บทที่ 2 : หย่า
คุณหมอให้ยาบำรุงก่อนจะกลับ เื่ค่ารักษาบ้านเซี่ยไม่มีปัญหา เพราะฐานะของที่บ้านไม่ถือว่าย่ำแย่ ตัวคุณตากับคุณยายมีบุตรเพียงคนเดียวคือมารดาของซูฉี สองผู้เฒ่าไม่ได้ใช้เงินสิ้นเปลือง หามาได้ก็เก็บรวบรวมไว้ให้หลานสาวเพียงคนเดียว แม้ไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ลำบาก
เมื่อคุณหมอจากไปแล้ว ก็ถึงเวลาของครอบครัว คุณยายเซี่ยเดินมาจับมือหลานสาว “ฉีฉีจำยายไม่ได้จริงๆ หรือ?”
ซูฉีส่ายหน้า ดวงตาของเธอมีแต่ความรู้สึกผิด “คุณยาย ขอโทษ ฉันไม่ดีเอง” ซูฉีรวบรวมความกล้า พยายามพูดให้ดูไม่ต่างจากคนยุคนี้นัก และมันคงได้ผล เพราะคุณยายมองเธออย่างเอื้อเอ็นดู
“ไม่เป็ไร ความจำมันไปได้ก็กลับมาได้” คุณตาเซี่ยพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของภรรยา เขาหันไปยิ้มโล่งใจกับหลานเขย ทว่าสิ่งที่เขาเห็นคือโจวเว่ยมองหลานสาวเขาด้วยแววตาเดียดฉันท์
“อาโจว เป็อะไรหรือเปล่า?” คุณตาเอ่ยถาม เขารู้ว่าหลานสาวทำผิด แต่เธอรอดชีวิตกลับมาได้ ทั้งยังความจำเลอะเลือน พวกเขาสองตายายไม่คิดติดใจ ทว่านั่นคงไม่ใช่กับหลานเขย
“ผมจะหย่ากับซูฉี!” โจวเว่ยไม่อาจทนกักเก็บมันไว้ในใจได้อีกต่อไป “ผมต้องไปเรียนต่อ และคงไม่กลับมาที่นี่อีก ผมรู้ว่าคุณตากับคุณยายรักผม แต่ผมกับซูฉีเราเข้ากันไม่ได้จริงๆ ั้แ่วันแรกจนถึงตอนนี้ ผมไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน และผมก็คิดว่าเธอคงไม่มีความสุขเหมือนกัน”
คุณยายหันมามองหลานเขยอย่างไม่พอใจ อยากหย่าก็ควรพูดหลังจากนี้ไม่เหมาะสมกว่าหรือ? หลานสาวเธอพึ่งรอดตายมา สติยังฟั่นเฟือนอยู่เลย ถ้าหลานของเธอเสียใจจนเป็บ้าไปจริงๆ จะทำอย่างไร คุณยายเรียกหลานเขยด้วยเสียงดังสะท้านห้อง “โจวเว่ย!”
คุณตายกมือห้ามไว้ “ได้ ตอนนี้ฉีฉีของเราก็จำความไม่ได้แล้ว แยกกันก็ดี แต่เหลนในท้องต้องเป็ของบ้านเซี่ย!”
“คุณตา!” โจวเว่ยไม่ยอม “เด็กในท้องผมยินดีรับผิดชอบ หากให้อยู่กับซูฉี เธอจะแต่งงานใหม่ยากนะครับ”
คุณตาเซี่ยมองหลานเขยด้วยสายตาผิดหวังเป็ครั้งแรก “ใครว่าซูฉีจะแต่งงานใหม่ ต่อให้แต่งฉันก็จะเลี้ยงเหลนของตัวเอง นายไปเรียนอย่างสบายใจ หลานกับเหลนของฉันไม่ตามไปเป็ภาระแน่นอน!”
คุณตากับคุณยายพยายามประนีประนอมหลายครั้ง โดยขอให้โจวเว่ยพาซูฉีไปอยู่ปักกิ่งด้วย ทว่าโจวเว่ยค้านหัวชนฝา สองผู้เฒ่ารู้ดีว่าโจวเว่ยเคยเป็คุณชายมาก่อน หลานสาวของพวกเขาเป็เพียงดอกไม้ริมทางแสนเอาแต่ใจ วันนี้มาถึงทางตัน ไม่ว่าอย่างไรเหลนในท้องก็ต้องอยู่กับพวกเขา!
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ…” โจวเว่ยไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขาเห็นภรรยาไม่โวยวายเช่นทุกที เธอมองเขาด้วยสายตาสำรวจตรวจสอบ ไม่รู้คราวนี้จะใช้ลูกไม้อะไรอีก “ผมจะให้เงินซูฉีก้อนหนึ่ง เธอจะไม่ลำบาก และผมจะส่งมาให้เธออีกทุกเดือน”
“จะไปหาเงินมาจากไหนมากมาย ถ้าปักกิ่งหาเงินง่ายขนาดนั้น คงไม่วุ่นวายแบบนี้หรอก!” คุณยายเซี่ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหย่าก็พูดหลอกล่อสวยหรู พอหย่าแล้วก็ตัดหางหลานสาวเธอทิ้ง!
“แม้ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่น่าวางใจ แต่เมื่อเปิดมหาวิทยาลัยแล้วมันจะดีขึ้นตามลำดับ ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง” โจวเว่ยยังไม่วางใจเื่ลูก แต่หย่าแล้วค่อยว่ากัน อย่างไรเขาก็เป็พ่อ เด็กในท้องต้องแซ่โจว!
“เช่นนั้นก็ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมา” ให้หัวหน้าหมู่บ้านมาเป็พยานในหนังสือหย่า ก่อนจะขอให้เขานำเื่ไปยื่นกับทางอำเภอ การหย่าก็เป็อันเสร็จสิ้น
ซูฉีไม่เข้าใจเื่ที่พวกเขาคุยกัน “หย่า? คืออะไรหรือ? หมายถึงแยกทางใช่ไหม?”
คุณยายเซี่ยลูบหัวหลานสาว “ใช่จ้ะ แต่ฉีฉีอย่าเสียใจ หลานยังมีตา มียาย แล้วก็มีเ้าตัวเล็กในท้อง เราอยู่กันสี่คนได้สบายมาก!”
ซูฉีไม่ร้องไห้โวยวาย เธอพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ทำเอาโจวเว่ยไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขาเดินออกไปตามหัวหน้าหมู่บ้าน
หัวหน้าหมู่บ้านยังมาไม่ถึงบ้านตระกูลเซี่ย ข่าวเื่ซูฉีถูกหย่าขาดก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน
เมื่อพยานทุกคนมากันครบ หัวหน้าหมู่บ้านนำหนังสือหย่าออกมาให้ทั้งสองลงลายมือชื่อ ทว่าซูฉีไม่รู้หนังสือ เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่หันไปบอกกับคุณยายว่า “ฉันเขียนไม่เป็แล้ว”
เธออยู่ฝ่ายห้องเครื่อง น้อยคนนักจะรู้หนังสือ หากเป็เื่ทำอาหารนั้นเธอมั่นใจว่าไม่น้อยหน้าใคร แต่เื่นี้สุดความสามารถจริงๆ
คุณยายเซี่ยเพิ่งนึกได้ หลานสาวความจำเสื่อม “หัวหน้าหมู่บ้าน ฉีฉีของฉันหัวกระทบกระเทือนนิดหน่อย เขียนชื่อตัวเองไม่ได้แล้ว มีวิธีอื่นอีกไหม?”
โจวเว่ยกำหมัดแน่น หล่อนช่างกล้าดีจริงๆ! คนอะไรจะแขวนคอแล้วความจำเสื่อม นี่คงเป็แผนการที่วางมาอย่างดี เขาจะปล่อยให้ลูกอยู่กับมารดาที่เ้าเล่ห์แบบนี้ได้อย่างไร!? ชายหนุ่มหยิบใบที่จดทะเบียนสมรสมาวางตรงหน้าซูฉี จากนั้นหยิบปากกาใส่มือเธอ แล้วชี้ที่ชื่อของเธอบนใบทะเบียนสมรส “คุณเขียนตามนี้”
ซูฉีจับปากกาไม่ถนัดนัก เธอเขียนตามสิ่งที่เขาชี้อย่างเก้ๆ กังๆ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เขียนอักษร แม้จะทุลักทุเลไปบ้าง แต่โจวเว่ยก็บรรลุวัตถุประสงค์ของตนเอง เขาถอนหายใจโล่งอก หัวคิ้วที่เคยขมวดเป็ปมคลายออก
ในที่สุดเขาก็หลุดพ้น การไปปักกิ่งครั้งนี้ต้องยาวนานมาก เขาต้องทั้งเรียนทั้งทำงาน คงไม่ว่างกลับมาเซินเจิ้นบ่อยนัก ลูกในท้องอาจจะจำหน้าพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำ แม้จะเสียใจ แต่ชีวิตคนเรามันต้องเลือก และเขาขอเลือกอนาคต เพราะครอบครัวนี้เขาถูกจัดฉากจับแต่งงาน เขาไม่ได้้าแต่แรก
ซูฉีนั่งมองสามีเก็บของ เธอไม่ได้ปริปากพูดอะไร จู่ๆ เขาก็หันกลับมา แล้วยื่นกล่องไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ให้เธอ
“เงินที่ผมเอาติดตัวมาจากบ้านเกิดอยู่ในนี้ทั้งหมด ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเป็ม่าย” ชายหนุ่มเห็นภรรยาไม่ยอมรับไปสักที เขาจึงวางมันไว้ที่หัวเตียง สัมภาระของเขามีเพียงกระเป๋าใบเดียว หลังจากเก็บมันเสร็จ ชายหนุ่มก็บอกลาทุกคนเพื่อไปอยู่กับยุวปัญญาชนคนอื่นๆ “ขอบคุณสำหรับสี่เดือน หลังจากนี้มีงานอะไรก็เรียกใช้ผมได้ตลอด ซูฉี คุณอยากกินอะไรก็บอกผม”
ซูฉีพยักหน้าเบาๆ เขาอยากไปก็ไปเถอะ เธออยู่ได้ เพราะอย่างไรก็เป็คนแปลกหน้าสำหรับเธออยู่แล้ว ดีกว่าต้องนอนร่วมเตียงกันเป็ไหนๆ
ตอนนี้ทุกคนมานั่งรวมกันอยู่ที่ห้องรับแขก คุณตากับคุณยายสุดท้ายก็ทำใจเกลียดโจวเว่ยไม่ลง ทั้งสองนำปลาตากแห้งซึ่งเป็เสบียงหน้าหนาวออกมาใส่ถุงผ้ายัดใส่มือโจวเว่ย คุณยายเซี่ยยังไม่วายเอ่ยด้วยความเป็ห่วง “เก็บไว้กิน กว่ามหาลัยจะเปิดก็ยังอีกนาน อย่าให้เพื่อนเห็นล่ะ เดี๋ยวจะกินไม่อิ่ม”
โจวเว่ยต้องเงยหน้า เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา คุณตากับคุณยายดีกับเขามากจริงๆ ั้แ่จากกับครอบครัวเมื่อสิบปีก่อน เขาก็ไม่เคยได้ััความอบอุ่นเช่นนี้อีกเลย “คุณตาคุณยายเก็บไว้ทำให้ซูฉีกินเถอะครับ ถึงแม้บ้านพักยุวปัญญาชนจะไม่ค่อยมีของดีๆ กิน แต่ผมทนได้ครับ”
ชายหนุ่มนำปลานั้นยัดใส่มือคุณยายเซี่ย เขาจะเอาเสบียงของบ้านที่มีแต่คนแก่กับผู้หญิงท้องไปได้อย่างไร แค่นี้เขาก็รู้สึกผิดในใจมากพอแล้ว
คุณยายกำมือแน่น ไม่ยอมท่าเดียว “ให้แล้วก็รับไป ถือว่าจ่ายค่าแรงที่สี่เดือนมานี้ช่วยงานพวกเรา” คุณยายเซี่ยผลักของกลับไปก่อนจะรีบเดินมาจูงมือหลานสาวเข้าครัว เธอไม่อยากให้ฉีฉีมองภาพสามีเดินหันหลังจากไป
ซูฉีเดินผ่านหน้าอดีตสามีไปอย่างเ็า โจวเว่ยยังคิดว่าภรรยาแสดงได้เก่ง เก็บอาการได้ดีเยี่ยม ไม่รู้นี่คือตัวตนที่แท้จริง หรือสี่เดือนที่ผ่านมาคือตัวตนที่แท้จริงของเธอกันแน่
โจวเว่ยหันไปบอกลาคุณตา “ผมจะไปตรวจเรือให้คุณตาก่อน แล้วค่อยกลับไปบ้านพักครับ”
คุณตาเซี่ยผ่านโลกมามาก ใบหน้าของเขายังคงเดิม เขาพยักหน้าเบาๆ “โชคดีนะอาโจว หากหิวไม่มีของกินก็มาหาตากับยายได้เสมอ”
“ครับ” โจวเว่ยเช็ดน้ำตา ก่อนจะสะพายกระเป๋าขึ้นหลังเดินออกมาจากบ้านหลังน้อยที่ตนอยู่มาสี่เดือน
บ้านอิฐหลังเล็กที่เขากับคุณตาช่วยกันซ่อมจนมันกลับมาแข็งแรงเหมือนใหม่ พวกเขาต้องทำมันตอนค่ำที่แสงสว่างหมดแล้ว เพราะตอนกลางวันต้องทำงานเก็บแต้มค่าแรง ทั้งสองคนช่วยกันจนซ่อมแซมบ้านทั้งหลังเสร็จ หวังว่ามันจะแข็งแรง ทนทั้งลมทั้งพายุฝนและพายุหิมะ ขอให้มันปกป้องทุกคนในบ้านไม่ให้หนาวเหน็บ โจวเว่ยมองบ้านหลังน้อยจนพอใจ เขาเห็นอีกาตัวหนึ่งมองเขาจากบนหลังคาบ้าน ชายหนุ่มไม่ได้ให้ความสนใจ ก่อนจะก้าวเดินต่อ มุ่งหน้าไปยังบ้านของเหล่ายุวปัญญาชน
เขาสวนกับชวนเหอพอดี อีกฝ่ายพอเห็นเขาก็ลากเข้าไปคุยกันในพุ่มไม้ ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ
“คุณชาย! คุณชายขอหย่ากับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ!” ชวนเหอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ คุณชายคิดจะตัดก็ตัด คนที่นอนข้างกายกันมาสี่เดือน! หากนับเป็วันก็เป็ร้อยวัน!
“จริง ฉันกับหล่อนไม่ได้รักกัน และเข้ากันไม่ได้อย่างรุนแรง!” โจวเว่ยคิดถึงสี่เดือนที่ผ่านมาแล้วขนยังลุกเกรียวอยู่เลย ตอนเขียนใบหย่า เขารู้สึกเหมือนยกหินหนักๆ ออกจากอก
ชวนเหอแอบมองบนแล้วพูดเบาๆ “เข้ากันไม่ได้อะไร? ท้องโตเสียขนาดนั้น!”
โจวเว่ยถีบคนสนิทเต็มแรงจนอีกฝ่ายกลิ้งไปสองตลบ “ฉันพลาดแค่ครั้งเดียว!”
ชายหนุ่มยอมรับผิดเื่ที่ตนเองทำในครั้งนั้น หลักฐานก็กำลังเติบโตอยู่ในท้องของหล่อนนั่นไง ไม่คิดว่าครั้งแรกและครั้งเดียวของเขาจะได้ลูกมาหนึ่งคน! คงต้องโทษตัวเองที่แพร่พันธุ์ง่ายเสียเหลือเกิน!