เกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC

    ตอนที่ 24: คลายเครียดกับกระดังงา NC++


    สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นอายชื้นแฉะของป่าดิบเขาเข้ามาทางช่องลมป่าไผ่ ใบไผ่สีเขียวชอุ่มเสียดสีกันแกรกกรากคล้ายเสียงกระซิบกระซาบของดวงวิญญาณแห่งผืนไพร ท้องฟ้ายามรัตติกาลไร้ซึ่งแสงจันทร์ มีเพียงม่านเมฆหนาทึบที่เข้าบดบังดวงดาราจนดับแสง ทอดทิ้งค่ายลี้ภัยกลางป่าให้อยู่ภายใต้ความมืดมิดอันเงียบงัน มีเพียงแสงไฟตะเกียงน้ำมันสลัวๆ จากหอคอยเวรยามที่กะพริบไหวรำไรประหนึ่งดวงไฟหิ่งห้อยท่ามกลางพายุใหญ่ที่พร้อมจะพัดกระหน่ำเข้ามาทุกเมื่อ

    ภายในกระท่อมพักผ่อนส่วนตัวของเป้า ขุนศึกหนุ่มนั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกนอนฟางหนานุ่ม ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผงอกกว้างสีทองแดงเข้มกร้านและแผ่นหลังหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า ทว่าใบหน้าคมเข้มของเขายามนี้กลับแฝงไปด้วยรอยหยักคิ้วขมวดและดวงตาดุจพยัคฆ์ที่ฉายประกายแหลมคมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย

    สมองของเป้าในยามนี้หมุนวนไปด้วยความคิดร้อยแปดตึงเครียด ภาพเหตุการณ์การต้อนรับกลุ่มผู้ลี้ภัยสิบห้าคนเมื่อยามเย็นยังคงฉายซ้ำไปมาในห้วงคำนึง โดยเฉพาะเงาร่างบอบบางชดช้อยของแม่หญิงมะลิ หญิงสาวเจ้าของกลิ่นหอมดอกมะลิจรุงจมูกผู้มีท่าทีกิริยาอ่อนช้อยงดงามเกินชาวบ้านธรรมดา

    เมื่อยามโพล้เพล้กลางลานค่าย เป้าจงใจสวมบทบาทหัวหน้าค่ายผู้กะล่อนและเจ้าชู้ ก้าวเข้าไปทักทายปราศรัยเย้าแหย่แม่หญิงมะลิเพื่อทดสอบท่าที เขายิ้มกริ่ม สายตาโลมเลียจ้องมองดวงหน้าจิ้มลิ้มและสะโพกกลมกลึงของนางอย่างเปิดเผยพลางเอ่ยคำหวานหยอกล้อหวังจะให้นางแสดงพิรุธ

    "แม่หญิงมะลิคนงาม... ค่ายป่าแห่งนี้แม้นจะแห้งแล้งไปบ้าง แต่ทว่าก็ยังมีน้ำอุ่นและเตียงนุ่มๆ ไว้ต้อนรับสาวงามเสมอนะจ๊ะ หากคืนนี้เจ้าเหงาหรือง่วงงุนอย่างไร กระท่อมของข้าเปิดกว้างต้อนรับเจ้าอยู่เสมอหนา"

    ครั้งนั้น มะลิกลับแสดงกิริยาเอียงอายได้อย่างเป็นธรรมชาติ นางหลุบดวงตากลมโตสุกใสลงต่ำ แก้มเนียนซับสีระเรื่อบางเบาพลางก้มตัวนอบน้อมชดช้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิวราวกับกระดิ่งลมอ่อนแรง

    "ท่านขุนศึกเมตตาข้าน้อยปานนี้ ข้าน้อยซาบซึ้งใจยิ่งนักเจ้าค่ะ แต่ข้าน้อยเป็นเพียงหญิงชาวบ้านผู้ลี้ภัยซุกหัวนอน มิบังอาจเอื้อมเข้าใกล้ชิดหัวหน้าค่ายใหญ่เช่นท่านดอกเจ้าค่ะ"

    แม้ท่าทางของนางจะดูไร้เดียงสาและอ่อนแออย่างที่สุด ทว่าสายตาอันเฉียบคมของเป้ากลับมองเห็นพิรุธบางอย่าง ปลายนิ้วมือเรียวงามของนางแม้จะเปื้อนคราบฝุ่นผงดินแดง ทว่าหากสังเกตลึกซึ้งกลับไม่มีรอยด้านหนาจากการจับจอบเสียมหรือการหักล้างถางพงอย่างชาวบ้านป่าทั่วไป อีกทั้งจังหวะการย่างก้าวเคลื่อนไหวหลบหลีกสายตาผู้คนยังแผ่วเบาพลิ้วไหวราวกับผู้ที่ผ่านการฝึกฝนวิชาตัวเบามาอย่างช่ำชอง

    'นังมะลิคนนี้... เจ้าเล่ห์ร้ายกาจนัก ท่าทางเรียบร้อยปานผ้าพับไว้ ทว่าภายในกลับซ่อนเข็มพิษเอาไว้ภายใน แววตาสั่นระริกแฝงเล่ห์กลลึกดั่งก้นบึ้งเหวป่า' เป้าลอบรำพึงในใจขณะเอามือกุมขมับ

    ความเครียดจากการคิดอ่านแผนการซ้อนแผนรับมือสายลับและข้าศึกบวกกับผลกระทบข้างเคียงของการฝึกฝนปลุกพลังจนบรรลุ "กายาเหล็กทมิฬ (ระดับ 2) ขั้นที่ 3" ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อทุกส่วนในร่างกายของเป้าเกิดอาการตึงเขม็งร้าวระบมอย่างหนัก ความรู้สึกปวดแปลบเหมือนมีมดนับพันตัวรุมกัดกินกระดูกสะท้อนอยู่ภายในกายาที่เพิ่งยกระดับพละกำลังสูงถึง 7.0 ชั่ง ร่างกายของเขาร้อนผ่าวประหนึ่งเตาหลอมเหล็กที่ยังไม่มีที่ระบายลมร้อน

    ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูกระท่อม ประตูไม้ขัดแตะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างนุ่มนวล พร้อมกับการปรากฏกายของร่างระหงสายหนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง

    นางคือ แม่หญิงกระดังงา หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวลปานปุยเมฆ ในอ้อมแขนเรียวบางของนางประคองหม้อดินเผาร้อนกรุ่นที่มีควันลอยกรุ่นส่งกลิ่นหอมโชยละมุน กลิ่นหอมสะอาดของขมิ้น ไพล ผิวมะกรูด และใบข่าต้มสุก ลอยฟุ้งกระจายเข้ามาตัดกับกลิ่นอับชื้นของราตรีป่าทันควัน

    "พี่เป้า... ท่านยังไม่นอนหรือเจ้าคะ?" กระดังงาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวลชวนสดชื่น ดวงตาคู่สวยมองดูชายหนุ่มด้วยความห่วงใยจับใจเมื่อเห็นสีหน้าอิดโรยระคนตึงเครียดของเขา

    เป้าช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหวานละมุนของกระดังงา ความเหนื่อยล้าในใจพลันละลายหายไปครึ่งหนึ่ง เขากระชับยิ้มกะล่อนบางเบาพลางปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนออดอ้อนคล้ายต้องการการเอาอกเอาใจ

    "กระดังงาคนดีของพี่... พี่เจ็บเมื่อยตัวเหลือเกิน กล้ามเนื้อหัวไหล่และแผ่นหลังตึงเปรี๊ยะราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ สมองของพี่ก็รุมเร้าด้วยความตึงเครียดจนปวดแปลบไปหมดแล้วจ้ะ" ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับแสร้งทำสีหน้าเหยเกและทอดถอนหายใจยาว ดึงเอาทักษะวิชาคาถาวาจาอ้อนหญิงมาใช้อย่างแนบเนียน

    กระดังงาเห็นใบหน้าคมเข้มแสนรักฉายความเจ็บปวดเยี่ยงนั้น หัวใจของนางพลันบีบรัดด้วยความสงสารและรักใคร่ นางรีบวางหม้อต้มสมุนไพรลงบนตั่งไม้ข้างเตียง แล้วทรุดกายลงนั่งเคียงข้างบนฟูกนอนหนา สองมือนุ่มลูบเบาๆ ที่ไหล่ลาดกว้างของเขาอย่างทะนุถนอม

    "โถ... พี่เป้าของน้อง ลำบากท่านเหลือเกิน ต้องแบกรับภาระปกป้องคนทั้งค่าย ทั้งศึกนอกศึกในรุมเร้าปานนี้ ให้น้องช่วยประคบสมุนไพรอุ่นๆ และบีบนวดให้ท่านคลายความเมื่อยขบเถิดนะเจ้าคะ"

    นางหันไปหยิบผ้าสะอาดชุบลงในน้ำสมุนไพรร้อนจัดในหม้อดินเผา บิดพอหมาดแล้วประคองทาบลงบนลาดไหล่หนาของเป้าเบาๆ ความร้อนระอุของไอสมุนไพรซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวหนาแกร่งของพลังกายาเหล็กทมิฬที่แม้ภายนอกจะแข็งประดุจเหล็ก ทว่าความร้อนอุ่นก็สามารถแล่นเข้าไปปลอบประโลมเส้นชีพจรที่ติดขัดให้ผ่อนคลายลงทีละน้อย

    "อืมมม... สบายตัวดีแท้ กระดังงาจ๋า ฝีมือนวดของเจ้านี่ประเสริฐเลิศล้ำยิ่งนัก" เป้าครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด

    กระดังงายกยิ้มอ่อนโยน มือเรียวนวดเฟ้นคลึงกล้ามเนื้ออกและต้นคอของเขาอย่างอ่อนนุ่ม นิ้วมือนุ่มของนางคลึงเคล้นไปตามจุดตึงเครียด แผงอกหนาของขุนศึกหนุ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจช้าๆ ผิวกายของเขาร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะไอสมุนไพรเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มเกิดจากกระแสความต้องการแฝงเร้นในส่วนลึกที่ถูกกระตุ้นด้วยความใกล้ชิดและกลิ่นกายสาวอันบริสุทธิ์ของหญิงตรงหน้า

    เป้าหันกลับมาประจันหน้ากับกระดังงา สบตากับดวงตาคู่หวานสั่นระริกที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หาและรักมั่นคง แสงไฟสีเหลืองนวลของตะเกียงน้ำมันสลัวส่องสว่างจับใบหน้างดงามแฉล้มเลิศของกระดังงา แก้มของนางขึ้นสีแดงปลั่งดั่งลูกตำลึงสุกเมื่อสบสายตาคมกล้าของเป้าที่ยามนี้แปรเปลี่ยนจากความอิดโรยเป็นประกายแห่งความกระสันรัญจวน

    "พี่เป้าเจ้าคะ... มองน้องเช่นนี้ มีเรื่องใดรึเจ้าคะ?" นางเอ่ยถามเสียงสั่นพร่า หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกรัว

    "กระดังงา... เจ้ารู้หรือไม่ว่าความปวดเมื่อยทางกายนั้น ผ้าสมุนไพรอาจบรรเทาได้ ทว่าความเหงาและความเครียดรุมเร้าในใจของพี่นั้น... มีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่จะรักษาได้" เป้ากล่าวเสียงกระซิบพลางส่งสายตาหยาดเยิ้มสะกดใจ

    เขายื่นมือแกร่งออกไปรวบดึงเอวบางคอดกิ่วของนางเข้ามาประคองไว้บนตักแกร่งของตนอย่างรักใคร่ ร่างอรชรของกระดังงาสะดุ้งเบาๆ แต่ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด นางเอนซบลงบนแผงอกอุ่นหนาของเขา สองมือนุ่มยกขึ้นกอดคอของเป้าไว้แน่นด้วยความรักและไว้วางใจ

    เป้าโน้มหน้าลงต่ำ สูดดมความหอมละมุนจากซอกคอขาวผ่องของกระดังงา กลิ่นเนื้อนางหอมสะอาดละเมียดละไมผสานกับกลิ่นอุ่นๆ ของสมุนไพร ช่างกระตุ้นสัญชาตญาณความต้องการในกายขุนศึกให้พลุ่งพล่านยากจะหักห้ามใจ ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มทาบทับลงบนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของนางทันที

    "อื้อ..."

    กระดังงาครางหวานในลำคอเบาๆ ยามเมื่อกลีบปากของนางถูกเป้าครอบครองและกลืนกินอย่างดูดดื่ม รสจูบแรกเริ่มจากความนุ่มนวล อ่อนโยน ปลอบประโลม ดั่งสายฝนชโลมผืนแผ่นดินแห้งผาก ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงและโหยหา เรียวลิ้นอุ่นร้อนของเป้าแทรกผ่านไรฟันเข้าไปเกี่ยวกระหวัดพัวพันกับลิ้นเล็กของหญิงสาว หยอกเย้าดูดซับความหวานล้ำภายในโพรงปากของนางจนกระดังงาร่างกายสั่นสะท้าน มือเรียจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้าอ่อนลงไปกับความเสียวซ่านที่แล่นพล่าน

    เป้าถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ปลายลิ้นลากไล้ชิมน้ำหวานที่มุมปากของนาง ก่อนจะขยับมือหนาปลดผ้าแถบสีชมพูกลีบบัวที่ทรวงอกอวบอิ่มของนางออกช้าๆ ผ้าแถบผืนบางเลื่อนหลุดลงจากร่าง เผยให้เห็นปทุมถันคู่โตเต่งตึงสล้างขาวผ่องดั่งดอกบัวตูมพ้นน้ำ ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อชูชันล่อตาและเชิญชวนอย่างน่าเสน่หา

    ชายหนุ่มจ้องมองความงดงามเบื้องหน้าด้วยแววตาเป็นประกายร้อนแรง มือหนาช้อนประคองบีบเคล้นความหยุ่นนุ่มของทรวงอกอิ่มอย่างแผ่วเบาทว่าหนักหน่วงเน้นย้ำสลับกันไปมา ทำเอากระดังงาบิดกายเร่า ครางพึมพำเรียกชื่อเขาด้วยความซาบซ่าน

    "พี่เป้า... พี่เป้าเจ้าขา... อ๊า... น้องเสียวเหลือเกิน"

    เป้าก้มลงซุกไซ้ใบหน้าลงกับร่องอกอวบ อ้าปากครอบครองยอดปทุมถันสีชมพูข้างหนึ่งของนาง ตวัดเรียวลิ้นรัวระริกหยอกล้อยอดถันสลับกับดูดดึงอย่างเร่าร้อนประหนึ่งทารกผู้หิวกระหาย ความเปียกชื้นและละมุนละไมของริมฝีปากชายหนุ่มทำเอากระดังงาแอ่นอกขึ้นรับสัมผัส สองมือเรียวกุมศีรษะของเป้ากดแนบเข้าหาอกของตนแน่นขึ้น ลมหายใจของนางหอบกระชั้นถี่ เสียงครางระงมดั่งเพลงสวาทดังแผ่วเบาสอดประสานไปกับสายลมหนาวด้านนอกกระท่อม

    มืออีกข้างของเป้าไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาเลื่อนมือลงไปเลิกชายผ้าซิ่นผืนบางของนางขึ้นสูง ลูบไล้ผ่านเรียวขาเนียนลื่นมือขึ้นไปสัมผัสกับสะโพกผึ่งผายมนและรอยแยกอันเปียกชื้นของกลีบเนื้ออุ่นร้อนเบื้องล่าง นิ้วมือหนาแหวกผ่านกุหลาบงามอุ่นจัดที่บัดนี้มีหยาดน้ำหวานสีใสหลั่งไหลชโลมเยิ้มเปียกชุ่มร่องรักและปุ่มกระสัน

    "อ๊ะ!... พี่เป้า... อย่าแกล้งน้องเช่นนั้น..." กระดังงาสั่นสะท้านเมื่อนิ้วกลางยาวของเป้าเริ่มกรีดกรายบดคลึงจุดกระสันเสียวซ่านเบาๆ สลับกับการแทรกปลายนิ้วเลื่อนไหลผ่านกลีบเนื้อนุ่มเข้าสู่ความคับแน่นช้าๆ ความอุ่นร้อนและเปียกชื้นเบียดรัดรอบนิ้วมือจนชายหนุ่มต้องสูดปากด้วยความซาบซ่าน

    "กระดังงา... เจ้ารู้ไหมว่าร่องรักของเจ้ายามนี้ช่างตอดรัดแน่นดีเหลือเกิน น้ำหวานไหลนองเต็มข้อนิ้วพี่ไปหมดแล้วคนดี" เป้าเย้าแหย่เสียงต่ำพลางเร่งจังหวะขยับนิ้วเข้าออกในช่องทางรักของนางจนเกิดเสียงชื้นแฉะแผ่วเบาของน้ำหวานปะทะนิ้วมือ

    "อ๊างงง!... พี่เป้า... น้องทนไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ... ได้โปรด... มอบตัวตนของท่านแก่น้องเถิดเจ้าค่ะ..." กระดังงาอ้อนวอน แววตาของนางปรือเยิ้มฉ่ำวาวไปด้วยแรงเสน่หาที่ปะทุขีดสุด ร่างกายร้อนผ่าวระทวยเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งปิดบัง

    เป้าขยับยิ้มอย่างพึงพอใจยิ่ง เขารีบปลดผ้านุ่งของตนเองออก เผยให้เห็นแก่นกายแกร่งร้อนระอุขยายตัวขึงตึงชี้ตระหง่านท้าทายสายตา ปลายยอดมีหยาดน้ำใสหลั่งเยิ้มส่งสัญญาณความพร้อมเต็มพิกัดศึก

    ขุนศึกหนุ่มประคองร่างสะโอดสะองของกระดังงาให้แยกขาออกกว้าง ช้อนข้อเข่าเนียนของนางขึ้นพาดบ่าแกร่งของเขา เผยร่องรักสีชมพูฉ่ำหวานที่เผยออ้าคอยรับการเติมเต็ม เป้าจับแก่นกายร้อนผ่าวจ่อเข้ากับปากทางรัก แล้วค่อยๆ กดสะโพกสอบเบียดแทรกความใหญ่โตอัดแน่นเข้าไปในร่องรักอันคับแคบอย่างละมุนละไมทว่าหนักแน่นเด็ดขาด

    อึก...

    "อื้อ... พี่เป้า... คับแน่นเหลือเกินเจ้าค่ะ..." กระดังงาครางเสียงหวานลั่น ร่างระหงเกร็งสะท้าน ดันอกแกร่งของเขาไว้เบาๆ เมื่อความใหญ่โตคับแน่นของแก่นกายแกร่งทะลวงเข้าไปบดเบียดเนื้อในร่องรักอันคับแคบจนแน่นเปรี๊ยะแทบไร้ช่องว่าง

    "อืมมม... แน่นมาก... แน่นเหลือเกินกระดังงาจ๋า... พี่จะขยับเบาๆ นะคนดี" เป้าขบกรามแน่นจนเส้นขมับปูดโปน ความซาบซ่านสะท้านทรวงของร่องรักสาวที่ขมิบขยำตอดรัดตัวตนของเขาอย่างบ้าคลั่งทำให้เขาเกือบจะทานทนไม่ไหว

    เป้าเริ่มขยับโยกสะโพกเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ เน้นย้ำกดทับลึกสุดลำจนโคนขาเบียดเสียดกระแทกเข้ากับเนินเนื้อนุ่ม เกิดเสียงกายกระทบผสานเสียงน้ำหวานดังเฉอะแฉะกระฉอกรัวลั่น กระดังงาที่เคยรู้สึกคับแน่นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านรัญจวนใจอย่างลึกซึ้ง นางโอบกอดแผ่นหลังแกร่งของเขาแน่น เล็บคมจิกขูดแผ่นหลังของเป้าที่ยามนี้แกร่งดั่งเหล็กทมิฬจนเกิดเสียงหอบหายใจติดขัดขาดช่วง ทว่าพลังวิชามนต์ลืมเจ็บและกายาเหล็กทมิฬทำให้เป้าไม่รู้สึกระบมเจ็บแม้แต่น้อย กลับยิ่งเร้าอารมณ์และทวีความกระสันใคร่อยากเร่งจังหวะรัวแรงขึ้น

    "อ๊า!... ดีเหลือเกินเจ้าค่ะ... ลึกเหลือเกิน... กระแทกเข้ามาแรงๆ เลยเจ้าค่ะพี่เป้า... น้องจะเป็นของพี่... ทั้งกายและใจ..." กระดังงาครางขอเสียงกระเส่า ใบหน้าหวานส่ายไปมาบนหมอนหนุนด้วยความเสียวซ่านสุดบรรยาย

    เป้าสูดหายใจลึกรวบรวมพละกำลัง 7.0 ชั่งที่มี สองมือแกร่งจับยึดเอวคอดของนางไว้แน่นหนาประหนึ่งคีมเหล็ก แล้วเริ่มขยับรัวสะโพกสอบกระแทกกระทั้นอย่างรวดเร็วและร้อนแรง แก่นกายยักษ์กระทั้นกระแทกทะลวงเข้าออกรูรักร้อนฉ่ารัวเร็วดั่งพายุร้ายถล่มป่าไผ่ ทุกจังหวะสอดใส่บดเบียดจุดเสียวลึกข้างในจนกระดังงาเกร็งตัวลอยขึ้นจากฟูกนอน เสียงหวานหวีดร้องลั่นกระท่อมด้วยความเสียวสุดพรรณนา

    "อ๊ายยย!... พี่เป้า!... น้องจะเสร็จ... จะไม่ไหวแล้ว... อ๊า... อ๊า..."

    "พี่ก็จะเสร็จแล้ว... พร้อมกันนะกระดังงาคนดีของพี่!" เป้าคำรามต่ำในลำคอพร้อมกับกดกระแทกสะโพกสอบเน้นย้ำความเร็วระรัวครั้งสุดท้ายรวดเดียวสิบกว่าครั้งจนช่องทางรักบีบรัดตัวตนของเขาแน่นหนา ทันใดนั้นร่างทั้งสองร่างก็เกร็งสะท้านดั่งต้องกระแสอัศนีบาต

    เป้ากระทุ้งแก่นกายเข้าไปลึกที่สุดจนสุดโคน ดั่งทำนบพังทลาย ปะทุธารน้ำรักร้อนผ่าวเข้าชโลมร่องรักจนเปียกนองชุ่มโชก กระดังงาหวีดร้องครางยาวเหยียด ร่างงามสั่นคลอนระริก ดวงตากลอกลอยขึ้นก่อนจะฟุบซบแน่นิ่งลงบนอกแกร่งของขุนศึกหนุ่มอย่างสุขสม

    ทั้งคู่กอดก่ายประสานเนื้อตัวเปลือยเปล่าท่ามกลางเสียงหอบหายใจดังกระชั้นชวนวาบหวาม หยาดน้ำรักอุ่นร้อนค่อยๆ ไหลซึมออกมาระหว่างขาเรียวงามของกระดังงาเปรอะเปื้อนฟูกนอน ชายหนุ่มลูบแผ่นหลังบางปลอบประโลมความเหนื่อยล้าของนาง แววตาอบอุ่นและผ่อนคลายอย่างที่สุด

    ---

    ยามเมื่อพายุรักสงบลง กระท่อมป่ากลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เป้าเอนกายหนุนหมอน กอดก่ายร่างนุ่มนิ่มของกระดังงาไว้ในอ้อมแขน ความตึงเครียดสะสมและอาการร้าวระบมของกล้ามเนื้อที่เคยมีพลันสลายหายไปเป็นปลิดทิ้งอย่างน่าอัศจรรย์ กระแสพลังหยินบริสุทธิ์และอบอุ่นอ่อนหวานของกระดังงาหมุนเวียนซึมซาบเข้าสู่จุดชีพจรของเป้า หลอมรวมและชำระล้างความอ่อนล้ากระตุ้นให้พลังปราณกายาเหล็กทมิฬโคจรไหลลื่นประดุจสายน้ำเชี่ยวที่ไร้สิ่งกีดขวาง สมองของเขากลับมาโปร่งใสฉลาดเฉลียวและเฉียบคมยิ่งขึ้นกว่าเก่า

    ในขณะที่เป้ากำลังสูดลมหายใจเพื่อปรับสมดุลอยู่นั้น หน้าต่างข้อความระบบโปร่งแสงสีทองแสนกวนประสาทพลันเด้งผุดขึ้นมาตรงหน้าทันที พร้อมข้อความสีเหลืองเด่นชัด

    [ ติ๊ง! แหม... คลายเครียดด้วยวิธีสุขาวดีตลอดเลยนะโฮสต์! ทำเอาเมียรักสลบคาอกปานนี้ ช่างป่าเถื่อนทว่าเร้าใจยิ่งนัก! ระบบเห็นแล้วริษยาจนอยากจะแปลงร่างไปเป็นท่อนไม้ให้โฮสต์ทุบเล่นจริงๆ เชียว! ]

    [ ติ๊ง! บัดนี้แต้มสะสมระบบโบราณของโฮสต์ พุ่งกระฉูดทะยานขึ้นสู่ 1100 แต้มอย่างสง่างามเรียบร้อยแล้ว! (ได้รับแต้มสะสมปกติและแต้มโบนัสพิเศษจากฉากรักสุดเร่าร้อนกับกระดังงา 100 แต้มเต็ม!) ]

    [ ติ๊ง! ร่างกายและพลังลมปราณได้รับการขัดเกลาและฟื้นฟูเต็มร้อยส่วน ค่าความทนมือทนตีนเพิ่มขึ้นเป็น 300/1000 เรียบร้อย! จิตใจแจ่มใส หัวสมองปลอดโปร่ง พร้อมรับมือกับความวุ่นวายและแผนลอบสังหารของศัตรูในค่ำคืนถัดไปแล้วจ้า! สู้ๆ นะโฮสต์แมงดาหนุ่มรูปงาม! ]

    เป้าสะบถในใจด่าทอความยียวนกวนประสาทของหน้าต่างสีทองนี้เบาๆ แต่ก็เผยรอยยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจกับสเตตัสที่อัปเกรดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาลูบหน้าผากของกระดังงาที่หลับฝันดีอย่างเอ็นดู ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าเตรียมตัวออกไปสำรวจและปฏิบัติงานยามดึกต่อไป

    ---

    รุ่งอรุณวันใหม่เพิ่งจับขอบฟ้า สายหมอกบางเบาคลุมหน้าดินส่งกลิ่นชื้นอายหญ้าเปียกชุ่ม เป้าก้าวเท้าเดินตรวจความเรียบร้อยรอบค่ายป่าตามตารางงานปกติ ทว่าเป้าหมายหลักของเขาในเช้าวันนี้คือพื้นที่รอบคลังอาวุธและคลังเสบียงส่วนกลางของค่าย

    เมื่อก้าวเข้ามาถึงคลังเก็บดินประสิวและอาวุธปืนไฟ ดวงตาคมกริบของเป้าพลันหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอย่างรุนแรง

    ทหารบ้านเวรยามสี่คนซึ่งมีหน้าที่คุ้มกันทางเข้าคลังอาวุธ ต่างพากันนอนหลับงัวเงียสะลึมสะลือล้มลุกคลุกคลานอยู่บนโคนต้นไม้ใหญ่ บางคนแอบอิงอยู่กับรั้วกั้นด้วยแววตาเลื่อนลอยตื่นสายผิดปกติ กระบองไม้และดาบคู่กายหลุดร่วงจากมือตกลงบนดินแดงโดยที่พวกเขาไม่มีสัญชาตญาณตื่นตัวระวังภัยแม้แต่น้อย ทั้งที่ปกติทหารค่ายป่าของเป้าจะถูกฝึกฝนให้ตื่นตัวยามเช้าตรู่อย่างเคร่งครัด

    เป้าขยับกายสามขุมเข้าไปเตะขาไอ้ทหารบ้านเวรยามคนหนึ่งเบาๆ พลางส่งเสียงดุ

    "เฮ้ย! พวกเอ็งเป็นอันใดกัน เหตุใดถึงนอนหลับน้ำลายยืดไร้สัญชาตญาณระวังภัยปานนี้? หากข้าศึกบุกเข้ามาหัวพวกเอ็งคงหลุดจากบ่าไปแล้ว!"

    ทหารบ้านผู้นั้นค่อยๆ ลืมตาที่สะลึมสะลือขึ้นมา พยายามพยุงตัวขึ้นนั่งพลางยกมือขึ้นกุมศีรษะขยี้ตารัวๆ ด้วยความมึนงง

    "เอิ๊ก... พี่เป้า... ข้าขออภัยครับ... ข้าไม่รู้เป็นอย่างไร หัวสมองมันหนักอึ้ง มึนงงและอ่อนเพลียปานจะขาดใจ ทั้งที่ปกติข้าไม่ใช่คนนอนตื่นสายปานนี้เลยครับ..."

    เป้ากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณสะดุดตาเข้ากับกาน้ำชาดินเผาและจอกน้ำชาสามสี่จอกที่วางตั้งทิ้งไว้บนตั่งไม้ข้างด่านตรวจ ขุนศึกหนุ่มก้าวเข้าไปก้มลงหยิบจอกชาขึ้นมาเพ่งพิเคราะห์ เขาลองใช้นิ้วแตะคราบน้ำชาสีเข้มปนตะกอนบางเบาที่เหลืออยู่ก้นจอกขึ้นมาดมกลิ่น และใช้ปลายลิ้นสัมผัสเล็กน้อย

    ดวงตาของเป้าพลันฉายประกายเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมแวบหนึ่ง รสชาติของชานี้มีรสขมฝาดแปลกประหลาดเจือปนอยู่จางๆ และส่งกลิ่นหอมสมุนไพรบางชนิดคล้ายกลิ่นใบรักเทศผสมรากลำโพงซึ่งเป็นยาสมุนไพรสลบสูตรไร้กลิ่นรบกวนที่พวกสายลับมักนิยมใช้มอมเหล้าและมอมชาศัตรู

    "เมื่อคืนยามสาม... มีใครนำน้ำชาหรืออาหารมาส่งให้พวกเอ็งดื่มกินรึไม่?" เป้าหันไปถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจคุกคาม

    ทหารบ้านอีกคนพยายามสลัดความงัวเงียตอบละล่ำละลัก "มี... มีครับพี่เป้า... เมื่อคืนตอนยามสาม แม่หญิงมะลิคนงามที่เพิ่งเข้ามาใหม่ นางบอกสงสารพวกข้าที่ต้องยืนตากลมหนาวคุ้มกันคลังอาวุธ จึงต้มน้ำชาร้อนๆ หอมๆ มาส่งให้พวกข้าดื่มประทังหนาวคนละจอกสองจอกครับ... ข้าดื่มเข้าไปได้ไม่นาน หัวสมองก็เบาโหวงแล้วก็วูบหลับไปจนถึงเพลานี้เลยครับพี่เป้า"

    "หึๆ... เป็นนังมะลิจริงๆ เสียด้วย" เป้าแสยะยิ้มบางๆ ออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ทว่าแฝงความดุดัน แววตาคมสะท้อนประกายเหี้ยมเกรียมกะล่อนแผนการร้าย

    แผนการล่อหนอนบ่อนไส้ที่เขากับชงโคและกระดังงาร่วมกันปล่อยข่าวลือลวงเรื่องการขนย้ายเสบียงและอาวุธปืนไฟไปไว้ที่โกดังร้างท้ายค่ายป่าไผ่ ได้ผลชะงัด นังมะลิหลงกลอย่างรวดเร็วจนรีบร้อนลงมือมอมยาสลบเวรยามเพื่อเตรียมเปิดด่านทางเข้าคลังปืนไฟและลอบส่งข่าวบอกพวกข้าศึกพยัคฆ์ทมิฬภายนอกให้เตรียมบุกจู่โจมในค่ำคืนนี้แน่นอน

    "พี่เป้า... หรือว่าแม่หญิงมะลิจะเป็นสายลับของพวกแคว้นพยัคฆ์ทมิฬจริงๆ ครับ? พวกเราควรไปจับตัวนางมาลงทัณฑ์รีดข้อมูลทันทีเลยไหมครับ?" ไอ้ทหารบ้านเริ่มตื่นตัวเต็มทีด้วยความโกรธแค้น

    "ช้าก่อน... อย่าเพิ่งกระโตกกระตากไป" เป้าห้ามปรามพลางยกมือขึ้นลูบคาง แสยะยิ้มกว้างกะล่อนร้าย "หากเราไปจับนางยามนี้ นางย่อมปฏิเสธและพวกสมุนด้านนอกจะตื่นตูมหนีเตลิดไปเสียก่อน ข้าจะซ้อนแผนล่อเสือออกจากถ้ำ... พวกเอ็งทำเป็นนอนหลับงัวเงียต่อไป แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนคืนนี้... ข้าจะเกณฑ์ยอดฝีมือทหารบ้านซุ่มเงียบอยู่ในความมืดรอบโกดังร้างท้ายค่ายป่าไผ่ คอยต้อนรับนังมะลิและพวกสุนขรับใช้พยัคฆ์ทมิฬที่จะแห่กันเข้ามาตกหลุมพรางของข้า!"

    "ข้าจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งว่า การแหย่หนวดเสือร้ายและคิดร้ายต่อค่ายป่าแห่งนี้... จุดจบของพวกมันจะมีเพียงความตายสถานเดียว!"

    เป้ากำหมัดแกร่งสีทองแดงแน่น พละกำลังเจ็ดชั่งหมุนเวียนพลังลมปราณรุนแรงในกล้ามเนื้อแกร่ง แผนการซ้อนแผนตลบหลังศัตรูพร้อมที่จะปะทุขึ้นในรัตติกาลที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน!