งานศพของตาบุญก็ผ่านพ้นไปด้วยดีขวัญได้นำเงินที่ได้มาจากแกนับได้มีทั้งหมดสามพันบาทได้นำมาจัดงานให้และทำบุญทั้งหมดตามความประสงค์ของผู้ล่วงลับเมื่อตาบุญเห็นว่าขวัญได้นำเงินของเขาทั้งหมดมาทำบุญ
เขาก็ยิ้มอย่างยินดีและตัวเองก็ดีใจที่ดูคนไม่ผิดเงินทำบุญนั้นยังได้รับมาจากสองหนุ่มที่แกบอกว่าจะมีโชคด้วยเพราะหนุ่มและอั๋นต่างก็ซื้อหวยชุดเดียวกันทั้งสองคนถูกรางวัลที่สองไปคนละห้าใบเลยทีเดียว
ด้านพ่อแม่พี่น้องของทั้งสองต่างก็พากันดีใจกันยกใหญ่ด้านคอหวยบ้านหนองนาเองก็ไม่มีพลาดเช่นกันเมื่อทุกคนต่างก็ถูกหวยกันถ้วนหน้างานของตาบุญก็เลยได้จัดอย่างใหญ่โต
และก็ยังมีหวยที่แกให้พวกชายที่มาจับปลาแต่ว่าจับพลัดจับผลูมาช่วยลากศพแกในวันก่อนอีกก็พากันมาร่วมทำบุญในงานของแกด้วยและไม่ใช่มาแค่สี่ห้าคนนะเพราะผู้คนแทบจะพากันมาทั้งหมู่บ้านของชายพวกนั้นเลยทีเดียว
เพราะชายจับปลาได้นำเลขหวยที่แกให้ไปบอกต่อๆ กันกับคนในหมู่บ้านแล้วทุกคนก็พากันถูกอย่างถ้วนหน้ามากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่โชคของแต่ละคนเมื่อทุกคนรู้ว่าเลขมาจากไหนทุกคนจึงพร้อมใจกันมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น
เลยกลายเป็นว่าตาบุญจากที่ไม่มีญาติก็ได้เป็นคนที่มีญาติตอนตายนี่แหละเพราะพวกเขาเหล่านี้ต่างพากันอยู่ช่วยงานจนกระทั่งถึงวันเผาส่วนวันเก็บกระดูกครอบครัวของขวัญก็มารับหน้าที่ไป
ขวัญได้เอาอัฐิของแกใส่ช่องกำแพงวัดไว้ส่วนขี้เถ้าก็นำไปลอยน้ำในแม่น้ำใหญ่ที่แม่ตะเคียนแสนสวยอยู่และขวัญเองก็ได้เห็นแกเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกันแกอยู่ในชุดขาวสะอาดสะอ้านใบหน้าอิ่มเอิบประกายแสงรอบๆตัวก็เป็นสีขาวนวล
เพราะตอนแกตายแกได้ปลงกับสังขารแล้วและที่สำคัญคือแกเองก็ไม่ได้รู้สึกแค้นต่อผู้ร้ายสองคนที่ฆ่าแกเพราะแกเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรมว่ามีจริง
“ตามาลาขอให้เอ็งมีแต่ความโชคดีนะรวมทั้งคนในครอบครัวของเอ็งทุกคนด้วย”พอแกพูดจบร่างของแกก็กลายเป็นลูกไฟสีขาวหายวับไปพร้อมกับขี้เถ้าสุดท้ายก็ลอยไปตามลมลงสู่ผิวน้ำเช่นเดียวกัน
เหล่าชาวสวนขวัญก็กลับมาใช้ชีวิตปกติสุขเช่นเดิมจนกระทั่งในกลางดึกของคืนหนึ่งกริ่งหน้าบ้านที่ขวัญได้ทำการติดเอาไว้ตั้งแต่ที่มีไฟฟ้าเข้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรัวๆทำให้คนในบ้านที่กำลังนอนอยู่พากันตกใจตื่น
“ใครกันมากดกริ่งประตูบ้านดึกๆดื่น”ทวนพูดขึ้นมา
“พ่อออกไปกับหนูเถอะจ้ะเพราะคนที่มาเป็นน้าสิงห์เอ๊ะหรือว่าน้าบัวจะคลอดกัน” ขวัญบอกกับพ่อและเธอเองก็ได้วิ่งออกไปหน้าบ้านทันที
“น้าสิงห์น้าบัวจะคลอดเหรอจ้ะ”
“ใช่ขวัญบัวบ่นว่าเจ็บท้องน้าว่าสงสัยจะคลอดเป็นแน่”สิงห์รีบบอกอย่างลนลาน
“พี่ขจรเอารถตู้ออกเร็วเข้าไปรับบัวกัน” นวลเมื่อได้ยินที่สิงห์บอกกับขวัญก็รีบเรียกขจรที่อยู่ไม่ไกลทันที
รถตู้บ้านของขวัญก็ขับไปรับบัวทันทีโดยที่มอเตอร์ไซค์ของน้าสิงห์ก็ได้จอดอยู่ที่บ้านของขวัญไปก่อนเจ้าเพื่อนพ้องต่างภพที่ได้ยินว่าเจ้าแดงกำลังจะออกมาลืมตาดูโลกก็ต่างพากันดีใจและรีบส่งข่าวถึงเพื่อนวิญญาณด้วยกันอย่างตื่นเต้น
เมื่อมาถึงบ้านของสิงห์แล้วตัวของสิงห์ก็รีบลงจากรถแล้วเดินเข้าไปประคองบัวให้เดินมาที่รถโดยมีขวัญและแม่ตามลงไปด้วย
“น้าหายใจเข้าลึกๆ และค่อยๆหายใจออกช้าๆ ทำไปเรื่อยๆนะจ๊ะทำใจให้สบายไม่ต้องกังวลนะเดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้วจ้ะ”
“จ้ะ”น้าบัวพูดตอบขวัญได้คำเดียวเพราะอาการมันปวดเป็นพักๆ ก็จริงแต่เวลาปวดก็ปวดมากเหมือนกันเพราะตอนนี้ก็มีเหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผมแล้ว
เมื่อทุกคนขึ้นรถและนั่งเรียบร้อยแล้วลุงขจรก็ออกรถทันทีเมื่อรถมาถึงโรงพยาบาลขวัญก็บอกให้ลุงขจรไปจอดยังหน้าห้องฉุกเฉินเลย
เมื่อคนเข็นเตียงที่อยู่ด้านนอกเห็นว่ามีรถมาจอดหน้าห้องฉุกเฉินก็เดินเข้ามาสอบถามเพราะเขาได้เห็นขวัญลงมาจากรถก่อนแต่เขาเพิ่งจะก้าวขา
“น้าคะมีคนกำลังจะคลอดค่ะ”ขวัญรีบบอกพนักงานคนนั้น
เมื่อพนักงานคนนั้นได้ยินเขาก็รีบไปนำรถนั่งเข็นมายังรถตู้เมื่อน้าบัวลงมาก็นั่งที่รถเข็นโดยมีพนักงานคนนั้นเข็นเข้าไปด้านในห้องฉุกเฉิน
พวกขวัญรออยู่หน้าห้องสักพักก็เห็นเขาเข็นน้าบัวออกมาเพื่อจะพาไปยังห้องคลอดน้าสิงห์กับหินลูกชายคนโตก็รีบตามน้าบัวไปรวมทั้งขวัญแม่ด้วยเช่นกันส่วนเหล่าเพื่อนต่างภพนำโดยจุกและน้อยก็ตามไปด้วย
พร้อมกับคอยไล่เหล่าวิญญาณที่ไม่ประสงค์ดีที่จะมาเข้าใกล้น้าบัวให้ออกไปให้พ้นทางถ้าหากว่าวิญญาณตนไหนไม่ฟังเจ้าจุกผู้รักน้องก็จะเข้าไปต่อยตีจนวิญญาณนั้นต้องอ้อนวอนร้องขอให้หยุดเลยทีเดียว
“ก็ในเมื่อข้าไล่ดีๆ พวกเอ็งไม่ฟังมันก็ต้องเจอของแข็งแบบนี้แหละว่าไงมีใครอยากจะปะทะกับข้าอีกไหม”จุกพูดขึ้นมาอย่างข่มขู่
เหล่าวิญญาณที่ตอนแรกขวัญยังเห็นอยู่เต็มไปหมดเมื่อได้ยินคำขู่ของจุกเข้าไปตอนนี้ต่างก็พากันหายไปกันหมดแล้วขวัญเองจึงได้รู้สึกสบายตาขึ้นมาบ้างเพราะวิญญาณหลายๆตนต่างก็มีสภาพไม่ค่อยน่าดูนัก
เมื่อมาถึงชั้นของห้องคลอดน้าบัวก็ถูกพากเข้าไปด้านในขวัญและทุกคนต้องรอกันอยู่ด้านนอกด้านน้าสิงห์กับหินนั้นก็ต่างพากันเดินสวนกันไปมาด้วยความกังวลใจ
ขวัญกับแม่เองก็เป็นห่วงเช่นกันแต่แค่ไม่ได้แสดงอาการเหมือนสิงห์กับลูกชายก็เท่านั้นเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ เจ้าจุกกับน้อยและเหล่าเพื่อนต่างภพยกเว้นตาจิน ดำและท่านขุนเทพที่คอยดูแลบ้านแล้วนอกนั้นทุกตนก็พากันมาหมด
“พี่ขวัญน้องจะออกมาตอนไหนเหรอจ้ะ”ตะวันถามผู้เป็นพี่สาว
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันบางคนก็เข้าไปแป๊บเดียวบางคนถึงกับข้ามวันเลยก็มี”ขวัญตอบผู้เป็นน้อง
“เป็นไงบ้างจุกน้าบัวคลอดยัง” ขวัญเมื่อเห็นจุกออกมาจากด้านในก็รีบถาม
“ยังเลยจ้ะพี่น้องดื้อจริงๆ ไม่ยอมออกมาสักทีเห็นทีพอออกมาต้องคอยสอนกันเสียหน่อยว่าอย่าดื้อกับพ่อกับแม่โดยเฉพาะกับแม่กว่าจะคลอดลูกออกมาได้จุกเห็นน้าบัวร้องเจ็บปวดเหลือเกินจ้ะพี่ขวัญ”จุกพูดออกมาอย่างหวาดเสียว
“พี่ขวัญเองก็ไม่ต้องกลัวไปนะจ๊ะเพราะเมื่อไหร่ที่พี่ขวัญแต่งงานและมีน้องนะจุกจะคอยสอนน้องๆเองรับรองไม่มีใครกล้าดื้อกับพี่แน่นอนจ้ะ” จุกพูดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าพี่สาวของตนทำหน้าตาแปลกๆ
มันคิดว่าที่พี่ขวัญทำหน้าแปลกๆเพราะอาจจะกลัวว่าตนจะไม่ดูแลลูกของพี่ขวัญหรือเปล่านะจุกเองกำลังคิดอะไรเพลินๆ
“น้องคลอดแล้วแต่ออกมาตัวเล็กมากเลยจ้ะไม่เห็นเหมือนเจ้าแดงเลยด้วย”น้อยผู้ซึ่งออกมาจากข้างในบอก
“เด็กแรกเกิดก็ตัวเล็กแบบนั้นทุกคนแหละหากตัวใหญ่เลยจะอยู่ในท้องแม่ได้ยังไงกันล่ะ”แม่คำหอมผู้ซึ่งตามมาทีหลังตอบข้อสงสัยของเจ้าน้อย
เหล่าเพื่อนต่างภพพูดคุยกันอยู่สักพักนางพยาบาลก็เดินออกมาบอกกับน้าสิงห์และลูกชายทั้งสองคนพ่อลูกต่างก็ดีใจกันยกใหญ่ที่แม่และลูกชายปลอดภัยหินเองก็ดีใจที่มีน้อง
รอกันอยู่สักพักเจ้าหน้าที่ก็เข็นเตียงของน้าบัวออกมาส่วนเด็กเขาจะนำมาให้ทีหลังเจ้าหน้าที่เข็นเตียงไปยังห้องพักพิเศษตามที่ขวัญได้บอกกับน้าสิงห์เอาไว้
เมื่อน้าบัวเข้ามาในห้องและนอนลงบนเตียงแล้วตอนแรกก็มีวิญญาณที่ติดเตียงอยู่เขาไม่พอใจที่มีคนมานอนทับที่เขาแต่เมื่อเขาเห็นเหล่าเพื่อนต่างภพของขวัญเท่านั้นแหละจากที่เขาอยากจะกลั่นแกล้งคนบนเตียง
เขาก็ได้เปลี่ยนใจรวมทั้งยังหนีหายไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าพวกของจุกยังไม่ทันได้พูดหรือทำอะไรทั้งสิ้นให้เปลืองแรงเลย
ขวัญเมื่อได้เห็นภาพแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีที่เหล่าเพื่อนต่างภพของตนต่างก็เป็นที่หวาดกลัวของเหล่าวิญญาณด้วยกันเอง
“สิงห์เอ็งจะอยู่เฝ้าบัวเลยไหมหรือว่าจะกลับไปเอาข้าวของส่วนตัวก่อนแล้วค่อยกลับมา” แม่ถามกับน้าสิงห์
“ฉันอยู่ที่นี่ก่อนดีกว่าจ้ะพี่นวลพรุ่งนี้ค่อยกลับไปเอาแต่ฉันวานพี่ช่วยไปบอกพ่อกับแม่ที่บ้านให้ด้วยนะส่วนเจ้าหินก็จะนอนอยู่กับฉันจ้ะโรงพยาบาลเขามีหมอนมีผ้าห่มให้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจตกลงเดี๋ยวพี่จะไปบอกกับลุงกับป้าเองถ้าอย่างนั้นพี่กับลูกกลับบ้านก่อนแล้วกันนี่ก็ไม่รู้พี่ทวนอยู่กับเจ้าสามแสบนั่นจะเป็นยังไง”
“น้าสิงห์ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ขวัญจะมาดูน้องและน้าบัวใหม่นะจ๊ะส่วนห้องนี้น้าสิงห์ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอะไรมารบ กวนนะขวัญรับรองได้ว่าปลอดภัยเพราะเขาไปแล้ว” ขวัญบอกกับสิงห์เพราะเห็นว่าสิงห์กับลูกชายดูตื่นกลัวกับห้องเดี่ยวนี้
“ขอบคุณพี่นวลและก็ขวัญด้วยนะ” น้าสิงห์กล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าที่สบายใจมากขึ้น
“พี่ขวัญเดี๋ยวจุกกับแดงอยู่ที่นี่นะจ๊ะ” จุกบอกกับขวัญออกมา
“ก็ดีเหมือนกันแต่ทำอะไรก็ให้อยู่ในขอบเขตนะและก็ระวังตัวกันด้วย”ขวัญพูดกับน้องชายต่างภพทั้งสอง
เมื่อขวัญและแม่กลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาตีสี่แล้วเธอและแม่เองก็ต่างหายง่วงกันเป็นปลิดทิ้งดังนั้นทั้งสองก็ได้ไปล้างหน้าล้างตาแล้วก็พากันมาเก็บผักส่วนพ่อก็ยังคงหลับอยู่เพราะช่วงนี้พ่อน่าจะเหนื่อยมาก
ขวัญกับแม่เองก็ไม่ได้ปลุกพ่อเช่นกันเมื่อเธอและแม่เก็บผักกันไปสักพักก็เห็นพี่โชติและเหล่าน้องชายรวมทั้งปู่ชื่นก็พากันเดินมายังสวนผักวันนี้เป็นวันที่หนึ่งเดือนห้าซึ่งจัดว่าเป็นวันการใช้แรงงานตามปฏิทินประกาศให้เป็นวันหยุด
แต่ว่าเหล่าคนงานในสวนขวัญไม่มีใครอยากหยุดงานเลยนอกจากวันอาทิตย์เพราะขวัญบอกว่าเราควรจะเวลากับครอบครัวของตัวเองกันบ้างเธอจึงให้ทุกคนได้หยุดวันอาทิตย์ส่วนคนงานที่พักในสวนขวัญต่างก็พากันมาช่วยงานช่วงเช้าก่อนแล้วก็ค่อยหยุดพักกันไป
ขวัญเองก็ไม่เคยคิดเอาเปรียบใช้งานใครฟรีๆ เช่นกันใครมาช่วยทำงานเธอก็จ่ายค่าแรงพิเศษให้ทุกคนในครอบครัวของขวัญต่างก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะพวกเขาเองก็เห็นด้วย
อย่างวันนี้ก็เช่นกันขนาดว่าขวัญบอกให้ทุกคนหยุดงานได้แต่พวกเขาก็ยังพากันมาทำงานและยังบอกอีกว่าไม่ต้องจ่ายค่าแรงให้พวกเขาเพิ่มหรอกเพราะงานก็ไม่ได้หนักอะไรแล้วที่สวนแห่งนี้ก็จ้างแพงมากกว่าที่อื่นแล้ว
“น้าบัวคลอดลูกแล้วนะจ๊ะอีกสองสามวันน่าจะได้กลับบ้านหากใครอยากไปเยี่ยมก็ไปที่บ้านน้าบัวกันนะ”ขวัญได้บอกกับเหล่าคนงาน
“ผู้ชายผู้หญิงล่ะขวัญ แข็งแรงดีไหม”ยายแช่มที่เสร็จจากการทำงานในครัวแล้วถามขึ้นตั้งแต่ที่มีลูกหินมาช่วยทำงานในครัวแกและป้าสายงานก็มักจะเสร็จเร็วขึ้นแกก็เลยมาช่วยกำผักเพื่อให้พี่น้องของขวัญไปขายในตลาด
“ผู้ชายจ้ะน่ารักแข็งแรงดีทั้งแม่และลูกทีเดียว” ขวัญพูดขึ้น
“เจ้าขวัญเด็กเล็กเขาให้พูดกันว่าน่าเกลียดน่าชังต่างหากเล่าเดี๋ยวผีได้ยินว่าน่ารักมันจะมาเอาเด็กไป”ยายแช่มเจ้าเดิมพูดแย้งขึ้น
“ป้าแช่มจ้ะผีที่ไหนมันจะกล้ามายุ่งกับเจ้าขวัญและคนของมันกันล่ะอย่างพวกเรานี่ผีเห็นมันก็เผ่นแล้วฉันว่า”แม่นวลพูดขึ้นมา
“จริงด้วยข้าก็ลืมไปอยู่กับคนปราบผีได้จะกลัวผีไปทำไม”เมื่อจบคำพูดของยายแช่มทุกคนก็ต่างพากันหัวเราะออกมา