จวงอวี๋ก้มหน้า อดรู้สึกหดหู่ไม่ได้
รอบตัวเขามีคนรายล้อมอยู่ไม่น้อย ล้วนแล้วแต่เอาใจใส่เขาเป็อย่างมาก ทว่าที่ยอมตัดใจแลทุ่มเงินเพื่อเขากลับไม่มีเลย
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาไม่้ามู่เฉิน มู่เฉินก็อยู่รอบตัวเขาตลอดทั้งวัน
ตอนนี้เขา้าคนผู้นี้ มู่เฉินกลับหลบซ่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย จวงอวี๋อดรู้สึกเศร้าใจไม่ได้
เยี่ยสือหลบอยู่ข้างๆ แอบมองจวงอวี๋
เดิมทีเยี่ยสือไม่ได้อยากมา แต่ขัดเฉินต๋าไม่ได้ ตัดสินใจว่าจะแอบออกมาดูสักหน่อย ที่จริงแล้ว ในใจเยี่ยสือก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน คนที่มู่เฉินชอบเป็คนเช่นไรกันแน่
เยี่ยสือแค่มองดูครั้งเดียว ก็จำจวงอวี๋ได้
จวงอวี๋ก็เป็ซวงเอ๋อร์ แม้ว่าซวงเอ๋อร์จะเป็บุรุษเช่นเดียวกัน ทว่าในด้านหน้าตากับบุรุษก็มีความแตกต่างที่แน่นอนอยู่ ซวงเอ๋อร์ส่วนใหญ่นั้นจะมีหน้าตางดงามอ่อนช้อย
เยี่ยสือมองดูจวงอวี๋ เดือนในหมู่ดาวที่ถูกกลุ่มคนห้อมล้อม ก็อดรู้สึกแปลกประหลาดไม่ได้ เป็คนที่ใสราวกับแก้วจริงๆ หน้าตาเช่นนี้ ไม่แปลกเลยที่มู่เฉินจะหวั่นไหว
“หอสุราเย่ว์เหอ” มู่เฉินมองชื่อของหอสุรา พลางอ่านเบาๆ
หอสุรานี้คือหอสุราที่เ้าของร่างเดิมชื่นชอบที่สุด อาหารในนั้นราคาแพง แต่ก็รสชาติดียิ่ง อีกทั้งอาหารหลายอย่างในหอสุราแห่งนี้ ล้วนทำขึ้นจากเนื้อของอสูรปีศาจ กินแล้วช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกาย
“คุณชาย จะเข้าไปทานสักมื้อหรือไม่ขอรับ” เหรินซานถาม
มู่เฉินพยักหน้าแล้วกล่าว “ก็ดี!”
“...”
“ดูซิว่านี่คือใคร นี่คือคุณชายมู่มู่เฉินไม่ใช่หรือ ในที่สุดก็ยอมโผล่หน้ามาแล้ว” เมื่อเฉินม่อหรานมองเห็นมู่เฉินก็อดเรียกไม่ได้
ยามมู่เฉินเห็นจวงอวี๋กับเฉินม่อหราน ในใจก็อดรู้สึกแปลกประหลาดไม่ได้
เขาพยายามหลีกเลี่ยงจวงอวี๋อย่างสุดกำลัง แต่ก็ยังหลีกหนีสิ่งที่เรียกว่าชะตากรรมไม่พ้น สุดท้ายก็เจอกันจนได้
เยี่ยสือเห็นมู่เฉินเข้าประตูมา ก็อดไม่ได้ที่จะอึ้งไปชั่วขณะ
“เอ๋ คุณชายมู่เฉินปรากฏตัวแล้ว” อามู่พึมพำ
เยี่ยสือใอามู่ที่จู่ๆ ก็โผล่มา “เ้ามาได้อย่างไร”
อามู่ยักไหล่แล้วกล่าว “ที่ห้องครัวไม่มีงาน ข้าก็เลยมาดูสถานการณ์ คุณชายมู่เฉินนับวันยิ่งหล่อขึ้นเรื่อยๆ”
เมื่อก่อนมู่เฉินชนไก่ไล่สุนัข[1] ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา เล่นจนเลยเถิด ทั่วทั้งตัวดูเหมือนอันธพาล พอตอนนี้เปลี่ยนไส้เทียนแล้ว ทั้งร่างก็เปลี่ยนเป็สว่างไสวขึ้นมา
“ก็แค่นี้เอง หล่อตรงไหนกัน” เยี่ยสือกล่าวพลางกัดริมฝีปาก
อามู่มองเยี่ยสือ แล้วทำปากยื่นพร้อมกล่าว “สือโถว เ้าช่างตาสูงจริงๆ!”
เยี่ยสือหน้าแดง พึมพำเสียงเบา “เดิมทีก็ไม่เท่าไรอยู่แล้ว”
มู่เฉินเดินเข้ามาในหอสุรา ก็พบเยี่ยสือกับอามู่ หลังจากที่ทะลุมิติมา พลังิญญาของมู่เฉินได้หลอมรวมกับเ้าของร่างเดิม หลังจากที่ิญญารวมเข้าด้วยกันแล้ว พลังิญญาของมู่เฉินก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างยิ่ง จนถึงขั้นได้ยินการสนทนาของเยี่ยสือกับอามู่อย่างชัดเจน
“สือโถว คุณชายมู่ดูเหมือนจะมองมาทางพวกเรานะ เขากำลังมองพวกเราอยู่ใช่หรือไม่” อามู่กล่าว
“เขาแค่มองผ่านมาทางนี้เท่านั้นเอง” เยี่ยสือกล่าวอย่างไม่คิดว่าเป็เช่นนั้น
เยี่ยสือกัดริมฝีปาก เมื่อครู่นี้ที่มู่เฉินมองมาทางเขา ทำให้เขาสะดุ้งใ ทว่ามู่เฉินมองเพียงคราเดียว ก็ละสายตาไปทางอื่น
เยี่ยสือลอบตำหนิความไม่เอาไหนของตัวเอง ‘ก็แค่มู่เฉินคนเดียวไม่ใช่หรือ มีอะไรให้น่ากลัว’
มู่เฉินยกมุมปากเล็กน้อย พลางแอบคิดในใจ ‘ในบุรุษรูปงามในต่างโลกนี่ช่างเยอะจริงๆ แค่เด็กรับใช้ในหอสุราคนหนึ่งก็หน้าตาโดดเด่นขนาดนี้แล้ว แถมเป็ประเภทที่ข้าชอบเสียด้วย!’
เชิงอรรถ
^ หมายถึง คนที่ไม่ทำงานทำการ ไร้แก่นสาร ไร้สาระ