เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เซียวเฉิน ได้ยินแล้วจึงหันไปรับสาย
“ฮัลโหล ซู่ฉิง เธอจัดการธุระเสร็จแล้วเหรอ?”
เมื่อได้ยินว่าเป็โทรศัพท์จากพี่สาว ซู่เสี่ยวเิ ก็เอียงหูไปหา ด้วยความอยากจะรู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
“ยังไม่เสร็จ ว่าแต่นายกับเสี่ยวเิถึงบ้านแล้วหรือยัง?” เสียงของ ซู่ฉิง ฟังดูเหนื่อยเล็กน้อย
“ยังเลย พวกเราอยู่ที่...” ขณะที่ เซียวเฉิน พูดถึงตรงนี้ ดูเหมือนว่า ซู่เสี่ยวเิจะโบกมือเป็สัญญาณให้เขาไม่บอก ในใจของเธอเต้นตูมตาม เขาจึงตอบไปว่า “พวกเรากำลังกินข้าวอยู่ เดี๋ยวกินเสร็จก็จะกลับแล้ว”
เมื่อได้ยิน เซียวเฉิน พูดแบบนี้ ซู่เสี่ยวเิก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถ้าให้พี่สาวรู้ว่าพวกเขาออกมาแข่งรถละก็ เธอต้องตายแน่ ๆ!
“งั้นเหรอ พวกเธอต้องระวังความปลอดภัยเอาไว้นะ วันนี้ฉันเพิ่งจะได้รับจดหมายมาอีกรอบ”
เซียวเฉิน ขมวดคิ้ว เอ่ยถามด้วยความจริงจัง “มันว่ายังไงมั่ง?”
“มันก็ยังคงเป็จดหมายข่มขู่เหมือนเดิม เนื้อหาข้างในบอกว่าสัปดาห์นี้ให้ฉันระวังตัวเอาไว้”
“สัปดาห์นี้? งั้นพวกเราจะรอ!” เซียวเฉิน ยิ้มเย็น ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกกลัวว่าอีกฝ่ายจะเคลื่อนไหว เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่เคลื่อนไหวเสียมากกว่า!
ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมักจะเป็ศัตรูที่น่ากลัวมากที่สุด ดังนั้น เซียวเฉิน จึงแทบอดทนให้พวกมันปรากฏตัวออกมาไม่ไหว!
เมื่อถึงเวลานั้น ทั้ง 2 ฝ่ายก็จะเผชิญหน้ากันอย่างเต็มที่ ดูสิว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน!
“งั้นเดี๋ยวค่อยคุยกันอีกที ขอฉันไปจัดการธุระต่อก่อน”
“ได้” เซียวเฉิน พยักหน้า เขาวางหูโทรศัพท์ไป จากนั้นหรี่ตาลง ในที่สุดพวกมันพวกมันก็ยอมเผยตัวแล้วงั้นเหรอ?
“พี่สาวฉันพูดอะไรกับนาย?”
ซู่เสี่ยวเิ เห็น เซียวเฉิน วางโทรศัพท์ไปแล้วไม่พูดอะไร เธอก็ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้
“อ้อ ไม่มีอะไร เธอถามว่าพวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่...”
“งั้นเหรอ?”
ซู่เสี่ยวเิ มอง เซียวเฉิน ด้วยสายตาสงสัย
“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะโกหกเธอไปทำไมกัน!” เซียวเฉิน หัวเราะ “ฉันโกหกพี่สาวของเธอไปว่าพวกเรากินข้าวกันอยู่… พูดไปแล้ว เย็นนี้เธออยากกินอะไร เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเอง!”
“ฉันอยากกินอาหารทะเล”
“ได้ งั้นเราไปกินอาหารทะเลกัน” เซียวเฉิน พยักหน้า “กินเสร็จแล้ว พวกเราค่อยไปรับพี่สาวเธอที่บริษัท! อ้อ จำเอาไว้ ให้ตายยังไงก็อย่าหลุดปากเื่ที่พวกเราไปแข่งรถมา เข้าใจไหม!”
ซู่เสี่ยวเิ ฉีกยิ้มกว้าง “นายคิดว่าฉันโง่เหรอ? เื่นี้ฉันไม่พูดออกมาอยู่แล้ว!”
“ฮ่าๆๆๆ ดี นี่เป็ความลับของพวกเรา 2 คน ส่วนเื่ปั้ปปี้เลิฟนี่ ฉันก็จะไม่บอกพี่สาวของเธอเหมือนกัน”
“ปั้ปปี้เลิฟอะไรกัน!” ซู่เสี่ยวเิ กะพริบตา จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ฉันไม่มีปั้ปปี้เลิฟอะไรทั้งนั้น!”
“หยินเหอ ชอบเธอไม่ใช่เหรอ นี่ก็ถือเป็ปั้ปปี้เลิฟ เหมือนกันนะ!”
“แค่หมอนั่นชอบฉัน ก็เป็ปั้ปปี้เลิฟแล้วเหรอ”
“ใช่แล้ว!”
“เหอะ หากเป็อย่างที่นายว่า ั้แ่อนุบาลมาฉันก็คงมีแฟนเต็มไปหมดแล้ว!”
“เฮ้ๆ เสี่ยวเิ เธอนี่ก็ขี้อวดเหมือนกันนะ?”
“ฉันจะบอกนายให้รู้ ฉันหนะเกิดมาพร้อมกับความสวย ั้แ่ฉันเรียนอนุบาล ก็มีหนุ่มน้อยมากมายมาชอบฉันแล้ว!”
“จ้าๆๆๆ แม่สาวมากเสน่ห์” เซียวเฉิน ยิ้มไม่ออก แม่สาวคนนี้หลงตัวเองเหลือเกิน!
เมื่อเซียวเฉินสามารถจัดการให้หยินเหอไม่มาตอแยซู่เสี่ยวเิได้ ในใจเธอก็เบิกบานขึ้นไม่น้อย ทำให้ทัศนคติที่เธอมีต่อเซียวเฉินดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอคิดดูว่า หากว่าเขานิสัยแย่ ย่อมไม่มีทางเข้ามาช่วยเธออย่างแน่นอน!
ทั้ง 2 คนพูดคุยเกี่ยวกับการแข่งรถที่เพิ่งเกิดขึ้น
“เซียวเฉิน นายสอนฉันขับรถแบบนั้นได้ไหม?”
ซู่เสี่ยวเิ เห็นความสามารถของเซียวเฉินมากับตา ในที่สุดก็พูดความคิดของตัวเองออกไป
“ไม่ได้!”
เซียวเฉิน กล่าวปฏิเสธออกมาโดยไม่ลังเล
“ทำไม?!”
“เป็เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะขับรถแข่งอะไรกัน มันอันตรายเกินไป!”
“ใครบอกว่าเป็ผู้หญิงแล้วจะแข่งรถไม่ได้!” ซู่เสี่ยวเิ ยังคงดื้อรั้น “นายเป็คนชอบเหยียดเพศงั้นเหรอ!”
“พอแล้ว ๆ อย่าทำให้มันกลายเป็เื่ใหญ่ไปหน่อยเลย ฉันไม่ได้เป็คนเหยียดเพศอะไรทั้งนั้น...” เซียวเฉิน รีบพูดแก้ตัว
“แล้วทำไมนายถึงไม่สอนฉันล่ะ? พี่เฉิน จากนี้ไปฉันจะเรียกนายว่า พี่เฉิน ยังจะไม่สอนอีกเหรอ? จากนี้ไปฉันจะไม่ไล่นายแล้ว...”
เซียวเฉิน ส่ายหน้า ”ที่เธอเรียกฉันว่าพี่เฉินก็เป็เื่ที่สมควรแล้ว ฉันชนะการแข่งรถมา ช่วยจัดการปัญหาเกี่ยวกับหยินเหอให้… ส่วนเธอจะไล่ฉันไปเหรอ หึๆ ถ้าฉันไม่ไปซะอย่าง แล้วเธอจะทำอะไรฉันได้?”
“......”
เมื่อได้ฟังคำนี้ ซู่เสี่ยวเิ ก็เกิดอาการหงุดหงิด แม้ว่าจะจริงอย่างที่เขาพูด แต่ก็ไม่เห็นจำเป็จะต้องพูดออกมาเลยนี่? เขานี่ชอบแกล้งเธอเหลือเกินนะ!
แต่เมื่อนึกถึงทักษะการขับรถขั้นเทพของเซียวเฉิน เธอจึงทำได้เพียงแค่กัดฟันและสะกดข่มความโกรธลงไป พยายามฝืนฉีกยิ้มขึ้น “พี่เฉิน ถ้าพี่สอนฉันขับรถ จากนี้ไปพวกเราทั้ง 2 คนก็จะเป็มิตรที่ดีต่อกัน เป็ไง?”
“ก็ยังไม่เท่าไหร่”
“นายมาที่หลงไห่ ไม่ใช่ว่าอยากจะจีบพี่สาวฉันงั้นเหรอ? ถ้างั้นตราบใดที่นายสอนฉันขับรถ ฉันจะช่วยนายจีบพี่สาว เป็ไง?” ซู่เสี่ยวเิ กลัวว่าเขาจะไม่สอน จึงเอ่ยคำพูดที่น่าในี้ออกมา
เอี๊ยดดด!
เซียวเฉิน เหยียบเบรกเต็มแรง ทำให้รถสั่นไหว จนรถเกือบจะพลิกคว่ำ “เธอพูดว่าอะไรนะ?”
“ฉันบอกว่าตราบใดที่นายช่วยสอนฉันขับรถ ฉันก็จะช่วยนายจีบพี่สาวฉันไง...”
ซู่เสี่ยวเิ มองดูปฏิกิริยาของ เซียวเฉิน และก็คิดว่าตัวเองพูดได้ตรงประเด็น จึงอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มขึ้นในใจ เ้าบ้านี่ นายคิดจะมาจีบพี่สาวฉันงั้นเหรอ… เป็แค่คางคกริอาจกินเนื้อจะหงส์งั้นเหรอ รอให้นายสอนฉันแข่งรถก่อนเถอะ เมื่อนั้นฉันจะเฉดหัวนายออกไปเอง!
“เสี่ยวเิ ฉันสาบานเลย ฉันไม่ได้รู้สึกสนใจในตัวพี่สาวของเธอเลยสักนิด! ฉันมาที่หลงไห่ ก็เพราะว่า...”
เมื่อ เซียวเฉิน พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ปิดปากในทันที เพราะมีบางอย่างที่ไม่อาจจะบอกให้ ซู่เสี่ยวเิ รู้ได้
ในเวลาเดียวกัน หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขาเกือบจะหลุดปากบอกเ้าเด็กแสบคนนี้ไปแล้ว ดูเหมือนว่าจากนี้จะต้องคอยระวังให้มากกว่านี้
“เพราะอะไร? นายกับพี่สาวของฉันปิดบังอะไรเอาไว้?”
ในตอนนี้ ซู่เสี่ยวเิ จ้องมอง เซียวเฉิน อย่างเอาเป็เอาตาย และบีบเคล้นถามเขา
“เอ่อ ไม่เพราะอะไรทั้งนั้น เพราะฉันถูกขับไล่ออกมาจากกองทัพ ไม่มีงานทำ พี่ชายของเธอจึงให้ฉันมาที่นี่ หนึ่งก็เพื่อปกป้องเธอและพี่สาว สองฉันจะได้มีที่ซุกหัวนอนไงละ” เซียวเฉิน เปิดปากพูดอย่างง่ายๆ
“นายโกหกฉัน!”
“ไม่ได้โกหก มันเป็เื่จริง”
“แม้ว่าฉันจะเป็คนไม่ค่อยฉลาด แต่ฉันก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ...ฉันจะถามนายเป็ครั้งสุดท้าย เป็เพราะอะไร? ถ้านายไม่บอก งั้นฉันจะไปถามพี่สาวเอง!”
“......”
เซียวเฉิน ถูกประโยคแรกของ ซู่เสี่ยวเิ ถามกลับอย่างรวดเร็ว ตอนแรกเขาคิดว่าจะหยอกล้อไปไม่กี่คำ แต่พบว่าเธอกลับมีท่าทีที่จริงจัง เขาทำได้เพียงแค่กลืนคำหยอกล้อเ่าั้ลงไป ชักจะแย่แล้ว!
“จะบอกไม่บอก?”
เซียวเฉิน เงียบไปสักพัก จากนั้นบอกสิ่งที่พูดกับ ซู่ฉิง ในตอนเจอกันครั้งแรกออกไปอีกรอบ “เมื่อครึ่งปีก่อน พี่สาวเธอโทรศัพท์ไปหาพี่ชาย บอกว่าเธอกำลังเจอกับปัญหา หวังว่าเขาจะกลับมาช่วยเหลือเธอได้...”
“ปัญหา?” ซู่เสี่ยวเิ ฟังจนจบ แล้วขมวดคิ้วพร้อมพูดขึ้น “เป็พวกมันเหรอ?”
เซียวเฉิน กลายเป็นิ่งอึ้ง จากนั้นรีบถามต่อว่า “พวกมันเป็ใคร? เธอรู้เหรอ?”
“ตระกูลซู่!” ดวงตาของ ซู่เสี่ยวเิ เ็าแล้วพูดต่อว่า “หากว่าพี่สาวพบเจอกับปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด มันก็น่าจะมาจากตระกูลซู่!”
“ตระกูลซู่?” เซียวเฉิน พูดทวน จากนั้นหัวใจของเขาก็สั่นไหว “ตระกูลซู่แห่งเมืองหลงไห่?”
“นายรู้จักตระกูลซู่ด้วยเหรอ?”
“เป็ตระกูลซู่จริง ๆ งั้นเหรอ?” เซียวเฉิน เอ่ยถามด้วยความตะลึง
“ที่เมืองหลงไห่แห่งนี้ก็มีตระกูลซู่อยู่เพียงแค่ตระกูลเดียว!”
เซียวเฉิน เบิกตาโพลง “พวกเธอ...เป็คนจากตระกูลซู่แห่งเมืองหลงไห่ไม่ใช่รึไง?”
“เคยเป็ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว!” ใบหน้าของ ซู่เสี่ยวเิ เต็มไปด้วยความเยือกเย็น แล้วเอ่ยต่อว่า “พวกเราก็คือพวกเรา ตระกูลซู่ก็คือตระกูลซู่!”