เอริคและพรรคพวกประชุมปรึกษาหารือกันเื่ปราบแวมไพร์ตระกูลแฟนทรัม ในตอนนี้ประเทศแทนซามาเนียเกิดโกลาหล มนุษย์ต้องคอยหลบหนีแวมไพร์อย่างหวาดกลัว
บางคนถูกจับขังโดยไม่รู้ว่าพวกเขาเป็ตายร้ายดีเช่นไร
“พวกเราต้องรวบรวมกำลังพลแล้ว เอาล่ะ แซมสัน นายรีบตามหาพรรคพวกของพวกเรา แล้วมารวมตัวกันที่นี่ คราวนี้คงต้องประชันหน้ากับมันแล้ว” เอริคสั่ง
“ครับ” แซมสันรับคำสั่งแล้วแว๊บหายไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่
“ตอนนี้คุณพอที่จะติดต่อหาอาวุธมาได้มั้ยครับ คุณโทนี่” เอริคหันไปถามนักวิทยาศาสตร์
“ได้ครับ ผมมีเพื่อนเป็ทหาร ว่าแต่อาวุธธรรมดาจะสามารถกำจัดแวมไพร์ได้หรอครับ” โทนี่สงสัย
“นั่นสิคะ” เจนนี่ก็กังวล
“มันคงทำได้แค่บั่นทอนกำลังของพวกมันได้เท่านั้นครับ” เอริคไม่มีทางเลือกเพราะฝ่ายศัตรูมีจำนวนมากกว่า
“ผมช่วยได้ครับ” แวนการ์ดหอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาในถ้ำ
“แวนการ์ด คุณมาทำอะไรที่นี่คะ” เจนนี่ใ
“ผมไปฝึกปราบแวมไพร์มาแล้ว รับรองคราวนี้ผมปราบได้แน่” แวนการ์ดพูดด้วยความมั่นใจ
“แน่ใจหรอคะ” แอนนาทำหน้าไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อก็ลองดูสิครับ” แวนการ์ดรีบท้า
“แล้วทำยังไงคะ” เจนนี่อยากรู้
“นี่ คือน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ บาทหลวงท่านให้ผมมา และผมก็พิสูจน์แล้วว่ามันปราบได้จริง” แวนการ์ดยกขวดบรรจุน้ำมนตร์มาโชว์
“ช่วยได้แน่หรอคะ” แอนนาสงสัย
“งั้นผมทดลองเอง” จอนนี่กล้าเสี่ยง เขาเทน้ำมนตร์ใส่แก้ว แล้วลองใช้นิ้วแตะไปที่น้ำมนตร์นั้น สักพักเขาก็รีบชักมือกลับทันที “โอ๊ย ร้อน ร้อนจริงๆ ด้วย”
ทุกคนเข้ามามุงดูนิ้วของจอนนี่ก็พบว่าเป็รอยไหม้จริงๆ
“ไม่น่าเชื่อน้ำมนตร์ของคุณจะได้ผล” โทนี่ยอมเชื่อ
“ถ้าเรานำะุปืนมาบรรจุน้ำมนตร์พวกนี้ก็อาจช่วยกำจัดแวมไพร์ได้ครับ” แวนการ์ดออกความคิดเห็น
“ไม่เสียแรงที่คุณไปเรียนมาเพิ่มนะคะ” เจนนี่ชื่นชม
“งั้นเื่ะุ ผมจัดการเอง ผมกับเจนนี่จะไปสถานวิจัยเพื่อผลิตะุน้ำมนตร์” โทนี่รับอาสา
“เดี๋ยวผมคอยคุ้มกันคุณให้เองครับ” จอนนี่เสนอตัว
“งั้นแวนการ์ด คุณก็ไปกับโทนี่ก็แล้วกัน” เอริคกล่าว
แวนการ์ดพยักหน้ารับ แล้วส่งกระเป๋าขวดน้ำให้จอนนี่และโทนี่ช่วยถือ
“ระหว่างรอเตรียมความพร้อม ผมจะออกไปช่วยกลุ่มคนบางส่วน แล้วพามาที่นี่” เอริคกล่าว
“ฉันขอไปด้วยค่ะ” แอนนาจับแขนสามี
“แต่ว่า….” เอริคห่วงความปลอดภัยของแอนนา
“ฉันก็เป็แวมไพร์นะคะ รับรองฉันไม่เป็ตัวถ่วงคุณแน่” แอนนาพูดอย่างจริงจัง
“ก็ได้ครับ งั้น คุณไปกับผม” เอริคใจอ่อน
“ผมขอเฝ้าอยู่ที่นี่ เผื่อพวกมันบุกมาแบบไม่ทันตั้งตัว” ซานอสกล่าว
ต่างคนต่างแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อเตรียมความพร้อมล้มอำนาจมืดของเกรกสัน
**********************************
ระหว่างที่เดินออกไปจากตัวถ้ำ แอนนาคว้าแขนเอริคไว้
“มีอะไรหรอครับ” เอริคหันไปมองอย่างแปลกใจ
“กริชเล่มนี้อาจเป็ประโยชน์ต่อคุณค่ะ” แอนนามอบกริชให้
เอริคคว้ากริชมาเก็บไว้ เพราะเขามองตาเธอก็เข้าใจว่า เธอ้าให้เขาเป็คนกำจัดเกรกสัน
“คุณต้องระวังตัวด้วยนะคะ” แอนนาเป็ห่วงสามี
เอริคกอดแอนนาไว้และกล่าวว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ิญญาผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอนะ แอนนา”
แล้วทั้งสองก็รีบไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยมนุษย์จากกลุ่มแวมไพร์แฟนทรัม
**********************************
และแล้วแผนการของเอริคและพรรคพวกก็ประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ การผลิตอาวุธกำจัดศัตรูเพื่อช่วยเหลืุ์ และเกณฑ์แวมไพร์วินเชสตันให้ช่วยกันรบในศึกาครั้งนี้
แต่ทว่าใน่ต่อสู้เพื่อช่วยเหลืุ์ มีแวมไพร์บางส่วนได้รับาเ็ ดังนั้นในวันออกรบ เอริคจึงให้แอนนาและเจนนี่อยู่คุมรักษาผู้ที่ได้รับาเ็ ไม่ให้ไปออกรบด้วย
ในเวลานี้เอริคและทีมทหารแวมไพร์ฝ่ายวินเชสตันเข้าบุกพระราชวังอย่างไม่กลัวเกรง ฝั่งเอริคเข้าสู้โจมตีจนกระทั่งแวมไพร์ฝ่ายแฟนทรัมพากันล่าถอย เพราะส่วนใหญ่ถูกกำจัดด้วยะุน้ำมนตร์นั่น
สักพักเกรกสันก็โผล่ออกมาเผชิญหน้ากับเอริค ในเวลานี้ผู้นำของทั้งสองฝ่ายได้ออกมาต่อสู้กันตัวต่อตัว
“ช่างดวงแข็งจริงๆ าเ็ขนาดนั้นยังฟื้นขึ้นมาได้” เกรกสันกัดกรามแน่นเพราะเจ็บใจที่ไม่อาจกำจัดเอริคได้
“ฉันไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก ฉันต้องลากนายไปลงนรกพร้อมกัน” เอริคกล่าวเสียงเย็น
“ต้องมาดูว่ามีปัญญาหรือเปล่า” เกรกสันตะเบ็งเสียง
เกรกสันกับเอริคต่อสู้กันอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างหมายจะกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก
แวมไพร์สองตนแปลงกายเป็สัตว์ประหลาดขั้นสุด ต่างฝ่ายต่างคำรามดังกึกก้องไปทั่วพระราชวัง แล้วพุ่งเข้าโจมตีกันอย่างไม่ยั้งมือ ทั้งสองผลัดกันรุก ผลัดกันรับ อย่างไม่มีใครยอมใคร
ส่วนลูกน้องของทั้งสองฝ่ายก็ยังต่อสู้กันไม่หยุด
แต่ทว่าเกรกสันนั้นใช้เล่ห์กล เขาแอบสั่งให้ลูกน้องซัดพลังใส่เอริคทางด้านหลัง จนเขากระเด็นและกระแทกไปถูกกำแพง แล้วล้มคว่ำหน้า เกรกสันรีบเหยียบไปที่หัวอย่างสะใจ พร้อมกับแย่งกริชที่อยู่กับเขา หมายจะแทงเอริคให้ร่างกายสลายไม่มีเหลือ
โทนี่มองเห็นเข้าพอดี เขารีบเรียกเอริคแล้วขว้างปืนไปให้ เอริครีบคว้ามา แล้วรวบรวมพลังพลิกตัวกลับ พร้อมกับยิงปืนไปที่ไหล่ของเกรกสัน
เกรกสันรู้สึกร้อนทุรนทุรายด้วยความเ็ป แต่เขาก็รีบแว๊บตัวหนีไปได้อย่างทันท่วงที
แวมไพร์ฝ่ายแฟนทรัมเห็นเ้านายไม่อยู่แล้วจึงรีบแว๊บหายไปเช่นเดียวกัน เพื่อหลบหนี
ฝ่ายวินเชสตันพากันร้องเฮด้วยความดีใจ ที่การรบครั้งนี้พวกตนเป็ฝ่ายชนะ
เอริคและลูกน้องช่วยกันเคลียร์พระราชวังและรวบรวมผู้ที่ได้รับาเ็ไปปฐมพยาบาล
**********************************
ณ ถ้ำวินเชสตัน
“เอริค คุณเป็อะไรคะ” เจนนี่ออกมาจากถ้ำเพื่อผ่อนคลาย แล้วเธอก็เห็นเอริคเดินโซเซ มือข้างหนึ่งจับที่ไหล่เพื่อกดแผล
“ผมได้รับาเ็ครับ ผมถูกยิง ช่วยผมด้วย” เอริคกล่าว
เจนนี่จึงช่วยประคองเอริคเข้าไปในถ้ำ
“แอนนา! เอริคได้รับาเ็ มาช่วยเร็วเข้า” เจนนี่ร้องเรียกเพื่อน
แอนนาใ รีบวิ่งไปหาเอริคแล้วประคองเขาไปนั่ง แต่เธอเอะใจ เพราะเธอสำรวจที่ข้อมือของเขาแล้ว ไม่พบโซ่พันธะ แต่เธอจะทำให้ชายลึกลับผู้นี้แตกตื่นไม่ได้ เลยกล่าวกับเจนนี่ว่า “คงต้องดูแผลในห้อง งั้นฉันฝากดูคนไข้คนอื่นไปก่อนนะ เจนนี่”
เจนนี่พยักหน้า แต่พอเธอเห็นแอนนาประคองเอริคเข้าไปในเขตหวงห้าม เธอก็รีบทัก “ห้องนั้นมัน….”
แอนนารีบส่ายหน้าไม่ให้เจนนี่พูด เจนนี่จึงยอมหยุด
พอทั้งสองเข้าไป เจนนี่เริ่มรู้ถึงความไม่ชอบมาพากล หวังจะรีบติดตามเข้าไป แต่ประตูถูกล็อคเข้าไปไม่ได้
แวมไพร์สาวพาเอริคเข้าไปในเขตหวงห้าม แล้วพยายามพาเขาไปยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่นั่น
เอริคตัวปลอมยอมยืนอยู่นิ่งๆ และกำลังจะหลงกลแอนนาอยู่แล้ว แต่ทว่าพอเงาในกระจกปรากฏเป็เกรกสันแล้วกำลังยื่นมาดึงตัวเขา เกรกสันที่ปลอมตัวก็รีบแว๊บหายไปแล้วโผล่มาผลักตัวแอนนาให้ไปติดผนังถ้ำ พร้อมกับบีบคอของเธอ
“เก่งมาก แอนนาที่รู้ว่าฉันเป็ตัวปลอม” เกรกสันกล่าว
“แกไม่มีวันปลอมได้เหมือนหรอก” แอนนาพูดทั้งๆ ที่โดนบีบคอ
“น่าเสียดายนะ เธอน่าจะได้เป็ทาสของฉัน แต่ตอนนี้เอริคได้เธอไปแล้ว งั้นไม่เป็ไร ถ้าฉันกำจัดเธอ มันคงทำใจอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้หรอก” เกรกสันบีบคอแอนนาแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
ตอนนี้แอนนาได้ส่งกระแสจิตขอความช่วยเหลือ “เอริค ช่วยฉันด้วย เอริค”
**********************************
เอริคที่กำลังสั่งงานกับทหาร ได้รับรู้กระแสจิตของแอนนา เลยรีบบอกแซมสันทันที “แอนนากำลังตกอยู่ในอันตราย ฉันต้องไปช่วยเธอ”
แซมสันไม่ทันถาม เอริคก็หายตัวไป แต่เขาคาดการณ์ว่าเอริคน่าจะไปช่วยแอนนาที่ถ้ำวินเชสตัน เลยชวนจอนนี่ติดตามไป
เอริคไปปรากฏตัวที่เขตหวงห้ามพอดี “หยุดนะ ปล่อยแอนนาเดี๋ยวนี้”
เกรกสันยิ้มอย่างอำมหิต แล้วอยู่ดีๆ เขาก็ขว้างแอนนาไปที่กระจกบานนั้น
แทนที่ร่างแอนนาจะกระแทกกับกระจก แต่กลับกลายเป็ว่าเงาแอนนาในกระจกมาฉุดเธอไว้ “ช่วยด้วย เอริค ช่วยฉันด้วย” แอนนาพยายามเอื้อมมือให้เอริคจับมือเธอ
แต่เอริคเข้าไปหาเธอไม่ทัน ไม่เพียงเท่านั้นเกรกสันก็เขวี้ยงกริชใส่กระจกเพื่อหมายว่ากริชเล่มนั้นจะทะลุมิติไปฆ่าแอนนา แต่ทว่ากริชกลับเป็เครื่องมือที่ทำให้กระจกบานนั้นแตกเป็เสี่ยงๆ
เอริคคว้าภรรยาไว้ไม่ทัน เขาคุกเข่าเสียใจ ร้องเรียกแอนนาไม่หยุด
“555 นายสูญเสียเธอไปตลอดกาล” เกรกสันสะใจ
เอริคโกรธแค้นมาก เขารีบคว้ากริชที่ตกอยู่ข้างๆ เข้าจู่โจมเกรกสันทันที ทั้งสองต่อสู้กันท่ามกลางความสั่นะเืของถ้ำ
แซมสันและจอนนี่ที่ตามมารีบเกณฑ์คนในถ้ำออกเพื่อความปลอดภัย เมื่อในถ้ำเหลือเพียงผู้นำแวมไพร์สองตน แซมสันรีบหายตัวเข้าไปหมายจะช่วยเอริค
แต่ทว่า เกรกสันสามารถกระแทกข้อมือของเอริคทำให้กริชในมือหลุด ตกลงบนพื้น แล้วทั้งสองก็ต่อสู้กันด้วยมือเปล่า
“เร็วเข้าเอริค ถ้ำจะถล่มแล้ว ต้องหนีได้แล้ว” แซมสันกล่าวเตือน
“ออกไป แซมสัน ฉันจะพามันลงนรกไปด้วยกัน” เอริคกล่าว
“แต่ว่า….” แซมสันพูดอะไรไม่ทันอีกแล้วเพราะเอริคได้ฉุดตัวเกรกสันตกลงไปในบ่อน้ำลึกที่อยู่ภายในถ้ำแห่งนั้น
แซมสันพุ่งเข้าไปคว้ามือช่วยเ้านายไม่ทัน เขารู้สึกผิด แต่ก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป จึงหายตัวไปปรากฏที่หน้าถ้ำ ตอนนี้ถ้ำถล่มทลายไม่เหลือชิ้นดี
เจนนี่ะโร้องเรียกหาแอนนา แล้วกำลังจะวิ่งเข้าไปหาเพื่อน แต่ถูกจอนนี่รั้งตัวไว้
“มันเกิดอะไรขึ้นแซมสัน แอนนาและเอริคล่ะ” เจนนี่ถามทั้งน้ำตาเมื่อเห็นแซมสัน
แซมสันทำได้เพียงส่ายหน้าเพราะช่วยใครไว้ไม่ได้เลย
เจนนี่ร้องไห้คร่ำครวญ
โทนี่ที่ขับรถตามมา เมื่อมาถึง เขาก็รีบเข้าไปโอบกอดภรรยาไว้
ในเวลานี้แอนนาและเอริคได้จากไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ