ตอนเ้าว่านยาอายุ ๑๖ ย่างเข้า ๑๗ ก็สำเร็จการศึกษาระดับมัธยม ๖ ที่ชัยนาท โดยทั่วไปถือว่าจบสูงแล้วสำหรับเด็กบ้านนอก เรียนระดับนี้สามารถสมัครงานราชการเป็ครูอาจารย์ หรือทำงานตามเทศบาลได้สบาย แต่ด้วยฝันของว่านยาไกลกว่านั้น จึงทำให้ต้องเดินทางเข้าพระนครเพื่อสอบเข้าเรียนให้จบมัธยมปลาย
สายลมพัดเอื่อยเอาดอกคูณข้างทางร่วงหล่นลงบนสายน้ำ กลิ่นฤดูร้อนอุ่นจางอวลดินชื้นกับเกสรดอกไม้โชยแตะจมูก กลีบสีเหลืองอ่อนปลิวระร่องลงบนผิวหน้าขาวสะอาดของเด็กหนุ่มวัย ๑๗ ซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ในเรือเอี๊ยมจุ้น ขนข้าวสารจากชัยนาท ผ่านพระนครศรีอยุธยาล่องตามแม่น้ำสายหลัก เดินทางกันสองวันก่อนแยกเข้าคลองภาษีเจริญ
ว่านยานั่งอยู่บนเรือ ติดตามมาสอบเข้าโรงเรียน ส่วนไฉนอกจากจะมาช่วยขายของ ยังมาสอบเป็เพื่อนว่าที่คุณหมอด้วยอีกคน สายตาอ่อนตกลงบนหน้าคมคายอย่างพระเอกหนังเซี่ยงไฮ้ มือเรียวยื่นออกไปปัดกลีบสีนวลเบามือ
ััแ่ทำให้คนนอนพักสายตาลืมตื่น ประสานเข้ากับตาคมคู่สวย
“ไม่ได้แกล้งนะ มีกลีบดอกคูณอยู่บนหน้าไฉจริงๆ” อาจดูร้อนตัว แต่เอ่ยตามจริงทุกคำ
ไฉแย้มยิ้ม จับมือเพื่อนรักทาบแก้ม
“จะจับก็จับไปเถอะน่า ใครว่าอะไร”
“หลงจู๊เป็พยาน ฉันเปล่าอยากจับ”
ผู้จัดการร้านแถบคลองภาษีเจริญนั่งอยู่ท้ายเรือกับมือพาย มีกระสอบข้าวกั้นกลางจะเห็นอะไร เ้าว่านยาก็เข้าใจหาพยาน ไฉหัวร่อ ต่อให้ว่านยาไม่แกล้ง ตนก็อยากแหย่อีกฝ่ายอยู่ดี
“ปล่อยมือได้หรือยัง ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมากินข้าวกินปลา”
หนุ่มตี๋ยอมผละมือ ดันตัวเองลุกนั่งอย่างว่าง่าย ข้าวเหนียวห่อใบตองถูกยื่นมาตรงหน้า ม๊าเป็คนเตรียมไว้ให้เด็กสองคน เตี่ยให้เงินติดกระเป๋าไฉมาหลายอยู่ เผื่อให้ใช้ได้อย่างไม่อัตคัด แกเอ็นดูว่านยาเหมือนลูกชายอีกคนเลยฝากฝังไฉให้ดูแลน้อง ขณะเดียวกันก็ฝากฝังเ้าว่านยาคอยปรามลูกชายตนให้อยู่กับร่องกับรอย
“นี่ ถ้าไฉสอบติดขึ้นมาจะทำอย่างไร” ว่านยาเอ่ยถาม ใช้มือเปิบข้าวกับปลาย่างเข้าปาก
“เพ้อเจ้อน่า”
“เก๊าะ สมมติว่าได้จริงๆ”
ไฉนิ่งเงียบ เหลือบตาคิด
“แล้วแต่เตี่ยมั้ง แกคงไม่ให้หรอก เรียนไป ก็เป็ได้แค่พ่อค้า จะเรียนไปทำไม”
“พ่อค้าแล้วอย่างไร พ่อค้าเรียนสูงยิ่งดีไม่ใช่หรือ”
ไฉเบนสายตาขึ้นสบเ้าว่านยา ยกยิ้มขึ้นน้อยๆ
“เ้ายากลัวเหงาล่ะสิ เอางี้ไหม เดี๋ยวพี่มาหาทุกอาทิตย์ ติดเรือมาแบบนี้แหละ”
ว่านยาถอนใจ “ตอบมาก่อน ใจไฉน่ะคิดอย่างไร ถ้าได้อยากมาเรียนด้วยกันไหม”
หนุ่มตี๋เอียงคอมองคนซักไซ้
“อยากซี อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน น่าสนุกออก”
ว่าที่คุณหมอจ้องคนตอบนิ่ง “ถ้าไฉสอบได้ เราจะขอให้คุณพ่อไปคุยกับเตี่ย ขอเวลาให้ไฉอยู่กับเราอีกสองปีจนจบมอแปด”
“ไม่ต้องหรอกน่า”
“ฉันแค่อยากให้ไฉอยู่ด้วยกันก่อน ไม่รู้ซี แค่คิดว่าถ้าอยู่นี่คนเดียว จะต้องแยกจากกันไปตลอดแน่ๆ ชีวิตพวกผู้ใหญ่เป็แบบนี้ ดูอย่างคุณพ่อ แทบไม่ได้อยู่บ้านเลย ขนาด่นี้คุณแม่กำลังตั้งท้อง ยังหยุดมาดูแลไม่ได้”
“ก็คุณพ่อคุณแม่ของเ้ายามีหน้าที่ต้องทำ”
“รู้น่า พอโตแล้วแต่ละคนก็มีหน้าที่ทั้งนั้น พวกเราเองก็เหมือนกัน เลยอยากเป็เด็กให้นานกว่านี้หน่อย”
ไฉมองปากเจื้อยแจ้ว เ้าว่านยาอยากอยู่ด้วยกัน ฟังแล้วชื่นใจ กระนั้นใช่ว่าอยากอยู่ด้วยกัน ก็จะอยู่ได้ง่ายๆ ชีวิตคนเรามีครอบครัว มีสังคม มีหน้าที่ และอะไรมากมายต้องแบกรับ
“ไฉตั้งใจสอบนะ อย่าทำมั่วๆ ล่ะ ฉันจริงจัง”
“อืม”
“สัญญาสิ” ยกนิ้วก้อยรอเกี่ยว
ใบหน้าคมคายยกยิ้ม ยกนิ้วก้อยขึ้นเกี่ยว
“สัญญา”
????
หนึ่งเดือนให้หลัง ขณะว่านยานั่งชั่งตวงสมุนไพรช่วยมารดาท้องแก่ ซึ่งเปิดร้านยาแผนโบราณตามปกติ เสียงกริ่งจักรยานหน้าบ้านก็ดังระรัวเป็จังหวะเรียกสายตา
หนุ่มตี๋ยิ้มตาหยีอยู่หน้าประตูห้องแถว มือโบกหนังสือพิมพ์ประจำวัน ผลสอบออกแล้ว
“เ้ายา มาดูนี่เร็ว”
ร่างสูงเตะขาตั้งรถแล้วเดินเข้ามายืนเท้าตู้ยาที่ลูกชายหมอกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ มือหนากางหน้าหนังสือพิมพ์แผ่หรา นิ้วจิ้มสองชื่อซึ่งถูกวงไว้
ลูกชายหมอวางมือจากถุงกระดาษใส่สมุนไพร ชะโงกหน้าดูตามนิ้วเรียวยาว เห็นชื่อตัวเองก่อนใคร
“ว่านยา เวชพันธกิจ ชื่อใครหนอ” น้ำเสียงตอนเรียกชื่อน้องหวานล้ำ
ว่านยาไม่ได้สนใจขนาดนั้น เพราะมั่นใจอยู่แล้วว่าตนได้แน่ ตากวาดมองอีกชื่อหนึ่งแทน ‘นายทรัพย์ แซ่หลี่’ ชื่อของไฉ นิ้วเรียวจิ้มชื่อพี่
“ชื่อไฉนี่”
“อื้อ เก่งไหมเล่า”
ว่านยาไม่ได้ตอบ แต่คว้าหนังสือพิมพ์วิ่งเข้าไปในห้องตรวจ ทั้งที่มารดายังติดคนไข้อยู่ มือนวดคลำท้องยายวัยชราที่มาจากเด่นใหญ่
“คุณแม่ ลูกกับไฉสอบติดสวนกุหลาบ”
ดวงตามารดาเบิกกว้างด้วยความปิติ
“เ้าไฉด้วยหรือ” เป็ยายชราที่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ชื่อเสียงของลูกคนโตเถ้าแก่กงสีน้อยเสียเมื่อไหร่ ลูกชายหลวงเวชวินิจสอบติดไม่แปลก แต่ลูกเถ้าแก่กงสีริมน้ำสอบได้กับเขาด้วยสร้างความประหลาดเหลือคนา
“ครับยาย”
ยายชรากุมอก มีเื่ให้ปล่าวประกาศคุยฟุ้งกับเพื่อนบ้านอีกเื่หนึ่งแล้ว
“ไฉอยู่ข้างนอกหรือ”
“ครับคุณแม่”
แม่ศรีประไพคิดคำนึงอยู่ครู่ ก่อนเอ่ยปาก
“รั้งพี่ให้อยู่ด้วยกันก่อน แม่ตรวจยายเมี้ยนเสร็จจะไปคุยด้วย”
“ครับคุณแม่”
ไม่ต้องบอกซ้ำสอง ไฉที่เดินตามเ้าว่านยามาได้ยินแล้ว เ้าตัวเลยมานั่งเก้าอี้ด้านในฝั่งคนขาย มองดูลูกชายหมอเจียดยาต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ดีใจขนาดนั้นเชียว” ไฉเอ่ยถาม
มือเรียวหยุดชะงัก มองคนที่นั่งพิงตู้ลิ้นชักสมุนไพร
“จะอยู่ด้วยกันในพระนคร ตั้งสองปีเชียว”
เ้าว่านยาป้องปากกระซิบ ดวงตาใสเป็ประกายขี้เล่นแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก
“ไปเที่ยวสำรวจเมืองกรุงด้วยกันเถอะ”
ไฉได้ยินก็หัวเราะน้อยๆ เอ็นดูเ้าว่านยาเป็ที่สุด
????