รสนิยมของชนชั้นสูง
ตอน ลวงองค์ชายใหญ่กลับมาซ้ำ 1
ยามราตรีคืบคลานเข้าปกคลุมเมืองแห่งหุบเขา ปราสาทหินสูงตระหง่านทอดเงาทะมึนเสียดฟ้าดูน่าเกรงขาม ท่ามกลางความมืดมิดของูเาที่โอบล้อม แสงหิ่งห้อยน้อยใหญ่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนดิน เสียงแมลงกลางคืนร้องประสานเสียงกันเป็จังหวะกล่อมธรรมชาติให้หลับใหล กลิ่นดอกไม้ป่าหอมเย็นโชยมากับสายลมอ่อนๆ
ค่ำคืนนี้ปราศจากหิมะ ท้องฟ้ามืดสนิทประดับด้วยพระจันทร์เสี้ยวส่องสว่างนวลตา และหมู่ดาวนับล้านดวงที่พร่างพราวระยิบระยับ
บนหลังคาปราสาทอันกว้างใหญ่ ท่านหญิงอุอินะ ท่านมิวะ และจวีเย่ ขึ้นมานอนเรียงก้นสามคน มองทอดไปยังผืนฟ้าเบื้องบนที่กว้างใหญ่ไพศาล ท่านหญิงอุอินะสวมชุดคลุมผ้าไหมสีเข้มบางเบา จวีเย่นุ่งชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสบายๆ ทั้งสองนอนเคียงข้างท่านมิวะในชุดเสื้อคลุมหนา
จวีเย่กำลังนอนเขียนแผนที่ดาวบนแผ่นหนังอย่างตั้งใจ นางพอจำตำราดูดวงจากแผ่นดินเกิดได้ลางๆ ดวงตาหงส์ของนางจับจ้องไปที่กลุ่มดาวต่างๆ อย่างครุ่นคิด
ท่านหญิงอุอินะนอนฟังท่านมิวะผู้เป็สามีรักเล่าถึงอนาคตที่น่าเป็ห่วง
"อุอินะ หากเ้าเมืองหลวงตายไปเมื่อใด ประชาชนในทุกเมืองน่าจะลำบากอย่างแสนสาหัส เพราะจะต้องเกิดการแย่งชิงอำนาจกันอย่างแน่แท้ ระหว่างองค์ชายใหญ่และองค์ชายรอง"
เสียงของท่านมิวะจริงจัง
"ไหนจะศัตรูจากดินแดนอื่นๆ ที่จ้องจะรุกรานอีก ทหารทัพหลวงของเราแทบไม่เคยออกศึกมาเกือบจะทศวรรษ หากปล่อยไปแบบนี้ ในอนาคตแผ่นดินนี้คงตกเป็เมืองขึ้นของศัตรูที่มาคุกคามเป็แน่"
ท่านหญิงอุอินะพลิกตัวเล็กน้อย ใบหน้าเรียวสวยของเธอฉายแววกังวล เธอเอ่ยถึงแผนการที่อยู่ในใจ
"ท่านพี่เพคะ หากอุอินะสามารถมีบุตรชายได้ เราจะสามารถผนึกแผ่นดินและต้านทานศัตรูได้เพคะ"
คำพูดของนางหมายถึงการที่บุตรชายของเธออาจจะก้าวขึ้นสู่การครองเมืองหลวงในอนาคต ท่านมิวะพยักหน้าเห็นด้วยกับภรรยา เขาเชื่อมั่นในความสามารถและสติปัญญาของท่านหญิง
จวีเย่ที่กำลังดูดวงจากหมู่ดาว ก็อุทานออกมาเบาๆ "ท่านหญิงเพคะ! ข้าน้อยเห็นดวงของผู้มีบุญใหญ่จะเกิดถึงสองบุคคล"
นางเว้น่เล็กน้อย สีหน้าของนางดูประหลาดใจ
"และพวกเขาจะห่ำหั่นกันเองจนแผ่นดินลุกเป็ไฟเพคะ"
ท่านหญิงอุอินะนึกคิดด้วยกำลังปัญญาทั้งหมดที่มี ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังหมู่ดาวบนท้องฟ้าอย่างครุ่นคิด นางตอบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว "เช่นนั้น ก็ต้องให้ทั้งสองหมั้นหมายกันไว้เสียแต่เนิ่นๆ"
หลายวันต่อมา การก่อสร้างเมืองขุนเขาได้ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง กำแพงหินสูงตระหง่านเริ่มเป็รูปเป็ร่าง บ้านเรือนถูกสร้างเพิ่มขึ้นรองรับผู้คนที่อพยพมา ผู้คนในเมืองต่างขะมักเขม้นทำงานด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ บ่งบอกถึงความสุขและความหวังที่กลับคืนมา
เมื่อทุกอย่างเป็ไปอย่างน่าพอใจ ท่านมิวะจึงส่งสารเชิญองค์ชายใหญ่แห่งเมืองหลวงให้มาเยือน เพื่อร่วมงานล่าสัตว์ป่าประจำปี งานนี้เป็ประเพณีเก่าแก่ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขา และยังเป็การเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นต่างๆ ในเมือง
วันงานล่าสัตว์มาถึง อากาศยามเช้าสดใส เย็นสบาย หิมะที่เคยปกคลุมผืนป่าได้ละลายหายไปแล้ว เผยให้เห็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เสียงกลองศึกดังกึกก้องไปทั่วลานกว้างหน้าปราสาท บรรเลงเพลงแห่งการล่าอันน่าตื่นเต้น
ชาวบ้านและทาสทุกคนต่างแต่งกายด้วยชุดล่าสัตว์ที่ทำจากหนังสัตว์อย่างเรียบง่ายแต่ทะมัดทะแมง พวกเขารวมตัวกันอย่างคึกคัก พร้อมอาวุธคู่ใจ ไม่ว่าจะเป็ธนู หอก หรือมีดสั้น
ท่านมิวะในชุดล่าสัตว์ทำจากหนังสัตว์ชั้นดีดูองอาจ สง่างาม ท่านหญิง อุอินะ และจวีเย่ก็ร่วมอยู่ในงานด้วย พวกเธอยืนอยู่บนระเบียงปราสาท มองลงมายังลานกว้างเบื้องล่างด้วยความลุ้นระทึก
วันนี้ชาวบ้านและทาสมีสิทธิ์ออกล่าสัตว์อย่างเท่าเทียม โดยทุกคนที่เข้าร่วมแข่งขันจะล่าได้เพียงคนละหนึ่งตัวเท่านั้น ผู้ที่สามารถล่าสัตว์ได้ตัวใหญ่ที่สุด จะเป็ผู้ชนะเลิศและได้รับเลือกของรางวัลหนึ่งอย่างจากสมบัติล้ำค่าในปราสาท
องค์ชายใหญ่แห่งเมืองหลวงผู้เป็แขกคนสำคัญ สวมชุดล่าสัตว์สีเข้มดูทะมัดทะแมงเช่นกัน ธนูคู่ใจสะพายอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของเขาดูมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
เมื่อเสียงแตรล่าสัตว์ดังขึ้น กองทัพนักล่าก็พากันขึ้นม้า ควบทะยานเข้าไปในผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์บนที่ราบสูงของูเา เสียงฝีเท้าม้าดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งกวาง หมูป่า กระต่าย และกระทิงป่าตัวใหญ่
นักล่าแต่ละคนต่างแยกย้ายกันออกตามหาสัตว์ที่้า ชาวบ้านและทาสบางคนได้กวาง บางคนได้หมูป่าตัวใหญ่ ส่วนนักล่าฝีมือดีก็สามารถล่าสัตว์ที่ใหญ่กว่านั้นได้
ท่านมิวะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการล่าสัตว์ ใช้หอกพุ่งหลาวออกล่าอย่างชำนาญ ดวงตาของท่านจับจ้องไปยังกวางตัวผู้ที่มีเขาใหญ่สง่างาม ก่อนที่หอกในมือจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ปักเข้ากลางลำตัวกวางอย่างแม่นยำ
แต่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการล่าขององค์ชายใหญ่ เขาเล็งไปที่กระทิงป่าตัวหนึ่งที่ตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา มันมีกล้ามเนื้อเป็มัดๆ ดวงตาดุดัน เขาขี่ม้าไล่ต้อนกระทิงไปตามทุ่งหญ้าอย่างดุเดือด
การต่อสู้ระหว่างองค์ชายใหญ่และกระทิงเป็ไปอย่างดุเดือดและตื่นเต้น องค์ชายใช้ธนูยิงกระทิงหลายดอก แต่ก็ไม่สามารถโค่นมันลงได้ง่ายๆ ทันใดนั้น กระทิงก็พุ่งเข้าใส่ ชนเข้ากับม้าขององค์ชายอย่างจังจนม้าล้มลง
องค์ชายใหญ่ร่วงลงจากหลังม้าอย่างแรง ร่างของเขากลิ้งไปบนพื้นหญ้า กระทิงป่าตัวมหึมาพุ่งเข้าใส่หมายจะขวิดซ้ำ แม่ทัพอาชูร่าและที่ปรึกษาเชียนหลงที่ยืนลุ้นอยู่ด้านข้างถึงกับหน้าถอดสี ทหารและชาวบ้านต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความใ
องค์ชายใหญ่มีสติ เขาพลิกตัวหลบคมเขาแหลมของกระทิงได้อย่างหวุดหวิด คว้าธนูที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาง้างยิงใส่กระทิงหลายดอก แต่กระทิงก็ยังคงบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่ไม่หยุด องค์ชายใหญ่โยนธนูทิ้ง ชักดาบยาวจากฝักออกมาอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางผืนป่าที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจขององค์ชายใหญ่ เสียงคำรามของกระทิง และเสียงดาบกระทบกับเขาของกระทิงที่ดังเป็ระยะๆ องค์ชายใหญ่ใช้ดาบปัดป้องการโจมตีของกระทิงอย่างคล่องแคล่วว่องไว เขาหาจังหวะที่กระทิงเผลอ กระโจนเข้าใส่ ฟันดาบยาวเข้าที่ลำคอของกระทิงอย่างรุนแรง
กระทิงป่าตัวมหึมาร้องคำรามด้วยความเ็ป ร่างของมันเซไปมา ก่อนจะล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นหญ้า เืสีแดงฉานไหลนองไปทั่วบริเวณ
เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า ชาวบ้าน ทาส และทหารทุกคนต่างปรบมือเป็เกียรติให้กับองค์ชายใหญ่ผู้ชนะเลิศ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบดิน แต่ดวงตาของเขากลับเป็ประกายวาววับด้วยชัยชนะ
ท่านหญิงอุอินะและจวีเย่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากบนระเบียงปราสาทด้วยความลุ้นระทึก เมื่อเห็นองค์ชายใหญ่ได้รับชัยชนะ ทั้งสองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หลังจากการล่าสัตว์อันยิ่งใหญ่สิ้นสุดลง เหล่าชาวบ้านก็นำสัตว์ที่ล่าได้มารวมกันกลางลานจัดงานเลี้ยง ทาสหญิง แม่บ้าน และชาวเมืองต่างช่วยกันทำอาหารหลากชนิดจากเนื้อสัตว์ที่ได้มา ทั้งย่าง ต้ม แกง ผัด
กลิ่นหอมฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณ อาหารเหล่านี้ถูกแจกจ่ายแบ่งปันให้กับคนท้องเป็อันดับแรก ตามด้วยคนแก่ เด็ก และผู้หญิงที่ยืนเรียงแถวต่อกันอย่างเป็ระเบียบ ส่วนเนื้อที่เหลือยังถูกนำมาตากแห้งเพื่อถนอมอาหารไว้แจกจ่ายผู้คนที่อดอยากในวันข้างหน้า
ท่านมิวะสั่งทาสให้กลิ้งถังไวน์แดงขนาดใหญ่นับสิบๆถังมาเปิดแจกจ่ายให้ประชาชนดื่มกินกันอย่างทั่วถึง ยังมีสุราหมักอีกมากมายหลายชนิดสำหรับบุรุษ ทหาร ทาส และวัยรุ่น ทุกคนดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ชาวบ้านพากันออกมาร่ายรำ ณ ลานดินกว้าง เสียงกลองและปี่ขลุ่ยบรรเลงดังเร้าใจ สร้างความครึกครื้นให้กับงานเลี้ยงฉลอง
องค์ชายใหญ่แห่งเมืองหลวงมองท่านหญิงอุอินะด้วยความหลงใหลจนลืมกินอาหารและจิบเหล้า ท่านหญิงงดงามราวเทพธิดา นางช่างมีใบหน้าที่เรียวเล็กอ่อนเยาว์ดั่งสาววัยรุ่น ผิวพรรณผ่องใส เรือนกายกลับเพรียวบางและมีสัดส่วนโค้งเว้าที่ยั่วยวนตา หน้าอกหน้าใจใหญ่แทบจะทะลุเนื้อผ้าที่สวมใส่
ท่านเ้าเมืองมิวะสังเกตเห็นแววตาขององค์ชายใหญ่ จึงกระซิบถามเขาเบาๆ
"ท่านอยากได้อะไรในปราสาทนี้เป็รางวัลในการล่าครั้งนี้"
องค์ชายใหญ่ตอบอย่างนอบน้อมถ่อมตน "ท่านเ้าเมืองโปรดอย่าถือสาข้าน้อยเลยขอรับ แต่หากเป็ไปได้ ข้าน้อยขอยืมท่านหญิงไปเป็รางวัลให้ข้าน้อยสักหนึ่งคืนจะได้หรือไม่"
"ได้สิ ได้เลย" ท่านมิวะตอบกลับอย่างไม่ลังเล "ข้ายกเมียเอกให้ท่านหนึ่งราตรี จะทำอะไรกับนางก็ได้ คิดเสียว่านี่คือเมียของท่าน"
กลางดึกสงัด แสงจันทร์ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนที่จัดไว้รับรององค์ชายใหญ่ บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจแ่เบา
องค์ชายใหญ่นอนหงายอยู่บนเตียงใหญ่ที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อดี เขาลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดช้าๆ
ท่านหญิงอุอินะก้าวเดินเข้ามาในห้องอย่างสง่างาม เธอสวมชุดคลุมผ้าไหมสีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง
องค์ชายใหญ่รีบลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นท่านหญิง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและคาดหวัง
ท่านหญิงอุอินะยิ้มบางๆ "ขออภัยที่รบกวนยามวิกาลเพคะ องค์ชายใหญ่" เสียงของเธอหวานใส
องค์ชายใหญ่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่มองท่านหญิงไม่วางตา
ท่านหญิงอุอินะค่อยๆ ปลดชุดคลุมผ้าไหมของตนเองออกช้าๆ เนื้อผ้าลื่นไหลลงสู่พื้น เผยให้เห็นเรือนร่างที่เปลือยเปล่าขาวผ่องไร้ที่ติ แสงจันทร์ส่องกระทบผิวกายให้ดูเรืองรอง
ท่านหญิงเดินไปยังโต๊ะเล็กๆ ข้างเตียง หยิบขวดไวน์แดงเลิศรสที่วางอยู่ขึ้นมา เทไวน์ราดรดลงบนศีรษะของตนเองช้าๆ
ซ่าาาา! เสียงไวน์ไหลรินกระทบผิวกายเนียนขาวของเธอ ั้แ่เส้นผมจรดปลายเท้า ความรู้สึกเย็นฉ่ำปะทะผิว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความร้อนรุ่ม
องค์ชายใหญ่ที่กำลังทำตาโตเท่าไข่เป็ด รีบลุกเดินจากเตียงมายืนก้มมองเรือนร่างบอบบางอรชรของท่านหญิงอุอินะที่อาบฉ่ำไปด้วยไวน์
แผล๊บ! ๆ เขาแลบลิ้นเลียกินไวน์ที่เลอะใบหน้าสวยของเธออย่างหิวกระหาย ริมฝีปากของเขาประกบเข้ากับริมฝีปากสีชมพูของท่านหญิง ดูดชิมไวน์ที่ค้างอยู่บนนั้นอย่างละเมียดละไม
องค์ชายใหญ่เลียไล่ลงมาตามลำคอยาวระหงส์ ลงไปถึงเนินอกอวบอิ่มที่เต่งตึง จุ๊บ! ๆ ๆ เขาคาบหัวนมของท่านหญิงดูดดึงราวกับเด็กทารกที่หิวนมแม่ เสียงดูดจั๊บๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นองค์ชายใหญ่ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าท่านหญิงอย่างศิโรราบ เขาเลียหลังเท้าเล็กขาวของเธออย่างแ่เบา ไล่ขึ้นมาตามน่องเรียวและขาขาวที่อิ่มอวบ ก่อนจะเงยหน้าซุกดมบริเวณเนินช่องทางรักของท่านหญิง แล้วแลบลิ้นตวัดเลียกินน้ำเสียวปนไวน์ที่เลอะร่องสาวสีชมพูอมแดงอย่างหิวกระหาย
แผล๊บ! ๆ ๆ เสียงลิ้นกระทบเนื้อดังแ่เบา
"อร๊ะ! อ๊า! องค์ชาย องค์ชายใหญ่เพคะ"
ท่านหญิงยืนร้องครางในสภาพขาสั่นระรัว สองกลีบเนื้อโดนลิ้นสากยาวเลียปาดจนแยกอ้า ความเสียวซ่านแล่นแปล๊บไปทั่วร่าง สยิวเกร็งจนน้ำตาเล็ด