“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 44 หน้ากากที่หลุดลอกกับคำตอบที่ชัดเจน

    “หรือหนูอยากให้พี่ประกาศให้ทั้งคณะรู้เลยดีกว่าไหมครับ... ว่าพี่คบกับแพรแล้วจริงๆ ”


    "เราคบกันมีอะไรกันหลายรอบแล้ว ไม่คบก็ไม่ใช่แล้วมั้ง 55555"

    แพรพูดแล้วยิ้มขำเล็กน้อย


    พี่กรนิ่งครู่หนึ่ง พอได้ยินประโยคที่แพรพูดออกมาแบบไม่ตั้งตัว (เสียงเขิน ๆ ผสมขำ ๆ) 

    เขาหัวเราะในลำคอต่ำ ๆ เสียงทุ้ม ๆ 


    “55555...”  

    พี่กรก้มลงต่ำ จมูกเกือบแตะจมูกแพร หายใจร้อน ๆ พ่นเบา ๆ ใส่ริมฝีปากแพร 


    “ใช่ครับ... เรามีอะไรกันหลายรอบแล้วจริง ๆ ถ้ายังไม่คบกัน มันก็ไม่ใช่แล้วมั้ง 

    ตามที่หนูว่าเลย” 

    เขาพูดแล้วมองตาแพร เหมือนเสือที่พร้อมขย้ำและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน


    พี่กรยกมือขึ้น จับหน้าแพรเบา ๆ แต่แน่นพอให้แพรสบตาพี่กรเต็ม ๆ  


    ดวงตาพี่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ขบขันอีกต่อไป แต่จริงจังและอบอุ่นมากขึ้น


    “งั้น..พี่ขอเป็นทางการเลยนะครับ"  

    เสียงต่ำลงแต่ชัดเจนจนแพรรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของคำพูด  


    “พี่ขอเป็นแฟนแพรจริง ๆ คนเดียวของแพรนะครับ  

    ไม่ใช่แค่มีอะไรกัน ไม่ใช่แค่ดูแลกันตอนมีปัญหา แต่พี่อยากเป็นคนที่แพรตื่นมาเจอทุกเช้า อยากเป็นคนที่แพรคิดถึงก่อนนอนทุกคืน อยากเป็นคนที่แพรบอกทุกเรื่อง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย  

    พี่สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่พี่ทำได้... แล้วแพรจะให้โอกาสพี่ไหมครับ”


    พี่กรหยุดชั่วครู่ แล้วยิ้มมุมปาก (ยิ้มที่ทั้งอ่อนโยนและแอบหยอก)  


    “หรือถ้าแพรยังอยากให้พี่ขออีกสักรอบ พี่ก็ยอมขอใหม่ได้นะครับ... แต่คราวนี้พี่จะคุกเข่าลงเลยก็ได้”


    พี่กรก้มลงต่ำลง จูบที่มุมปากแพรเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหู  

    “ตอบพี่หน่อยสิครับ... แพรจะคบกับพี่จริง ๆ แล้วใช่ไหม  

    พี่อยากได้ยินจากปากแพรอีกครั้งตรงนี้เลย”


    ห้อง อ.กร เงียบสงบ ประตูล็อกแน่นหนา  

    แพรยืนอยู่ตรงหน้าพี่กร หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอกอีกครั้ง  


    แพรโน้มตัวเข้าไปกอดพี่กรแน่นทั้งสองแขน โอบรอบเอวพี่กรจนหน้าซุกที่อกกำยำ  

    กลิ่นสบู่จาง ๆ ผสมกลิ่นตัวพี่กรทำให้แพรรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาทันที  

    แพรเงยหน้าขึ้นมองพี่กร ตาเปียกชื้นนิด ๆ แต่ยิ้มเขิน ๆ แล้วกระซิบเสียงสั่นเบา ๆ


    “เราเป็นแฟนกันแล้วนะคะพี่กร... หนูอยากเป็นแฟนพี่จริง ๆ ค่ะ”


    พี่กรชะงักไปวินาทีหนึ่ง ดวงตาที่มองแพรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้างจนเห็นรอยยิ้มเต็มหน้า 


    พี่กรยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบตัวแพรแน่นตอบ ก้มลงจูบหน้าผากแพรแรง ๆ แล้วกระซิบข้างหูเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความดีใจ


    “พี่รอคำนี้มานานมากเลยครับ แพร... ขอบคุณที่เลือกพี่นะครับ  

    พี่สัญญาเลยว่าจะเป็นแฟนที่ดีที่สุดให้แพร จะดูแลแพรทุกวัน จะไม่ให้แพรต้องกลัวหรือเสียใจอีก  

    พี่รักแพรมากจริง ๆ นะครับ”


    พี่กรก้มลงจูบปากแพรเบา ๆ แต่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ ลิ้นแตะกันแผ่ว ๆ ก่อนจะถอนออก แล้วกอดแพรแน่นขึ้นอีกครั้ง จนแพรรู้สึกมีส่วนที่แข็งโดนตรงท้องน้อยของแพร

    ทั้งคู่ยืนกอดกันอยู่อย่างนั้นในห้องทำงานของพี่กร ประตูล็อกแน่นหนา โลกภายนอกเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ


    แต่ไม่ทันไร...


    **ต็อก ต็อก ต็อก!**


    เสียงเคาะประตูดัง!  

    ตามด้วยเสียงผู้ชายที่คุ้นเคย แพรได้ยินแล้วทำให้แพรตกใจทันที


    “อาจารย์ธนากรครับ... ผมเอกเองครับ เปิดประตูหน่อยได้ไหม พอดีมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับเอกสารงบประมาณ ผมเห็นแพรเดินเข้ามาในห้องอาจารย์พอดีเลยครับ”


    เสียงพี่เอกดังจากนอกประตู สุภาพแต่แฝงความกดดันเบา ๆ  

    แพรตัวแข็งทื่อในอ้อมกอดพี่กร หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง  

    พี่กรก็รู้สึกได้ถึงร่างแพรที่สั่นนิด ๆ พี่กรเลยกระชับกอดแน่นขึ้น แล้วหันไปมองประตูด้วยสายตาเย็นชา

    พี่กรกระซิบข้างหูแพรเบา ๆ  

    “ไม่ต้องกลัวนะครับ แพร... พี่จัดการเอง”


    พี่กรค่อย ๆ ปล่อยแพรออกจากอ้อมกอด แล้วเดินไปใกล้ประตู  

    พี่กรหันมามองแพรอีกครั้ง แล้วพูดเสียงต่ำแต่ชัดเจน  

    “แพรยืนข้างหลังพี่นะครับ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พี่จะจัดการให้”


    พี่กรหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเปิดประตูออกแค่พอให้เห็นหน้า (แต่บังตัวแพรไว้ข้างหลังเต็ม ๆ)  


    พี่เอกยืนอยู่หน้าประตู หน้าตายิ้ม ๆ แต่ตาแฝงความไม่พอใจชัดเจนเมื่อเห็นพี่กรยืนกั้นประตู


    “อาจารย์ธนากรครับ... แพรอยู่ข้างในใช่ไหมครับ ผมมีเรื่องเอกสารต้องคุยด่วนเลยครับ”


    พี่กรยืนนิ่ง มองพี่เอกตรง ๆ ไม่ยิ้มเลยสักนิด  

    เสียงพี่กรต่ำ เย็น และหนักแน่นจนพี่เอกชะงัก


    “แพรกำลังคุยงานกับผมอยู่ครับ คุณเอก  

    เรื่องเอกสารงบประมาณ ถ้ามีอะไรด่วนจริง ๆ ส่งเมลหรือไลน์มาพี่ได้เลยครับ ไม่ต้องรบกวนแพรตอนนี้  

    แล้วอีกเรื่อง... ผมขอให้คุณเอกเคารพพื้นที่ส่วนตัวของแพรหน่อยนะครับ  

    เมื่อวานที่ลานจอดรถ ผมเห็นทุกอย่างแล้ว ถ้าคุณยังทำเกินเลยอีก ผมจะไม่นิ่งเฉยแน่นอน”


    พี่เอกหน้าซีดลงทันที แต่ยังยิ้มฝืน  

    “อาจารย์... ผมแค่จะคุยงานเฉย ๆ ครับ ไม่มีอะไรเกินเลยหรอกครับ”


    พี่กรตัดบททันที  

    “ผมรู้ครับว่าคุณหมายถึงอะไร  

    แพรเป็นแฟนผมแล้วครับ คุณเอก  

    เรื่องส่วนตัวของเรา คุณไม่ต้องยุ่งอีกต่อไปแล้ว  

    กลับไปทำงานของคุณเถอะครับ ผมจะดูแลแพรเอง”


    พี่เอกชะงัก มองสลับไปมาระหว่าง อ.กรกับเงาของแพรที่ยืนข้างหลัง  

    ​ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของ อ.กร มันไม่ใช่แค่การบอกเล่า แต่มันคือการ 'พิพากษา' 


    พี่เอกหน้าซีดเผือดเหมือนคนโดนตบหน้ากลางวันแสกๆ เขาพยายามจะหาข้ออ้างเรื่องงานมาบังหน้า แต่แววตาที่รู้ทันของพี่กรกลับกดดันจนเขาแทบจะไม่มีที่ยืน 

    พี่กรยืนบังร่างของแพรไว้มิดชิด เหมือนจะบอกเป็นนัยว่า... 'จากนี้ไป ผู้หญิงคนนี้คือคนของผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะ'

    สุดท้ายเขาก็พยักหน้าเบา ๆ 


    “...เข้าใจแล้วครับ อาจารย์ ขอโทษที่รบกวนครับ”


    พี่เอกหันหลังเดินจากไปช้า ๆ  

    พี่กรปิดประตู ล็อกกลอนอีกครั้ง แล้วหันกลับมาหาแพรทันที  

    พี่กรเดินเข้ามากอดแพรแน่นอีกครั้ง จูบหน้าผากเบา ๆ


    “ไม่เป็นไรแล้วนะครับ แพร... พี่บอกเขาไปแล้วว่าแพรเป็นแฟนพี่

    จากนี้ไป พี่จะไม่ให้ใครมาทำให้หนูกลัวอีก พี่สัญญา”


    พี่กรก้มลงมองหน้าแพร แล้วยิ้มอ่อนโยน  

    “แฟนพี่เก่งมากเลยนะครับ... ที่กล้าบอกพี่แอนแบบนั้น พี่ดีใจมากจริง ๆ  

    ตอนนี้เราคบกันจริง ๆ แล้วนะครับ... พี่จะดูแลแพรให้ดีที่สุดเลย”


    พี่กรยังยืนกอดเอวแพรจากด้านหลังอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะปล่อยมือเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหู

    “ระวังตัวด้วยนะครับ แพร... เจอกันเย็นนี้ พี่ไปรับที่บ้านนะ”


    แพรค่อย ๆ เปิดประตูห้องพี่กรออกมา 

    หน้าแดงก่ำ จนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ขึ้นมาถึงใบหู

    แล้วรีบก้าวออกมา ปิดประตูห้องพี่กรเบา ๆ


    แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นระยะ 3-4 ก้าว

    เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันทีจากกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ยืนรออยู่หน้าห้อง 


    (พี่แอนเป็นหัวหน้าแก๊งค์ พูดเสียงดัง)

    “แพร!!! ออกมาแล้ววววววว”




    คล้ายกับเรื่อง“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล” ที่คุณอ่าน