บทที่ 26 ถงโจวโจวมาเยือน
อีกฝ่ายใจนหมดสติ ไม่ได้ดูเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างวันที่ลงมือฆ่าเธอ
ถ้ารู้ว่าจะทำให้ใกลัวขนาดนี้คงไม่เอาเครื่องรางออกมาสวมั้แ่แรกที่เข้ามาแบบนี้
แต่เมื่อเอาเครื่องรางมาใช้แล้วก็ไม่ควรจะปล่อยให้ร่างที่ปรากฏขึ้นมาเสียเปล่า
“ยังไม่ทันทำอะไรก็เป็ลมซะแล้ว ขวัญอ่อนชะมัด”
หลังจากนั้นเธอจึงตัดสินใจเข้าไปในร่างของหลี่ชิงจู๋ ไม่สิ ต้องเรียกว่าเป็การเข้าฝันมากกว่า
“หลี่ชิงจู๋ ออกมาคุยกันดี ๆ เถอะ”
ในความฝัน รอยยิ้มของถงโจวโจวช่างน่าสยดสยอง แม้ว่าจะไหม้เกรียมจนยากเกินกว่าจะระบุได้ว่าเป็ใคร แต่ไม่มีทางที่หลี่ชิงจู๋จะไม่รู้ว่านี่คือถงโจวโจว
“ถะ… ถงโจวโจว เธอตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ? จะกลับมาหาฉันอีกทำไม อยู่โลกโน้นไม่มีเงินใช้รึไง ฉะ… ฉันจะได้เผาไปให้ อยากได้อะไรก็บอกมาฉันเผาไปให้ทุกอย่าง แต่ได้โปรดอย่ามาหาฉันอีกเลย ฉันรู้ว่าตอนนั้นเราทำให้เธอเสียใจ แต่เื่มันก็นานมาแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ?”
หลี่ชิงจู๋คุกเข่าลงที่พื้นด้วยความหวาดกลัว ตัวสั่นราวกับเ้าเข้า ไม่กล้าขยับตัวหนีไปไหนแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองก็ตาม
หน้าผากของเธอมีเืออก
“หลี่ชิงจู๋ เธอรู้บ้างไหมว่าการถูกไฟเผาทั้งเป็มันรู้สึกยังไง มันเจ็บมาก ทรมานแสนสาหัส ร่างกายของฉันกำลังลุกไหม้ มีน้ำเหลืองไหลออกมา ตาของฉันก็ถูกเผาจนเกรียม เธอยังมีหน้ามาขอให้ฉันอภัยแล้วปล่อยเธอไปงั้นเหรอ?”
“ฉันสำนึกผิดแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันเสียใจที่ทำกับเธอแบบนั้น ชาติหน้า… ชาติหน้าจะให้ฉันเป็วัวเป็ม้าให้เธอก็ได้ ได้ไหมถงโจวโจว เราเป็เพื่อนสนิทกัน ขอร้องนะ ปล่อยฉันไปเถอะ ขอครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ!”
ทันทีที่หลี่ชิงจู๋พูดแบบนั้น รังสีแห่งความอาฆาตก็แผ่ออกมาจากร่างของถงโจวโจวจนเริ่มคละคลุ้งไปทั่วอย่างหนาแน่น
เสียงของเธอแหลมสูงดังขึ้นอย่างชั่วร้ายราวกับเป็ปีศาจที่คลานขึ้นมาจากนรก
ในตอนนี้ถงโจวโจวได้กลายเป็ผีร้ายอย่างเต็มตัว
ร่างน่าสยดสยองขยับเข้าใกล้หลี่ชิงจู๋ที่เป็เพื่อนสนิท โน้มลงมากระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตน่าขนลุกขนพอง
“กล้าพูดว่าเราเป็เพื่อนสนิทกันงั้นเหรอ? หลี่ชิงจู๋ ตอนที่แกฆ่าฉัน แกคิดถึงความเป็เพื่อนบ้างไหม ฉันทำอะไรให้นักหนาถึงได้กล้าทำกับฉันถึงขนาดนี้!”
หลี่ชิงจู๋หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เธอหลับตาแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างรุนแรง “ไม่! อย่า! อย่าทำอะไรฉันเลย!”
เธอััได้ถึงความเย็นเยือกที่แผ่ไปทั่วและกลิ่นอายของความตายที่คืบคลานเข้ามาหาตัวทำเอาหวาดกลัวจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน “อย่าโกรธฉันเลยนะ ตัวการคือไป๋หลี ยัยนั่นอิจฉาเธอ เพราะเธอเก่งกว่าทุกอย่าง ก็เลย้าวางแผนกำจัดคู่แข่ง ไปตามยัยนั่นเถอะ ยัยนั่นต่างหากคือผู้ร้ายตัวจริง!”
“เฮอะ! นี่แกคิดว่าฉันโง่มากงั้นเหรอ? หลี่ชิงจู๋ ดูเหมือนแกจะไม่เข้าใจอะไรเอาซะเลย!”
เสียงของถงโจวโจวเปลี่ยนเป็เศร้าใจ “ฉันเข้ามาอยู่กับแกในร่างนี้แล้ว ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร แรงอาฆาตของฉันจะทำให้แกกลายเป็คนเสียสติมากเท่านั้น ฮ่า ๆ ๆ ๆ เมื่อเทียบกับการถูกไฟคลอกตาย การเป็บ้าตายน่าจะถือว่ายังดีกว่าด้วยซ้ำ แกไม่คิดงั้นเหรอ?”
“ไม่นะ ได้โปรดโจวโจว ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันไม่อยากเป็บ้า ไม่นะ...”
หลี่ชิงจู๋พยายามจะหลบเลี่ยง แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบกับหน้าของถงโจวโจวในระยะใกล้ เธอดูไม่มีเค้าความเป็มนุษย์เหลืออยู่เลย ทำเอาม่านตาขยายกว้างใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
ผ่านไปครู่หนึ่ง
ความใสุดขีดทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เหงื่อไหลเปียกโชกไปทั่วทั้งใบหน้า และยังมีของเหลวสีเหลืองกลิ่นเหม็นที่ด้านล่าง
หลี่ชิงจู๋ไม่ใช่สาวน้อยอ่อนโยนและใจกว้างอย่างเมื่อก่อนอีกต่อไป เธออับอายและหวาดกลัว คลานไปตามพื้นด้วยมือและเท้าไปที่มุมหนึ่ง หอบหายใจแรงและมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
เมื่อไม่เห็นเงาของิญญาร้ายอยู่อีกก็รู้สึกว่าแค่ฝันไปจึงถอนหายใจออกมา แต่หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ และมีความเย็นมากัดกินไปทั่วร่างอีกครั้ง
“มองหาฉันเหรอ?”
“กรี๊ดดดดดดดด อย่าเข้ามา อย่าเข้ามานะ!”
หลี่ชิงจู๋หวาดกลัวจนเสียสติ กรีดร้องอย่างสิ้นหวัง โบกมือไปมาราวกับเป็ทางเดียวที่พอจะคิดได้ในการไล่ถงโจวโจวออกไป
ผีสาวไม่อยากจะเอาชีวิตเธอไปเร็วขนาดนั้น เพราะอาจารย์วางแผนบางอย่างเอาไว้ เธอจึงไม่จำเป็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แค่มาหลอกให้กลัวเท่านั้น
“หลี่ชิงจู๋ อย่าลืมเข้าไปในไลฟ์ตอนแปดโมงเช้าพรุ่งนี้ ไม่งั้นฉันจะกลับมาหาแกอีก แล้วฉีกแกออกเป็ชิ้น ๆ”
เสียงของถงโจวโจวค่อย ๆ จางหายไป ส่วนหลี่ชิงจู๋ก็นอนอยู่ที่พื้นอย่างหมดแรงไม่ต่างอะไรจากซากสุนัขที่ตายแล้ว
เมื่อประตูถูกเปิดออก หลี่ชิงจู๋ก็คิดว่าเป็ถงโจวโจวที่กลับมาอีกครั้ง เธอจึงเบิกตากว้างและกลัวแทบสิ้นสติ
“คุณหลี่ คุณหลี่ครับ”
หมอนวดใมากและรีบหันไปะโเรียกคนข้างนอก “ใครก็ได้เข้ามาเร็วเข้า คุณหลี่เป็ลมไปแล้ว!”
ถงโจวโจวออกจากจุดที่หลี่ชิงจู๋อยู่เพื่อตรงไปหาไป๋หลีทันทีโดยไม่หยุดพัก
ไป๋หลีเป็คนที่มีฐานะ ครอบครัวร่ำรวยที่สุดในบรรดาเพื่อนทุกคน ครอบครัวของเธอเป็เ้าของโรงงานอุตสาหกรรม พ่อเธอมีหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์และยังมีแม่เป็ผู้บริหารของบริษัทข้ามชาติ สถานะของหล่อนไม่ได้ด้อยไปกว่าสามีเลย
เธอยังมีพี่ชายที่คอยตามใจน้องสาวมาก ั้แ่เด็กจนโต ไม่ว่าไป๋หลีจะทำอะไรผิดมาเขาจะเป็คนคอยตามเก็บกวาดให้ด้วยตัวเอง
รวมถึงรายงานการชันสูตรพลิกศพของถงโจวโจวเมื่อสิบปีก่อน ที่วินิจฉัยว่าถูกวางเพลิงเขาก็เป็คนเข้าไปแทรกแซงด้วย
สามารถพูดได้เลยว่าคดีที่เกิดขึ้น มีไป๋หลีเป็คนจัดการเื่ต่าง ๆ อย่างแท้จริง
ไป๋หลีก็ได้รับโทรศัพท์จากหลินชิวซินเช่นกัน เธอไม่ได้ว่ามันเป็เื่ไร้สาระเหมือนอย่างที่หลี่ชิงจู๋พูด ในทางกลับกัน หลังจากที่เห็นโพสต์ในเว่ยป๋อของฉินเหยียนจิน เธอจึงเล่าเื่ทั้งหมดให้ไป๋ซวี่พี่ชายของตนเองฟัง
“พี่คะ ช่วยหนูสืบหาประวัติคนหนึ่งหน่อย หนูอยากได้ข้อมูลทั้งหมดของผู้หญิงคนนี้”
“ใครทำให้นายหญิงของบ้านเราร้อนรนขนาดนี้ได้เนี่ย?”
“นักพรตหญิง ชื่อฉินเหยียนจิน เธอโพสต์ในเว่ยป๋อว่าจะล้างแค้นให้ถงโจวโจวที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน”
“น้องไม่ต้องใไป คนพวกนี้คงเป็นักต้มตุ๋น ก็แค่พวกคนในเน็ตที่หวังจะดังจากเื่นี้ พี่จัดการเื่นี้เอง ไม่ต้องกลัวไปนะ”
หลังจากวางสายพี่ชาย ไป๋หลีก็เริ่มคิดว่าเื่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะเื่มีคนมาคอมเมนต์เกี่ยวกับเื่นี้ถึงห้าแสนโพสต์ในเว่ยป๋อของฉินเหยียนจิน
การที่มีคนสนใจเยอะขนาดนี้ก็เห็นชัดแล้วว่ามันไม่ใช่แค่การก่อกวนธรรมดา ๆ ทั่วไป จำเป็ต้องระวังให้มากขึ้น
ระหว่างที่กำลังพยายามตั้งสมาธิเพื่อคิดเื่ต่าง ๆ จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นจากใต้เตียงของไป๋หลี เธอสะดุ้งตัวโยน คิดว่ามีใครแอบซ่อนอยู่ในนั้น จึงรีบเอามือยกผ้าห่มออกดู กลับมองเห็นเบ้าตาที่ว่างเปล่าของถงโจวโจวอยู่ในนั้น
ผีสาวแสยะยิ้มน่าขนลุกพลางหมุนหัวสามร้อยหกสิบองศา
ไป๋หลีเหลือกตาขึ้นจนเป็ลมหมดสติไปโดยไม่แม้แต่จะมีเวลาได้กรีดร้อง
รอยยิ้มของถงโจวโจวจางหายไป “ให้ตาย แม้แต่หลี่ชิงจู๋ก็ยังทนอยู่ได้สักนาทีหนึ่ง ยัยนี่ยิ่งแล้วเข้าไปใหญ่”
เธอเข้าไปในความฝันของไป๋หลีได้อย่างง่ายดาย
เมื่อไป๋หลีเห็นอดีตเพื่อนในสภาพดูไม่ได้ ใบหน้าของเธอก็สะท้อนความหวาดกลัวออกมา ร่างกายสั่นอย่างรุนแรง แล้วเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ถงโจวโจวงั้นเหรอ?”
“ไป๋หลี แกทำฉันไว้แสบมาก ฉันอยู่คนเดียวเหงาสุด ๆ มาอยู่ด้วยกันเถอะ”
เมื่อเห็นว่าถงโจวโจวกวักมือเรียก ไป๋หลีก็แทบจะสิ้นสติ หัวใจเต้นแรงแทบทะลุออกมา ขนหัวลุกไปหมด
เธออยากจะวิ่งหนีไป แต่ขาทั้งสองข้างกลับไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อย
จ๊อก จ๊อก…
น้ำอุ่น ๆ ไหลลงไปตามต้นขา
ถงโจวโจวเหยียดยิ้มโชว์ฟันขาวแล้วหัวเราะออกมาอย่างน่าสยดสยอง เสียงนั้นดังก้องไปทั่ว มองไปทางน้ำสีเหลืองที่นองอยู่บริเวณปลายเท้าด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ไป๋หลี ฉันได้ยินจากหลี่ชิงจู๋ว่าแกฆ่าฉันเพราะความอิจฉางั้นสินะ”
ไป๋หลีไม่กล้ามองถงโจวโจว ดังนั้นจึงรีบหลับตาแน่นและพูดตะกุกตะกักออกมาด้วยริมฝีปากสั่นเทาอย่างแรง
“ไม่ ไม่ ไม่ใช่… คือว่า…”
“งั้นไหนลองบอกมาซิ แกฆ่าฉันทำไม?”
ถงโจวโจวเข้ามาประชิดอย่างฉับพลัน เอาหน้ามาแนบพร้อมกับปล่อยรังสีอาฆาตออกมาจนทำให้ไป๋หลีแทบจะหายใจไม่ออก เมื่อเธอไม่ยอมตอบอะไรสักที ถงโจวโจวจึงจ้องตาและกรีดร้องเสียงแหลมเร่งเร้า “พูดสิ!”