วันที่เริ่มเขียน5 มีนาคม 2567
ณ บ้านตระกูลหนานกงทุกหนทุกแห่งตกแต่งประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงเพราะวันนี้เป็วันแต่งงานของหนานกงเยี่ยนกับคุณหนูหว่านหรงใครๆต่างก็พากันอิจฉาคุณหนูหว่านหรงที่ได้แต่งงานกับหนานกงเยี่ยนบุรุษที่เก่งกาจที่สุดของแคว้นนี้หลังจากเสร็จพิธีต่างๆ ตามประเพณีแล้วเ้าบ่าวเ้าสาวก็เข้าห้องหอหว่านหรงมองลอดผ้าคลุมศีรษะออกไป นางเขินอายจนหน้าแดงหนานกงเยี่ยนเปิดผ้าคลุมออกมองฮูหยินที่งดงามราวดอกไม้แรกแย้ม เขาเชยคางนางขึ้นหว่านหรงหลุบตาลงเขินอายจนหน้าแดงแล้วแดงอีก
ก่อนที่จะมีงานแต่งงานยิ่งใหญ่นี้ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว
“หรงเอ๋อร์ ดูซิผ้าผืนนี้สวยจริงๆ” หว่านหรูอี้จับเนื้อผ้าจากผ้าหลายพับที่อยู่ในร้านชี้ชวนให้น้องสาวต่างมารดาชมดูหว่านหรงขยับเข้าไปมองอย่างตื่นๆ นางไม่ค่อยได้ออกจากจวนมาบ่อยนักเนื่องจากนางเป็ลูกกำพร้ามารดา แม้ว่ามารดาของนางจะเป็ฮูหยินเอกแต่ว่ามารดาก็ตายไปตั้งนานแล้ว อนุรองจึงรับหน้าที่ดูแลจวนหลังจากที่ฮูหยินเอกตายไปทำให้หว่านหรง บุตรสาวของฮูหยินเอกไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควรนักนางมีเพียงแม่นมกับสาวใช้ซึ่งเป็คนเก่าคนแก่ของมารดาเลี้ยงดูจนเติบใหญ่นางเพิ่งจะผ่านพิธีปักปิ่นเมื่อวันก่อนมาหยกๆ ซึ่งก็ถือว่านางเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วส่วนหว่านหรูอี้นั้นแก่กว่า 1 ปี นางเข้าพิธีปักปิ่นไปเมื่อปีที่แล้วตอนนี้นางอายุ 16 กว่าๆ กำลังเป็สาวน้อยสะพรั่งสวยสดงดงาม อาภรณ์ที่นางสวมใส่หรูหราดูดียิ่งกว่าลูกฮูหยินเอกอย่างหว่านหรงเสียอีก
สองสาวยืนเคียงกันคนหนึ่งสวยสดงดงาม อีกคนแม้จะดูด้อยกว่าด้วยอาภรณ์ที่สวมใส่ไม่ใช่อาภรณ์ที่ตัดเย็บอย่างประณีตแต่ว่าอาภรณ์นั้นก็ไม่อาจบดบังความงามของสาวน้อยวัย15 ได้เลย เอาจริงๆ หากว่าเทียบหน้าตากันแล้วหว่านหรูอี้นั้นสวยไม่เท่าน้องสาวต่างมารดาอย่างหว่านหรงแต่ด้วยอาภรณ์ที่ตัดเย็บอย่างประณีตราคาแพงทำให้หว่านหรูอี้ดูงดงามเทียบเคียงองค์หญิงจากในรั้วในวังได้อย่างสูสี
“อาแม่นางช่างตาแหลมนัก ผ้าผืนนี้ทอจากใยไหม เนื้อนุ่มเบาสบายหน้าร้อนใส่แล้วไม่ร้อนแน่นอนขอรับ” เถ้าแก่รีบพูดขึ้นมา เขาจำลูกค้าสาวคนนั้นได้นางเป็คุณหนูใหญ่ของอาลักษณ์ท่านหนึ่ง มักจะมาซื้อผ้าที่ร้านบ่อยๆ ทุกเดือนส่วนสตรีอีกคนนั้นเขาไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ฟังจากคำพูดของคุณหนูหว่านหรูอี้แล้วนางน่าจะเป็น้องสาวกระมัง
“เท่าไหร่?”หว่านหรูอี้ถาม เถ้าแก่รีบบอก “ไม่แพงขอรับๆ ผ้าพับนี้แค่ 1 ร้อยตำลึงทองขอรับ”
“1 ร้อยตำลึงทอง!” หว่านหรูอี้หลุดอุทานออกมา นางไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น 1ร้อยตำลึงทองเทียบได้กับเบี้ยหวัดเกือบทั้งปีของท่านพ่อเลยทีเดียวท่านพ่อของนางทำงานได้เบี้ยหวัดเดือนละ 10 ตำลึงทอง 1 ปีก็เป็ 120 ตำลึงทอง
“โอ้!” หว่านหรงได้ยินราคาแล้วก็ตกตะลึงไปเหมือนกัน ถึงนางจะไม่ได้ออกมานอกจวนแต่ว่าเื่ราคา เื่เงินเื่ทองอะไรพวกนี้แม่นมพูดให้ฟังบ่อยๆซ้ำยังคอยทวงเบี้ยน้อยนิดของนางที่ควรได้รับจากจวนกับอนุรองอยู่บ่อยๆอนุรองก็ไม่กล้ากดขี่อย่างออกนอกหน้ามากนักเพราะหากเื่ในจวนรู้ไปถึงหูสามีเมื่อไหร่หว่านกัวฉายอาจจะริบหน้าที่ดูแลจวนแล้วให้อนุคนอื่นๆ ทำแทนก็ได้ดังนั้นอนุรองจึงไม่กล้าทำอะไรให้มีเื่มีราวรู้ไปถึงหูสามีเด็ดขาด
“คุณหนูจะรับผ้าผืนนี้ไหมขอรับ?”เถ้าแก่ถาม หว่านหรูอี้แม้จะอยากได้มากเท่าไหร่ แต่ว่านางไม่มีเงินมากขนาดนั้นนางจึงบอกอย่างบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นว่า “ผ้าบางถึงเพียงนี้เกรงว่าตัดชุดออกมาแล้วคงมองเห็นไปถึงไหนๆ เอ่อ ข้าดูผ้าเหมือนคราวที่แล้วดีกว่า”
“อ่อๆไม่เป็ไรขอรับแม่นาง” เถ้าแก่บอกแล้วหลิ่วตาสั่งลูกน้อง
ลูกน้องก็รีบเอาผ้าพับใหม่มาให้ดูนางเลือกผ้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับที่คุณหนูท่านนี้ซื้อไปเมื่อเดือนที่แล้วมาวางเรียงตรงหน้าลูกค้าสาวพลางเก็บผ้าไหมราคาแพงพวกนั้นออกไป
หว่านหรูอี้มองดูผ้าพับใหม่พวกนั้นพลางชี้ชวนให้หว่านหรงดูด้วย“หรงเอ๋อร์ เ้าช่วยพี่ดูซิผืนไหนสวยที่สุด?”
“เอ่อพี่อี้ดูเถอะเ้าค่ะ ข้าโง่เง่า เกรงว่าจะช่วยพี่ไม่ได้มากนักเ้าค่ะ” หว่านหรงบอกนางมองผ้าเ่าั้เหมือนพวกมันเป็ของเกินเอื้อม ก็ใช่สำหรับนางแล้วเกินเอื้อมจริงๆ นั่นแหละ เบี้ยของนางแต่ละเดือนไม่ได้มากมายนัก
แม่นมกับสาวใช้เอาไปซื้อของกินเข้าเรือนอย่างกระเบียดกระเสียรทุกเดือนๆไม่มีเหลือซ้ำแม่นมกับสาวใช้ยังต้องปักผ้าแล้วเอาไปขายเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูนางอีก
หว่านหรูอี้เห็นน้องสาวต่างมารดาถ่อมตัวถึงขนาดนั้นก็ยิ้มพอใจอยู่รางๆนางจึงเลือกผ้าเองไม่สนใจน้องสาวต่างมารดาอีก
หว่านหรงก็ยืนดูเงียบๆนางมองไปรอบๆ ร้านอย่างอยากรู้อยากเห็น โลกนอกจวนช่างดูใหญ่โตมากสีสันเหลือเกิน
“ข้าเอาพับนี้”หว่านหรูอี้บอก เถ้าแก่รีบบอกราคา “ผ้าพับนี้ 20 ตำลึงเงินขอรับ”
ถางซือเห็นคุณหนูหลิ่วตาสั่งนางจึงล้วงถุงเงินออกมานับเงินยื่นให้เถ้าแก่เถ้าแก่รีบหยิบผ้าพับนั้นห่อส่งให้สาวใช้ทันที “นี่ขอรับ”
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ”หว่านหรูอี้บอก นางลุกขึ้นเดินนำออกไป ถางซือรีบเดินตามไปหว่านหรงเดินตามพี่สาวต่างมารดาไป เถ้าแก่ยืนคำนับส่ง“คราวหน้าเชิญอีกนะขอรับแม่นาง กลับดีๆ นะขอรับ”
หว่านหรูอี้เดินเชิดหน้าออกจากร้านนางเหลือบมองน้องสาวต่างมารดาแล้วชวนว่า “หรงเอ๋อร์ พวกเราไปดื่มชาที่โรงเตี้ยมฮุ่ยิ่เถอะ”
“เอ่อ...จะดีเหรอ...”หว่านหรงพูดยังไม่ทันจบ หว่านหรูอี้ก็คว้าข้อมือหมับ “ดีซิ ไปเร็วข้าคอแห้งจะตายแล้ว ขืนมัวรอกลับไปดื่มชาที่จวนข้าคงเป็ลมกลางทางแน่”
หว่านหรูอี้ลากหว่านหรงเดินไปทางโรงเตี้ยมใหญ่ของเมืองหว่านหรงจำใจต้องเดินตามพี่สาวต่างมารดาไปอย่างจำยอม ถางซือเดินตามไปนางเหลือบมองคุณหนูรองที่ดูโง่งมไม่ทันคนอย่างดูแคลนนิดหนึ่งคุณหนูรองผู้นี้ก็โง่จริงๆ นั่นแหละ กำลังจะถูกหลอกก็ยังไม่รู้ตัวสักนิด เฮอะ!
จนไปถึงโรงเตี้ยมฮุ่ยิ่ เสี่ยวเอ้อร์รีบต้อนรับ “เชิญขอรับๆ”
หว่านหรูอี้เดินนำเข้าไปนางเลือกโต๊ะที่อยู่ด้านหน้าแล้วนั่งลงพลางสั่ง “น้ำชากานึง”
“ขอรับๆ” เสี่ยวเอ้อร์รีบเดินไปยกน้ำชามาให้“น้ำชาขอรับ”
ถางซือขยับไปรินชาให้คุณหนู“น้ำชาเ้าค่ะ”
“อืม”หว่านหรูอี้ยกถ้วยชาขึ้นเป่าๆ แล้วจิบอึกหนึ่งตาก็มองออกไปเบื้องนอกแล้วดึงสายตากลับมามองน้องสาวต่างมารดา “หรงเอ๋อร์ ดื่มซิ”
“เ้าค่ะ”หว่านหรงรับคำเสียงเบา นางยกถ้วยชาขึ้นจิบ ตามองไปรอบๆ อย่างอยากรู้อยากเห็นวันนี้พี่สาวต่างมารดาชวนนางออกมาซื้อของด้วย ช่างใจดีผิดปกติไปหน่อยนะปกติแล้วพี่สาวคนนี้แทบจะไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำนางไม่อยากออกมาด้วยแต่พี่สาวต่างมารดาก็คะยั้นคะยอจนนางไม่มาด้วยก็ไม่ได้ไม่รู้ว่าพี่สาวต่างมารดาผู้นี้คิดจะทำอะไรกันแน่?
หว่านหรูอี้จิบชาอย่างอ่อยอิ่งหว่านหรงก็จิบชาพลางมองไปมองมาเหมือนกบในกะลาที่ได้ออกมาสู่บึงกว้างอย่างไรอย่างนั้น
ใช่นางเป็กบในกะลาจริงๆ นั่นแหละ นางโตมาแบบไม่ค่อยย่างก้าวออกจากจวนมากนัก วันๆ อยู่แต่ในจวนใช้ชีวิตไปวันๆ มีเพียงตำราในห้องหนังสือของท่านพ่อเป็เพื่อนแก้เหงา วันๆนางอ่านแต่ตำราจนจำตำราเ่าั้ได้ขึ้นใจทุกม้วนเลยทีเดียว
จนกระทั่งเสียงเสี่ยวเอ้อร์ดังว่า “เชิญขอรับๆ”
หว่านหรูอี้ตาเป็ประกายทันทีนางมองไปที่บุรุษคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้ามานางรีบหลุบตาลงปิดบังประกายบางอย่างในดวงตาเอาไว้หว่านหรงเห็นท่าทีพี่สาวต่างมารดาดูลุกลี้ลุกลนชอบกล นางเกิดความสงสัยในใจอยากจะหันหลังไปมองคนที่เดินเข้ามาในโรงเตี้ยมยิ่งนักแต่ว่าถ้านางทำอย่างนั้นคงเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น ดังนั้นนางจึงแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่รู้ราวต่อไปยกชาขึ้นจิบด้วยท่าทีซื่อๆ เช่นเดิม
จนกระทั่งบุรุษคนนั้นเดินผ่านมาที่โต๊ะซึ่งคุณหนูตระกูลหว่านสองคนนั่งอยู่หว่านหรูอี้ก็ทำเป็เงยหน้ามองอย่าง ‘บังเอิญ’
“อ่ะ นายท่านหนานกง!” หว่านหรูอี้ทักคล้ายกับคิดไม่ถึงว่าจะเจอคู่หมั้นของนางโดยบังเอิญหนานกงเยี่ยนมองสตรีที่ส่งเสียงทักเขา “แม่นางคือ?”
หว่านหรูอี้ลุกขึ้นยืน“ข้า หว่านหรูอี้ บุตรสาวคนโตของท่านอาลักษณ์หว่านเ้าค่ะ”
“อ่อ แม่นางหว่าน”หนานกงเยี่ยนทวนคำ มองหว่านหรูอี้ คู่หมั้นของตนเองที่เขาเพิ่งจะส่งของหมั้นหมายไปให้ตระกูลหว่านเมื่อ5 วันก่อน เขากับนางไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน เพียงแต่ว่าที่เขาเลือกสตรีจากตระกูลหว่านเป็คู่หมั้นก็เพราะว่าหว่านกัวฉายเป็เพียงอาลักษณ์ตำแหน่งเล็กๆตระกูลหว่านไม่ได้มีอำนาจอะไรมากนัก สตรีจากตระกูลเล็กๆ แต่งเข้าตระกูลหนานกงย่อมไม่สร้างปัญหาใหญ่โตให้เขาแน่นอนดังนั้นคุณหนูตระกูลหว่านจึงเป็ตัวเลือกที่ดี
หว่านหรงย่อมรู้เื่การหมั้นหมายของพี่สาวต่างมารดาได้ยินว่านายท่านหนานกงเป็คนมีความสามารถ อีกทั้งรูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลาเอาการวันนี้ได้เห็นตัวจริงของเขาแล้ว นับว่าคำร่ำลือไม่เกินจริงเลยเขาเป็บุรุษรูปงามจริงๆนางรู้สึกอิจฉาพี่สาวต่างมารดานิดหน่อยที่ได้หมั้นหมายกับบุรุษรูปงามเช่นนี้
“แล้วแม่นางท่านนี้?”หนานกงเยี่ยนมองสตรีอีกนางที่นั่งอยู่ หว่านหรูอี้รีบแนะนำ “อ่อนี่น้องสาวของข้าเ้าค่ะ หว่านหรง”
“อ่อ”หนานกงเยี่ยนพยักหน้ารับรู้ เขามองหว่านหรงแวบหนึ่งเพียงแวบเดียวเขาก็รู้สึกว่าหน้าตาของหว่านหรงดูงามกว่าหว่านหรูอี้หลายเท่านัก
“นายท่านหนานกงมากินอาหารที่นี่หรือเ้าคะ?”หว่านหรูอี้ถามเหมือนชวนคุย หนานกงเยี่ยนพยักหน้า “ใช่”
เขามองบนโต๊ะที่มีเพียงน้ำชากาเดียวแล้วเอ่ยว่า“หากว่าแม่นางทั้งสองยังไม่ได้กินอะไร เช่นนั้นให้ข้าเลี้ยงเถิด ถือเป็โอกาสดีที่ข้าได้พบแม่นางทั้งสอง”
“เอ่อจะดีหรือเ้าคะ” หว่านหรูอี้บ่ายเบี่ยง แต่ในดวงตาลึกๆ มีแววสมใจหนานกงเยี่ยนเอ่ยชวนอีกครั้ง “มีอะไรไม่ดี แม่นางถือว่าเป็คู่หมั้นข้าแล้วข้าย่อมอยากพูดคุยกับคู่หมั้นของข้า เราจะได้ทำความคุ้นเคยกันให้มากขึ้น”
“เอ่อเช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ” หว่านหรูอี้ตอบคล้ายจนใจไร้หนทางบ่ายเบี่ยงอีกหนานกงเยี่ยนจึงผายมือ “เชิญ”
เขาเดินนำไปที่บันไดหว่านหรูอี้รีบคว้าข้อมือหว่านหรงหมับ จูงมือเดินตามหนานกงเยี่ยนไป หว่านหรงไม่อยากไปด้วยเลยแต่ว่านางจะขอตัวกลับตอนนี้ก็จะดูน่าเกลียดเกินไปถ้านางกลับไปตอนนี้เลยอาจทำให้ว่าที่พี่เขยเข้าใจผิดคิดว่านางรังเกียจเขาก็ได้หากว่าเขาคิดเช่นนั้นขึ้นมา ภายภาคหน้านางต้องเจอหน้าเขาอีก คงทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนกันทั้งสองฝ่ายแน่นอน
“เอ่อ คุณหนูเ้าคะข้าขอไปเก็บดอกไม้*ก่อนนะเ้าคะ” ถางซือร้องบอกพลางเอามือกุมท้องหว่านหรูอี้โบกมือไล่ “จะไปไหนก็ไปไป๊”
(เก็บดอกไม้ในที่นี้หมายความว่า เข้าส้วม)
“เ้าค่ะ”ถางซือขานรับแล้วรีบเดินไปเข้าส้วม นางเดินออกไปทางด้านหลังแล้วเดินออกไปจากโรงเตี้ยมรีบมุ่งหน้ากลับไปที่จวนทันทีหน้าที่ของนางก็คือต้องพานายท่านมาที่นี่ให้ทันตามแผนของคุณหนูใหญ่
หนานกงเยี่ยนเดินนำเข้าไปในห้องส่วนตัวบนชั้นสองห้องหนึ่งเสี่ยวเอ้อร์ก็ต้อนรับขับสู้อย่างกุลีกุจอ “เชิญขอรับๆ”
เขาใช้ผ้าเช็ดๆ โต๊ะกับเก้าอี้ทุกตัวอย่างว่องไวยิ่งหนานกงเยี่ยนสะบัดเสื้อคลุมตัวยาวแล้วนั่งลงอย่างสง่าผ่าเผยเขามองสองพี่น้องตระกูลหว่านพลางผายมือ “เชิญนั่งซิ”
“เ้าค่ะ”หว่านหรูอี้นั่งลงตรงข้าม หว่านหรงก็นั่งลงข้างพี่สาวต่างมารดา พลางคิดในใจว่าที่แท้ที่พี่อี้ชวนข้าออกมาด้วยก็เป็แค่ข้ออ้างในการมาพบหน้าคู่หมั้นกระมัง
“เอากับข้าวขึ้นชื่อมาสักเจ็ดแปดอย่างเหล้าหวานสักกาเถอะ” หนานกงเยี่ยนสั่งเสี่ยวเอ้อร์ เสี่ยวเอ้อร์รับคำ “ขอรับๆ”
แล้วเขาก็เดินออกไป ทำให้ภายในห้องเกิดความเงียบขึ้นมาครู่หนึ่งหว่านหรูอี้มองคู่หมั้นของตนเองใบหน้าของบุรุษผู้นี้จัดว่ารูปงามเหมาะสมกับนางมากจริงๆแต่ว่าเขามีความลับที่ปกปิดเอาไว้ แล้วนางก็บังเอิญรู้ความลับนั้นของเขานางจึงไม่อยากตกแต่งกับเขาขึ้นมา ดังนั้นนางจึงได้วางแผนมาเจอเขา ‘โดยบังเอิญ’ ในวันนี้
“ข้าไม่รู้ว่าแม่นางชอบกินอะไรบ้างแต่ว่าอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ล้วนอร่อยทุกอย่าง หวังว่าแม่นางทั้งสองจะถูกปากนะ”หนานกงเยี่ยนเอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ หว่านหรูอี้รีบพยักหน้า “ย่อมถูกปากเ้าค่ะอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ล้วนเลิศรส ถือว่าเป็บุญปากของข้าแล้วเ้าค่ะ”
นางพูดแล้วหันไปมองหว่านหรงแวบหนึ่งจากนั้นก็หันกลับไปพูดว่า“แต่ว่าหว่านหรงไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอกบ่อยนัก หากนางทำอะไรไม่ค่อยท่าขอนายท่านหนานกงโปรดอภัยด้วยเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไรๆ”หนานกงเยี่ยนบอก เขามองหว่านหรงแวบหนึ่ง ในเมื่อเขาหมั้นกับพี่สาวของนางแล้วเขาก็ไม่ควรมองนางมากเกินไป
“ขอบคุณเ้าค่ะ”หว่านหรูอี้ยิ้มแย้ม พลัน! เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก็อกๆ
“น้ำชาขอรับ”เสียงเสี่ยวเอ้อร์ร้องบอกหน้าประตู หนานกงเยี่ยนตอบ “เข้ามา”
เสี่ยวเอ้อร์จึงผลักประตูเข้าไปวางน้ำชาบนโต๊ะ เขากำลังจะรินชา หว่านหรูอี้รีบบอก “เ้าไปเถอะ เดี๋ยวข้ารินชาเอง”
“อ่อ ขอรับๆ”เสี่ยวเอ้อร์มองนายท่านหนาน เห็นนายท่านหนานพยักหน้า เขาจึงถอยออกไปหว่านหรูอี้ลุกขึ้นยืน เลื่อนถาดน้ำชามาตรงหน้านาง แล้วจัดแจงรินชาขณะที่รินชานางก็แอบใส่ผงยาบางอย่างลงไปในถ้วยชา 2 ถ้วยแน่นอนว่าทั้งสองถ้วยที่ใส่ยาลงไปนั้นย่อมเป็ของนายท่านหนานกงกับหว่านหรงหึๆๆๆ...
“น้ำชาเ้าค่ะ”นางเลื่อนถ้วยชาไปตรงหน้าหนานกงเยี่ยน อีกถ้วยก็เลื่อนไปตรงหน้าหว่านหรงจากนั้นนางก็รินชาถ้วยที่ 3 ให้ตัวเอง
หนานกงเยี่ยนยกชาขึ้นจิบน้ำชาร้อนๆ หอมกรุ่นทำให้รู้สึกสดชื่น หว่านหรงก็จิบชาเช่นกันนางคิดว่ากินอาหารสักคำสองคำแล้วค่อยหาจังหวะขอตัวกลับดีกว่า นางไม่อยากอยู่เป็ ‘ก้างขวางคอ’ พี่สาวต่างมารดากับคู่หมั้นหรอกนะ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งก็อกๆ
“อาหารขอรับ”เสียงเสี่ยวเอ้อร์ร้องบอก หนานกงเยี่ยนจึงบอก “เข้ามา”
เสี่ยวเอ้อร์จึงผลักประตูเดินเข้าไปเขากับเสี่ยวเอ้อร์คนอื่นๆเดินเรียงแถวเข้าไปวางอาหารบนโต๊ะแล้วก็เดินเรียงแถวออกไปอย่างเป็ระเบียบหนานกงเยี่ยนหยิบตะเกียบขึ้นมาพลางผายมือ “เชิญแม่นางทั้งสอง”
“เ้าค่ะ”หว่านหรูอี้ตอบรับ หยิบตะเกียบขึ้นมา หนายกงเยี่ยนลงมือกินก่อนในฐานะเ้าภาพหว่านหรูอี้จึงคีบกับให้หว่านหรง ทั้งยังคะยั้นคะยอน้ำเสียงอ่อนโยนว่า“เ้าต้องกินเยอะๆ หน่อยนะ”
“เ้าค่ะ”หว่านหรงตอบรับ หว่านหรูอี้ก็รินเหล้าให้หนานกงเยี่ยนกับหว่านหรงขณะรินเหล้านางก็แอบใส่ผงยาลงไปในจอกเหล้าทั้งสองจอกอีกครั้ง “นายท่านหนานกงเ้าคะเหล้าเ้าค่ะ”
“อืม”หนานกงเยี่ยนส่งเสียงคำหนึ่ง
“หว่านหรง ลองดื่มซิเหล้าที่นี่รสหวานอร่อยนะ” หว่านหรูอี้ยกจอกเหล้าไปตั้งตรงหน้าหว่านหรงหนานกงเยี่ยนบอก “แม่นางลองดื่มเถอะ เหล้านี้ดื่มไม่เมาหรอก”
“ใช่ๆเหล้านี้รสไม่ร้อนแรงมาก ข้ายังชอบมาดื่มบ่อยๆ เลย”หว่านหรูอี้บอกพลางยกจอกเหล้าของตนเองขึ้นจิบ หว่านหรงเห็นว่าที่พี่เขยมองมานางจึงยกจอกเหล้าขึ้นจิบอึกหนึ่ง รสหวานอมเปรี้ยวไหลผ่านลิ้นลงไปมีกลิ่นหอมของผลไม้อ่อนๆ นี่เป็เหล้าสำหรับสตรีรสชาติไม่ร้อนบาดคอนางดื่มแล้วรู้สึกชอบจึงดื่มอีกอึกหนึ่ง หว่านหรูอี้มองอย่างพอใจนางคีบกับกินข้าวด้วยท่าทีปกติ รอคอยให้ยาออกฤทธิ์หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะเป็ไปตามแผนการของนางล่ะ หึๆๆๆ...
หนานกงเยี่ยนกินดื่มโดยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกวางยาหว่านหรงก็เช่นกัน นางไม่รู้เลยว่าพี่สาวต่างมารดาคิดผลักนางลง ‘บ่อโคลน’
จนกระทั่งกินๆ ดื่มๆ ไปสักพัก หว่านหรูอี้ก็เอ่ยขึ้นว่า “เอ่อ นายท่านหนานข้าขอตัวสักครู่เ้าค่ะ”
“เชิญแม่นางเถอะ”หนานกงเยี่ยนบอก เขาคิดว่านางคงจะไป ‘เก็บดอกไม้’ กระมัง
หว่านหรูอี้ลุกออกไปพลางกระซิบบอกหว่านหรงว่า “รอก่อนนะ ข้าไปเก็บดอกไม้สักครู่เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
“เ้าค่ะ”หว่านหรงตอบรับ หว่านหรูอี้เดินออกไปจากห้องนางปิดประตูห้องแล้วยิ้มมาดหมายอย่างอดไม่อยู่ แผนการของนางช่างง่ายดายยิ่งนักรออีกไม่นาน นางก็ไม่ต้องแต่งเข้าตระกูลหนานกงแล้ว ‘บ่อโคลน’บ่อนี้นางยกให้หว่านหรงอย่างเต็มอกเต็มใจเลยทีเดียว
หนานกงเยี่ยนกินดื่มต่อสักพักเขาก็รู้สึกรุ่มร้อนแปลกๆ ขึ้นมา เขาจึงรินชาดื่มอึกๆ ดับความร้อนในร่างหว่านหรงก็รู้สึกร้อนๆ เช่นกัน นางยกเหล้าขึ้นดื่มอึกๆ แต่ความร้อนรุ่มแปลกๆกลับไม่คลายลงเลย นางพึมพำเบาๆ “ร้อนจัง”
นางจึงเอื้อมมือไปจับกาน้ำชาจังหวะนั้นหนานกงเยี่ยนก็ยื่นมือไปจับกาน้ำชาเช่นกันทำให้มือใหญ่วางทับบนมือเรียวเล็กโดยไม่ตั้งใจ หว่านหรงชะงักไป “เอ่อ...”
หนานกงเยี่ยนผละออก“ขออภัยด้วย”
หว่านหรงไม่พูดอะไร นางหยิบกาน้ำชามาแล้วรินน้ำชาให้หนานกงเยี่ยนก่อนจากนั้นก็รินให้ตัวเอง นางยกถ้วยชาขึ้นดื่มอึกๆ รู้สึกร้อนจนเหงื่อซึมตรงไรผมนางใช้มือโบกๆ ลมให้ตัวเอง หนานกงเยี่ยนก็รู้สึกร้อนจนเหงื่อซึมเช่นกันเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแล้ว เขารู้ตัวแล้วว่าตัวเองถูกวางยาปลุกกำหนัดเข้าให้แล้ว!
แต่ว่าใครเป็คนวางยาเขา?แม่นางหว่านคนพี่หรือว่าแม่นางหว่านคนน้องกันแน่?แล้วจุดประสงค์ที่วางยาเขาเพื่ออะไร?
เขาหมั้นหมายกับแม่นางหว่านคนพี่แล้วดังนั้นจึงมองได้ 2 แง่ ข้อแรก หากว่าแม่นางหว่านคนน้องคิดแย่งคู่หมั้นพี่สาวข้อนี้ก็อาจเป็ไปได้ที่นางคิดจะวางยาเขาเพื่อทำให้ข้าวสารกลายเป็ข้าวสุก!
แต่ดูจากท่าทีของนางแล้วไม่น่าเป็ไปได้ที่นางคิดจะแย่งคู่หมั้นของพี่สาวตนเองตอนแรกเขาเห็นนางมีท่าทีกระอักกระอ่วนด้วยซ้ำ นางคล้ายกับจะเอ่ยปากขอตัวกลับไปตลอดเวลาถ้าไม่ใช่นางเช่นนั้นก็เหลือแค่ข้อสองแล้วนั่นคือแม่นางหว่านคนพี่คิดจะผลักน้องสาวให้เขา ไม่เช่นนั้นสาวใช้คนนั้นเหตุใดจนป่านนี้จึงยังไม่กลับมาอยู่ข้างกายเ้านายอีกเป็ไปไม่ได้ที่สาวใช้จะปล่อยให้เ้านายอยู่กับคู่หมั้นตามลำพัง
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ