พวกศิษย์พวกช่างต่างลงจากเรือนไปจนหมดแล้ว ต่างแยกย้ายไปตามหน้าที่ของตนเหลือแต่แสงพรายซึ่งถูกรั้งไว้บนเรือนกับพิธานและพิไร
“พิไร วันนี้เจ้าจะไปที่ตลาดปสานใช่ไหม”
“ใช่จ๊ะพ่อปู่ไปกับน้าหมานกับจุก จะไปเลือกซื้อพวกเครื่องมือช่าง พวกปูนขาวหนังสัตว์ที่จะเอามาเคี่ยวทำวัสดุประสาน น้ำตาลปึก รังผึ้งป่า น้ำผึ้ง ยาต่างๆและก็พวกของใช้ของกินในครัวด้วย”
“ดีแล้ว พาแสงพรายไปด้วยเขาจะได้คุ้นเคยกับเมืองกับตลาด วันหลังใช้ให้ไปไหนมาไหนจะได้รู้หนทาง”
พิไรทำหน้าบอกบุญไม่รับทันที
“ค่อยให้คนอื่นพาไปวันหลังไม่ดีกว่าหรือพ่อปู่วันนี้ต้องซื้อของมากมายหลายอย่าง กว่าจะเสร็จก็คงเกือบเที่ยง”
“ก็เพราะซื้อของเยอะนะ ดีแล้วจะได้พาเดินให้ทั่วตลาด ของไหนอยู่ตรงไหน มีดไม้ต้องซื้อกับใครก็อย่าลืมแนะนำให้พ่อแสงพรายรู้ด้วย” ครูพิธานกล่าวเสริมขึ้น จนพิไรไม่รู้จะบ่ายเบี่ยงอย่างไรได้แต่พยักหน้ารับคำบิดา
“พ่อปู่หลวงข้าพเจ้ามาที่สุโขทัยเป็นวันที่สองแล้วแต่ยังไม่ได้ไปกราบไหว้พระใหญ่ของเมืองนี้เลย เห็นวัดพระพายหลวงอยู่ฝั่งตรงข้ามตลาดข้าอยากจะขออนุญาตพ่อปู่แวะเข้าไปไหว้พระในอุโบสถ” แสงพรายกล่าวขอสิ่งที่ตนหมายไว้
“เออดีเข้าเมืองมาก็ต้องไปไหว้พระฝากเนื้อฝากตัวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์.. พิไรเจ้าเป็นธุระพาพ่อแสงพรายเขาไปที่วัดด้วยนะ” คำหลังปู่หลวงกล่าวสั่งกับพิไรก่อนหันกลับมากล่าวกำชับแสงพรายอีกครั้งว่า
“ดีเหมือนกัน เจ้าจงไปไหว้พระใหญ่ภายในวิหารแล้วลองเพ่งดู.. จากนั้นจงกลับมาตอบคำถามเรา”
พิไรพาแสงพรายลงจากเรือนไปพบน้าหมานกับจุกทั้งสองต่างเตรียมรถเข็น ตะกร้ากระสอบและภาชนะไว้ครบถ้วนแล้วแต่ก็ต้องไปจัดดอกไม้ธูปเทียนเพิ่มให้ทุกคนนำไปไหว้พระ
--------------------------------------------------
วัดพระพายหลวงเป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแต่ครั้งก่อนกรุงสุโขทัยจะได้ตั้งตนขึ้นเป็นใหญ่เหนือเมืองทั้งปวงบริเวณโดยรอบขุดคูล้อมสามชั้น กว้างยาวด้านละ ๑๕ เส้น (๖๐๐ เมตร)ชั้นนอกสุดเรียกกันว่าคูแม่โจน แท้จริงแล้วคือคูเมืองเดิมแต่โบราณครั้งยังเป็นชุมชนเล็กๆ
เมื่อพิไรและสองผู้ติดตามพาแสงพรายเดินมาตามถนนพระร่วงแล้วข้ามสะพานทอดข้ามคูแม่โจนเข้าเขตวัดทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศหน้าวัดเห็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมก่อเป็นชั้นๆ ไล่ระดับย่อส่วนขึ้นไปจนถึงปลายยอดแหลมดูสวยแปลกตา เมื่อเดินอ้อมผ่านเจดีย์จึงเห็นพระวิหารหลังใหญ่ มีกำแพงรายรอบด้านหลังวิหารเป็นพระปรางค์ขนาดใหญ่ ๓ องค์แม้เสาวิหารจะยกชั้นหลังคาขึ้นสูงแต่ขนาดและความสูงของพระปรางค์ใหญ่มากเกินกว่าขนาดของพระวิหารจะบดบังได้ปรากฏเป็นฉากหลังงดงามอลังการ ดูประหนึ่งยอดภูเขาหินซึ่งถูกสลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจงสามลูกชูตระหง่านขึ้นตัดกับขอบฟ้าใสเบื้องตะวันตก
ทั้งหมดเดินผ่านประตูกำแพงเข้ามาหลังแนวกำแพงด้านในมีเจดีย์รายศิลาแลงทรงระฆังอยู่ฝั่งละไม่ต่ำกว่าสิบองค์ทั้งฝั่งซ้ายและขวาในบริเวณมีชาวเมืองเข้ามารอไหว้พระอยู่ขวักไขว่ เสียงพระสงฆ์สาธยายมนต์ดังออกมาจากพระวิหารทำให้ทุกคนต้องรออยู่ด้านนอกให้เสร็จวัตรเช้า
ช่วงที่รอมักมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาทักทายพิไรและน้าหมานด้วยความคุ้นเคยนอกจากสารทุกข์สุขดิบที่ไต่ถามกันแล้วก็เป็นเรื่องการจัดประกวดแข่งขันหาผู้ปั้นพระใหญ่ประจำรัชกาลพ่อขุนองค์ปัจจุบันแสงพรายเลี่ยงเดินออกมายืนห่างด้วยไม่อยากให้ต้องมีการแนะนำตนกับคนอื่นๆซึ่งดูเหมือนพิไรเองก็มิสู้จะสนใจ มีเพียงน้าหมานและจุกที่ชะเง้อชะแง้ชี้มือมาเหมือนกล่าวเล่าเรื่องของตนกับคู่สนทนา
จนเมื่อเสร็จการทำวัตรเช้าคณะสงฆ์ทยอยก้าวข้ามธรณีประตูวิหารออกมา พิไรก็พาคณะรีบไปออนั่งไหว้รอส่งพระสงฆ์อยู่ข้างประตูด้วยอาการร้อนรนจะเร่งไปทำธุระที่ตลาดปสานต่อเป็นหลัก
จากข้างหน้าผนังวิหารมองเยื้องลอดปากประตูเข้าไปเห็นเสาวิหารขนาดใหญ่กว่าสิบเสายันขื่อหลังคาไม้ที่อยู่สูงกว่า ๖ วายกตัวหลังคาขึ้นสูงเป็นสามเหลี่ยมชัน แสงพรายจ้องมองขื่อคาด้วยอาการพินิจพิเคราะห์จนเมื่อน้อมไหว้พระภิกษุรูปสุดท้ายที่เดินออกมา พิไรจึงรีบลุกขึ้นเดินนำทุกคนเข้าไปด้านในด้วยท่าทีเร่งรัด
“นี่รีบกันหน่อยนะ สายแล้วเดี๋ยวต้องไปซื้อข้าวของวุ่นวายอีกหลายที่ ตลาดปสานไม่ใช่เล็กๆ นะ ของทุกอย่างจะได้มารวมอยู่กระจุกเดียวกัน”
นางกล่าวพลางก็ผลุนผลันหายเข้าไปด้านในความหมายบ่งบอกชัดเจนว่ากล่าวสั่งเจ้าหนุ่มผู้มาใหม่เพราะน้าหมานและจุกคงรู้ถึงลักษณะตลาดใหญ่ในเมืองดี
เมื่อแสงพรายก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปก็ต้องตะลึงกับองค์พระขนาดใหญ่ซึ่งตั้งประดิษฐานอยู่สุดปลายด้านในพระวิหาร
ยามนี้เริ่มสายแดดส่องจ้าเข้าพระวิหารที่หันหน้าสู่ทิศตะวันออกเห็นเป็นลำแสงลอดช่องประตูเฉียงลงบนพื้นด้านหน้าฐานองค์พระมิได้จับต้ององค์หากแต่องค์พระใหญ่กลับเปล่งแสงสุกวาวอาศัยเพียงแสงส่องสว่างจากช่องประตูหน้าต่างและช่องลมด้านบนองค์พระใหญ่สูงราว ๓ วา หน้าตักขนาด ๒ วา ๑ ศอก เป็นพระพุทธรูปปางนั่งสมาธิพระพักตร์รูปไข่ เปลือกพระเนตรอูมดุจกลีบบัว พระขนง (คิ้ว) โก่ง พระนาสิก (จมูก)งุ้ม พระโอษฐ์เล็กและบาง ขมวดพระเกศาเล็กเป็นวงก้นหอย พระเกตุมาลา(รัศมีเหนือศีรษะ) เป็นเปลวเพลิง พระอังสา (ไหล่) ใหญ่ องค์พระใหญ่งามล้ำวิจิตรทั้งรูปทรงและผิวทอง
แสงพรายไม่สนใจอาการเร่งรีบของพิไรหลังจากเข้าไปกราบและจุดธูปเทียนถวายดอกไม้ที่เตรียมมาได้เดินวนรอบองค์พระถึงด้านหลัง เอามือสัมผัสผิวองค์พระเมื่อเดินกลับมาด้านหน้าองค์พระก็ไม่เห็นคนอื่นแล้ว เข้าใจว่ากราบไหว้พระเสร็จแล้วคงถูกพิไรเร่งไปรออยู่ด้านนอกตนจึงหามุมปลอดคนด้านหน้าองค์พระ นั่งลง หลับตาและตั้งจิตเป็นสมาธิสักครู่จึงได้ลืมตาขึ้นพิจารณาองค์พระใหญ่อีกครั้ง
ไม่นานจุกก็มาสะกิดเรียกให้ออกไป
--------------------------------------------------
“กลับมาแล้วหรือ ได้ของครบทั้งหมดหรือไม่”ครูพิธานร้องทักขึ้นทันทีที่บุตรสาวล้างเท้าก้าวขึ้นมาบนเรือน
“ได้ครบนะครบหรอกพ่อแต่ต้องรีบกันตาลีตาเหลือก ไหนจะต้องพาคนใหม่ไปไหว้พระ ไหว้แล้วกว่าจะได้ออกมาแล้วก็ต้องไล่เดินจากด้านในตลาดที่ขายปูนขายฝุ่นแป้งไปจนถึงริมน้ำแม่ลำพันที่ขายเหล็กขายเครื่องมือช่าง”
พิไรบ่นไปตามปะสาด้วยตลาดปสานกว้างใหญ่ สินค้าที่นำมาขายก็แยกกระจัดกระจายไปตามจุดต่างๆถ้าเป็นสินค้าจากเมืองลุ่มน้ำอื่นก็จะวางขายกันริมน้ำแม่ลำพันเสียส่วนใหญ่หากมาจากเมืองล้านนาหรือเมืองมอญ ก็มักถูกพักให้ขายอยู่ด้านในส่วนสินค้าของเมืองสุโขทัยจะจัดวางขายอยู่ริมถนนพระร่วง
“แล้วพ่อปู่ไปไหนเสียละนี่ก็จะเที่ยงแล้ว เห็นโรงครัวด้านล่างกำลังเตรียมสำรับขึ้นมา”หญิงสาวเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง
“พ่อปู่อยู่ในหอช่างสักพักคงออกมา..”
ยังไม่ทันที่พิธานจะตอบจบคำเสียงฝีเท้าย่างเบาๆ ของชายชราก็ก้าวมาจากด้านหลัง
“เป็นยังไง พาพ่อพรายไปวัดไปตลาด”เสียงปู่หลวงกล่าวด้วยอารมณ์ดี
“แหมพ่อปู่กลับมาก็ถามถึงแต่คนใหม่เลยนะ” พิไรหน้าเง้ารับคำ
“เอ.. เจ้าลูกคนนี้ทำไมพูดจากับพ่อปู่อย่างนี้” พิธานรีบดุลูกสาวทันที แต่ปู่หลวงกลับหัวเราะชอบใจด้วยเอ็นดูพิไรเหมือนหลานในไส้มาแต่ครั้งยังเล็ก
“ไม่ต้องไปดุหรอกแล้วเจ้าหนุ่มคนใหม่เป็นอย่างไรบ้างล่ะ ดูคล่องแคล่วเอาใจใส่ดีไหม”ปู่หลวงยังคงรอคำตอบอยู่
หญิงสาวแบะปาก ก่อนจะตอบว่า
“เห็นอาการมีแต่ซึมๆทีแรกก็ดูกระฉับกระเฉงดี พอเข้าไปไหว้พระใหญ่ในวิหารเท่านั้นละกลับออกมาหน้าตาเคร่งเครียด เห็นขมวดคิ้ว ไม่พูดไม่จา ฉันบอกอะไรไปก็เหมือนไม่ฟัง”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ”ชายชราถามด้วยฉงนในใจ
“ฉันว่าพ่อพรายของพ่อปู่เค้าคงคิดไม่ออกว่าจะกลับมาตอบพ่อปู่อย่างไรเรื่องให้พิจารณาองค์พระใหญ่ในวิหาร” นางตอบพลาง ยิ้มเยาะคิดสมน้ำหน้าชายหนุ่มอยู่ในใจ
ปู่หลวงได้แต่นิ่งงันในคำตอบของนางผู้ซึ่งตนเอ็นดูประหนึ่งหลานสาวสักครู่จึงกล่าวสั่งว่า
“งั้นเจ้าไปตามให้เขามาพบปู่หน่อยสิ”
พิไรนึกไม่ถึงว่าปู่หลวงจะอยากพบแสงพรายทันที
“ไม่รอไว้ให้รับอาหารเที่ยงเสร็จก่อนรึพ่อปู่”
“เจ้าไปตามเขามาเถอะ”