“ดีต่อไปพวกเ้าต้องตามสิบสามดวงิญญากลับนรก.”ชายชุดขาวเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เด็กทั้งสองแล้วมองที่กึ่งกลางหน้าผากของเด็กทั้งสองจนกระทั่งตอนนี้หยางเฟิ่งและหยางเหวินเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าผากของตนนางและพี่ชายของนางเริ่มรู้สึกร้อนที่หน้าผากของตนร้อนจนหัวแทบะเิเด็กทั้งสองคนกรีดร้องด้วยความเ็ปเสียงดังเป็เหตุให้นางซือที่กำลังจะสิ้นใจใจนต้องลุกขึ้นมาดูอาการของหลานทั้งสองของตนด้วยสีหน้าหวาดวิตก
และเมื่อเด็กทั้งสองร้องไห้จากความเ็ปจนหลับไปกุ้ยเจินก็พบว่าที่หน้าผากของเด็กทั้งสองเกิดปานสีแดงขึ้นที่กลางหน้าผากเป็รูปคล้ายดอกสือซว่านเื่นี้ทำให้นางซือที่รู้ว่าตนเป็ต้นเหตุจึงกลุ้มใจไม่แพ้ผู้เป็มารดาของเด็กๆอย่างกุ้ยเจินเลยแม้แต่น้อย
“เด็กๆเป็เช่นไรบ้างเจินเออร์” นางซือเอ่ยถามกุ้ยเจินด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ตอนนี้เด็กๆหลับไปแล้วเ้าค่ะ” กุ้ยเจินหันมาตอบแม่สามีของตนแล้วหันกลับมาจัดท่านอนให้ลูกทั้งสองของตนอย่างทะนุถนอม
“เฮ้อวันนี้ให้เด็กๆนอนที่ห้องแม่เถอะ”นางซือมองไปที่หลานๆของตนแล้วเอ่ยกับกุ้ยเจินเสียงเหนื่อย
“อย่าเลยขอรับท่านแม่หากให้เด็กๆมาอยู่ที่นี้จะรบกวนท่านแม่เปล่าๆ”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยกับนางซือด้วยสีหน้าเป็ห่วง
“หุบปากไปเลยคนที่ได้แต่นั่งเฉยๆ เช่นเ้าไม่ต้องมาพูด” นางซือหันไปเอ่ยกับบุตรชายของตนเสียงเรียบ
“ท่านแม่”ไป๋หยางเจี๋ยที่มารอดูใจมารดาของตนได้แต่กำมือด้วยความเจ็บใจที่ตนไม่สามารถช่วยอะไรมารดาของตนได้
“หึเ้ามันไม่ใช่คนเห็นว่าลูกสองคนเ็ปเช่นนี้ยังไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยอะไรไป๋หยางเจี๋ยแม่ผิดหวังในตัวเ้าจริงๆ”นางซือเอ่ยพร้อมกับล้มตัวลงนอนข้างๆหลานทั้งสองของตนอย่างแ่เบาและเมื่อนางเห็นว่าหยางเจี๋ยกำลังจะเอ่ยปากนางจึงได้โบกมือไล่เขาออกจากห้องนอนของนางเบาๆเพื่อไม่ให้เสียของเขามารบกวนการนอนของเด็กทั้งสอง
“เ้าคงพอใจแล้วละสิ”หยางเจี๋ยที่ถูกมารดาของตนต่อว่าหันมาใส่อารมณ์กับกุ้ยเจินที่เดินออกมาพร้อมกับตน
“ข้าไม่ใช่ลูกเมียของท่านอย่าได้คิดนำอารมณ์ของท่านมาลงที่ข้าเป็อันขาด” กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมกับมองหิมะสีขาวตรงหน้าด้วยสายตาเ็าแล้วก้าวเท้าไปที่เรือนของตนอย่างรวดเร็ว
“เ้า!”หยางเจี๋ยที่เถียงไม่ออกจึงได้แต่ยกมือชี้ไปที่หลังของฮูหยินของตนอย่างจนปัญญา
“จินกุ้ยเจิน” ไป๋หยางเจี๋ยที่เห็นท่าทางไม่แยแสของกุ้ยเจินจึงได้เกิดโทสะคิดจะสั่งสอนหน้าที่ของภรรยาที่ดีให้สตรีตรงหน้าเขาเดินเข้าไปคว้าแขนของกุ้ยเจินแล้วเลือกที่จะบีบที่ท้องแขนของนางอย่างแรง
“หากท่านคิดจะใช้กำลังกับข้าท่านคิดผิดแล้วละหยางเจี๋ย” กุ้ยเจินเอ่ยเสียงเรียบแล้ววาดขาของตนไปที่ข้อพับของหยางเจี๋ยตอนเผลออย่างแรงส่งผลให้หยางเจี๋ยที่ไม่ทันตั้งตัวต้องคุกเข่าให้กุ้ยเจินอย่างเลือกไม่ได้
“ที่ผ่านมาข้ายังเห็นแก่ท่านที่เป็บิดาของลูกๆของข้าแต่วันนี้มันทำให้ข้าตาสว่างแล้วละว่าท่านไม่มีค่าพอที่จะเป็บิดาของลูกๆของข้า”กุ้ยเจินเอ่ยเสียงเย็นแล้วเดินไปที่เรือนของตนโดยไม่คิดหันกลับมามองหยางเจี๋ยที่ตอนนี้ตะลึงค้างอยู่ท่าเดิมหลายสิบเฟิน
“ท่านแม่ทัพ”พ่อบ้านไป๋ที่เดินมาพบนายของตนรีบเข้ามาช่วยพยุงนายของตนขึ้นจากพื้นที่มีหิมะอันเหน็บหนาวด้วยสีหน้าใ
“นางบอกว่าข้าไม่คู่ควรเป็พ่อของลูกนางหรือ”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยกับตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินมาเมื่อครู่นี้
“ฮูหยินผู้เฒ่าได้เตรียมเื่การหย่าของท่านกับฮูหยินเอกมานานแล้วขอรับแต่ตอนนั้นฮูหยินเอกไม่้าให้คุณหนูและคุณชายทั้งสองได้ชื่อว่ากำพร้าพ่อจึงไม่ตกลงที่จะหย่ากับท่านแม่ทัพขอรับ ว่าแต่เหตุใดท่านแม่ทัพจึงได้มานั่งอยู่ที่พื้นที่มีแต่หิมะเช่นนี้หรือขอรับ”พ่อบ้านไป๋เอ่ยถามนายของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“ไม่มีอะไรท่านไปนอนเถอะ”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยเสร็จจึงได้เร่งเดินไปที่เรือนเหลียนฮวาของกุ้ยเจินด้วยท่าทีร้อนใจนี้นางคิดจะหย่ากับเขามานานแล้วหรือมิน่านางจึงไม่เคยไว้หน้าเขาเลยไป๋หยางเจี๋ยคิดในใจแล้วจึงเร่งเดินไปที่เรือนของฮูหยินเอกอย่างรวดเร็ว