บทที่ 4 รอยยิ้มที่สดใส
โชคดีที่ท้ายที่สุดแล้ว พี่ชายที่พึงพอใจกับการแสดงของเขาก็ได้แอบโอนเงินมาให้เขาใช้ถึง 10 ล้านในครั้งเดียวหลังจากที่รู้ว่าเงินทั้งบัญชีของเขาเหลืออยู่แค่ 1 แสนกว่าบาทเท่านั้น นี่ทำให้ปลายฝนรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก และก็มีแรงที่จะออกไปเรียนเสียที
“คุณชายรองคะ วันนี้ป้านิ่มจะลางานครึ่งวันนะคะ ตอนเย็นคุณหนูต้องอาบน้ำ กินข้าว และทำการบ้านด้วยนะคะ” ป้านิ่มพูดขึ้นระหว่างที่ปลายฝนกำลังติดกระดุมเสื้อของเขา
คนตัวเล็กชะงักไปเล็กน้อย จำได้แล้วว่าวันนี้คือวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เป็วันที่ป้านิ่มได้พาหลานของตนเองมาที่บ้านนี้ด้วยคำสั่งของเขา หลังจากที่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ได้ทะเลาะกับพี่ชายไปเสียใหญ่โต วันนี้เขาก็เลยถูกกักบริเวณจนกว่าจะพ้นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ไป ในระหว่างนี้ก็เลยมีแค่ป้านิ่มที่อยู่เป็เพื่อน พอวันที่ 13 กุมภาพันธ์ได้รู้ว่าป้านิ่มจะลางานเขาก็ไม่ยินยอม โวยวายให้ป้านิ่มพาหลานมาอยู่ด้วยกันสะที่นี่เลย จะได้ไม่ต้องลางานจากเขาไป
ท้ายที่สุดแล้วหลานของป้านิ่มก็ได้กลายมาเป็เพื่อนของเขา เป็เพื่อนอีกคนที่เขาไว้ใจมากๆพอกับป้านิ่มเลย ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายไม่ได้หวังดีกับเขา ทั้งป้านิ่มและหลานชายคนนั้น มาที่นี่เพราะรู้ว่าคุณชายใหญ่ของบ้านมีท่าทีผิดปกติกับตัวของเขาเอง ทั้งสองคนสืบจนรู้ว่าคุณชายใหญ่ของบ้านมีรสนิยมชอบเด็กหนุ่มแบบปลายฝน ดังนั้นจึงวางแผนให้หลานชายเข้ามาอยู่ เพื่อที่จะได้ทำให้คนร่ำรวยที่ทรงอิทธิพลคนนั้นหลงรักแทน
ปลายฝนคิดเล็กน้อยว่าจะจัดการเื่นี้อย่างไรดี หากปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามาในพื้นที่ของเขา เขาก็จะเอาคืนได้อย่างสาสม แถมยังทำให้อีกฝ่ายอยู่ในการจับตามองของตนเองได้อีกด้วย ทว่า....การทำแบบนั้นมันก็ดูเหนื่อยเกินไป ตอนมีชีวิตอยู่ครั้งก่อนนั้น เขาเคยคิดว่าอยากจะมีอิสระ อยากทำอะไรได้ตามใจ อยากใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไม่ต้องคิดมากกับอะไรอีกเพราะเหนื่อยกับการคิดที่จะเอาตัวรอดไปวันๆแล้ว ดังนั้นถ้าการที่เขาได้มีชีวิตอีกครั้งไปกับการใช้ชีวิตทุกวันกับการหวาดระแวงและแก้แค้น เขาก็เหมือนกับคนโง่ที่พาตนเองมาอยู่ในจุดเดิมที่เคยอยู่
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขามีความคิดที่จะยกเลิกการเอาคืนของเขานะ เขาแค่หมายถึงว่าเขาจะหาวิธีอื่นในการจัดการสองป้าหลานนี้ให้หลาบจำ เพียงแต่ไม่ใช่วิธีที่จะพาอีกฝ่ายมาอยู่ในบ้านให้รกหูรกตาน่ะ
เมื่อคิดได้แบบนั้น ชายหนุ่มก็ส่งยิ้มหวานให้หญิงวัยกลางคนที่มองดูตนเองอยู่ เขาพยักหน้ารับคำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้น
“ครับ เดี๋ยวผมจะดูแลตัวเองให้ดีครับ” ทางป้านิ่มหลังจากที่ได้ยินคำพูดนี้ เธอก็ชะงักค้างไป ทุกอย่างดูไม่เป็ไปตามที่เธอคิดเอาไว้เลย ใบหน้าของเธอปรากฏร่องรอยความไม่สบายใจเพราะสิ่งที่คิดจะพูดออกมานั้นยังไม่เหมาะสมในตอนนี้
หากว่าคุณชายรองงอแงอย่างที่เคยทำเพราะไม่อยากให้เธอลางาน เธอก็จะได้ใช้ข้ออ้างนี้ในการขอให้เขารับหลานชายของตนเองมาอยู่ด้วย
“หลังจากนี้หลานชายของป้าจะมาอยู่ในเมืองด้วย ต่อไปป้าอาจจะยุ่งๆหน่อยนะ ป้าคงจะได้ลางานเยอะขึ้นเพราะต้องดูแลหลานที่เพิ่งมาอยู่ด้วยอีกคน” ป้านิ่มแสร้งพูดขึ้นด้วยท่าทางเศร้าๆ ปลายฝนมองดูคนอายุมากกว่าแสดงละครที่ไม่ได้แเีอะไรเลยด้วยสายตาดูแคลนอยู่ลึกๆ เขาเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะลูบหลังของอีกฝ่าย
“ป้านิ่มไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ หลังจากนี้ผมจะโตขึ้นและไม่เอาแต่วุ่นวายกับป้านิ่มอีก ป้าจะได้มีเวลาดูแลหลานป้าให้ดีด้วย” เขาพูดออกมาราวกับเป็เด็กดีเสียเหลือเกิน ทั้งๆที่เขาควรจะต้องเสียใจเพราะป้านิ่มกำลังจะแบ่งความรักไปให้คนอื่น ทว่าเขากลับไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว ยิ่งดูสายตาคนกตัญญูของเขา ป้านิ่มก็รู้สึกเหมือนกับพูดอะไรไม่ออกอีก
“เฮ้อ เวลาผ่านไปทุกคนก็ต้องโตขึ้น ผมเข้าใจคำนี้ดีครับป้า อย่าเศร้าไปเลยครับ ไปกันเถอะ...เดี๋ยวจะไปเรียนสายเอา ถ้าพี่ชายรู้ว่าผมไปสาย ป้าจะโดนดุอีก” ปลายฝนเป็ห่วงป้าคนนี้เสียเหลือเกิน เขายังคิดเผื่ออีกฝ่ายกรณีที่พี่ต้นหนาวมาตรวจสอบอีกด้วย
หญิงมากอายุอยากจะพูด แต่ก็ไม่ได้โอกาสที่ได้พูดอีกแล้ว เธอคิดไปถึงแผนการที่วางไว้กับหลานชายซึ่งเดิมทีหลานคนนี้ก็อยู่ในตัวเมืองมานานแล้ว เพียงแต่อยากจะใช้โอกาสนี้ในการปีนป่ายเป็คนสำคัญในบ้าน หากว่าทำได้จริงๆ แล้วทำให้คุณชายใหญ่ของบ้านหลงรักได้ เงินทองมากมายจะไปที่ไหนเสีย? ดูจากการที่อีกฝ่ายเอาใจใส่ดูแลเด็กโง่คนนี้ด้วยเงินจำนวนมาก เธอก็รู้เลยว่าถ้าเขารักใครคนอื่น จะต้องให้เงินมากไม่ต่างกันแน่นอน
ทว่าตอนนี้เด็กโง่นี่กลับไม่ทำตัวให้เป็ไปตามแผนของเธอเสียแล้วนี่สิ
“ไปครับ ผมแต่งตัวเสร็จแล้ว” ปลายฝนกระตุ้นคนอายุมากกว่า เขาเผยรอยยิ้มสดใสออกมา หญิงวัยกลางคนได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆให้อีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เป็ที่ผิดสังเกต
เธอไม่เชื่อหรอกว่าเ้าเด็กนี่จะไม่มีเธออยู่ด้วยตลอดเวลาได้ เดี๋ยวอีกไม่นานพอมีปัญหาก็ต้องแจ้นมาหาเธอแล้ว คิดได้ดังนั้น ป้านิ่มก็แสยะยิ้มออกมาข้างหลังของเด็กหนุ่ม เธอยังแสร้งพูดเื่สำคัญออกมาอีกด้วย
“ว่าแต่คุณชายรอง เื่จัดงานเซอร์ไพรส์น่ะ ไปถึงไหนแล้วคะ ให้ป้าช่วยอะไรก็บอกได้เลยนะ” เธอถามออกมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แสร้งทำเป็ห้าม ทั้งยังอ้างเอาชื่อพี่ชายมาข่มขู่ด้วย
พอเห็นว่าเด็กหนุ่มไปข้างนอกได้อย่างอิสระก็เลยเข้าใจว่าคุณชายใหญ่อนุญาตจริงๆ ดังนั้นจึงได้เสนอตัวออกมาอย่างนี้ เธอรู้ว่าคุณชายใหญ่ของบ้านจะต้องเก็บความไม่พอใจเอาไว้แน่ๆ ก็คุณชายใหญ่คิดยังไง คนในบ้านนี้รู้ดีกันหมด อยู่ที่ว่าจะพูดหรือไม่ก็เท่านั้น
มีก็แค่เด็กคนนี้ที่ไม่รู้อะไรเลย ชอบเอาแต่สร้างปัญหาไม่หยุดหย่อนนี่แหละที่ทำให้ทุกคนกลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย คุณชายใหญ่ชอบอีกฝ่าย แต่ใช่ว่าจะชอบพวกเขานี่! คุณชายใหญ่ไม่ทำอะไรคุณชายรองเลย แต่อารมณ์ทั้งหมดก็เอามาลงกับคนอื่นๆ บ้านนี้มีหลายคนแล้วที่ถูกลงโทษเพราะคุณชายรอง ความไม่พอใจยังฝังอยู่ในใจกันถ้วนหน้า
“ไม่เป็ไรครับ เพื่อคนสำคัญแล้ว ผมอยากทำมันคนเดียว” ปลายฝนพูดออกมาอย่างมีลับลมคมนัย เขาไม่ได้บอกอีกฝ่ายว่าตนเองเปลี่ยนแผนไปทำเซอร์ไพรส์ให้คนเป็พี่แทนแล้ว แต่อยากจะรอดูวันที่อีกฝ่ายคิดว่าทุกอย่างเป็ไปตามแผน ทว่ากลับพลิกเป็อีกอย่างนั้นจะทำหน้าอย่างไร แค่คิดก็รู้สึกว่ามันคงจะตลกน่าดูเลย
“นั่นสินะคะ ป้าขอให้คุณชายของป้าโชคดีนะคะ” ป้านิ่มอวยพรออกมาด้วยใบหน้ามีความสุข หากคุณชายใหญ่เห็นภาพที่คนที่ตนเองรักไปพลอดรักกับคนอื่น เขาจะรู้สึกอย่างไรกันนะ
“ขอบคุณครับ ผมไปก่อนครับ สวัสดีครับ” ปลายฝนก้มหัวให้อีกฝ่ายพอเป็พิธี แม้ว่าหัวของเขามันอยากจะตั้งแข็งค้างเพื่อแสดงอาการต่อต้าน แต่เขาก็ยังมีจิติญญาของนักแสดงชั้นดี ก็แค่ก้มหัวเป็การแสดงให้อีกฝ่ายไม่ติดใจสงสัยแค่นี้ ทำไมเขาจะทำมันไม่ได้
หลังจากที่ขึ้นรถที่ลุงกบเป็คนขับให้แล้ว ปลายฝนก็ตรวจสอบการบ้านของตนเองอีกครั้ง บนรถยังมีเวลากว่า 30 นาที เขาไล่จดการบ้านทั้งหมดที่คาดว่าน่าจะถูกสั่งจากอาจารย์ประจำวิชา เพื่อไม่ให้ตนเองถูกตำหนิในห้องเรียนว่าโดดเรียนแล้วยังไม่ตามงานส่ง ทั้งๆที่เพื่อนที่จริงใจทั้งหลายของเขารวมไปถึงแฟนหนุ่มนั้นไม่มีใครบอกเขาสักคนว่าอาจารย์สั่งงาน
เหอ เหอ เหอ
ชีวิตที่แล้วเขาต้องโง่ขนาดไหนที่เรียกพวกนั้นว่าเพื่อน แถมยังบอกว่าตนเองมีแฟนทั้งๆที่เ้าแฟนหน้าโง่นั่นไม่ได้มีใจกับเขาเลย อีกฝ่ายชอบผู้หญิงที่เป็เพื่อนสนิทของเขาอีกที ส่วนเพื่อนผู้หญิงคนนั้นกลับไม่เล่นด้วยแล้วบอกว่า “เพื่อนของเธออย่างปลายฝน” ชอบอีกฝ่ายมาก
สรุปก็คือหลอกให้ผู้ชายมาคบกับเขาเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดเ้าหล่อน ส่วนตัวเองยืนสวยๆบอกทุกคนว่าโสด แต่จริงๆแล้วเก็บเงียบเอาไว้หลายคน
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเมื่อก่อนเขาคิดไปได้อย่างไรว่าทุกคนยังเด็ก ไม่มีทางคิดอะไรแบบนี้ได้ ทั้งๆที่มันมีแค่เขาเท่านั้นที่ไม่ได้คิดอะไรแบบนี้ แต่คนอื่นๆนั้นแก่เกินอายุไปมากแล้ว
ทางลุงกบเมื่อเห็นคุณชายรองกำลังนั่งทำการบ้านอย่างขะมักเขม้น ในใจก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายเช่นนี้ถือเป็เื่ดี คุณชายรองนั้นฉลาดมากมาั้แ่สมัยที่คุณชายคุณหญิงของบ้านยังอยู่ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มกลายเป็คนี้เีไม่ค่อยตั้งใจเรียน ผลการเรียนจึงออกมาแบบครึ่งๆกลางๆ แค่พอผ่านไปได้ ทว่าไม่ได้ใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่
เขาพยายามขับรถให้นิ่มขึ้นอีกเพื่อที่จะไม่สร้างปัญหาให้กับคุณชาย กระทั่งจากที่ใช้เวลา 25 นาทีมาถึง ก็เป็ 35 นาทีมาถึงแทน ยังดีที่ยังมาทันเวลาอยู่ ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกทางโรงเรียนลงโทษให้ยืนหน้าเสาธงกับเพื่อนๆที่มาสายก็เป็ได้
ปลายฝนเดินเข้าไปในโรงเรียนอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปต่อแถวของเพื่อนในห้อง ไม่ได้เดินเข้าไปแทรกเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆกับแฟนของตัวเองเหมือนที่ผ่านๆมา เพื่อนๆที่คุยกันสนุกสนานในตอนนี้ก็เงียบเสียงลงไปอย่างชัดเจน ทำให้คนที่อยู่ด้านหน้าเริ่มเงียบตาม ท้ายที่สุดหลายๆคนจึงได้รู้ว่าปลายฝนได้ยืนอยู่ด้านหลังแถวของพวกเขาแล้ว
“ปลายฝน ไปอยู่ข้างหน้าไหม” เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าตัวของเขายืนบังอีกฝ่ายอยู่
“ไม่เป็ไร ขอบใจ” เขาส่ายหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มเป็มิตรกลับไปให้ ปกติแล้วปลายฝนเป็คนไม่ชอบพูดกับคนอื่นมากนัก ทั้งเขายังไม่ชอบที่จะส่งยิ้มไปเรื่อยอีกด้วย หลังจากที่เสียพ่อแม่ไป เขาก็เหมือนคนเก็บตัวคนหนึ่ง ทั้งทำเหมือนตนเองเป็คนมีปมด้อย เริ่มจากเป็เด็กกำพร้าพ่อแม่มาอาศัยบ้านคนอื่น ท้ายที่สุดพ่อแม่ก็ยังเสียไปอีกทำให้ตอนนี้ไม่มีพ่อแม่เหลือแล้ว ด้วยปมนี้ของเขาทำให้หวาดกลัวที่จะเข้าหาคนอื่นๆเพราะกลัวจะถูกพูดถึงมัน
นี่เป็ความคิดมากของเด็กคนหนึ่งที่มักจะเป็ และแน่นอนว่าปลายฝนเป็ มันแก้ไม่หายกระทั่งเขาได้ไปเจอโลกกว้างขึ้น มันทำให้เขารู้ว่าการเป็เด็กกำพร้าไม่ใช่เื่น่าอาย ทั้งการที่เขาได้มาเป็ลูกบุญธรรมของคนอื่นยิ่งไม่ได้น่าอาย มันกลับทำให้เขาเข้าถึงง่ายและดูน่าสงสารด้วยหากว่าเขาทำตัวดีๆ
“อ่ะ เอ่อ ไม่เป็ ไม่เป็ไร” เพื่อนชายคนนั้นพูดไม่เป็คำแล้วหลังจากที่เห็นรอยยิ้มเจิดจ้าของปลายฝน
เขารู้สึกเหมือนกับดวงตาพร่ามัวเพราะไม่เคยเห็นรอยยิ้มที่งดงามขนาดนี้มาก่อน แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้ชอบผู้ชาย หากแต่เพื่อนคนนี้ก็ดูสวยน่ารักมากกว่าพวกผู้หญิงจริงๆ แถมรอยยิ้มแบบนี้ก็เพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก แค่เห็นก็ทำให้เขาอยากจะยิ้มตามแล้ว
“ไม่เป็ไรจริงๆ” ปลายฝนยังยิ้มตาหยีส่งให้อีกฝ่าย เขารู้วิธีใช้เสน่ห์ของเขาดีอยู่แล้วจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้เข้าชิงตำแหน่งนักแสดงนำชายหลายต่อหลายครั้งหรอก เสียที่ว่าตัวเขานั้นเป็นักแสดงชายแต่อ้อนแอ้นยิ่งกว่าผู้หญิง ไม่อย่างนั้นเขาคงจะได้รางวัลสักปี ไม่ใช่เป็รางวัลเข้าชิงหรอก
“อ่ะ อ่า อ่า” เพื่อนคนนั้นพยักหน้ารับ เขาซ่อนแก้มที่แดงของตนเองอย่างเขินอาย คนอื่นๆที่มองดูอยู่ก็มีอาการไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเขาก็รู้สึกเหมือนกับมีอะไรมาทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นขึ้นอย่างรุนแรงกันทุกคน
“มาแล้วหรอ ปลายฝน” เด็กหญิงวัย 17 ปีคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้นหลังจากที่เห็นพวกเพื่อนร่วมห้องมีอาการเช่นนี้ เธอไม่ชอบหน้าของปลายฝนเพราะเธอรู้ดีว่าใบหน้าของอีกฝ่ายดูดีมากขนาดไหน ตัวเธอนั้นถือว่าเป็คนที่สวยที่สุดในห้องแล้ว ดังนั้นจึงพยายามที่จะกลบความโดดเด่นของอีกฝ่ายโดยการให้ทางนั้นตามเธอเป็หมาต้อยๆ
ใครจะคิดว่าจู่ๆอีกฝ่ายจะอารมณ์ดีมาจากไหน ยิ้มร่าไปทั่ว ยั่วยวนคนอื่นขนาดนี้
“อืม มาแล้วอิม” ปลายฝนเอ่ยทักทายเพื่อนของตนเองอย่างสนิทสนม เขายังยกมือขาวๆของตนเองขึ้นเป็การทักทายด้วย ปกติแล้วผิวของเขาก็ขาวเนียนเพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากพี่ชาย เพียงแต่เขาไม่เคยอยู่ในสายตาของใครเลย ดังนั้นจึงไม่มีคนสังเกตเื่นี้ แต่พอวันนี้ได้รับเอฟเฟกจากรอยยิ้มของเขาแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมา พอได้เห็นอีกฝ่ายยกมือ ความขาวเนียนก็เลยยังอยู่ในสายตาของพวกเขา
ปากของใครบางคนอ้าออกด้วยความใ บางคนรู้สึกเหมือนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บางคนก็ไล่มองไปที่แขนขาวเนียนนั่น จนกระทั่งมองไปทั่วร่างของอีกฝ่ายอีกครั้ง
อาการของทุกคนนี้ทำให้ปลายฝนนึกอยากจะหัวเราะ จำตอนที่ตนเองรับถ่ายแบบให้นิตยสารชื่อดังแห่งหนึ่งได้ ตอนนั้นได้ยินว่าผู้คนมากมายแย่งชิงที่จะซื้อเพราะมันเป็ภาพที่เขาเปลือยอกเล็กน้อย ขายดีจนเขาได้รับโบนัสเพิ่ม ตอนนี้เอาความได้เปรียบทั้งหมดออกมาใช้ ถ้ายังไม่โดดเด่นพอก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงได้อีกแล้ว
“มาอยู่ตรงนี้ไหม” อิมเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยจะพอใจ การแสดงออกของอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่มืออาชีพ ดังนั้นถ้าสังเกตดีๆจะรู้เลยว่าทางนั้นไม่ได้ชื่นชอบหรือมองเขาเป็เพื่อน
“ไม่เป็ไรอิม วันนี้เรารีบมาน่ะ ตัวเราเหม็นเหงื่อด้วย” เขาบอกปัดทั้งยังทำท่าโบกมือพัดให้ตนเองอีกด้วย เห็นแบบนั้น ผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆก็รีบเอาสมุดของตนเองขึ้นมาโบกให้เขาโดยไม่รู้ตัว
“อ๊ะ ขอบคุณ” ปลายฝนส่งยิ้มหวานให้คนที่เข้าช่วยเหลือเขาด้วยการพัดวีให้ ใบหน้าของทางนั้นขึ้นเป็สีแดงระเรื่ออย่างเขินอายและมีความสุข
แต่ความสุขเหล่านี้อยู่ได้ไม่นานจริงๆ เพียงแค่ 10 วินาทีของความวุ่นวาย คนที่อยู่ข้างหน้าก็เดินออกมาจากแถวแล้วมาต่อที่หลังของเขา ร่างสูงของนักกีฬาบาสที่ทำให้สาวๆมัธยมหลงใหลได้ตอนนี้มายืนช้อนข้างหลังของเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของอีกฝ่ายมองลงมาอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก
“ร้อนก็มาให้แฟนดูแล ไม่ใช่ยั่วผู้ชายคนอื่นแบบนี้” ดวงตาเข้มของทางนั้นจับต้องมาที่เขาอย่างหวงแหน นี่ไม่ใช่ความรัก แต่มันแค่การแสดงความเป็เ้าของ ทำกร่างให้คนอื่นรู้ว่าเ้าตัวน่ากลัวขนาดไหน ต่อไปจะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับอะไรที่เป็ของเขาอีก
มันก็แค่รู้สึกเสียหน้าที่แฟนไม่สนใจ เสียหน้าที่คนที่เคยตามตัวเองต้อยๆ วันนี้กลับไม่สนใจเท่านั้น
“หือ? เราไม่ใช่เลิกกันแล้วหรอ” ปลายฝนเอียงคอถามอีกฝ่าย น้ำเสียงของเขาไม่ดังไม่เบา มันทำให้คนใกล้ๆได้ยินกันทุกคน
ใบหน้าของคนอื่นๆต่างก็แสดงออกถึงความใ พวกเขารู้ว่าเพื่อนชายคนนี้บอกเลิกปลายฝนจริงๆ แต่อีกฝ่ายแกล้งทำไม่รู้เื่และไล่ตามตลอดเวลา ใครจะคิดว่าจู่ๆวันนี้เ้าตัวจะเป็คนพูดออกมาเองว่าเลิกกันแล้ว
นี่มันเื่ใหญ่กว่าคำทำนายที่ว่าโลกจะแตกอีกนะเนี่ย....
………………………………………………………