ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 146 ปลาในแอ่งน้ำร้อน

                เฉินเกอยิ้มอย่างดูแคลน “เช่นนั้นพวกเรามาตกลงกัน ผู้ใดกินหมดก่อนคนนั้นถึงจะได้กระบอกไม้ไผ่อันสุดท้ายนี่ไป”

                หนิงมู่ฉือที่กำลังตักเต้าหู้ทานอย่างเงียบๆเห็นท่าทางเช่นนี้ของทั้งสองคนแล้วรู้สึกรำคาญยิ่ง นางลุกขึ้นยืนหยิบกระบอกไม้ไผ่อันสุดท้ายขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า “พวกท่านไม่ต้องแย่งกัน มื้อนี้ข้าเป็นคนทำ เช่นนั้นมันก็ต้องเป็นของข้า!”

                ท่าทางใจกล้าของหนิงมู่ฉือช่างน่ารักเหลือเกิน ถึงกับใบหน้าแดงก่ำขณะเอ่ย

                ครั้นจ้าวซีเหอเห็นหนิงมู่ฉือมีท่าทีไม่พอใจก็ก้มหน้าทานเต้าหู้ปลาหนีชิงในกระบอกไม้ไผ่ของตัวเองอย่างเงียบๆตามเดิม ค่อยๆ ตักเต้าหู้เนื้อขาวนวลเนียนเข้าปากทันทีที่เข้าไปในปากเต้าหู้ก็แทบจะละลายหายไป เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนเป็นที่สุดยกระดับการกินของทั้งคู่ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นอร่อยจนต้องหลับตาดื่มด่ำกับรสชาติของมัน

                ทั้งคู่ทานเต้าหู้ซึ่งมีเนื้อปลานิ่มๆ สอดแทรกอยู่อย่างละโมบ เนื้อปลานุ่มมีรสชาติหวานอ่อนๆ

                นานแล้วที่จ้าวซีเหอไม่ได้ทานอาหารที่เลิศรสเช่นนี้ ยามนี้จึงรู้สึกมีความสุขอย่างยากจะหาใดเปรียบภายในใจรู้สึกปลื้มปริ่มเป็นที่สุด

                เพียงไม่นานกระบอกไม้ไผ่ก็เหลือแต่กระบอกเปล่า ทั้งยังคงจ้องไปที่หนิงมู่ฉืออย่างรอคอย

                หนิงมู่ฉือมองทั้งสองคนพร้อมกับไหวไหล่อย่างอ่อนอกอ่อนใจ “ก็ได้ เดี๋ยวข้าจะทำน้ำแกงเพิ่มให้อีกอย่าง รอประเดี๋ยวนะ”

                สิ้นเสียงทั้งคู่มีสีหน้าดีอกดีใจ ด้านหนิงมู่ฉือนางเอามือลูบท้องอย่างเศร้าใจพร้อมกับถอนหายใจออกมา “เฮ้อถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป สักวันข้าต้องอ้วนจนตัวแตกตายแน่”

                นางหยิบหน่อไม้อวบน้ำขึ้นมา ก่อนจะหยิบมีดสั้นออกมาจากในอกเสื้อจากนั้นซอยหน่อไม้เป็นชิ้นเล็กๆนางหันไปมองปลาที่ว่ายอยู่ในแอ่งน้ำร้อนด้วยความรู้สึกหวั่นไหว

                เจ้าปลาว่ายอย่างเบิกบานใจ นางเดินไปนั่งยองๆ ริมแอ่งน้ำร้อนจ้องปลาตัวหนึ่งที่กำลังว่ายอย่างสบายใจครั้นเจ้าปลาตัวนี้เห็นนางก็ว่ายเข้ามาหานางราวกับตั้งใจ

                นางคิดในใจว่า เจ้าปลาตัวนี้นี่ช่างโง่เสียจริง ไม่รู้จักหลบ นางจึงยื่นมือไปจับตัวมันไหนเลยจะรู้ว่ามันจะว่ายหลบไปได้ ทั้งยังใช้หางสะบัดน้ำใส่นางจนเปียกไปทั้งตัว

                นางโมโหยิ่งนัก เหตุใดเจ้าปลาตัวนี้ถึงได้เจ้าเล่ห์นักนะ นางจ้องมันอย่างฉุนเฉียว

                เฉินเกอเห็นท่าทางโมโหของหนิงมู่ฉืออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาจนเห็นฟันขาวสะอาดได้อย่างชัดเจน

                จ้าวซีเหอเหลือบมองเฉินเกอผาดหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างหนิงมู่ฉือใช้แววตาดอกท้อมองไปที่นางอย่างเบื่อหน่าย จากนั้นเอ่ยเสียงดังว่า“เจ้านี่โง่จริง มานั่งจ้องสิ่งใดอยู่ตรงนี้ไม่เจอกันนานเจ้าก็ยังโง่เหมือนเดิมเลย ไหนบอกมาสิว่าตัวไหน เดี๋ยวข้าจับให้”

                จ้าวซีเหอเอ่ยเสียงดังจนหนิงมู่ฉือสะดุ้งตกใจนางมองจ้าวซีเหออย่างไม่ชอบใจผาดหนึ่ง ก่อนจะใช้มือลูบหน้าอกตัวเองอย่างปลอบโยนจากนั้นชี้ไปที่ปลาตัวที่นางจะจับเมื่อสักครู่ “เห็นหรือไม่เจ้าคะคือปลาที่ว่ายอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ”

                จ้าวซีเหอมองไปทางที่มือหนิงมู่ฉือชี้ไป ก่อนที่สีหน้าจะดูไม่ดีนักไม่อยากจะบอกเลยว่า ปลาตัวที่หนิงมู่ฉือคิดจะจับคือปลาตัวเดียวกับที่เขาจับไม่ได้แล้วทีนี้จะทำเช่นไรดีเล่า

                “แหะๆพวกเราเปลี่ยนตัวดีกว่า ปลาตัวนั้นตัวยาวดี น่าดูกว่าตัวนี้เป็นไหนๆ” จ้าวซีเหอเอามือลูบท้ายทอยด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

                หนิงมู่ฉือได้ยินก็ส่ายหน้า จ้องปลาตัวนั้นไม่ละสายตา “ไม่ได้ ข้าอยากได้ปลาตัวนี้ท่านไม่รู้สึกหรือว่าปลาตัวนี้มีแรงเยอะกว่าปลาตัวอื่นรสชาติของมันต้องอร่อยเป็นแน่ ในเมื่อท่านไม่ช่วย ข้าเรียกให้จอมยุทธ์น้อยเฉินให้มาช่วยก็ได้”

                หนิงมู่ฉือกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นต่อ

                “ก็ได้ตัวนี้ก็ตัวนี้” จ้าวซีเหอถอนหายใจอย่างจนปัญญาก่อนจะหักกิ่งไม้ออกมากิ่งหนึ่ง แล้วเหลาให้ปลายมันแหลม

                ครั้นเฉินเกอได้ยินคำขอความความช่วยเหลือจากหนิงมู่ฉือก็เดินลงไปในแอ่งน้ำร้อนจ้าวซีเหอมองเฉินเกอที่เดินลงไปในแอ่งน้ำร้อนอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าลงไปในแอ่งน้ำร้อนเพื่อเหตุใด”

                “ก็เพราะข้าได้ยินฉือเอ๋อร์ขอให้ข้าช่วยอย่างไรเล่าข้าจะจับปลาตัวนี้ให้นางเพื่อให้นางอารมณ์ดี ปลาตัวนี้ก่อนหน้านี้คือปลาตัวเดียวกับที่ท่านอยากจับแต่จับไม่ได้ไม่ใช่หรือ”น้ำเสียงของเฉินเกอเต็มไปด้วยแววดูถูกถากถาง

                “เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าข้าจับปลาตัวนี้ไม่ได้เจ้าอยากจะแข่งกับข้าหรือ” เอ่ยจบจ้าวซีเหอดำลงไปในน้ำเพื่อมองหาปลาตัวนั้น

                ขณะที่เจ้าปลาน้อยว่ายน้ำอย่างสบายอกสบายใจอยู่ในน้ำทันใดนั้นเองบางสิ่งบางอย่างซึ่งมีรูปร่างใหญ่โตก็พุ่งตรงเข้ามาหามันมันรีบสะบัดหางว่ายหนีจนเกิดเป็นฟองอากาศสีขาวบนผิวน้ำ

                หนิงมู่ฉือนิ่งอึ้งตั้งแต่เกิดมานางยังไม่เคยเจอปลาตัวใดที่จะว่ายน้ำได้เร็วเท่านี้มาก่อนเลย นางลุกขึ้นยืนมองเฉินเกอและจ้าวซีเหอที่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจับปลา นางเอามือปิดปากหัวเราะออกมา

                ไม่นานเจ้าปลาก็ว่ายหนีไปจนไม่เห็นแม้แต่เงา จ้าวซีเหอยืนนิ่งอยู่กับที่ใช้สายตาเพ่งมองหาเจ้าปลาตัวนั้น แต่ก็ไม่เจอ

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”จ้าวซีเหอตะโกนออกมา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคล

                เฉินเกอยืนนิ่งอยู่กับที่ จ้องลงไปในน้ำด้วยแววตาคมปลาบ ท่าทางดูใจเย็นยิ่งนักจ้าวซีเหอเห็นท่าทางเช่นนี้ของเฉินเกออดไม่ได้ที่จะนิ่งตาม

                ทุกคนทันเห็นแค่เฉินเกอใช้แขนยาวๆ ของตัวเองควักลงไปในดินตอนที่ชักมือออกมา มีปลาซึ่งกำลังดิ้นไปดิ้นมาติดมือมาด้วย

                เฉินเกอใช้สองมือจับเจ้าปลาตัวนั้นเอาไว้ครั้นหนิงมู่ฉือเห็นว่าจับปลาได้แล้ว นางกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจพร้อมกับตบไม้ตบมืออย่างยินดีระคนชอบใจ

                จ้าวซีเหอถอนหายใจออกมา เขามองในแววตาของหนิงมู่ฉือที่มองไปยังเฉินเกอมันเต็มไปด้วยความนับถือและเลื่อมใส เขายกยิ้มมุมปากอย่างขมขื่นก่อนจะเดินไปอีกด้านอย่างหงอยเหงาเขาเดินไปนั่งริมกองไฟเพื่อผิงไฟอย่างเงียบๆ อยู่คนเดียว

                หนิงมู่ฉือกับเฉินเกอมัวแต่ดีใจที่จับปลาได้จึงไม่ทันได้สนใจว่าท่าทีของจ้าวซีเหอดูแปลกไป

                เฉินเกอถือปลาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหนิงมู่ฉือก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ “ข้าจับปลาได้แล้วปลาตัวนี้ตัวอวบอ้วนอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ ด้วย ข้าต้องใช้มือจับให้แน่นจนจะหักอยู่แล้ว”

                “จอมยุทธ์น้อยเฉิน มือของท่านมีแรงเยอะเสียจริง ข้าจ้องปลาตัวนี้อยู่นานแต่จับอย่างไรก็จับไม่ได้เสียที” หนิงมู่ฉือเอ่ยพร้อมกับรับปลามาจากเฉินเกอ

                “เจ้าปลาน้อยลองใช้หางสะบัดน้ำใส่ข้าอีกคราดูสิ แรงเยอะเสียจริงนะเจ้า” หนิงมู่ฉือใช้มือตบบนตัวมันสองทีเป็นการลงโทษก่อนจะหยิบเชือกมามัดมันเอาไว้ แล้วเดินไปด้านข้าง

                เฉินเกอมองหนิงมู่ฉือที่กำลังจัดการกับเจ้าปลาน้อยเจ้าปลาราวกับฟังภาษาคนรู้เรื่อง สิ้นเสียงของหนิงมู่ฉือ มันสะบัดหางใส่ยกใหญ่

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405