บนชั้นในของแหวนมิติเยี่ยซางเห็นเม็ดยาจำนวนมาก ยาเม็ดเหล่านี้บางส่วนเฟิงเฉินปรุงขึ้นเองส่วนบางเม็ดเป็ยาเม็ดระดับสูงที่เขาเก็บรวบรวมไว้
ประสบการณ์ในครั้งนี้ยอดเยี่ยมมากเยี่ยซางไม่คาดคิดมาก่อนเลย
คัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์จะต้องส่งคืนหุบเขาโอสถอย่างแน่นอนแต่เยี่ยซางวางแผนที่จะคัดลอกก่อนที่จะส่งคืน ขณะส่วนที่เหลือจะเป็ของเขาเอง
หลังจากสงบสติอารมณ์แล้วเยี่ยซางกับนกสีขาวก็ออกมาจากถ้ำ เขารู้สึกถูกกดข่มเมื่ออยู่ในถ้ำตลอดเวลาเด็กหนุ่มไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกเช่นนั้นเท่าไรนัก
นกสีขาวยังคงติดตามเยี่ยซางอยู่ตลอดเวลา
เมื่อออกมาถึงแท่นหินเยี่ยซางก็เงยหน้าขึ้นมอง้าเพื่อวางแผนจะการกลับขึ้นไป
ขณะมองไปบนหน้าผาเพื่อคิดถึงหนทางที่เป็ไปได้เยี่ยซางก็รู้ว่าการปีนขึ้นไปนั้นยากมากแล้วยังมีหนอนัดินที่น่าสะพรึงกลัวอยู่บนหน้าผาด้วย
เยี่ยซางตบเบาๆที่นกสีขาว เขา้าที่จะโคจรพลังปราณเพื่อรักษาอาการาเ็ฉับพลันนั้นก็คล้ายมีแสงวาบในความคิด เขาไม่รู้ว่านกสีขาวชนิดนี้เป็นกอะไรแต่เขาสามารถค้นหามันในตำราภาพวาดจิติญญาได้
เมื่อเยี่ยซางอ่านเื่ราวต่างๆเกี่ยวกับสัตว์อสูรและสัตว์ิญญาในตำราภาพวาดจิติญญากลับไม่พบบันทึกใดๆที่เกี่ยวกับนกสีขาวตัวนี้ แต่มันมีส่วนที่ใกล้เคียงกับสัตว์สองชนิด กรงเล็บและจะงอยปากที่แหลมคมของมันดูคล้ายกับอสูรโบราณชิงเผิงส่วนสีของปีก หางและขนของมันนั้นใกล้เคียงกับเสวียนหลวนซึ่งกินทองคำเป็อาหาร
เยี่ยซางไม่พบสิ่งที่้ารู้เขาจึงเก็บตำราภาพวาดจิติญญาและฝึกโคจรปราณบนแท่นหิน ขณะที่นกสีขาวก็อยู่เคียงข้างเยี่ยซางอย่างเงียบๆ
ไม่กี่วันถัดมาเยี่ยซางยังอยู่บนแท่นเพื่อบ่มเพาะปราณและรักษาอาการาเ็แต่ร่างกายของเขาหายดีแล้ว ยกเว้นแขนขวาของเขาที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
่นี้นกสีขาวเงียบมากเยี่ยซางให้ยาปี้กู่กับมัน ขณะที่มันก็อยู่ข้างๆ เยี่ยซางทุกวันาแที่ปีกของเ้านกเกือบจะหายดีแล้ว
แม้ว่าชีวิตของเขาจะปลอดภัยแต่เยี่ยซางก็ยังกังวลอยู่เล็กน้อย การอยู่ที่นี่ต่อไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีนัก
“เ้านกขาว เ้าเกือบจะหายดีแล้วช่วยพาข้าขึ้นไปข้างบนได้หรือไม่?” เยี่ยซางถามขณะมองดูนกสีขาวข้างๆที่กำลังจัดขนของมันอยู่
เยี่ยซางถามออกมาอย่างนั้นแต่นกสีขาวพยักหน้าจริงๆ
สิ่งนี้ทำให้เยี่ยซางประหลาดใจมากเดิมทีเขาถามคำถามเพราะความเบื่อหน่ายแต่การผงกหัวของนกสีขาวแสดงให้เห็นว่ามีโอกาสกลับขึ้นไปได้จริง
มีความหวัง!แต่เยี่ยซางยังคงกังวลเล็กน้อย นกสีขาวยังเด็กขนของมันยังอ่อนนุ่ม กรงเล็บของมันก็ยังเห็นผิวเนื้อสีอ่อนข้างในอยู่ไม่ง่ายเลยที่เ้านกจะพาเขาบินขึ้นไปด้วยกัน
หลังจากฝึกฝนอีกวันเยี่ยซางก็ตัดสินใจจะออกจากที่นี่ เพราะเขาเห็นว่าปีกของนกสีขาวนั้นหายดีแล้ว
ก่อนออกเดินทางเยี่ยซางใช้หอกเหล็กดำเพื่องัดเอาหินก้อนใหญ่จากหน้าผามาปิดทางเข้าถ้ำเอาไว้แล้วพยักหน้าให้นกสีขาว “พวกเราไปกันเลยดีหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยซางนกสีขาวก็ยืดตัวตรงกางปีกออกสะบัดช้าๆร่างของนกสีขาวสูงครึ่งจั้งและปีกของมันกว้างกว่าสองจั้ง
“เอาละ มาลองดูกัน ถ้าข้าขึ้นหลังเ้ามันจะส่งผลต่อการบินของเ้า หลังจากที่เ้าบินขึ้นไปแล้วข้าจะจับกรงเล็บของเ้าแทน”เยี่ยซางชี้ไปที่กรงเล็บอันแหลมคมของนกสีขาวแล้วพูดขึ้น
นี่คือข้อสรุปที่เยี่ยซางได้รับจาก่สองวันที่ผ่านมานกสีขาวมีขนาดไม่ใหญ่นัก ถ้าเขานั่งบนหลังของมันน้ำหนักของเขาจะกดนกสีขาวทำให้มันบินไม่ได้ แต่ถ้าเขาจับกรงเล็บของมันไว้น้ำหนักของเขาจะมีผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สำหรับหอกเหล็กดำเยี่ยซางไม่้าจะทิ้งไว้ เขาวางแผนที่จะดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจถ้านกสีขาวไม่สามารถพาเขาขึ้นไปพร้อมกับหอกเหล็กดำได้เขาจะยอมแพ้ในสถานการณ์เช่นนี้ถ้าเขาไม่มีหอกเหล็กดำ นกสีขาวก็ไม่สามารถบินข้ามหน้าผาได้เช่นกัน
หากมันสามารถพาเขาบินขึ้นไปพร้อมกับหอกเหล็กดำได้แสดงว่ายังมีโอกาส เมื่อจัดการกับปัญหานี้ได้ ก็ยังสามารถทิ้งหอกเหล็กดำได้ในภายหลัง
นกสีขาวสยายปีกและบินขึ้นไปในอากาศด้านนอกของแท่นหินจากนั้นมันก็มาบินอยู่เหนือศีรษะของเยี่ยซาง
เมื่อเห็นนกสีขาวบินกลับมาเยี่ยซางก็ะโขึ้นและจับกรงเล็บอันแหลมคมของนกสีขาวด้วยมือขวา
เยี่ยซางกับนกสีขาวเคลื่อนตัวออกจากแท่นหิน
นกสีขาวที่บินออกมาจากแท่นหินก่อนจะบินวนเป็วงกลมรอบหุบเขาค่อยๆเพิ่มความเร็วในการบินนั้นให้เร็วขึ้นมาก
เมื่อรู้สึกว่านกสีขาวไม่ได้รับน้ำหนักมากเกินไปเยี่ยซางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกหากนกสีขาวสามารถรักษาสภาพนี้ไว้ได้มันก็จะสามารถบินขึ้นไปได้โดยไม่มีปัญหาใดๆถ้าสภาพของนกสีขาวแย่ลง เขาก็แค่โยนหอกเหล็กดำทิ้งไป
เยี่ยซางไม่อยากทิ้งหอกเหล็กสีดำหากไม่จำเป็จริงๆแม้ว่ามันจะเป็แค่หอกเหล็กสีดำธรรมดา แต่มันก็อยู่เขามาเป็เวลานานมันมีความพิเศษสำหรับเขาเพราะมันเป็ของขวัญจากพ่อเฒ่า
นกสีขาวบินเร็วมากเมื่อมันบินขึ้นไป เยี่ยซางก็รู้สึกเหมือนกับว่าหน้าผาเคลื่อนผ่านลงมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อนกสีขาวบินขึ้นมาใกล้ถึงขอบหน้าผาเยี่ยซางก็เห็นสถานที่ที่หนอนัดินอยู่หนวดสีแดงสดสองเส้นยังคงเคลื่อนที่ขึ้นไปบนหน้าผาเสือดำโชคร้ายตัวหนึ่งที่ถูกหนวดสีแดงรัดเอาไว้ส่งเสียงคำรามอย่างไม่ยินยอมแต่แล้วมันก็โดนหนอนัดินดูดกินเืเนื้อจนหมดทั้งร่างและตายจากไป
ในเวลานี้เยี่ยซางรู้แล้วว่าพวกเขาไม่มีปัญหาในการกลับขึ้นไปบนหน้าผาและออกจากป่านกสีขาวบินผ่านไปครึ่งทางแล้วทว่าไม่มีวี่แววที่มันจะหมดแรงจนไม่สามารถบินต่อได้เลย
่หนึ่งถ้วยชาถัดมาระยะการมองเห็นของเยี่ยซางก็กว้างขึ้นเมื่อนกสีขาวบินออกจากหน้าผาพร้อมกับเยี่ยซาง
ยามมาถึง้าของหน้าผานกสีขาวไม่ได้ร่อนลงบริเวณนั้น มันบินต่อไปพร้อมกับเยี่ยซางราวหกถึงเจ็ดลี้ก่อนที่จะร่อนลงจอด อย่างไรก็ตามหน้าผาบริเวณนี้ยังคงเป็อาณาเขตของหนอนัดิน
นกสีขาวร่อนลงใต้ต้นไม้เก่าแก่เยี่ยซางลูบแขนขวาที่เจ็บและมองไปที่นกสีขาว “เดิมทีไล่ตามเ้าเพราะข้า้าทำให้เ้าเชื่องและกลายเป็สัตว์ขี่ของข้าแต่ครั้งนี้เ้าช่วยข้าไว้ ข้าจะถือว่าเราเป็สหายกันเ้าอยากจะไปกับข้าหรืออยากมีชีวิตเป็ของตัวเองเล่า?” เมื่อมองไปยังนกสีขาวเยี่ยซางก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น
หลังจากผ่านมาสองสามวันเยี่ยซางก็รู้ว่านกสีขาวตัวนี้ไม่ปกติ เขาต้องไม่มองมันเหมือนกับสัตว์อสูรทั่วๆ ไป
นกสีขาวหันไปมองเยี่ยซางด้วยดวงตาที่เป็ประกายของมันแต่มันไม่ได้ให้คำตอบกับเยี่ยซาง
หลังจากรออยู่พักหนึ่งเมื่อนกสีขาวไม่ได้จากไป เยี่ยซางจึงรู้สึกมีความสุขมาก “ถ้าเ้าไม่ไปก็ตามข้ามา”
เขาตบปีกของนกสีขาวอย่างแรงเยี่ยซางเดินนำพร้อมเ้านกสีขาวที่เดินตามมา
หากเป็คนธรรมดาเขาอาจจะหลงทางในสภาพแวดล้อมที่มีแสงแดดน้อยและมีต้นไม้ที่บังท้องฟ้า แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเยี่ยซาง
สองชั่วยามต่อมาเยี่ยซางและนกสีขาวก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าบ้านไม้ไผ่
เมื่อเยี่ยซางมาถึงหน้าบ้านไม้ไผ่เขาก็เห็นกงเสวียนที่เดินไปมาอย่างกระวนกระวายใจในอยู่ลานหน้าบ้าน
ทันทีที่เห็นเยี่ยซางกลับมากงเสวียนก็รีบสาวเท้าไม่กี่ก้าวแล้วตบไหล่ของเยี่ยซางอย่างแรง“สิบสามน้อยเ้าไปไหนมา? เมื่อวานข้ามาไม่เห็นใครเลยถ้าวันนี้ข้ามาแล้วยังไม่พบเ้าอีก ข้าจะรายงานท่านอาจารย์แล้ว หือ! นี่มันนกอะไร?”
กงเสวียนะโใส่เยี่ยซางสองประโยคก่อนจะเห็นนกสีขาวที่กำลังเดินออกจากป่าด้านหลังเยี่ยซาง
“คู่หูใหม่ของข้า แต่ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือนกอะไร”ใบหน้าของเยี่ยซางมีเหงื่อซึมออกการตบของกงเสวียนกระแทกแขนขวาที่าเ็ของเขาไม่น้อย
“เ้าได้รับาเ็หรือ?” เมื่อเห็นการแสดงออกของเยี่ยซางที่ผิดแปลกไปกงเสวียนก็ถามอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“มีบางอย่างเกิดขึ้นขอรับ แขนขวาของข้าหัก”เยี่ยซางชางพยักหน้าเขารู้ว่าอาการาเ็นั้นไม่สามารถปกปิดได้และไม่จำเป็ต้องปกปิดมัน
“เ้าโง่ ถ้าเ้าออกไปฝึกการต่อสู้จริงๆเ้าต้องเรียนรู้วิธีที่จะวิ่งหนี เมื่อเ้าไม่สามารถเอาชนะมันได้”กงเสวียนจ้องไปที่เยี่ยซางและหยิบขวดยาออกมาจาก่เอวของตนเอง