ผ่านไปหลายวันแผลที่มุมปากของลูกชายก็จางและหายไปตามลำดับ เธอเดาเอาไว้ไม่มีผิดเลย เพราะหาความยุติธรรมกับคนบ้านนี้ไม่ได้ ต่อไปคงต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน คิดบัญชีกันในเวลานั้นเลย
“แม่ครับ”
“หืม มีอะไรเหรอ?”
“ไม่มีครับ” เด็กน้อยส่ายหน้า
หยางจูทำหน้างง ไม่มีแล้วเรียกทำไม? มันต้องมีอะไรสักอย่างสิ แต่ในเมื่อลูกชายไม่พูด เธอเองก็จนปัญญาจะไปเซ้าซี้
“พรุ่งนี้แม่จะเข้าไปในเมือง ลูกอยู่กับย่าทวดนะ”
“ผมไปด้วยได้หรือเปล่า?”
“ลูกก็รู้ว่าย่าทวดไม่มีทางอนุญาต เอาไว้แม่จะซื้อลูกอมรสนมมาฝากดีหรือเปล่า?”
“ดีครับ” เด็กชายพยักหน้ายิ้มดีใจ
“ได้ ตกลงตามนี้”
เช้าวันถัดมาหยางจูก็ออกเดินทางั้แ่เช้า เื่ที่เธอจะไปไหนมาไหนไม่มีใครมาสนใจอยู่แล้ว แต่ยังดีที่บอกกับคุณย่าหวงเอาไว้แล้ว ถ้าเกิดมีใครไม่พอใจ เธอจะได้อ้างชื่อของท่านไป
ครั้งนี้เธอตรงมาที่ตลาดมืดเลย ที่ทำแบบนี้เพราะ้าระบายของที่มีในมิติ เพราะมิติของเธอเป็ร้านค้าขนาดกลาง ข้าวของที่มีจึงมากมาย ของกินหยางจูเก็บไว้ ขายเฉพาะพวกของใช้ที่หาซื้อไม่ได้ เนื่องจากว่าต้องใช้คูปองอุตสาหการ
“หล่อนไปเอากะละมังดีๆ แบบนี้มาจากไหนกัน” ลูกค้ารายแรกเห็นแล้วตาลุกวาว
“ซื้อ-ขายไม่บอกชื่อ-แซ่ ไม่ถามที่มา จะซื้อก็จ่ายเงิน” หยางจูไม่พูดพร่ำทำเพลง เพราะรู้ตัวดีว่าเป็คนโกหกไม่เก่ง ถ้าถูกซักไซ้มากๆ ต้องหลุดแน่
“ได้ๆ 5 หยวนใช่ไหม?” คุณป้าท่านนั้นรีบยื่นเงินให้ หล่อนคว้ากะละมังใบใหญ่แล้วรีบเดินจากไป
หยางจูรับเงินมา จากนั้นก็หยิบเอาของในมิติออกมาขายอย่างต่อเนื่อง วันนี้ครึ่งเช้าเธอขายได้เงินมาแล้วกว่า 300 หยวน
หาเงินยุคนี้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยจริงๆ นึกเสียดายของที่ขายไป เพราะแต่ละอันราคาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขาย เพราะมีมากก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์
“แม่หนู ไม่ทราบว่ามีเตาหรือเปล่า?” คุณยายท่านหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ กระซิบถามเบาๆ
“เตาถ่าน?” หยางจูทวนคำถาม
สิ่งที่เธอลืมสังเกตไปอีกอย่างก็คือเตา ที่บ้านหวงยังใช้เตาที่สร้างจากดินอยู่เลยนี่นา แล้วขายกันราคาเท่าไหร่ล่ะ?
“คุณยายคะ กว่าจะหาของแต่ละอย่างได้ไม่ใช่เื่ง่าย ฉันต้องหมดไปไม่ใช่น้อยๆ”
“ฉันพร้อมจ่าย เท่าไหร่ว่ามาได้เลย หลานสะใภ้ของฉันกำลังจะคลอดหลานคนแรกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ฉันกลัวว่าคลอดฤดูหนาวแล้วพวกเขาจะลำบากทั้งแม่-ลูก”
“เดิมเตาถ่านของฉันชิ้นนี้เดิมทีจะเอากลับไปใช้ที่บ้าน แต่เห็นแก่ที่คุณยายเมตตาหลานสะใภ้หรอกนะคะ ฉันจะยอมขายให้ แต่วันนี้ฉันไม่ได้พกมาด้วย พรุ่งนี้คุณยายสะดวกมารอฉันที่นี่หรือเปล่าคะ?"
หยางจูนึกเสียดายในใจ ความจริงอยากจะขายวันนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป เพราะี้เีเดินเข้าในเมือง แต่ถ้าจะให้ขายเตาถ่านน้ำหนักกว่า 50 ชั่งเวลานี้เธอไม่ถูกสงสัยคงเป็เื่แปลกแล้วล่ะ
“ได้ๆ ยายจะมารอหนูที่นี่ อย่าเพิ่งขายให้ใครก่อนก็แล้วกัน”
“ฉันไม่ขายให้ใครหรอกค่ะ เห็นแบบนี้ฉันก็มีคุณธรรมนะคะ ว่าแต่คุณยายเถอะ อย่าเบี้ยวนัดฉันก็พอ”
“ไม่เบี้ยวแน่นอน จะเอาเงินมัดจำไปก่อนก็ได้นะ” คุณยายทำท่าจะควักเงินออกจากกระเป๋าเสื้อ
“ไม่ต้องค่ะๆ เอาไว้เห็นของก่อนคุณยายค่อยให้ฉันทีเดียว” หยางจูปฏิเสธ
ตกลงกันได้แล้วหยางจูก็เดินออกจากตลาดมืด แต่เธอยังไม่ได้กลับบ้านในทันทีทันใด เพราะต้องเดินสำรวจราคาเตาถ่านที่ขายกันตามท้องตลาด แต่พอเห็นราคาแล้วถึงกับใ เพราะมันมีราคาสูงถึง 50 หยวน นี่มันราคาเท่าเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำเกือบสองเดือนเชียวเหรอเนี่ย ถึงว่าชาวบ้านยังใช้เตาที่สร้างจากดินกันอยู่
ก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้าน หยางจูก็หยิบของกินออกจากมิติ วันนี้ตั้งใจจะทำบะหมี่เนื้อให้ลูกชายกินตอนเย็น จะได้ไม่ต้องไปแย่งคนอื่นกิน แต่ก่อนอื่นเธอต้องไปขออนุญาตแม่สามีเสียก่อน ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะใช่เื่ยาก ทุกวันนี้ก็เหมือนอยู่คนละบ้านกันแล้วด้วยซ้ำ
เย็นวันนั้น หลังจากที่แม่สามีกลับจากทำงาน เธอก็เดินไปหาท่านเพื่อพูดเื่แยกครัว ห้องของเธอเป็ห้องริม สามารถแยกครัวออกมาทำข้างห้องได้สบายมาก อาจจะต้องจ้างช่างมาต่อหลังคายื่นออกไป ป้องกันลม-ฝน ที่อาจจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
“มีอะไร” แม่สามีถามตาขวาง เห็นลูกสะใภ้เดินหน้าแห้งมาแบบนี้คงไม่พ้นไถเงินเดือนลูกชายของท่านเป็แน่
“ฉันจะมาขออนุญาตคุณแม่แยกครัวน่ะค่ะ”
“หล่อนว่าไงนะ?” แม่สามีทวนซ้ำ เพราะเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทั่งบ้านรองเอง ถึงจะแยกครัวกันกินข้าว แต่ยังคงใช้ห้องครัวเดียวกันอยู่
“แยกครัวค่ะ ฉัน้าแยกครัว จะได้ไม่มีใครมาใส่ร้ายว่าฉันไปขโมยของใครอีก” หยางจูพูดลอยหน้าลอยตา พยายามเลียนแบบพฤติกรรมของร่างเดิม
“หึ เอาสิถ้าหล่อนมีปัญญา แต่ขอเตือนเอาไว้ก่อนนะว่าถ้าจะมาเบิกเงินกองกลางนั้นเลิกฝันไปได้เลย เดือนนี้ฉันยังไม่ได้เงินเดือนของสามีหล่อนเลย”
“สามีฉัน? ลูกชายของคุณแม่น่ะเหรอคะ?”
“กะ แก!” ถูกลูกสะใภ้ยอกย้อน ทำเอาท่าอารมณ์เสียไม่เบา
“ฉันไม่รบกวนเงินคุณแม่หรอกค่ะ เพราะวันนี้ฉันไปทำงานมาได้เงินมาเยอะพอสมควร”
“จะไปไหนก็ไป” คุณแม่หวงไล่ลูกสะใภ้
ท่านไม่ถามต่อว่าหล่อนไปเอาเงินมาจากไหน เพราะรู้อยู่แล้วว่างานที่หล่อนพูดถึงจะไม่พ้นเข้าบ่อน เมื่อไหร่พวกทหารแดงจะมาทำลายบ่อนนั่นไปเสียที แค่นี้ชาวบ้านก็นินทาครอบครัวของท่านเสียๆ หายๆ จะแย่
หลังจากนั้นหยางจูก็หยิบเอาเตาถ่านจากในมิติออกมา แต่เธอยังไม่ได้ยกออกไปทำด้านนอก เพราะยังต้องต่อหลังคายื่นออกมาให้เรียบร้อยเสียก่อน เลยทำบะหมี่เนื้อในห้องนอน
โชคดีที่บ้านในชนบทมีขนาดกว้าง ไม่แคบเหมือนบ้านในเมือง เพราะที่ดินค่อนข้างจำกัด ทำให้ขนาดห้องนอนของเธอกว้างถึง 30 ตารางเมตร สามารถกั้นห้องนอนเป็สัดส่วนได้อย่างสบายๆ เลย
“ความจริงทำในห้องก็ไม่เลว”
หญิงพูดกับตัวเอง ไม่ต้องเสียเงินจ้างช่างด้วย ไหนจะต้องหาคูปองอุตสาหกรรมอีก ในตัวเธอไม่มีคูปองพวกนั้นเลย เพราะแม่สามีเก็บไปหมด
เย็นวันนั้น ครอบครัวใหญ่กำลังกินมื้อเย็นกันอยู่ แต่ทุกคนสังเกตว่าหลานนอกคอกหายไป ทว่าไม่มีใครสนใจจะถามถึง
“เด็กนั่นไปไหน” คุณพ่อหวงเป็คนพูดขึ้นก่อน
“ไปกินข้าวกับหยางจู” คุณย่าหวงพูดขึ้น
“จริงสิ เมื่อตอนเย็นแม่นั่นมาขออนุญาตแยกครัวด้วยค่ะ” คุณแม่หวงพูดขึ้น
“คุณอนุญาตหรือเปล่า?" คุณพ่อหวงถามต่อ
“อนุญาตแล้วอย่างไร ไม่อนุญาตแล้วอย่างไร ฉันคิดว่าถึงอย่างไรก็มีค่าเท่ากัน เพราะหล่อนคงไม่มีปัญญาซื้อเครื่องครัวหรอกค่ะ” คุณแม่หวงพูดขำๆ
“ก็จริง” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
ต่างจากคุณย่าหวงที่นั่งกินข้าวอย่างเงียบๆ เพราะท่านไปเห็นกับตามาแล้วว่าหลานสะใภ้มีความสามารถหรือไม่ เพียงแต่ไม่ใช่เื่ของตัวเองที่จะต้องไปป่าวประกาศ ในเมื่อลูกสะใภ้อยากทำตัวเป็กบในกะลา ไม่ยอมเดินออกไปดูโลก ก็ให้อยู่แต่ในกะลาต่อไปเถอะ
ส่วนหยางจูกับลูกชายตอนนี้ก็กำลังกินบะหมี่เนื้อกันอย่างเอร็ดอร่อย เห็นลูกชายยกซดจนน้ำซุปในชามไม่เหลือเธอก็ยิ้มพอใจ
“อิ่มหรือเปล่า”
“อิ่มมากเลยครับ” เด็กน้อยพยักหน้า ไม่เคยกินอิ่มเท่านี้มาก่อนเพราะทุกวันจะได้กินแค่ครึ่งท้องเท่านั้น กินแค่พอไม่ให้หิวตอนดึก
“ดีแล้ว กินเยอะกว่านี้ก็ไม่ดี เดี๋ยวจะอืดท้องตอนกลางคืน”
"ครับ" เด็กน้อยมองไปรอบๆ ห้อง เห็นเตียงสีขาวสะอาดตา ทำให้เขาเกิดความรู้สึกขึ้นบางอย่าง
“คืนนี้ลูกอยากจะนอนกับแม่หรือเปล่า?”
“นอนกับย่าทวดครับ” เขาส่ายหน้าปฏิเสธ แต่แล้ว เสียงจากข้างนอกขัดบทสนทนาระหว่างแม่ลูกขึ้นเสียก่อน
“เนื้อ ฉันได้กลิ่นเนื้อ”
“จะมีเนื้อที่ไหนเล่า จะได้กินเนื้อก็ต้องรอปีใหม่นู่น”
“ต้องใช่แน่ๆ มาจากห้องนี้แน่ๆ”
เสียงใกล้เข้ามาทุกที หยางจูรู้ว่าเ้าของเสียงเป็ใคร แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะสนใจ เพราะอากาศเริ่มอบอ้าว เธอจึงเปิดประตูห้องไว้ เพื่อให้อากาศถ่ายเทเข้ามา คิดไม่ถึงว่าจะเรียกแขกไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาด้วยเช่นกัน