราแล้วเมามายอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”

            เฟิ่งเฉี่ยนที่อยู่ในผ้าห่มถึงกับมุมปากกระตุก!

            วินาทีที่นางเข้ามาหลบในผ้าห่มนางก็ต้องเสียใจ

            นางนี่มันสมองสุกรชัดๆ นางไม่ได้ทำเรื่องพบหน้าผู้คนไม่ได้สักหน่อยเหตุใดนางต้องหลบๆ ซ่อนๆ

            แต่เมื่อซ่อนตัวไปแล้ว ตอนนี้ออกไปกลับจะทำให้เห็นว่านางกินปูนร้อนท้อง...ช่างเถิดซ่อนตัวต่อไปก็แล้วกัน

            นางยิ้มเฝื่อน ช่างหาเรื่องใส่ตัวโดยแท้!

            “เสด็จแม่ดื่มสุราหรือ” องค์ไท่จื่อน้อยประหลาดใจพลันได้กลิ่นแปลกๆ จมูกเล็กๆ นั้นดมฟุดฟิด “กลิ่นอะไรพ่ะย่ะค่ะ”

            เขาพบกาสุราสามกานอนเท้งเต้งอยู่ใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว ปากเล็กๆร้องเอ๊ะด้วยความประหลาดใจ “เสด็จพ่อท่านก็ดื่มสุราหรือพ่ะย่ะค่ะ”

            เซวียนหยวนเช่อเงียบงันไม่พูดจา

            หลังม่านมุ้ง องค์ไท่จื่อสังเกตเห็นข้างกายบิดามีก้อนกลมๆก้อนหนึ่งดูเหมือนเคลื่อนไหวได้ด้วย เขาจึงมองอย่างประหลาดใจ “เสด็จพ่อ ในผ้าห่มเสด็จพ่อไฉนจึงเป็นก้อนกลมๆซ่อนสิ่งของอันใดไว้หรือพ่ะย่ะค่ะ”

            เฟิ่งเฉี่ยนที่อยู่ในผ้าห่มได้ยินแล้วเช่นกัน นางเหงื่อตกทันที

            เมื่อสักครู่หากนางไม่ซ่อนตัว อย่างมากก็แค่เสียเวลาอธิบายเล็กน้อยแต่ถ้าหากถูกพบตอนนี้ เช่นนั้นนางในสายตาของบุตรชาย...

            นางออกแรกหยิกเอวของเซวียนหยวนเช่อ เพื่อเตือนเขาอย่างไร้สุ้มเสียง : ท่านน่ะ อย่าได้เปิดโปงข้าเชียว!

            เซวียหยวนเช่อสูดปากแล้วนวดคลึงขมับ ห้ามปรามองค์ไท่จื่อน้อยจอมสงสัย “เย่เอ๋อร์ ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่”

            องค์ไท่จื่อน้อยหยุดอยู่เบื้องหน้าม่านมุ้ง นิ้วเล็กๆ ของเขาไขว้กันไปมาและพูดอึกอัก“เสด็จพ่อ เสด็จแม่...เรื่องที่เสด็จแม่มาพูดกับท่านท่านเห็นด้วยแล้วหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

            เซวียนหยวนเช่อเลิกคิ้ว “เรื่องอะไร”

            องค์ไท่จื่อน้อยเหลือบมองเขาปราดหนึ่ง แล้วพูดขึ้นอย่างกล้าหาญว่า “คือ...คือเรื่องที่ลูกขอไปชมการเดินหมากพ่ะย่ะค่ะ”

            ในผ้าห่ม เฟิ่งเฉี่ยนตบหน้าผากของตนนางไม่ทันได้พูดเรื่องนี้กับเซวียนหยวนเช่อ!

            เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ เซวียนหยวนเช่อปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่อนุญาต!”

            องค์ไท่จื่อน้อยปากยู่มองเขาด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจ

            ไม่ต้องดูเฟิ่งเฉี่ยนก็สามารถจินตนาการถึงสีหน้าท่าทางของบุตรชายในตอนนี้ได้น่าสงสาร เขาจะต้องผิดหวังอย่างที่สุด!

            นิ้วมือของนางหยิกเอวของเซวียนหยวนเช่ออีกครั้ง เขาไม่ส่งเสียงนางจึงหยิกอีก ก็ยังคงไม่ส่งเสียง

            เฟิ่งเฉี่ยนโมโห นางหยิกแล้วก็ออกแรงบิด!

            เซวียนหยวนเช่อไม่ทันได้ป้องกัน ร่างทั้งร่างจึงดีดขึ้นมา

            องค์ไท่จื่อน้อยกระพริบตาปริบๆ อย่างประหลาดใจ “เสด็จพ่อท่านเป็นอะไรพ่ะย่ะค่ะ”

            เฟิ่งเฉี่ยนหัวเราะอยู่ในผ้าห่ม ผ้าห่มสั่นไหวไปมา

            เซวียนหยวนเช่อทำหน้าเคร่ง “ไม่มีอะไร ถูกยุงกัด!”

            องค์ไท่จื่อน้อยร้องเอ๊ะ “ยังไม่ถึงฤดูร้อนเหตุใดจึงมียุงเร็วเช่นนี้”

            กล้าพูดว่าข้าเป็นยุงหรือ

            เฟิ่งเฉี่ยนขบฟันแล้วออกแรงบิดเอวเขาอีกครั้งหนึ่ง พลันเกิดเสียงดัง เพียะขึ้นครั้งหนึ่ง ก้นของนางถูกตีหนักๆ หนึ่งครั้ง!

            นางลืมตัวร้องอ๊าเสียงดัง

            องค์ไท่จื่อน้อยเบิกตาโต ศีรษะเล็กๆ นั้นมุดเข้ามาในม่านมุ้ง “เสด็จพ่อ ที่แท้ในผ้าห่มของท่านมีคนซ่อนอยู่ เป็นใครพ่ะย่ะค่ะ”

            เฟิ่งเฉี่ยนอุดปากของตนเอาไว้นางโกรธตัวเองเหลือเกินจะให้บุตรชายรู้ว่านางซ่อนอยู่ในผ้าห่มไม่ได้เด็ดขาด ขายหน้าเหลือเกิน!

            เซวียนหยวนเช่อเหลือบมองกองผ้าห่มกลมๆ นั้นมุมปากยกขึ้นดวงตาของเขามีแววเจ้าเล่ห์พาดผ่าน เขาพลันยื่นมือมากระชากผ้าห่มออกเฟิ่งเฉี่ยนที่อุดปากตัวเองนอนขดอยู่ในผ้าห่มถึงกับปรากฏตัวต่อหน้าต่อตาไท่จื่อน้อย

            เฟิ่งเฉี่ยนรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด นางกระอักกระอ่วนถึงขีดสุด!

            เซวียนหยวนเช่อน่าตายนัก!

            เขาเจตนาแน่ๆ!

            องค์ไท่จื่อตะลึงไปชั่วอึดใจแล้วร้องขึ้นด้วยความแปลกใจ “เสด็จแม่? เหตุใดท่านจึงซ่อนอยู่ในผ้าห่มของเสด็จพ่อท่านกำลังทำอะไร”

            เฟิ่งเฉี่ยนไม่รู้จะตอบคำถามของบุตรชายอย่างไร

            นางยกมือขึ้นทักทายบุตรชาย “เย่เอ๋อร์ อรุณสวัสดิ์!”

            หางตาของนางเห็นเซวียนหยวนเช่อกำลังยิ้มชัดเจนเหลือเกินว่าเขากำลังหัวเราะเยาะนาง

            องค์ไท่จื่อน้อยถามอีกว่า “เสด็จแม่เมื่อคืนท่านนอนอยู่กับเสด็จพ่อทั้งคืนใช่หรือไม่”

            “อืม...” เฟิ่งเฉี่ยนตอบไม่ได้

            มือเล็กๆ ขององค์ไท่จื่อน้อยพลันตบเข้าหากันดังแปะๆ อย่างดีใจ “อีกไม่นานเย่เอ๋อร์ก็จะมีน้องชายเล็กๆ หรือน้องสาวเล็กๆ ใช่หรือไม่”

            “หา...” เฟิ่งเฉี่ยนตอบไม่ได้

            “ดีเหลือเกิน! เช่นนั้นเชิญพวกท่านเถิดเย่เอ๋อร์ไม่รบกวนพวกท่านแล้ว”

            “โอ๊ะ ไม่ใช่...” เฟิ่งเฉี่ยนคิดจะเรียกเขาเพื่ออธิบายใครจะคิดว่าไท่จื่อน้อยจะหมุนกายเดินจากไป ก่อนที่จะออกประตูไปยังหันมากำหมัดเล็กๆส่งมาให้นาง “เสด็จแม่ สู้ๆ พ่ะย่ะค่ะ!”

            “...”เฟิ่งเฉี่ยนมืดแปดด้าน มึนงงไปหมด

            พลันมีเสียงหัวเราะดังขึ้นข้างๆ เฟิ่งเฉี่ยนหันมาถลึงตาใส่เซวียนหยวนเช่อนางตะโกนใส่เขา “ท่านยังหัวเราะอีก ท่านหัวเราะอะไรกัน”

            นางแผดเสียงพร้อมกับกางเล็บโผเข้าไปบีบคอเขา “ล้วนโทษท่าน! ข้าไม่มีหน้าพบผู้คนแล้ว!”

            เซวียนหยวนเช่อคว้าข้อมือของนางแล้วกระชากนางลงมาเฟิ่งเฉี่ยนโผเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที

            เมื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งสี่ประสานกัน!

            ดวงตาของเขานิ่งลึกราวกับมหาสมุทรอีกทั้งยังเปล่งประกายที่ไม่อาจบรรยายได้ ราวกับเขากำลังจะกลืนกินนาง

            หัวใจของเฟิ่งเฉี่ยนเต้นโครมครามเหนือการควบคุม

            ไท่จื่อน้อยย้อนกลับมาในตอนนี้เอง เมื่อเห็นเช่นนี้ เขาจึงร้องขึ้นด้วยความตกใจแล้วรีบเอามือเล็กๆปิดดวงตาของตนเองเอาไว้ “ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น!”

            พูดแล้วตัวเองก็หัวเราะจนตาหยิบหยีด้วยความเบิกบานใจ

            เฟิ่งเฉี่ยนได้สติ รีบดึงตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเซวียนหยวนเช่อแก้มของนางแดงราวกับผลมะเขือเทศสุก

            เซวียนหยวนเช่อเห็นท่าทางของนางแล้วยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

            เฟิ่งเฉี่ยนมองบุตรชาย “เย่เอ๋อร์ไฉนเจ้าจึงกลับมาอีก”

            องค์ไท่จื่อน้อยปิดดวงตาของตนต่อไปและตอบว่า “เสด็จแม่เย่เอ๋อร์มาเตือนท่านว่าอย่าลืมเรื่องที่รับปากเย่เอ๋อร์”

            พูดแล้วเขาก็หมุนกายวิ่งหัวเราะออกไป

            เฟิ่งเฉี่ยนตัวแข็งเป็นหินอยู่ที่นั่น นางทั้งกระอักกระอ่วนและหน่ายตัวเองรอยยิ้มของเซวียนหยวนเช่อปนเปด้วยความลำพองใจหลายส่วนขณะที่ภายในตำหนักบรรทมกลับมาเงียบสงบอีกครั้งภายในห้องมีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาต่างไม่พูดไม่จาและฟังเสียงหัวใจเต้นโครมครามของอีกฝ่าย

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน