"อย่า เข้ามานะ..!!" เสียงร้องของชายคนหนึ่งอายุอานามประมาณ สามสิบกว่า มันกำลังนั่งลงบนพื้นดิน หลังพิงติดต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าดูหวาดกลัวสุดชีวิต ที่ไหล่ซ้ายมีโลหิตสีแดงไหลอาบลงมาเต็มแขน ดูน่าสยดสยอง ยิ่งนัก กรรรรรรร..!! และเบื้องหน้าของมันก็ปรากฏหมีขนสีดำตัวขนาดมหึมากำลังส่งเสียงคำรามดังลั่น ดวงตาสีแดงก่ำ ในปากมีฟันแหลมพร้อมกับน้ำลายที่ไหลย้อย อุ้งมือขนาดใหญ่แผ่กางออกพร้อมกรงเล็บแหลม มันเป็สัตว์ดุร้ายเ้าถิ่นของป่าแทบนี้ และบังเอิญที่ชายหนุ่มโชคไม่ดี ดันมาพบมันเข้า ก่อนจะถูกทำร้ายาเ็จนหนีมาจนมุมตรงนี้
"นี่ข้าจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งตรงนี้กระนั้นหรือ..พ่อขอโทษนะ เจิงยู่ พี่ขอโทษนะ ต้าเหนียง ข้าคงไม่อาจรอดชีวิตกลับไปหาพวกเ้าได้อีกแล้ว" เสียงของชายหนุ่มคนนั้นรำพึงรำพันทั้งน้ำตาด้วยความสิ้นหวัง มันคงจบชีวิตในป่าแห่งนี้ และกลายเป็อาหารของเ้าหมีั์ สีดำตัวนี้เป็แน่ เ้าหมีดำมองจ้องมาที่ชายหนุ่มตาไม่กะพริบ พร้อมกับคำรามอีกครั้ง และอ้าปากกว้าง ก่อนจะเตรียมพุ่งเข้ามาฉีกทึ้งร่างของเหยื่อตรงหน้า แต่ทว่า…
ยังมิทันทีมันจะเข้าประชิดตัวชายหนุ่ม มันก็ถูกอะไรบางอย่างมาขวางลำตัวไว้เสียก่อน วัตถุที่ว่ามีลักษณะเป็ทรงยาวขนาดใหญ่ สีออกเทาซีด คล้ายสีของก้อนหินตามหน้าผา แต่รูปร่างของมันนั้นโดยรวมดูจะคล้ายกับกระบี่เล่มใหญ่เสียมากกว่า "ช้าก่อนเ้าหมีั์ สัตว์น้อยใหญ่ในป่าก็เยอะแยะเหตุไฉนจึงคิดจะมาจับมนุษย์กินกันเล่า.." เสียงของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งในชุดผ้าสีน้ำเงินเข้มเก่า ๆ เอ่ยปากขึ้น เขานั้นเองที่เป็คนใช้กระบี่ที่ทำจากหินหยุดเ้าหมีั์ไว้ เ้าเดรัจฉานร่างสีดำทะมึนหันเหความสนใจมาทางเด็กหนุ่มทันที มันคำรามเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยวก่อนจะใช้อุ้งมือตะปบใส่ผู้มาขัดขวางหารล่าเหยื่อของมัน เด็กหนุ่มเอียงตัวหลบได้อย่างสบาย ๆ ราวกับการโจมตีของเ้าหมีนั้นช่างแช่มช้า เบาแรงซะเหลือเกิน
"ดูท่าจะพูดกับเ้าไปก็คงป่วยการสินะ เช่นนั้นข้าก็คงต้องลงมือเสียแล้ว" เด็กหนุ่มลึกลับดึงกระบี่ในมือกลับมาไว้ด้านหลังก่อนจะใช้อีกมือปล่อยหมัด เข้าไปที่ท้องของเ้าหมีราว ๆ สามครั้งอย่างรวดเร็ว เ้าหมีพลันหยุดชะงักตัวแข็งทื่อไปในทันที ปากอ้าค้าง ดวงตากลิ้งเกลือกเป็สีขาว และ เซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะล้มหงายจนเกิดเสียงโครม นอนแน่นิ่งไป ชายหนุ่มที่าเ็ได้แต่มองภาพเหตุการณ์ที่เกิดตรงหน้าด้วยความตกตะลึง "ท่านเป็อย่างไรบ้าง.." เด็กหนุ่มที่พึ่งจัดการโค่นเ้าหมีั์สีดำแสนดุร้ายกล่าวถาม "ข้า ข้า าเ็ที่แขน สาหัสเอาเื่อยู่ แต่ที่หมู่บ้านมีสมุนไพรพอจะรักษาอาการาเ็นี่ได้.." ชายหนุ่มกล่าวตอบ "เช่นนั้นข้าจะพาท่านไปส่งที่หมู่บ้านแห่งนั้นมาเถิดพี่ชาย.." เด็กหนุ่มลึกลับยื่นมาหาชายผู้นั้นก่อนจะฉุดดึงตัวให้ลุกขึ้นยืน "ข้าขอบขอบใจเ้ามากน้องชายที่โผล่มาได้ทันเวลาพอดี ไม่งั้นข้าคงแย่แน่" ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณเด็กหนุ่มพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอ "มิต้องขอบคุณอันใดข้าหรอก นับเป็วาสนาของพี่ชายมากกว่าที่ข้าผ่านทางมาพบเข้าพอดี" ชายหนุ่มรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนักที่เด็กหนุ่มผู้นี้เป็คนอ่อนน้อมถ่อมตน แถมยังมีน้ำใจอีก แต่มันก็ติดใจสงสัยอยู่หนึ่งเื่จึงได้กล่าวถามออกมา
"ข้าขอถามอะไรเ้าสักอย่างได้หรือไม่น้องชาย"
"อันใดหรือ? "
เด็กหนุ่มที่ประคองร่างของมันอยู่ถามกลับ "เ้าหมีตัวนั้นมันตายหรือไม่? " พอเด็กหนุ่มได้ยินคำถามมันก็ยิ้มบาง ๆ ออกมา แล้วตอบกลับ " มันไม่ตายหรอก ข้าหาได้เอาชีวิตมันไม่.." พอชายหนุ่มได้ยินคำตอบเช่นนั้นมันก็ใมาก แต่เด็กหนุ่มก็อธิบายต่อเร็วพลัน "เ้าหมีนั้นเป็หมีเพศเมีย มันคงออกมาหาอาหารตามประสาสัตว์ของมัน บางทีมันอาจจะมีลูกก็ได้ การที่มันจะทวงถิ่นเพราะ้าปกป้องลูกก็เป็เื่ปรกติ หากข้าฆ่ามันตาย และลูกมันจะอยู่ต่อไปได้เช่นไร ท่านเองก็มีครอบครัวใช่หรือไม่ หากท่านตายลูกเมียท่านก็คงอยู่ไม่ได้เช่นกันข้ากล่าวถูกต้องไหม" พอเด็กหนุ่มกล่าวเช่นนั้นชายหนุ่มก็นิ่งเงียบไปชั่วขณะ
อันที่จริงแล้ว มันก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่า ป่าแถวนี้มีมักหมีดุร้ายออกมาหากินอยู่บ่อย ๆ ซึ่งปรกติทั้งตัวของมัน และ คนในหมู่บ้านก็ไม่คิดจะย่างกรายมาหาของป่าแถวนี้ แต่ที่ต้องมาเพราะมีเหตุผลบางอย่าง เด็กหนุ่มยังมิได้กล่าวถึงเหตุผลนั้นเพราะเขาอยากจะรีบพาชายหนุ่มไปรักษาาแเสียก่อน "จริงสิ ข้ายังไม่ทราบนามเ้าเลย ตัวข้ามีนามว่า อู๋หม่า เป็คนในหมู่บ้านของชายป่าแถบนี้" ชายที่าเ็กล่าวแนะนำตัวก่อนจะเอ่ยปากถามเด็กหนุ่มยอดฝีมือที่ช่วยชีวิตมัน เด็กหนุ่มแย้มยิ้มอย่างสดใสก่อนตอบกลับ "ข้ามีนามว่า ฉินฟง เป็คนพเนจรไร้หัวนอนปลายเท้า" พออู๋หม่าได้ฟังก็ยิ้ม และพยักหน้าก่อนที่ทั้งคู่จะมุ่งตรงไปที่หมู่บ้าน…
ทั้งสองใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านของอู๋หม่า ภาพที่ฉินฟงเห็นก็คือสถานที่แห่งนี้ดูทรุดโทรมมาก ผู้คนแต่งกายด้วยเสื้อผ้า เก่า ๆ ขาด ๆ บ้านเรือน ล้วนผุพัง ราวกับถูกมรสุมทำร้าย เด็กน้อยรูปร่างผอมโซ แววตาไร้ซึ่งความสุข แถมคนในหมู่บ้านเองก็ดูเศร้าสร้อย และหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา ฉินฟงได้แต่กวาดตามองพร้อมด้วยความสงสัย "เกิดเหตุอันใดขึ้นที่นี่กันแน่นะ? หรือว่าจะเป็ฝีมือของพวกพรรคมาร แต่หมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างไกลความเจริญ แถมลึกลับเช่นนี้พวกมันไม่น่าจะมายุ่มย่ามให้เสียเวลา"
ฉินฟงครุ่นคิดไปเรื่อยจนในที่สุดก็พาอู๋หม่ามาถึงบ้านของมันที่นี่ ฉินฟงได้พบกับ ต้าเหนียง หญิงสาวผู้เป็ภรรยาของอู๋หม่า และ เจิงยู่บุตรชายอายุ แปดขวบ ของมัน ในคราแรกที่ ต้าเหนียงเห็นสามีของนางกลับในสภาพเือาบแขน นางก็ใสุดขีดแต่พอตั้งสติได้จึงรีบเอาสมุนไพรในบ้านมาห้ามเื และ สมานแผลให้อู๋หม่าทันที มันจึงรอดตายไม่ได้หวุดหวิด นางนั่งลงก่อนจะถอดทอนหายใจอย่างโล่งอกจากนั้นจึงตัดพ้อ อู่หม่าทันที "ข้าก็ห้ามท่านพี่แล้ว ว่าอย่าไปป่าแถววนั้นมันอันตราย ดูซิเป็เช่นไร เกือบจะไม่ได้กลับมาหาข้ากับลูกแล้ว" คำพูดของต้าเหนียงทำให้อู๋หม่ารู้สึกผิดมาก มันจะต้องรีบขอโทษปลอบภรรยาของมันทันที "พี่เองก็รู้แต่จะให้ทำเช่นไร ในเมื่อพวกเราไม่สามารถไปหาของป่าที่อื่นได้เพราะ….เพราะเ้าอสูรั์ตัวนั้น.." อู๋หม่ากล่าวขึ้นด้วยแววตาที่เจ็บแค้น ผสมกับความเจ็บใจ "อสูรั์? มันคือสิ่งใดหรือพี่อู๋" ฉินฟงมุ่นคิ้วก่อนจะเอียงคอถามด้วยความสงสัย
อู๋หม่าหันมาหาก่อนจะพ่นลมออกจากปากพร้อมใบหน้าอมทุกข์ จากนั้นมันก็เริ่มเล่าเื่ราวทุกอย่างให้ฉินฟงฟัง เดิมทีหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้มีสภาพแร้นแค้น น่าอดสูอย่างที่เห็น แม้นพวกมันจะอยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรือง แต่รอบ ๆ หมู่บ้านก็จัดว่าอุดมสมบูรณ์มีทั้งผลไม้ มีทั้งน้ำ และมีทั้งสัตว์น้อยใหญ่ ให้ทุกคนได้หามากิน ได้เอาไปขายตลอด จนกระทั่งเมื่อสองปีที่แล้ว จู่ ๆ ก็มีอสูรร่างใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้าทีแรกพวกชาวบ้านก็นึกว่ามันตาย แต่เปล่าเลย มันกลับลุกขึ้นมาพร้อมส่งเสียงดังจากนั้นก็เริ่มอาละวาดทำลายทุกอย่าง ที่ขวางหน้า ไม่มีใครหยุดมันได้ และก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าเป้าหมายที่แท้ของมันคือสิ่งใด พวกคนในหมู่บ้านต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวจะไปเจอกับมันเข้า…
พออู๋หม่าเล่าจบ มันกับเมีย และบุตรชายก็กอดกันแน่น ก่อนจะร่ำไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า ฉินฟงที่เห็นก็รู้สึกเวทนาใจยิ่งนัก "อสูรั์กระนั้นรึ..ดีล่ะงั้นข้าจะเป็คนอาสากำจัดมันให้เอง" ฉินฟง กล่าวออกมาอย่างรวดเร็วจน อู๋หม่า กับ ต้าเหนียงใ "น้องชาย!! เ้าพูดจริงรึ!!" อู๋หม่าดวงตาเบิกกว้างก่อนจะถามย้ำ ฉินฟงส่งยิ้ม กับแววตาที่มั่นอกมั่นใจให้ ก่อนจะพยักหน้า "ตะ แต่ เ้าจะไหวแน่รึ เ้าอสูรั์ตัวนั้น มันต่างกับเ้าหมีนั้นลิบลับเลยนะข้าเกรงว่า…." อู๋หม่ามีใบหน้าซีดเผือดก่อนจะก้มหน้า แล้วกล่าวขึ้นเพราะมันไม่แน่ใจในฝีมือของฉินฟง "พี่ท่านอย่ากังวลใจไปเลย ข้าคิดว่าข้าสามารถจัดการมันได้แน่นอน" ฉินฟงมอบรอยยิ้ม และแววตาที่ดูมั่นใจให้อู๋หม่าอีกครั้ง เมื่อนั้นมันจึงคลายวิตกกังวลลงเล็กน้อย ก่อนที่ฉินฟงจะกล่าวถามต่อ
"เช่นนั้นพี่อู๋รู้หรือไม่ว่าเ้าอสูร…!!"
ยังมิทันทีฉินฟงจะกล่าวจบ จู่ ๆ ด้านนอกบ้านก็เกิดเสียงดังโครมครามพร้อมเสียงหวีดร้องของพวกชาวบ้าน พ่อแม่ลูกที่กำลังสนทนาอยู่กับฉินฟง พวกมันถึงกับใสุดขีด และตัวสั่นระริกราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ฉินฟงเองก็มีสีหน้าใก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็คร่ำเครียด "เกิดอันใดขึ้นพี่อู๋? หรือว่า…" ฉินฟงรู้แจ้งแก่ใจในทันทีก่อนที่มันจะพลันหมุนกายออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
พอออกมาถึงภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือ ผู้ชายรูปร่างกำยำ สูงใหญ่ เนื้อตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามผิดมนุษย์มนา ผมเผ้ายาวรุงรัง ไว้หนวดเครารกเต็มหน้า ราวกับไม่ได้ตัดมาแรมปี เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ทั้งเก่าทั้งขาด และส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล แต่ต่อให้มันโทรมกว่านี้อีกสิบเท่า ฉินฟงก็จำได้ดีว่ามันคือผู้ใด เ้าหวู่เก่า หัวหน้าคนแรกของมันนั้นเอง "เป็เ้าจริง ๆ ด้วยสินะ หวู่เกา" มิผิดคาดจากที่ฉินฟงนึกสงสัยไว้เลยเพราะ่เวลาที่อู๋หม่าเล่าให้ฟังเป็่เวลาเดียวกันกับที่พวกมันทั้งคู่ร่วงลงมาจากการะเิบนยอดผา ผิดแต่ว่าฉินฟงนั้นรอดตายแถมยังได้ฝึกวิชาจนสำเร็จ ส่วนเ้าหวู่เก่านั้นแม้มันจะไม่ถึงตาย แต่ด้วยวิชา กายามารโลหิตคลั่งขั้นสอง ที่แอบฝึกแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก็เลยทำให้ถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนเสียสติ คลุ้มคลั่งออกอาละวาดดังชื่อวิชาที่มันฝึก
แต่ในยามนั้นเองฉินฟงกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติบางอย่างที่รอบดวงตากับริมฝีปากของเ้าหวู่เก่า "ใต้ตาหมองคล้ำ ริมฝีปากมีสีม่วง ที่เล็บมีสีเขียวเข้ม หรือว่า…" ฉินฟงนึกบางอย่างขึ้นมาได้ มันเป็ความรู้เกี่ยวกับตำรายาพิษบางชนิด ตอนที่มันยังอยู่ในร่างของ จู่ต้าเยียน "พิษของหญ้ามรณะสินะ ว่ากันว่าผู้ที่กินหญ้าชนิดนี้ติดต่อกันเป็เวลานาน ๆ สมองของคนผู้นั้น จะถูกทำลาย และควบคุมตัวเองไม่ได้ สุดท้ายก็จะกลายเป็คนเสียสติไป หากข้าเดาไม่ผิดคงเป็ฝีมือของนางเป็แน่ นางอสรพิษ ิเจียวจู นางคงจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเ้าหวู่เก่าจนโง่หัวไม่ขึ้น จากนั้นก็ค่อย ๆ เอาหญ้ามรณะใส่อาหารให้กินทุกวันโดยที่มันไม่รู้ตัว นางคิดที่จะยึดตำแหน่งหัวหน้าพรรคมารสาขาย่อยนี่เอง ช่างเป็แผนการที่ต่ำช้ายิ่งนัก"
ฉินฟงคาดเดาทุกอย่างได้อย่างถูกต้องแม่นยำ แท้จริงิเจียวจูนั้นวางแผนชั่วมาั้แ่ก่อนจะเข้าไปอยู่ในพรรคมารสาขาย่อยนานแล้ว อย่างนางนะรึที่จะมีจิตพิศวาสไอ้โง่ไร้สมอง อย่างหวู่เก่า แผนการของนางนั้นยิ่งใหญ่กว่านั้นมากมายหลายขุมนัก และดูเหมือนตอนนี้แผนของนางก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเป็ที่เรียบร้อย ไม่รู้ควรจะสงสาร หรือสมเพชเ้าโง่หวู่เก่าดี แต่ที่แน่ ๆ วันนี้ฉินฟงจะต้องเป็คนหยุดมันเพื่อไม่ให้คนในหมู่บ้านต้องรับเคราะห์อีก
ฉินฟงไม่รอช้ารีบเดินตรงเข้าไปหาเ้าหวู่เก่าที่กำลังส่งเสียงโหวกเหวกโวยวาย ส่วนสองมือก็กวัดแกว่งทำลายข้าวของไปเรื่อย อันไหนกินได้ กินไม่ได้มันไม่รู้ด้วยซ้ำ หยิบเข้าปากเคี้ยวลูกเดียว "ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าคือหัวหน้าพรรคมารสาขาใหญ่ เจียวจูของข้า ยอดรักข้าของ คนสวยของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า "ทั้งหมดคือสิ่งที่ออกมาจากหวู่เก่า และ วนซ้ำไปซ้ำมาอยู่เท่านี้ ฉินได้ยืนเท้าเอวมองหน้ามันด้วยความสมเพช เ้าหวู่เกาไม่คิดที่จะสนใจฉินฟงเลยสักนิด มันยังคงหัวร่อ และอาละวาดต่อไปไม่หยุด เจอแบบนี้เข้าไปฉินฟงก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน มันตรุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนึกอะไรออก "เจียวจู ของเ้าที่ไหนกัน เ้าโง่ เจียวจูนะนางเป็ของข้าต่างหาก ข้ากับนางนะเคยพลอดรักกันอย่างดูดดื่ม ไอ้โง่อย่างเ้าก็แค่โดนนางหลอกใช้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า " ฉินฟงกล่าวบางอย่างออกมาเพื่อยั่วโมโห หวู่เกา มันเองก็ไม่มั่นใจนักว่าไม้นี้จะได้ผล เพราะหวู่เก่านั้นสติเลอะเลือนแต่ทว่า….แผนนี้ดันใช้ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ
เ้าหวู่เกาหยุดอาละวาด แล้วเพ่งมองมาที่ฉินฟงทันที "เจียวจู…เจียวจูของเ้า เจียวจูของข้า….เจียวจูคนสวยของข้า….นางเป็ของข้าคนเดียว…!!!" เ้าหวู่เกาคำรามเสียงดังจนพื้นะเืด้วยความโกรธ ดวงตาของมันแดงก่ำดุจโลหิต ก่อนที่มันจะโถมกายพุ่งเข้าใส่ฉินฟงพร้อมสองมือที่หมายจะคว้าจับตัว แต่ฉินฟงก็หมุนตัวหลบไปมาได้อย่างพลิ้วไหว แต่จะไม่ต้องเดินลมปราณด้วยซ้ำ แค่วิชาเคลื่อนไหวก็มากพอแล้ว ไม่สิ ทั้งหมดมาจากการที่ฉินฟงฝึกกระบี่ศิลาฟ้าดินที่หนักอึ้งตลอดสองปีต่างหาก ความเร็วที่มีจึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
พอเ้าหวู่เกาโจมตีไม่โดนมันก็ยิ่งคลุ้มคลั่งหนักขึ้นไปอีก แถมความเร็วกับพลังทำลายยังเพิ่มสูงตามด้วย หากแต่นั้นไม่เป็ผลดีกับตัวหวู่เกาเอง ยิ่งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ชีวิตของมันก็ยิ่งสั้นลงตามเช่นกัน และนี้คือ ผลของผู้ฝึกวิชามารแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ
"เ้าโง่นี่รวดเร็วขึ้นงั้นรึ? คงเพราะวิชาที่มันฝึกสินะ เช่นนั้นข้าเองก็ไม่ควรประมาทเช่นกัน" สีหน้าของฉินฟงแปรเปลี่ยนเป็ขึงขัง ท่วงท่าที่ใช้ก็เช่นกัน ฉินฟงไม่ได้เอาแต่หลบอย่างเดียวแล้วมันยังหาจังหวะปล่อยหมัดสวนกลับใส่ร่างของหวู่เกา แม้นมันจะเต็มไปด้วยช่องโหว่ตลอดเวลา แต่ก็มีิัอันแข็งแกร่งเข้ามาทดแทน แม้แต่จุดตายทั่วร่างก็เช่นกัน ฉินฟงเองก็ยังตกตะลึงไปชั่วขณะ และยามนั้นเองที่มันเกือบโดนกำปั้นขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่หน้า แต่ฉินฟงก็หลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะตัดสินใจก้าวถอยหลังไปสามสี่ก้าวเพื่อตั้งหลัก "บ้าจริง ข้านึกว่าสู้กับคนเสียสติจะง่ายกว่านี่เสียอีก เช่นนั้นก็ดี ข้าเองก็อยากจะลองบางสิ่งเช่นกัน" รอยยิ้ม และ สีหน้าที่มั่นใจของฉินฟงฉายแววขึ้นทันที จากนั้นมันจึงชักกระบี่ศิลาฟ้าดินที่กลางหลังออกมา
เ้าหวู่เกาที่เห็นเช่นนั้นมันก็พุ่งเข้ามาหาฉินฟงทันที พร้อมกำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณชั่วร้ายจากวิชา กายามารโลหิตคลั่ง น่าประหลาดที่ฉินฟง กลับยืนนิ่งไม่มีท่าทางจะหลบหลีกแต่อย่างใด พวกชาวบ้าน และ อู๋หม่าที่แอบดูอยู่ก็ต่างก็ใพากันส่งเสียงกรีดร้อง และในยามที่หมัดของเ้าหวู่เกากำลังจะถึงตัว ฉินฟงก็ยกกระบี่ศิลาฟ้าดินขึ้นมารับเอาไว้ เกิดเสียงสนั่นดังกึกก้องไปทั่วหมู่บ้าน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของเ้าหวู่เกา มันชักดึงมือกลับก่อนจะสะบัดไปมา สีหน้าของมันบิดเบี้ยวเหยเก ก่อนจะกลายเป็ความโกรธจัด จากนั้นมันก็ชกใส่ฉินฟงอย่างต่อเนื่องหลายหมัดพร้อมทำลายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ฉินฟงก็ใช้กระบี่ศิลาฟ้าดินรับอย่างง่าย ๆ เช่นกัน
เืกำเดา เืจากดวงตา จากมุมปาก จากหู ของเ้าหวู่เกาค่อย ๆ ไหลออกมา ร่างกายของมันใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องเจียวจู…เจียวจู ของข้า…ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่" มันหัวร่อออกมาเสียงดังพร้อมกล่าวประโยคเดิม สองมือยังคงทุบ และชกใส่ กระบี่ศิลาฟ้าดินไม่หยุด และยามนี้ฉินฟงก็สื่อจิตกับกระบี่จนมันเข้าใจบางสิ่งได้แล้ว "เป็เช่นนี้เองสินะ เ้าไม่ได้แค่รับแรงโจมตีเพียงอย่างเดียว แต่ยังซึมซับพลังนั้นมาทีล่ะนิดอีกด้วย งั้นข้าจะส่งคืนให้เ้าล่ะนะหวู่เกา" ฉินฟงกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มุมปากก่อนที่มันจะหมุนตัวหลับหมัดของเ้าหวู่เก่าเป็หลังแรก และอ้อมไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว เ้าหวู่เการีบหันตามมาทันทีแต่ทว่า…ก็ช้าไปเสียแล้วฉินฟงฟาดกระบี่ศิลาฟ้ากินใส่มันเต็มท้องพร้อมส่งแรงโจมตีของเ้าหวู่เกาทั้งหมดคืนให้มัน
เกิดเสียงดังโครมมม..!! พร้อมร่างของเ้าหวู่เกาที่ลอยกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรและกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่หลายต้นจนหักโคนก่อนที่มันจะแน่นิ่งไปสักพัก ฉินฟงเพ่งมองมันก่อนที่จะเดินเข้าไปดูช้า ๆ เ้าหวู่เกาเริ่มขยับตัวเล็กน้อยพร้อมเืที่ไหลรินออกจากปาก จากนั้นมันก็ลุกขึ้นก่อนจะทำท่าทำทางพุ่งเข้ามาโจมตีใส่ฉินฟงอีกครั้ง "ยังไม่ตายอีกรึ เ้านี่ช่างอึดเสียจริง เช่นนั้นข้าก็คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียแล้ว" ฉินฟงกล่าวขึ้นก่อนจะหยุดเดินแล้ว ยกกระบี่ศิลาฟ้าดินขึ้นจากนั้นก็ตั้งท่าร่างบางอย่างไปมา "จงดูให้ดีหวู่เกานี่คือเพลงกระบี่ที่ข้าคิดค้นขึ้น เป็วิชาที่ดัดแปลงมาจากเพลงกระบี่ของท่านอาจารย์ เพลงกระบี่ เก้าัประสานฟ้าดิน กระบวนท่า ัคำราม์.!!" เมื่อกล่าวจบร่างของฉินฟงก็พุ่งทะยานเข้าไปหาเ้าหวู่เกาด้วยความรวดเร็วก่อนมันจะถูกฟันด้วยกระบี่ศิลาฟ้าดิน ที่เปล่งประกายสีทองราวกับมีัตัวใหญ่สีทองพุ่งผ่านร่างของมันทะลุไปด้านหลังหลายสิบลี้ พร้อมกับแรงลมมหาศาลที่พัดจนต้นไม้แถวนั้นแทบจะหลุดออกจากพื้นดิน ส่วนร่างของเ้าหวู่เกานั้นไม่ต้องพูดถึงมันลอยไปตามแรงกระบี่ก่อนจะไปกระแทกเข้ากับหน้าผาอย่างแรงจากนั้นก็ร่วงลงมากระแทกพื้น แน่นิ่งไป…มันสิ้นใจตายทันที ฉินฟงยังยืนอยู่ที่จุดเดิมก่อนจะเก็บกระบี่ศิลาฟ้าดินเข้าไปที่กลางหลังเช่นเดิม ก่อนจะเดินกลับไปหาอู๋หม่า คนในหมู่ทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้สามารถจะจัดการกับเ้าอสูรร่างั์ที่อาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้มันมาตลอดสองปีได้…
จบบทที่ 21
บทต่อไป เสียงร่ำลือถึงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งกับกระบี่ประหลาด