แสงแดดเริ่มทอประกายยืนยันถึง่เวลาวันใหม่แต่สำหรับเขามันเป็เวลาพักผ่อน ด้วยตารางเวลาที่ไม่เหมือนชาวบ้านยามเช้ามืดหรือเช้าตรู่ควรเป็เวลาที่เขาฝึกฝนร่างกาย ไปวิ่งไม่ก็ออกกำลังแต่ยามนี้เขาไม่มีอารมณ์จะมาทำอะไรพวกนั้นโดยสิ้นเชิง
เม็ดเหงื่อซึมออกมาอย่างไม่อาจเลี่ยงความรู้สึกคล้ายนักโทษท่กำลังรอขึ้นแท่นปะาไม่สิ ว่าตามตรงเขาคิดว่านักโทษขึ้นแท่นปะาไม่มีอะไรต้องให้กลัว ถึงไม่เคยโดนแต่ไม่ว่าจะฉีดยาหรือช็อตไฟฟ้าก็ไม่ใช่เื่ต้องสนใจเมื่อเทียบกับสิ่งที่เ้านั่นเตรียมไว้ให้
“ ไอ้ฉิบหายนั่นยังเข้าใจเล่น ปล่อยให้ตูมานั่งเครียดรอความตายอยู่คนเดียวอีก ” บอกแค่ว่าจะส่งมาที่บ้านของเขาหลังเวลาเลิกงานแต่ไม่บอกว่าตอนไหน เพิ่มความเครียดและกดดันให้แก่คนรับมากเข้าไปอีก
ถามว่าทำไมถึงไม่หนีหรือแกล้งไม่อยู่บ้านใช่จะไม่เคยลองแต่พอทำหลังจากนั้นอะไรที่หนักกว่าจะตามมา ทางที่ดีที่สุดจึงกลายเป็การยอมทำตามที่หมอนั่นบอกลดความเสียหายลงให้มากที่สุด
่เวลาที่จมอยู่ในความเคร่งเครียดโทรศัพท์มือถือพลันร้องเตือน ในยามแรกเขานึกอยากตัดสายเพราะไม่ตอนนี้ไม่อยู่ในอารมณ์อยากคุย แต่พอเห็นว่ามันขึ้นเบอร์ของใครเขาก็กดรับโดยไม่ต้องคิด
“ อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณริก ไม่ทราบว่ารบกวนหรือเปล่าคะ? ” เสียงหวานที่แฝงเอาไว้ด้วยความเกรงใจอยู่เสมอเป็สิ่งที่ชวนให้อารมณ์ดีทุกครั้งยามที่ได้ยิน
“ ไม่หรอกทางนี้ก็ยังไม่ได้นอนคุยได้ไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่วันนี้ตื่นเช้าน่าดูเลยนะ ”
“ พอดีว่าวันนี้จะแวะไปห้องสมุดก่อนแล้วค่อยไปโรงเรียนน่ะค่ะเลยต้องตื่นเช้าหน่อย แต่พอตื่นมาถึงได้รู้สึกตัวว่าตอนนี้ห้องสมุดยังไม่เปิด เลยต้องมานั่งอยู่ร้านกาแฟที่อยู่ด้านข้างรอไปก่อนน่ะค่ะ ”
“ ว้า นี่ฉันเป็ได้แค่เครื่องฆ่าเวลาเองหรอกเหรอ น่าน้อยใจเหมือนกันนะเนี่ย ” พอแกล้งใช้น้ำเสียงอ่อนลงนิดหน่อยคนที่กำลังคุยด้วยก็ร้อนรนทันตา
“ มะๆๆ ไม่ใช่นะคะไม่ใช่แบบนั้นเลยแต่ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนแล้วพี่เขาก็หลับไปแล้วด้วย จะให้ไปปลุกก็ไม่ดี ตะ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่เห็นความสำคัญของคุณริก... ”
“ รู้น่ารู้ อย่าคิดมากสิฉันก็แค่แซวเฉยๆ ก็บอกไปแล้วนี่ว่าสำหรับเธอมันไม่มีคำว่ารบกวนน่ะ ” หากไม่ใช่เื่คอขาดบาดใครตายมีเพียงสองคนที่เขาอนุญาตให้รบกวนเวลาพักสบายๆ หนึ่งคือไคล์ สองคือเธอคนนี้
“ คุณริกแกล้งฉันอีกแล้วนะคะ ” สาวน้อยทางปลายสายส่งเสียงเล็กๆคล้ายจะแอบขุ่นเคือง ถ้าให้เดาคาดว่ายามนี้เธอคงกำลังทำหน้ามุ่ยหลังจากโดนเขาแกล้งไปอยู่
“ โอ๋ๆ ขอโทษๆ ว่าแต่ที่โรงเรียนเป็ยังไงบ้าง สนุกหรือเปล่า? ”
“ สนุกค่ะทุกคนใจดีกว่าที่คิดไว้ซะอีก แต่ฉันทำตามที่สัญญากับพี่แล้วก็คุณริกนะคะ ไม่ไปเที่ยวกลางคืนแล้วก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยา ”
“ แบบนั้นแหละดีแล้วของพวกนั้นกินเข้าไปก็มีแต่จะทำลายร่างกายซะเปล่า ไม่รู้ทำไมคนถึงได้ชอบใช้กันจัง ” ขนาดเขตของพวกเขาที่พยายามปราบปรามให้อยู่ในวงจำกัดยังคุมได้ไม่หมด ถ้าเป็พวกเขตที่ปล่อยขายกันอิสระนี่ระบาดหนักยิ่งกว่าไข้หวัดซะอีก
“ แต่ไม่รู้ทำไมมีผู้ชายคนไหนมาคุยกับฉันวันนั้นเป็ปกติดี พอวันรุ่งขึ้นเขาทำท่าเหมือนจะกลัวๆยังไงก็ไม่รู้ คุณริกพอจะทราบสาเหตุไหมคะ? ” ไม่เห็นภาพก็จริงแต่คาดว่าเธอคงกำลังเอียงคอด้วยความสงสัยอยู่แน่นอน
“ เอ ก็ไม่รู้สินะ ” คันปากอยากบอกเหลือเกินว่ามีไอ้พี่จอมหวงน้องบางคนที่ส่งคนไปเช็คประวัติตัวผู้พวกนั้นเหี้ยน ถ้าพวกมันมีแฟนอยู่แล้ว เ้าชู้ หรือประวัติไม่ดีก็จะมีพวกที่ไปเยี่ยมเยียนและเจรจาอย่างใจเย็นเพื่อให้พวกนั้นถอยห่าง
อย่าได้ถามพวกที่ไม่ยอมทำตามว่ามันจะเจออะไรเพราะเขาก็ไม่อยากจินตนาการเหมือนกัน
แน่นอนเขาไม่คิดเอาคอขึ้นเขียงด้วยการบอกเธอแต่อย่างใด
“ จะว่าไปแล้วคุณริกไปทำอะไรมาหรือเปล่าคะ? ท่าทางเมื่อคืนพี่เขาหัวเสียน่าดู ”
“ แหม ก็นิดหน่อยอ่ะนะพอดีทำตามใจตัวเองไปนิดก็สมควรแล้วที่หมอนั่นจะโกรธ ” แม้จะรู้สึกว่าการโดนลงโทษแบบนี้มันไม่ยุติธรรมไปหน่อยก็เถอะ
“ ถ้ายังไงให้ฉันช่วยพูดกับพี่เขาให้ไหมคะ ถึงจะไม่รู้ว่าเป็เื่อะไรแต่ฉันคิดว่าที่คุณริกทำไปต้องมีเหตุผลแน่ ”
“ แบบนั้นไม่ดีหรอกยังไงซะเื่ที่ฉันทำผิดมันก็เป็ความจริง ถ้าหมอนั่นตัดสินใจว่าสิ่งที่ฉันทำมันไม่ใช่เื่ผิดก็แล้วไปแต่แบบนี้มันไม่ดีหรอก ไม่ได้จะรังเกียจหรืออะไรเื่ที่จะช่วยนะแต่แบบนี้มันไม่เท่เลย ” ถ้าเขาไม่โดนอะไรบ้างมันก็ไม่ถูกต้องจริงๆนั่นแหละ และถึงรอดจากครั้งนี้เพราะคำขอของเด็กสาวที่ไม่เกี่ยวข้องมันก็ไม่ได้ชวนให้ดีใจสักนิด
“ เข้าใจแล้วค่ะ ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจที่พูดมาเท่าไหร่แต่ถ้าคุณริก้าแบบนั้น... ” แน่ล่ะกับคนที่ถูกกันจากโลกพวกนี้อย่างสุดชีวิตย่อมไม่เข้าใจในการกระทำของเขาอยู่แล้ว
“ อ๊ะ แต่ฉันว่าที่พี่เขาโกรธเนี่ยไม่ใช่เื่ที่คุณริกขัดคำสั่งหรืออะไรพวกนั้นหรอกนะคะ ฉันว่าพี่เขาเป็ห่วงคุณริกมากกว่า ”
“ ห่วง? หมอนั่นอ่ะนะ? ” ไม่ใช่เื่ที่เป็ห่วงกันน่าแปลกใจอย่างไรพวกเขาก็เป็สหายร่วมรบกันนานปี แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือมันมีความจำเป็อะไรให้หมอนั่นต้องมาห่วง
เ้าพวกนั้นเหมือนจะมากันเยอะแถมยังมีเกียร์แต่ความจริงไม่ได้จัดการยากอะไร เทียบกับตอนแหกฝ่าวงล้อมคนนับร้อยด้วยกำลังไม่ถึงสิบคน หรือตอนต้องเดี่ยวกับยากูซ่านับร้อยแล้วเขาว่ามันเป็งานที่ง่ายกว่ากันเป็ไหนๆ
“ พี่เขาไม่ได้พูดออกมาตรงๆหรอกค่ะแต่ฉันรู้สึกแบบนั้นค่ะ ” ไม่ต้องเห็นก็รู้ว่ายามนี้เธอคงกำลังยิ้มหวานเมื่อนึกถึงคนร่วมสายเื “ หลายครั้งพี่เขาห้ามคุณไม่ใช่เพราะไม่เชื่อในฝีมือแต่เขาเป็ห่วงค่ะ ก็คุณริกเป็คนที่ชอบทำอะไรเสี่ยงๆนี่นา ”
“ เวอร์ไปแล้วทางนี้ก็ใช่ว่าจะทำอะไรไม่คิดสักหน่อย เ้าหมอนั่นไม่มาเป็ห่วงฉันในเื่นั้นหรอกน่า ”
“ ฉะ ฉันเองก็ เป็ห่วงคุณริกอยู่เหมือนกันค่ะ ” น้ำเสียงของเธอแ่ลงและหากสังเกตให้ดีจะพบว่ามันแอบสั่นเล็กน้อย แสดงถึงความหวั่นไหวของเธอในยามที่พูดเื่นี้
“ ขอบคุณสำหรับความเป็ห่วงนะแล้วก็ขอโทษด้วย ฉันจะระวังตัวให้มากกว่านี้ สัญญาเลย ” จากที่เคยติดเล่นหรือกวนชาวบ้านไปทั่วมันกลับแฝงไปด้วยความนุ่มนวลและจริงใจจนปลายสายได้แต่นิ่งงัน
“ หืม อยู่ๆก็เงียบไป เป็อะไรหรือเปล่า? ”
“ มะๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะฉันก็แค่ดีใจน่ะค่ะ ทะ ที่คุณริกอุตส่าห์ยอมทำตามคำขอร้อง... ” น้ำเสียงของสาวน้อยตะกุกตะกักทั้งยังรัวเร็วแถมแ่เบา อารมณ์เหมือนอะไรสักอย่างที่กำลังรวนไม่มีผิด
“ ก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็ไร กับแคลร์ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันก็ยินดีเสมอแหละ ” คล้ายจะยิ่งซ้ำเติมอาการให้มากขึ้นไปอีกเพราะเขาเหมือนได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่หล่นลงพื้น
“ คุณริกเนี่ยชอบพูดอะไรแบบนี้ได้หน้าตาเฉยเลยนะคะ ” เหมือนจะตัดพ้ออีกใจเธอกลับแอบรู้สึกยินดีอยู่ลึกๆ
“ ไอ้เื่แบบนี้มันแบบไหน? ก็แค่ทำในสิ่งที่อยากทำพูดในสิ่งที่รู้สึกออกไปก็เท่านั้นเอง ฉันมันก็คนแบบนี้ชอบหรือเกลียดอะไรก็บอกไปตรงๆ ”
“ มะ ไม่คุยด้วยแล้วค่ะ ฝันดีนะคะคุณริก ” ไม่รอการล่ำลาจากทางเขาแต่อย่างใดเด็กสาวจัดแจงตัดสายลงโดยพลัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะแกนๆจากฝั่งของชายหนุ่ม
“ ไม่ว่าเมื่อไหร่แคลร์ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม คุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจจริงๆ ” แตกต่างจากพี่ชายจอมแสบเธอเป็เหมือนดอกไม้ยามเช้า เวลาได้พูดคุยหรือฟังเสียงมันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและฟื้นฟูจิตใจอย่างน้อยก็สำหรับเขา
“ ว่าแต่เป็คนตรงๆงั้นเหรอ... ไอ้เราก็พูดไปได้นะ ” พอมานึกดูตอนนี้มันเป็ความย้อนแย้งอย่างประหลาด
ถ้าเขาเป็เถรตรงคาดว่าโลกนี้น่าจะไม่มีนักต้มตุ๋นหรือคนหลอกลวงที่ไหนอีกแล้ว
ความคิดเรื่อยเปื่อยจบลงเมื่อเสียงออดดังขึ้นน่าประตูจนทำให้เขารู้สึกตื่นตัว ปกติไม่ค่อยมีใครมากดออกถ้าไม่จำเป็การมีอะไรแบบนี้ให้ตีความไว้ก่อนเลยว่าเป็ศัตรู มือเอื้อมไปหยิบเข็มขัดประจำตัวและสวมมันพร้อมสำหรับอะไรก็ตามที่จะเกิด
“ มีใครอยู่หรือเปล่า ”
“ เสียงแบบนี้ ไอ้เปี๊ยกที่ล้วงกระเป๋าตูเรอะ? ” พริบตาแรกยังนึกไม่ออกพอวินาทีต่อมาจึงระลึกได้ เสียงของเ้าหนูที่ล้วงกระเป๋าหรือว่าอีกนัยหนึ่งคือต้นเหตุของเื่ที่เขาต้องมาโดนลงโทษทั้งหมด
น่าแปลกตรงที่เ้าเด็กนี่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรแต่พอลองเปิดััแล้วก็ไม่พบใคร เมื่อประเมินแล้วว่าการปล่อยให้เด็กน้อยยืนตากลมจนเป็หวัดมันไม่ค่อยเหมาะสมจึงเดินไปเปิดประตูให้แก่คนที่ยืนรออยู่
ผิดกับเมื่อวันวานจากที่เคยสวมชุดเก่าและหลวมโพรกจนไม่น่าจะเคลื่อนไหวได้สะดวก ยามนี้ร่างเล็กกลับสวมชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนสดใสกับกางเกงขาสั้น ความมอมแมมและคราบสกปรกถูกชำระล้างเผยให้เห็นความน่ารักสมวัย มองแล้วแทบจะเป็คนละคนกับวันก่อน
“ ไปอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้ามาแล้วหน้าตาค่อยดูได้หน่อย เข้ามาก่อนสิ ” กวาดสายตามองครั้งหนึ่งเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่น่ามีใครมองหรือจับจ้องมาทางนี้เขาจึงเชิญร่างเล็กให้เข้ามาในบ้านของตน
คนที่เป็แขกพอก้าวเท้าก็สอดส่ายไปโดยรอบด้วยความแปลกใจ ทั้งที่ดูภายนอกที่แห่งนี้ทั้งเก่าและซอมซ่อจนดูเหมือนห้องเช่าราคาถูกๆทั่วไป แต่พอได้เห็นด้านในตนก็ต้องเปลี่ยนความคิด
ทั้งที่คิดว่าเป็แค่ห้องพักแคบๆในความจริงกลับไม่ใช่มองจากสายตาน่าจะกินพื้นที่แทบทั้งชั้น มีั้แ่ห้องนั่งเล่นที่มีโทรทัศน์และโซฟาสำหรับนั่งเล่น ห้องครัวที่มีพวกจานชามจัดเรียง ห้องที่ดูเหมือนจะเป็ห้องน้ำและห้องนอน แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็พื้นที่ซึ่งมีราวเหล็กซึ่งขัดกับภาพรวมของห้องพอดู
“ นั่นเอาไว้ตากผ้าเหรอ? ” อย่างเดียวที่ความรู้อันน้อยนิดของร่างเล็กจะคิดออกก็คือเื่นี้
“ ใช่ที่ไหนล่ะฟะนั่นน่ะเอาไว้ออกกำลังต่างหาก แบบนี้ ” มือเอื้อมไปยังราวเหล็กก่อนชายหนุ่มจะยกร่างของตน ท่วงท่าฝึกฝนที่ทำจนแทบจะเป็กิจวัตรแต่กับเด็กน้อยที่พึ่งได้เห็นมันชวนให้รู้สึกทึ่ง
“ สุดยอดเลย ”
“ ของแบบนี้มันต้องอาศัยเวลาฝึก แล้วถ้าไม่เคยลองอย่าอุตริเรียนแบบปุบปับล่ะเฮ้ย พลาดขึ้นมามีกล้ามเนื้อฉีกหรือไหล่หลุดแน่ ” สายตาเป็ประกายที่ชวนให้สยองเกิดเฮี้ยนนึกทำตามขึ้นมาโดยไม่ระวังรับรองว่าดูไม่จืด “ ว่าแต่แกรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่ ”
“ เอ่อ พี่ชายคนหนึ่งบอกมา เห็นเขาบอกว่าเป็เพื่อนกับคุณ ” ยิ่งประหลาดไปกันใหญ่ทั้งที่พร่ำบอกกับเขานักหนาว่าให้เก็บที่อยู่เป็ความลับ วันนี้ดันนึกปากโป้งอยากบอกเ้าเด็กนี่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ ส่วนเื่ที่จะมาก็ นี่ครับ ” มือเล็กล้วงไปในกระเป๋าอยู่พักหนึ่งก่อนหยิบอะไรบางอย่างและยื่นมันมาให้แก่ชายหนุ่ม
อันแรกเป็กระปุกยาที่เขาให้เ้าเด็กนี่เองกับมือ ยาทาแก้ฟกช้ำและบรรเทาอาการเจ็บของกล้ามเนื้อที่เ้าเด็กนี่ดื้อดึงไม่ยอมให้ทา ได้คืนมาถือเป็เื่ดีเพราะเขาี้เีไปหากรรมวิธีในการปรุงมันขึ้นมาใหม่ นั่นกลับไม่ดึงดูดมากเท่าอีกสิ่งที่เ้าตัวยื่นให้
กระเป๋าหนังใบเล็กที่ทั้งเก่าและเต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหาย มือเอื้อมรับก่อนเปิดไปด้านในไม่ได้สนใจเงินหรือบัตรอะไรต่อมิอะไรที่อยู่ด้านใน สิ่งเดียวที่ชายหนุ่มมองหาคือรูปถ่ายที่อยู่ภายในกระเป๋า
ภาพที่เริ่มปรากฏรอยซีดเพราะวันเวลาที่ผันผ่านหากก็ยังเห็นรายละเอียดในนั้นมีเด็กสองคนและผู้ใหญ่อีกหนึ่ง เด็กคนแรกกำลังชูสองนิ้วและยิ้มให้กล้องอย่างเริงร่าอีกรายกลับเหนียมอายและเหมือนจะพยายามหลบอยู่ด้านหลัง ตบท้ายด้วยหญิงสาวที่กำลังดันหลังเด็กคนที่สองและจ้องมองทั้งสองด้วยความเอ็นดู
“ พวกเขาเป็ใครเหรอ? ”
“ ผู้หญิงในรูปน่ะแม่ฉัน ส่วนเด็กอีกคนเป็เพื่อนที่ฉันสนิทที่สุดคนหนึ่ง ” การตอบที่ไม่ได้ละสายตาออกจากภาพ แววตาที่ฉายชัดถึงความคิดถึงและโหยหาหากอีกใจกลับแฝงความเศร้าเอาไว้ลึกๆ
อาจไม่ได้รู้เดียงสาหรือมีประสบการณ์อะไรมากแต่เห็นสายตาแบบนั้นก็รู้ได้ คนในภาพน่าจะไม่อยู่หรืออย่างน้อยก็ต้องเกิดเหตุอะไรบางอย่าง แน่ใจอย่างเดียวคือเขาคิดถึง่เวลาที่อยู่ตรงนั้นมากพอดู
“ ยังไงก็เถอะขอบใจที่อุตส่าห์เอามาคืน ตอนแรกนึกว่าต้องไปตามล่าหาวิธีทวงซะแล้วแต่แบบนี้เอาเป็ว่าฉันยกให้เื่ที่แกล้วงกระเป๋าไปก็แล้วกัน ”
“ ว่าแต่จะดื่มอะไรหน่อยมะ ถึงจะถามงั้นก็เหอะห้องนี้ก็มีแต่น้ำกับนมนั่นแหละนะ ” แก้วน้ำเย็นเฉียบถูกยื่นไปให้คนเด็กกว่าส่วนเ้าตัวเองก็ยกแก้วของตนขึ้นดื่มเช่นกัน ความสบายอารมณ์ในจิตใจยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยมไม่เหมือนกับคนเด็กกว่าที่ก้มหน้า
“ อะ เอ่อ เพื่อนของคุณเขาฝากจดหมายมาให้ด้วยน่ะ ” เท่านั้นเองที่ทำให้คนฟังขมวดคิ้วเริ่มขบคิดและนึกถึงความเป็ไปได้มากมาย มือเอื้อมไปรับจดหมายก่อนเปิดอ่านโดยที่มือยังไม่ทันได้วางแก้วน้ำ หากทันทีที่สายตาไล่ผ่านตัวอักษรที่ถูกร้อยเรียงเ้าตัวแทบจะสำลักน้ำ
“ เดี๋ยวๆ เดี๋ยวนะเฮ้ย นี่ล้อกันเล่นใช่ไหม? ” ภาวนาให้เป็แบบนั้นทั้งที่รู้อยู่แก่ว่ายามใดที่เ้าเพื่อนของตนเอาจริงมันไม่มีอะไรขวางได้
ภายในเป็ลายมือของเ้าไคล์จริงๆ เนื้อความก็ไม่มีอะไรมากเพื่อเป็การลงโทษที่เขาเคลื่อนไหวโดยพลการ เ้านั่นเลือกจะไม่ตัดเงินหรือลงโทษอะไรแต่มีเงื่อนไขข้อเดียวคือเขาต้องรับเ้าเด็กที่นั่งอยู่ตรงนี้เข้ามาอยู่ในความดูแล
ไม่ต้องห่วงเด็กคนอื่นฉันส่งไปยังที่ปลอดภัยหรือไม่ก็ที่ๆจะดูแลเด็กพวกนี้เรียบร้อย แต่เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบในอนาคตจะได้หัดทำอะไรคิดหน้าคิดหลัง เ้าเด็กที่นายใช้เป็ข้ออ้างในการอาละวาดคนนั้นก็จัดการดูแลรับผิดชอบชีวิตของเด็กคนนั้น
หรือนายจะไม่รับผิดชอบแล้วปล่อยเด็กนั่นแบบไม่สนใจดูดำดูดีก็ได้ อย่างมากก็ถูกส่งไปบ้านเด็กกำพร้าชั้นเลวที่ไม่เคยสนใจอะไรนอกจากหน้าตาตัวเอง ดูแลเด็กพวกนั้นเหมือนหมูหมาหรือจะปล่อยให้ไปเร่ร่อนทำตัวเหมือนเดิมจนโดนจับเข้าบ้านเมตตาในสักวัน หรือร้ายกว่านั้นคืออาจตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกค้ามนุษย์อีกครั้งก็ตามใจ ฉันให้นายเลือกเลย
“ พูดมาได้ให้โอกาสเลือกไอ้ฉิบหาย นี่มันบังคับตูทางอ้อมชัดๆ ” หมอนั่นต้องคำนวณไว้แล้วว่าอย่างไรสุดท้ายเขาก็คงไม่ปล่อยเด็กคนนี้ไปใช้ชีวิตโดยไม่ดูดำดูดี ถ้าทำได้เขาคงไม่ไปอาละวาดมันเสียั้แ่แรกแล้ว
เป็การลงโทษที่แสนแปลกแต่มันคงคิดมาดีแล้ว เพราะลงโทษทั่วไปก็ไม่มีประโยชน์ถ้าจะใช้กับเขาแถมเป็การตัดกำลังรบตัวเอง การโยนภาระมาให้แบบนี้อาจเป็การพยายามปรามเขาไม่ให้ลงมือโดยพลการได้ดังใจ อย่างน้อยก็จะต้องคำนึงถึงเด็กนี่ก่อนเป็อย่างแรก
แต่มันเท่ากับเป็การลากคนไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเกี่ยวอย่างขาดความรับผิดชอบอย่างไรพิกล
“ อะ เอ่อคือ... ”
“ ไม่ต้องห่วงมันไม่ใช่ความผิดอะไรของแกไอ้เปี๊ยก นี่เป็เื่ที่ฉันต้องไปเคลียร์กับเ้าไคล์มันเอง รับรองว่าแกมีที่นอนแน่ ” จัดการเื่รูปจบเด็กนี่ก็เป็แค่เด็กมือไวธรรมดา เขาไม่ลากให้ตกระกำลำบากไปพร้อมกันตนอย่างแน่นอน
“ ที่ๆจะให้แกไปอยู่ได้ตอนนี้เ้านั่นคงจัดแจงกันออกไปหมดแล้ว ต้องรออีกพักหนึ่งล่ะกว่าจะจัดการอะไรเข้าที่ ช่วยไม่ได้แกคงต้องนอนนี่ไปก่อนแล้วว่ะ ”
“ อะ เอ๋ ดะ เดี๋ยวก่อนสิ ” สีหน้าของร่างเล็กฉายชัดถึงความตระหนกเพราะไม่นึกฝันว่าตนจะต้องมาอยู่ที่เดียวกับชายคนนี้จริงๆ
“ โทษทีว่ะที่ต้องมารับเคราะห์จากการตัดสินใจของเ้านั่น จะรีบจัดการให้เร็วที่สุดแล้วกันแต่ตอนนี้คงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน ” คงรับปากอะไรไม่ได้มากเพราะเ้านั่นจะแกล้งใครขึ้นมาก็ค่อนข้างยุ่งยาก อย่างไรไคล์ก็เป็หัวหน้าในสายบังคับบัญชาถ้าไม่ใช่เื่ต่อสู้คนในแก๊งค์ย่อมต้องฟังคำสั่งของทางนั้นมากกว่า
“ ว่าแต่แกไม่มีสัมภาระอะไรเลยเรอะ? ไอ้ของจำพวกเสื้อผ้าหรืออะไรเทือกนั้น ” สิ่งตอบกลับเป็การสั่นหัวอันที่จริงก็ไม่ใช่เื่แปลก สำหรับเด็กไร้บ้านจะให้มีข้าวของอะไรมากมาย
“ โอเค เดี๋ยวไว้ตูตื่นมาสักบ่ายๆแล้วเดี๋ยวไปซื้อข้าวของสักหน่อยแล้วกัน ตอนนี้ขอหลับสักงีบก่อนล่ะ นั่งเล่นแถวนี้รอไปก่อนแล้วกันห้องน้ำอยู่ตรงนั้น ถ้าหิวก็เปิดตู้เย็นในนั้นน่าจะพอมีอะไรให้แกกินอยู่ ” ไม่รอการตอบสนองจากร่างเล็กคนที่เป็เ้าบ้านหายลับเข้าไปในห้องก่อนทิ้งตัวลงนอน ทิ้งให้คนเด็กกว่าอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง
รายของเด็กน้อยยามนี้กำลังอยู่ในภาวะมึนงงและสับสน ตอนแรกได้ยินว่าต้องมาอยู่ร่วมกับชายหนุ่มนึกว่าจะเป็เื่ล้อเล่น ไม่คาดฝันสักนิดว่าตนจะต้องมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกับคนที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้ และแม้จะไม่เต็มใจเขายังตอบรับในเื่นั้นอีก
สายตาสอดส่องไปโดยรอบมองอย่างไรนี่ก็เป็ห้องที่ชายหนุ่มอยู่เพียงลำพังไม่มีกลิ่นอายของใครอื่นเข้ามารบกวน นั่นทำให้ใบหน้าน่ารักเริ่มขึ้นสีเมื่อระลึกได้ว่าตนอยู่ในห้องนี้กับเขาเพียงสองคน ความรู้สึกที่ไม่เคยััตลอดเวลาที่อยู่ข้างถนนมันชวนให้เธอรู้สึกไม่คุ้นชิน
สิ่งหนึ่งที่เหมือนเขาจะไม่รู้และเธอยังไม่ได้บอกก็คือแท้จริงแล้วคิริฮาระ โชนั้นแม้ชื่อจะคล้ายผู้ชายแต่ในความจริงเธอไม่ได้เป็ชายแต่อย่างใด แค่ใช้คำพูดคำจาให้ดูเหมือนเพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น
และแน่นอนเ้าบ้านผู้หมดอาลัยตายอยากจนเข้าไปหลับอุตุย่อมไม่รู้เื่นี้แต่อย่างใด