บทที่ 7 บีบบังคับให้ฉันเกลียดคุณ
ณ ตอนนั้น ลู่ชือิจับข้อมือของเธอไว้ได้
ร่างของเยี่ยอันอันห้อยอยู่ตรงนั้น เบื้องล่างของเธอก็คือความว่างเปล่าจากตึกชั้นยี่สิบสาม
“เธอคิดจะตาย มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ” ลู่ชือิดึงเธอขึ้นมา เขาโอบเอวเธอไปและรีบอุ้มเธอกลับเข้ามาที่ระเบียง
“ลู่ชือิ นี่คุณไม่คิดจะปล่อยฉันไปขนาดนี้เลยเหรอ” เยี่ยอันอันหน้าซีดขาว “นี่คุณคิดจะบีบบังคับฉันไปถึงไหนขนาดจะตายคุณก็ยังไม่ปล่อยฉัน...นี่คุณจะเอายังไงกันแน่ จะบีบคับให้ฉันบ้า คุณถึงจะยอมเลิกใช่ไหม”
ลู่ชือิจับมือเธอไว้ เขาลากเธอเข้าไปในห้องและโยนเธอลงไปที่ข้างเตียง
เยี่ยอันอันขาอ่อนพับไป เธอไม่ได้ยืนดีๆ หลังจึงไปชนกับขอบเตียงล้มลงไปนั่งอยู่ที่พื้น
“ฉันจะให้เธอบ้า ให้เธอตายทั้งเป็” ลู่ชือิทำหน้าเคร่งขรึม ั์ตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่สามารถเดาได้“เธอเลิกคิดไปเลยนะว่าจะหนีพ้นด้วยวิธีแบบนี้ ทั้งชาตินี้เธอจะต้องชดใช้กรรมอยู่กับฉัน”
ทั้งชาตินี้...
นี่มันเป็การผูกมัดขนาดไหนกันนะ
เยี่ยอันอันมองพื้นอย่างหมดแรงและสิ้นหวัง“ลู่ชือิ นี่คุณกำลังบีบบังคับให้ฉันเกลียดคุณนะ...”
เกลียด คำๆ นี้ทำให้ลู่ชือิกำหมัดแน่นอีกครั้ง
“เกลียดฉัน เยี่ยอันอัน เธอมีสิทธิ์ด้วยเหรอ” เขาพูดประชดอย่างไม่ไยดี
“ต่อให้เธอเกลียดฉัน เธอคิดว่าฉันจะใส่ใจความรู้สึกของคนต่ำๆคนหนึ่งหรือไง”
ใช่ เขาไม่สนใจหรอกนะ ก็เหมือนตอนแรกที่เธอมอบความจริงใจให้เขานั่นแหละ
ในสายตาของเขา มันก็เป็แค่ขยะที่ไม่มีค่าอะไร
เยี่ยอันอันไม่พูดอะไรอีก เธอนั่งอยู่กับพื้นรู้สึกสิ้นหวังอย่างไร้เสียง
ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องนั้นแทน
ความพลุ่งพล่านในอกของลู่ชือิปะทุขึ้นมาอีกครั้งเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงเงียบใส่เขา
มันเหมือนกับ...เธอปิดใจตัวเองเอาไว้
“เยี่ยอันอัน! เธอไสหัวไปที่ห้องคนไข้ ไปดูแลแม่ฉันเดี๋ยวนี้!”เขาสั่งอย่างเ็า
เยี่ยอันอันไม่พูดอะไรอีก เธอลุกขึ้นยืนและเดินจากไปเหมือนเป็หุ่นเชิด
ไม่เอ่ยปาก ไม่ตอบโต้ เชื่อฟังแต่โดยดี แต่ลู่ชือิกลับรู้สึกว่าเยี่ยอันอันแบบนี้มันดูรกหูรกตากว่าตอนอื่นๆ เสียอีก
เขาอยากจะโมโห แต่ก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรจึงได้แต่เก็บไว้ในใจ สีหน้าเขาดูน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ
นับจากวันนั้น เยี่ยอันอันก็ไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียวเธอกลายเป็คนที่จมอยู่ในความเงียบไปเสียแล้ว
ไม่ว่าลู่ชือิจะใช้คำพูดรุนแรงขนาดไหนเรียกร้องสิ่งที่เกินควร เธอก็ตกลงแต่โดยดี ไม่พูดอะไรสักคำ เหมือนกับว่าเธอได้กลายเป็หุ่นเชิดไปจริงๆเสียแล้ว
ความไม่พูดไม่จาของเธอ ทำให้ลู่ชือิหงุดหงิดใจเป็อย่างมาก
ทุกวัน หน้าของเขาก็เหมือนกับมีคำเขียนเอาไว้ว่า“อย่ามาเข้าใกล้”แม้แต่เซิ่นมู่เสวี่ยเองก็พลอยโดนลูกหลงไปด้วยเธอถูกลู่ชือิทำหน้าเ็าใส่อยู่หลายครั้ง
เซิ่นมู่เสวี่ยเองก็อารมณ์ไม่ดี แน่นอนว่าเธอไม่มีทางปล่อยให้เยี่ยอันอันอยู่ดีเป็สุข
ความคิดที่อยากจะฆ่าเยี่ยอันอันให้ตายนั้นยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ตอนเช้าเยี่ยอันอันเปิดประตูเข้ามาในห้องพักฟื้นของคุณนายลู่เธอก็เห็นว่าเซิ่นมู่เสวี่ยนั้นมาถึงก่อนเธอแล้ว
เธออึ้งไปสักพัก ก่อนจะเข้ามาเก็บกวาดห้องโดยไม่พูดอะไรจากนั้นเธอก็พลิกตัวคุณนายลู่ เตรียมจะเช็ดตัวให้เธอ
“เยี่ยอันอัน ฉันเตรียมข้าวเช้ามาให้แกด้วยล่ะรีบมากินสิ”เซิ่นมู่เสวี่ยเปิดข้าวกล่องหนึ่งข้างในมีกับข้าวและโจ๊กอยู่
เยี่ยอันอันทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร เธอทำธุระในมือตัวเองต่อไป
“นางนี่! ฉันเรียกให้แกมากินข้าว แกไม่ได้ยินหรือไง!”เซิ่นมู่เสวี่ยหมดความอดทนจึงตะคอกใส่เธอ
แต่เยี่ยอันอันก็ยังคงไม่สนใจเธอ
“นี่แกไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตาใช่ไหม” เซิ่นมู่เสวี่ยกระชากผมเย่อันอัน พร้อมลากเธอไปที่โต๊ะกินข้าว“ฉันบอกให้แกกินข้าว!”
เยี่ยอันอันไม่อยากจะขัดขืน ไม่อยากจะตอบกลับ
ก่อนหน้านี้เธอเคยตอบโต้เซิ่นมู่เสวี่ยกลับไปบ้างแต่ทุกครั้งหลังจากที่เธอตอบโต้กลับไป ก็จะโดนลู่ชือ—
ิจัดการอย่างรุนแรง
ฉะนั้นตอนนี้เธอจึงแค่เงียบใส่ ไม่ได้ใช้กำลังอะไร
เซิ่นมู่เสวี่ยกดหัวเธอลงกับโจ๊ก “กินเดี๋ยวนี้เยี่ยอันอัน ได้ยินไหม ฉันบอกให้แกกินเดี๋ยวนี้”
เยี่ยอันอันรู้ดีว่าเธอใส่อะไรลงไปในโจ๊กแน่ๆถ้าเธอกินเข้าไปคงได้เกิดเื่ขึ้นแน่นอน
มือเธอจับโต๊ะเอาไว้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่ยอมเปิดปากเด็ดขาด
เซิ่นมู่เสวี่ยจับผมเธอ ดึงเธอมาจากนั้นก็เตะหลังเธออย่างแรงทำให้เยี่ยอันอันร้องออกมาด้วยความเ็ป ในตอนนั้นเอง เซิ่นมู่เสวี่ยก็ยกชามโจ๊กขึ้นมากรอกใส่ปากของเธอ
เมื่อโจ๊กเข้าปาก เยี่ยอันอันก็รู้ทันทีว่าเธอใส่อะไรไว้ข้างใน
มันคือเศษกระจกนั่นเอง