และแล้วครอบครัวตระกูลซูก็อยู่อย่างสงบเพราะทุกคนในบ้านต่างยอมรับการมีอนุภรรยาของซูฟานแม้จะอยู่อย่างไม่มีความสุขก็ตามจนกระทั่งถึงวันที่ซูฟานต้องเดินทางไปทำการค้าต่างเมือง
ณหน้าประตูบ้านของครอบครัวตระกูลซูที่เต็มไปด้วยขบวนเกวียนบรรทุกสินค้าที่จอดอยู่หน้าประตู
“ท่านพี่รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ นะเ้าคะ” โจวเว่ยกล่าวกับสามี
“ข้าจะระวังตัว ฝากท่านแม่และทุกคนในบ้านด้วยนะโจวเว่ย” ซูฟานกล่าวโดยไม่ยอมแตะเนื้อต้องตัวภรรยาหลวงเลยสักนิด
“เ้าค่ะท่านพี่” โจวเว่ยแอบเม้มปากที่ฝ่ายชายยังคงทำตัวห่างเหินเช่นเดิม
ซูฟานทำเพียงจับไหล่ภรรยาหลวงจากนั้นก็ละจากนาง แล้วเดินมุ่งหน้าไปหาภรรยารอง
สามีดึงภรรยากำมะลอเข้ามากอดทันทีที่ถึงตัวนาง
หว่านชิงใและเผลอขัดขืนนางรีบกระซิบว่า “ท่านจะทำอะไรน่ะ”
“เบาๆ หน่อย ข้ามีเื่จะสั่งการเ้า” ซูฟานกระซิบตอบ
“ไม่เห็นต้องกอดเลยนี่เ้าคะ” หว่านชิงกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“อย่าลืมสิว่าเ้าเป็ฮูหยินของข้าอีกคน รีบแสดงให้แเี ดูสิตอนนี้ทุกคนมองพวกเราเป็ตาเดียวแล้ว” ซูฟานพยายามเตือน
หว่านชิงก็เลยประชดกอดตอบและแอบหยิกฝ่ายชาย นางกระซิบว่า “มีอะไรก็ว่ามาสิเ้าคะ”
ซูฟานกลับไม่ร้องสักแอะเขารีบสั่งการทันที “ท่านหมอไป่เล่ยเดินทางมาถึงเมืองเชียงหนานแล้วเ้าทำตามแผนได้เลย”
“เ้าค่ะ นายท่าน” หว่านชิงเลิกหยิกแล้วกล่าวรับคำ
“พวกเ้าจะกอดกันอีกนานมั้ย นี่มันก็สายมากแล้ว รีบออกเดินทางเร็วเข้า”แม่สามีรู้สึกหมั่นไส้สะใภ้รองและในขณะเดียวกันนางก็รู้สึกสงสารสะใภ้ใหญ่เป็อย่างมาก
ซูฟานรีบคลายอ้อมกอดทันทีแล้วหันไปหาท่านแม่ “ขอรับท่านแม่”
ท่านแม่เดินไปกอดลูกชาย“ระวังตัวด้วย ่นี้โจรชุกชุม”
“ท่านแม่เองก็รักษาสุขภาพด้วยนะขอรับ” ซูฟานไม่อยากสูญเสียคนที่รักไปอีก
ซูฟานละจากท่านแม่และรีบขี่ม้านำขบวนสินค้าเกลือเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าต่างเมือง
โจวเว่ยกำลังจะประคองแม่สามีเข้าไปในบ้านแต่ทว่าแม่สามีก็ชะงัก และหันไปสั่งการสะใภ้รอง “ข้าว่าเ้าควรฝึกทำความสะอาดบ้านนะ”
“ข้าไม่ใช่สาวใช้นะเ้าคะ” หว่านชิงเผลอเถียง
“นี่เ้ากล้าขัดคำสั่งข้าอย่างนั้นหรือ” แม่สามีเอ็ดสะใภ้รอง
“เปล่าเ้าค่ะ” หว่านชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“ข้าหวังดีอยากให้เ้าเป็แม่ศรีเรือนเ้ามองเห็นความหวังดีของข้าเป็อื่นได้อย่างไร” แม่สามีกล่าวอ้าง
“ก็ได้เ้าค่ะท่านแม่” หว่านชิงยอมเชื่อฟังแต่โดยดีเพื่อจบเื่
“ดีมาก งั้นข้าไปล่ะ” แม่สามียิ้มมุมปากแล้วเดินไปโดยมีสะใภ้ใหญ่ช่วยประคอง
หว่านชิงคิดในใจว่า“งั้นดีล่ะข้าได้โอกาสหาหลักฐานเอาผิดโจวเว่ยแล้ว”
***************************
สามวันต่อมาณ ห้องนอนส่วนตัวของสะใภ้ใหญ่
“ฮูหยินเ้าคะ ยังไม่ทันไรเลย นิสัยสันดานโจรก็ออกมาแล้วเ้าค่ะ” หงเหม่ยรีบฟ้องเ้านาย
“เ้าพูดถึงใครน่ะ” โจวเว่ยขมวดคิ้วสงสัยเพราะสาวใช้ไม่เกริ่นชื่อใครเลย
“ก็ฮูหยินรองไงเ้าคะ” หงเหม่ยรีบพูด
“นางเป็ถึงสะใภ้ตระกูลซู นางจะกล้าลักขโมยให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างนั้นหรือ”โจวเว่ยไม่เชื่อ
“ข้าเห็นกับตาเลยนะเ้าคะตอนกลางวันนางก็ทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูบ้านตามปกติแต่พอตกกลางคืนนางก็แอบลักขโมยเครื่องลายครามออกไปทีละชิ้น ไม่เชื่อคืนนี้ท่านก็ไปแอบดูสิเ้าคะ” หงเหม่ยท้า
“เป็ความจริงงั้นหรือ แต่มันต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา ข้าเป็ภรรยาหลวงหากกล่าววาจาว่าร้ายภรรยาน้อยไปคนอาจนินทากล่าวหาว่าข้าหาเื่ใส่ร้ายนางเพราะอิจฉาริษยาได้” โจวเว่ยกังวล
“คืนนี้พวกเราไปซุ่มดูดีมั้ยเ้าคะ” สาวใช้ชวน
“ข้าเชื่อว่าเ้าไม่โกหกข้า งั้นคืนนี้พวกเราไปดูกัน” โจวเว่ยอยากเห็นกับตาของตัวเอง
***************************
ณหลังบ้านของตระกูลซู
โจวเว่ยกับสาวใช้ได้ซุ่มแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้และรอดูอย่างใจจดใจจ่อ
“ไหนล่ะ ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะมีการลักขโมยอะไรเลย” โจวเว่ยเริ่มหงุดหงิด
“รออีกหน่อยนะเ้าคะ วันนี้นางคงขโมยของไปเยอะ เลยใช้เวลานาน” หงเหม่ยกล่าว
สักพักหว่านชิงก็เดินออกมาจากหลังบ้านพร้อมกับสั่งคนงานให้ช่วยกันขนเครื่องลายครามจำนวนห้าชิ้นไปวางบนเกวียนที่จอดอยู่หน้าประตูหลังบ้าน
“ระวังอย่าให้แตกล่ะ” หว่านชิงกำชับ
“ขอรับ” คนงานรับคำ
โจวเว่ยที่กำลังแอบดูอยู่นางคิดในใจว่า“มันเป็ความจริงหรือนี่หว่านชิงกำลังขโมยทรัพย์สินในบ้าน ไม่ได้การแล้วข้าต้องเรียกพ่อบ้านให้จับนางส่งทางการ”
แต่ทว่าหงเหม่ยดันเผลอเหยียบกิ่งไม้จนเกิดเสียง
“นั่นใครอยู่หลังพุ่มไม้น่ะ!” หว่านชิงและพรรคพวกรีบเดินมุ่งหน้าไปที่พุ่มไม้ทันที
สะใภ้รองเดินไปถึงพุ่มไม้แต่กลับไม่พบใครเลย นางก็เลยว่า “หาให้ทั่ว มันคงหนีไปได้ไม่ไกลหรอก”
“ขอรับ” คนงานกล่าว
สะใภ้รองสั่งชายฉกรรจ์สามคนให้แยกย้ายกันออกตามหาบุคคลปริศนาที่แอบดูพวกนางเสร็จจากนั้นนางก็เดินไปเจรจากับชายหนุ่มที่ลากเกวียนอยู่หน้าประตูนางยืนรอให้ชายหนุ่มลากเกวียนจากไประยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยออกตามหาคนซุ่มดูช่วยอีกแรง
โจวเว่ยและสาวใช้รอให้หว่านชิงและพรรคพวกเดินไปทางอื่นก่อนพวกนางค่อยเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่
“พวกเรารีบกลับไปที่ห้องเพื่อตั้งหลักกันก่อนเถอะนะเ้าค่ะ” หงเหม่ยเสนอ
“ก็ดีเหมือนกัน หากพวกเราบุ่มบ่ามทำอะไรขึ้นมา มีหวังหว่านชิงได้ฆ่าพวกเราปิดปากเป็แน่” โจวเว่ยคิดว่าต้องรักษาชีวิตไว้ก่อน
โจวเว่ยวิ่งนำสาวใช้ไปที่ห้องของนางแต่ทว่านางกลับวิ่งไปชนหญิงสาววัย 19ปีเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย! ทำไมวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนี่” หญิงสาวล้มก้นกระแทกและหลับหูหลับตาต่อว่า
“บังอาจ! เ้ากล้าว่านายหญิงของบ้านนี้ได้อย่างไร เ้าเป็ใครกันทำไมข้าไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อนเลย” หงเหม่ยดุหญิงสาวแปลกหน้า
“เอ่อ! ขออภัยด้วยเ้าค่ะ ข้าไม่ทันมอง เลยไม่รู้ว่าข้าชนเข้ากับฮูหยินใหญ่”หญิงสาวใเมื่อมองเห็นสะใภ้ใหญ่ที่ล้มก้นกระแทกเช่นกันแต่หงเหม่ยได้ประคองนางให้ลุกขึ้นยืนดีๆ แล้ว
“เ้ารู้จักข้าด้วยงั้นหรือ” โจวเว่ยแปลกใจ
“ข้าเป็สาวใช้คนใหม่ก็จริงแต่แม่บ้านได้แนะนำทุกคนในบ้านให้ข้ารู้จักทั้งหมดแล้ว ข้าจำท่านได้เ้าค่ะ”หญิงสาวกล่าวอวดว่าตนมีความจำดี
“ไม่มีอะไรแล้ว เ้ากลับไปทำหน้าที่ของเ้าเถอะ ข้าจะรีบกลับห้อง” โจวเว่ยไม่อยากคุยนาน นางกลัวหว่านชิงเดินมาเห็นนางเข้า
“เ้าค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับคำ
“แล้วอย่าบอกใครล่ะว่าเจอพวกข้าอยู่หลังบ้านตอนเที่ยงคืน” หงเหม่ยกำชับ
“เ้าค่ะ” หญิงสาวรับคำเช่นเคย
โจวเว่ยเปลี่ยนจากวิ่งมาเป็เดินอย่างสง่างามไปที่ห้องของตนโดยมีสาวใช้คนสนิทเดินตาม
พอถึงห้องนอนหงเหม่ยก็เลยว่า “โล่งออกไปทีนะเ้าคะดีที่ฮูหยินรองและพรรคพวกไม่เจอพวกเรา”
“ข้าจะต้องรีบไปฟ้องท่านแม่โดยด่วน รอช้าไม่ได้มีหวังครอบครัวตระกูลซูได้หมดตัวเพราะนางโจรคนนั้นกันพอดี” โจวเว่ยร้อนใจ
“ตอนนี้ดึกมากแล้ว คงต้องรอพรุ่งนี้เช้าเ้าค่ะ” หงเหม่ยคิดว่าแม่สามีของเ้านายคงนอนหลับสนิทไปแล้ว
“งั้นพวกเรารีบไปนอนกันเถอะ” โจวเว่ยเห็นด้วย
***************************
เช้าวันรุ่งขึ้นณ ห้องโถงใหญ่
“หว่านชิง! เ้ากล้าดียังไงถึงขโมยทรัพย์สินในบ้านไปขายแบบนี้ ห๊า” แม่สามีตะคอกด้วยอารมณ์โมโห
“ขโมยอะไรกันเ้าคะ” หว่านชิงมองไปที่แม่สามีโดยมีฮูหยินใหญ่ช่วยประคองอยู่ไม่ห่าง
“ข้าเห็นกับตาว่าเ้าพาพรรคพวกเข้ามาขโมยเครื่องลายครามในบ้าน” โจวเว่ยกล่าวยืนยัน
“พวกท่านกำลังเข้าใจอะไรข้าผิดไปหรือเปล่าเ้าคะ” หว่านชิงทำเป็งง
“คงไม่เข้าใจผิดหรอก ข้าสำรวจดูแล้ว เครื่องลายครามหายไปจริงๆ” จากนั้นแม่สามีก็หันไปสั่งพ่อบ้านและลูกน้องให้จับสะใภ้รองส่งทางการ
เด็กในบ้านเข้ามาจับกุมสะใภ้รองอย่างไม่ให้เกียรติ
“ปล่อยข้านะ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด” หว่านชิงดิ้นรนขัดขืน
“มีหลักฐานพยานแ่า ยังจะกล้าทำไขสืออีก” โจวเว่ยกล่าวนางมั่นใจอย่างมากว่าภรรยาน้อยเป็นางโจร
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า” หว่านชิงยังคงดิ้นขัดขืนเช่นเดิม
“ขออภัยด้วยขอรับ ข้านำเครื่องลายครามกลับมาส่งคืนให้ขอรับ” ชายวัย 45 ปีกล่าวขัดจังหวะ
“นี่คงจะไหวตัวทันสินะ เลยสั่งลูกน้องให้นำของกลางมาส่งคืนก่อนน่ะ” โจวเว่ยกล่าว
“ข้าไม่ได้ขโมยข้าก็แค่ส่งเครื่องลายครามไปทำความสะอาดที่ร้านก็เท่านั้นเอง” หว่านชิงอธิบาย
“อย่าไปเชื่อเ้าค่ะ” โจวเว่ยหันหน้าไปหาแม่สามี
“ท่านแม่สั่งให้ข้าทำความสะอาดเครื่องลายครามไม่ใช่หรือเ้าคะ” หว่านชิงยืนกรานว่าตนเป็ผู้บริสุทธิ์
“ข้าสั่งให้เ้าทำความสะอาดด้วยตัวเอง ไม่ใช่ไปจ้างคนอื่นแบบนี้” แม่สามีนึกขึ้นได้ว่าตนสั่งสะใภ้รองแบบนั้นจริงๆ
“นี่ท่านแม่เชื่อนางหรือเ้าคะ” โจวเว่ยแอบผิดหวัง
“ข้าคือไปเล่ย เป็หมอชันสูตรศพ ข้าไม่ใช่โจร ท่านเองก็รู้จักข้าไม่ใช่หรือ”ชายวัยกลางคนกล่าวช่วย
“แล้วท่านมายุ่งอะไรกับเครื่องลายครามบ้านข้าล่ะ” แม่สามีไม่เข้าใจ
“งานเสริมของข้าก็คือรับจ้างล้างเครื่องลายครามน่ะสิ” ไป่เล่ยอธิบาย
“เป็ความจริงงั้นหรือ” แม่สามีไม่อยากจะเชื่อแต่เพราะนางรู้จักท่านไป่เล่ยซึ่งมีแต่คนนับหน้าถือตา นางก็เลยไม่เชื่อไม่ได้
“อย่าไปเชื่อเ้าค่ะบางทีเครื่องลายครามของจริงอาจถูกนำไปขายทอดตลาดหมดแล้ว นี่คงจะเป็ของปลอมสินะ”โจวเว่ยคาดการณ์
“ถ้าท่านไม่เชื่อ ก็ให้ท่านเฉินลู่มาพิสูจน์สิเขาเป็เ้าของร้านเครื่องลายครามที่ท่านไปซื้อเป็ประจำไม่ใช่หรือ” ไป่เล่ยท้า
“ก็ได้ งั้นมาพิสูจน์กัน” แม่สามีหันไปสั่งพ่อบ้านทันที“เ้าจงไปเชิญท่านเฉินลู่มาที่นี่โดยด่วนยังไงวันนี้ข้าจะต้องจับนางโจรส่งทางการให้จงได้” แม่สามีไม่เชื่อใจสะใภ้รอง
“ขอรับนายหญิง” ท่านพ่อบ้านรับคำ
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามท่านเฉินลู่ก็เดินทางมาถึง
“โอ้ เครื่องลายครามสะอาดใหม่เอี่ยมเชียว” ท่านเฉินลู่กล่าวทัก
“นี่ใช่ของแท้หรือไม่เ้าคะ” โจวเว่ยรีบพูด
“ขอข้าสำรวจดูก่อนนะ” เฉินลู่ถือแว่นขยายสำรวจแจกันไห ถ้วยโถโอชามจนครบทั้งยี่สิบชิ้นเนื่องจากหว่านชิงได้แอบส่งเครื่องลายครามไปให้ท่านไป่เล่ยหลายวันแล้ว
“เป็ไงบ้าง ท่านแยกออกมั้ย” แม่สามีสงสัย
“เครื่องลายครามเหล่านี้มาจากร้านข้าจริงๆ ข้าขอรับรองว่ามันเป็ของแท้แน่นอน”เฉินลู่ยืนยัน
“ท่านรู้ได้อย่างไร” แม่สามีสงสัย
“เครื่องลายครามร้านข้าจะมีตราชื่อร้านอยู่ด้วย ไม่เชื่อท่านก็ดูสิ”เฉินลู่ชี้ให้ดู
“คนปลอม อาจปลอมเหมือนก็ได้นะเ้าคะ” โจวเว่ยไม่เชื่อ
“ตราร้านข้า ไม่ได้เลียนแบบกันได้ง่ายๆ นะ” เฉินลู่มั่นใจ
“ข้าเชื่อท่าน เอาล่ะ ขอบคุณท่านมาก ไว้ข้าจะไปอุดหนุนร้านท่านอีกนะ”แม่สามีกล่าว
“ร้านข้ายินดีต้อนรับท่านทุกเมื่อ งั้นข้าขอตัวก่อนนะ” เฉินลู่กล่าวลา
ทุกคนต่างทำท่าคารวะท่านเฉินลู่วัย55 ปีก่อนที่ท่านจะเดินออกจากบ้านตระกูลซูไป
“ข้าพ้นมลทินแล้ว ข้าจะสั่งให้เด็กรับใช้ในบ้านให้ช่วยกันขนเครื่องลายครามไปวางไว้ที่เดิมนะเ้าคะ”หว่านชิงอาสา
“ต่อไปมีอะไรให้ปรึกษาข้าก่อนนะหว่านชิง” แม่สามีกล่าวย้ำ
“เ้าค่ะท่านแม่” หว่านชิงรับคำ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นข้าขอตัวนะขอรับ” ไป่เล่ยเห็นว่าหมดเื่แล้ว
“ขอบคุณท่านมาก ท่านหมอไป่เล่ย” แม่สามีกล่าว
***************************
ณห้องนอนส่วนตัวของฮูหยินใหญ่
“ข้าหน้าแตกเลยน่ะ” โจวเว่ยรู้สึกเจ็บใจ
“บางทีพวกนางอาจเตี๊ยมกันก่อนก็เป็ได้นะเ้าคะ” หงเหม่ยยังคงไม่เชื่อ
“พวกเขาจะเอาเวลาไปเตี๊ยมกันตอนไหน อีกอย่างเมื่อคืนหว่านชิงก็ไม่รู้ว่าพวกเราแอบดูพวกนางอยู่” โจวเว่ยกล่าว
“เอ่อ คือว่า…” หงเหม่ยพูดตะกุกตะกัก
“น้ำเสียงแบบนี้ หมายความว่ายังไง” โจวเว่ยมองสีหน้าสาวใช้ออก
“เมื่อคืนท่านได้วิ่งไปชนสาวใช้ข้างกายของฮูหยินรองเข้าเ้าค่ะ” หงเหม่ยยอมพูด
“หญิงสาวคนนั้นน่ะหรือ ถึงว่า หว่านชิงถึงรู้ตัวก่อน เพราะแบบนี้นี่เองน่าเจ็บใจจริงๆ” โจวเว่ยรู้สึกเจ็บใจ
“น่าเสียดายจริงๆ นะเ้าคะ” หงเหม่ยคิดอยากกำจัดศัตรูหัวใจของเ้านาย
“ไม่เป็ไร สันดานชั่วร้ายมันปิดกันไม่มิดหรอกคงจับได้คาหนังคาเขาเข้าสักวันนั่นแหละ” โจวเว่ยคิดว่าวันหน้ายังมีโอกาสอีก
“งั้นข้าจะสั่งพรรคพวกให้ช่วยกันเป็หูเป็ตาให้นะเ้าคะ” หงเหม่ยกล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน เ้ารีบไปดำเนินการได้เลย” โจวเว่ยตั้งใจจับตาดูพฤติกรรมศัตรูหัวใจ
***************************
ณห้องนอนส่วนตัวของฮูหยินรอง
“น่าเจ็บใจนักท่านไป่ลู่ไม่พบพิษฮัวเหมยฉาบอยู่บนเครื่องลายครามตามที่พวกเราคาดการณ์ไว้เลยน่ะ”หว่านชิงรู้สึกผิดหวัง
“ท่านเกือบทำงานพลาดนะ ดีที่เมื่อคืนข้าดักคนซุ่มดูไว้ได้ทันเลยรู้ว่าเป็ฮูหยินใหญ่” หญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็สาวใช้ข้างกายหว่านชิงกล่าว
“นี่ท่านซูฟานจ้างเ้าให้มาเป็สาวใช้ส่วนตัวของข้าไม่ใช่หรือดูเ้าเหมือนเป็เ้านายข้ามากกว่านะเจียงหยา” หว่านชิงกล่าวแซว
“เป็สาวใช้แต่เพียงในนามความจริงท่านซูฟานจ้างข้าให้มาควบคุมความประพฤติของเ้าต่างหาก” เจียงหยากล่าว
“ข้าแก่กว่าเ้าตั้งห้าปี เ้าควรพูดจาเคารพาุโอย่างข้าสิ” หว่านชิงกล่าวเตือน
“แต่ข้าทำงานให้ท่านซูฟานมาก่อนเ้า เ้าสิที่จะต้องเคารพข้าข้าถือว่าเป็รุ่นพี่ของเ้ารู้มั้ย” เจียงหยาไม่ยอม
“ก็ได้ ก็ได้ แต่ต่อหน้าคนอื่น เ้าต้องทำตัวเป็สาวใช้ของข้ารู้มั้ย”หว่านชิงยอมให้หญิงสาววัยอ่อนกว่า
“ข้าไม่ทำงานพลาดหรอกน่า” เจียงหยามั่นใจตัวเอง
“แล้วจะเอายังไงต่อดีล่ะ” หว่านชิงยังคงนึกแผนการไม่ออก
“ทำไมพวกเราไม่ค้นที่ห้องของฮูหยินใหญ่ไปเลยล่ะ” เจียงหยากล่าวแผน
“นางระมัดระวังตัวจะตายไป อีกอย่างนางคงไม่ยอมให้ข้าเข้าไปที่ห้องของนางหรอก” หว่านชิงคิดว่าเป็ไปไม่ได้ที่ตนจะได้เข้าไปในห้องของภรรยาหลวง
“ให้ศิษย์พี่ของข้าลอบเข้าไปค้นให้สิ” เจียงหยาเสนอ
“เขาเองก็อยู่เมืองนี้งั้นหรือ” หว่านชิงเห็นว่าศิษย์พี่ของเจียงหยานั้นอยู่ต่างเมือง
“เขาน่าจะเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมแล้วล่ะ” เจียงหยานัดศิษย์พี่ให้เดินทางมาเจอกันที่นี่
“เ้ารีบไปดำเนินการเถิด งานเสร็จเมื่อไหร่ข้าจะได้ออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที ข้าต้องทนอยู่ที่นี่โดยมีแต่คนเกลียดชังข้า”หว่านชิงเริ่มเบื่อหน่าย
“อดทนหน่อยเถิด นายท่านต้องจ่ายเ้าไม่อั้นอยู่แล้ว” เจียงหยาพยายามกล่อม
“ก็ได้ๆ เพื่ออัฐ เพื่ออัฐ ข้าจะอดทน” หว่านชิงท่องกับตนเอง
***************************
สองวันต่อมาในค่ำคืนดึกสงัดคืนหนึ่ง ณ ห้องนอนส่วนตัวของฮูหยินใหญ่
โจวเว่ยตื่นขึ้นมากลางดึกนางลืมตาก็เห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ปลายเตียงของนาง “นั่นใครน่ะ! ท่านพี่หรือเ้าคะ”
“โจวเว่ย! ข้าคิดถึงเ้ามากเลยรู้มั้ย”
“เ้าไม่ใช่สามีของข้า เ้าเป็ใครกันน่ะ…..