ตอนที่ 22: ของไหว้ที่ยังหายใจ
เหรียญดำในถ้วยโลหะเย็นจนเกิดน้ำค้างเกาะขอบถ้วย
รินเห็นมันก่อนใคร เพราะเธอยังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือข้างหนึ่งวางบนกล่องตราประทับตรวจดีลปลอม มืออีกข้างกำปากกาลูกลื่นแน่นเหมือนปากกาเป็อาวุธที่พอใช้ได้ในวันโลกพัง
จริง ๆ แล้วมันใช้แทงใครไม่ค่อยเข้า
แต่ใช้ลงบัญชีได้
ในร้านนี้ อย่างหลังน่ากลัวกว่าอย่างแรกพอสมควร
น้ำค้างบนถ้วยค่อย ๆ ไหลลงมาเป็เส้น บนเคาน์เตอร์เกิดวงเปียกสีเทาจาง เหมือนมีใครเอานิ้วเย็นจัดมาลากเป็กรอบสี่เหลี่ยม
แกรก
ชั้นของไหว้ที่ล็อกมาั้แ่ฝนดาวตกเริ่มขยับเอง
คนในฐานร้านชำเงียบพร้อมกัน
เสียงเด็กเจ็บมุมร้านหยุดสะอื้นไปครึ่งลมหายใจ แม่ค้าลูกชิ้นกอดเด็กไว้แน่นขึ้นโดยไม่พูดชื่อใคร บาสที่รับหน้าที่คุมเลขคิวหยุดปาก ก่อนรีบกลับไปอ่านตัวเลขเบา ๆ เหมือนกลัวความเงียบจะกลายเป็ช่องให้ใครเรียกชื่อ
"คิวเฝ้าแถวหนึ่ง ยังอยู่ คิวถือไฟสอง ยังอยู่ คิวดูแลคนเจ็บหนึ่ง ยังอยู่"
ดี
อย่างน้อยยังมีคนจำได้ว่าความกลัวไม่ควรเปิดปากเอง
ชั้นของไหว้เปิดออกแค่ครึ่งข้อ
ด้านในไม่ได้มีธูป ไม่ได้มีขนมเข่ง ไม่ได้มีน้ำแดงขวดเล็ก ๆ แบบศาลทั่วไป มีแต่ช่องว่างดำ ๆ กับป้ายราคากระดาษที่เลื่อนออกมาช้า ๆ จากรางเหล็ก
หมึกบนป้ายซึมขึ้นเองทีละตัว
```text
ของไหว้ที่ยังหายใจ
หมายเหตุ: ห้ามใช้คนเป็แทนสินค้า
```
เทียนเฝ้าประตูเล่มซ้ายวูบต่ำทันที
เปลวไฟไม่ดับ แต่มันแบนลงเหมือนถูกฝ่ามือที่มองไม่เห็นกดไว้กับไส้เทียน
ด้านนอก เสียงเคี้ยวจากแผงสดร้างดังขึ้น
กรอบ
กรอบ
ไม่ใช่เสียงกัดกระดูก
ไม่ใช่เสียงเคี้ยวเนื้อ
เป็เสียงเหมือนใครกำลังเคี้ยวชื่อบนกระดาษเปียกทีละคำ
รินไม่ชอบเสียงนั้นเลย มันทำให้หลังคอเย็น และทำให้เธออยากนับสต็อกซ้ำทั้งร้านทั้งที่รู้ว่าไม่มีเวลา
สายตาหลายคู่ในร้านเริ่มขยับ
บางคนมองไปทางคนเจ็บ
บางคนมองบาส
บางคนมองกลุ่มลานจอดรถที่เพิ่งยอมช่วยเฝ้าเส้นเกลือเมื่อครู่ เหมือนคำว่า "ยังหายใจ" ทำให้ทุกคนในร้านกลายเป็ของที่อาจถูกตั้งบนสำรับได้
รินยกปากกาขึ้นเคาะเคาน์เตอร์หนึ่งที
ก๊อก
"คนเป็ไม่ใช่ของไหว้" เธอพูดชัด ๆ "และร้านฉันไม่รับลมหายใจใครเป็ส่วนลด"
ผู้ชายจากลานจอดรถคนหนึ่งสะดุ้ง มือที่จับไฟฉายแน่นขึ้น
รินมองเขา ไม่ได้ถามว่าเมื่อกี้คิดอะไร
บางคำถามไม่ต้องถาม ใบหน้าคนตอบเก็บภาษีให้ครบแล้ว
"ห้ามเสนอคน ห้ามเสนอเงา ห้ามเสนอชื่อจริง ห้ามมีคำว่าใครก็ได้ในดีล" รินพูดต่อ "ใครพูดผิด ฉันคิดเป็ข้อกล่าวหา ต้องจ่ายหลักฐานเอง"
บาสกลืนน้ำลาย "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง ยังอยู่"
"อ่านต่อไปค่ะ" รินไม่หันไปมองเขา "อย่าให้ร้านกลับไปใช้ชื่อ"
"ครับ"
เสียงของบาสแห้ง แต่ยังอยู่ในจังหวะ
หมอกยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์ ใบหน้าซีดกว่าปกติจากการอ่านรอยร้าวตอนก่อน เขายังไม่ได้แตะอะไร แค่ก้มมองป้ายราคาด้วยสายตาที่เหมือนได้กลิ่นบางอย่าง
"ไม่ใช่เื" เขาพูดเบา ๆ
คนในร้านหันมาพร้อมกัน
รินปรายตามองเขา "พูดให้ครบก่อนคนแถวนี้เอาคำครึ่งเดียวไปทำเื่แพง"
หมอกหายใจเข้า "กลิ่นจากป้ายไม่ได้เรียกเื ไม่ได้เรียกเนื้อคน มันเหมือน...ของที่ยังมีชีวิตอยู่ในฐานะของ"
"ของที่ยังมีชีวิตในฐานะของ" รินทวน "ฟังเหมือนคำโฆษณาสินค้าสุขภาพที่ควรโดน อย. จับ แต่พอเข้าใจ"
แม่ค้าลูกชิ้นมองชั้นของไหว้ "แล้วเรามีของแบบนั้นเหรอ"
รินหันไปมองชั้นสินค้า
ร้านชำของเธอไม่ใช่ตลาดสด
สต็อกหลักคือของแห้ง น้ำ ยา ถ่าน ไฟฉาย ของใช้จำเป็ และของไหว้บางส่วนที่ยังล็อกอยู่ แต่ร้านชำที่มีแม่ค้าออนไลน์เป็เ้าของย่อมมีของจุกจิกที่ซื้อมาสต็อกเพราะคิดว่า "เผื่อขายได้"
ความเผื่อของแม่ค้าบางครั้งช่วยชีวิตคนได้
และบางครั้งช่วยเรียกผี
รินเดินไปหลังเคาน์เตอร์ ลากลังพลาสติกใบเล็กออกมาจากใต้ชั้นผงซักฟอก ด้านในมีแก้วน้ำใส่ต้นหอมรากติดสามต้นที่เธอเอาไว้ถ่ายรูปโปรโมตชุดทำครัวประหยัด
ต้นหอมเหี่ยวปลายไปบ้าง แต่รากขาวยังแช่น้ำอยู่
ยังไม่ตาย
เธอเปิดตู้เย็นมิติช่องล่าง เสียงยางขอบตู้ดูดออกดังจุ๊บเบา ๆ เหมือนปากเล็ก ๆ ไม่เต็มใจปล่อยของ ด้านในมีถุงถั่วงอกครึ่งถุง ปลายขาวยังมีตุ่มเขียวอ่อน
รินหยิบออกมา
"ต้นหอมรากติด ถั่วงอกยังงอก ข้าวต้มร้อนหนึ่งถ้วยจากข้าวสารร้าน น้ำครึ่งฝา" เธอวางของทีละอย่างบนถาดโลหะ "ของพวกนี้หายใจของมันเอง ไม่ต้องยืมปอดใคร"
ชายถือไฟฉายถามเสียงแห้ง "ข้าวต้ม...หายใจเหรอ"
รินมองเขา "ไอน้ำค่ะ อย่าเถียงกับผีเื่ชีววิทยาตอนเทียนประตูจะดับ"
ไม่มีใครเถียง
ดีมาก
รินตักข้าวสารจากถังอย่างประหยัด ข้าวสารกระทบถ้วยสังกะสีเสียงกราวเบา ๆ เธอใช้น้ำสะอาดเท่าที่ต้องใช้ ไม่มากกว่านั้น น้ำดื่มเหลือยี่สิบสามขวด มีหนึ่งขวดถูกเปิดใช้ไปครึ่งฝาสำหรับเด็กแล้ว ตัวเลขนี้ติดอยู่ในหัวเธอแน่นกว่าบทสวด
เธอต้มข้าวด้วยเตาแก๊สพกพาหลังเคาน์เตอร์ เปลวไฟสีฟ้าสั่นตามเสียงเคี้ยวด้านนอก กลิ่นข้าวร้อนค่อย ๆ ลอยขึ้นผสมกลิ่นฝนโลหะ กลิ่นเกลือดำ และกลิ่นหมึกเก่าจากตราประทับ
เมื่อข้าวต้มเริ่มมีไอ เธอตักใส่ถ้วยเล็ก โรยต้นหอมรากติดลงข้างถ้วย ไม่หั่น ไม่ตัดราก แค่พาดให้รากแตะน้ำที่เหลือครึ่งฝา
ถั่วงอกถูกวางข้าง ๆ อย่างระวัง
สำรับดูไม่เหมือนของไหว้
มันดูเหมือนเมนูประหยัด่สิ้นเดือนที่ถูกบังคับให้เลื่อนขั้นเป็พิธีกรรม
รินผลักถ้วยไปกลางเคาน์เตอร์ แล้วหยิบเหรียญดำของยายเภาจากถ้วยโลหะมาวางข้างสำรับ
ทันทีที่เหรียญแตะถาด ไอร้อนจากข้าวต้มก็หยุดลอยขึ้นตรง ๆ
มันโค้งลงต่ำ เหมือนลมหายใจของคนแก่ที่กำลังก้มดมอาหาร
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จดังขึ้น
แกรก
```text
ของไหว้: มีลมหายใจของของ
ชื่อคนเป็: ไม่พบ
เงาคนเป็: ไม่รับเข้า
ต้นทุนฐาน: เฝ้าไฟ 1 รอบ / ห้ามขานรับชื่อระหว่างตั้งสำรับ
```
รินอ่านจบแล้วชี้ไปที่หน้าร้าน "คนถือไฟ อยู่ที่เดิม คนเฝ้าเส้นเกลือ ห้ามเหยียบเข้าเส้น คนดูแลคนเจ็บ ห้ามเรียกชื่อคนเจ็บ ถ้าต้องเรียก ใช้คิวงาน"
"แล้วถ้ามันเรียกเรา?" ผู้หญิงคนหนึ่งถาม
"ตอบด้วยรหัสงาน"
"ถ้ามันใช้เสียงแม่?"
รินหยุดมือหนึ่งจังหวะ
เสียงแม่ เป็ของที่อันตรายกว่ามีดในคืนแบบนี้
"แม่ที่รักคุณจริงจะไม่เรียกให้คุณเปิดประตูให้ผี" รินตอบ "ถ้าไม่มั่นใจ ให้เงียบ เงียบยังไม่เคยออกใบเสร็จผิดเท่าปากไว"
ผู้หญิงคนนั้นเม้มปาก แล้วพยักหน้า
ข้างนอก เสียงเคี้ยวหยุด
ความเงียบที่ตามมาไม่ดีเลย
มันเหมือนทั้งตลาดกำลังกลั้นหายใจรอดูว่ารินจะตั้งราคาเป็อะไร
ไอข้าวต้มเริ่มหมุนเป็วง
กลิ่นหมากแห้งลอยมาจากชั้นของไหว้
ไม่แรง
แต่ชัดพอให้รินรู้ว่าลูกค้าประจำมาถึงแล้ว
ยายเภาปรากฏตรงช่องว่างของชั้นสินค้าเหมือนเงาที่ถูกพับเก็บไว้นาน ๆ แล้วเพิ่งคลี่ออก ร่างแกโปร่งจนเห็นกระป๋องนมข้นหลังชั้น แต่ถุงพลาสติกในมือกลับชัดเจนเกินจริง เสียงถุงลากกับพื้นดังแซก แซก ทั้งที่เท้าของแกไม่แตะพื้น
ยายเภาไม่มองคนอื่น
แกมองริน
"แม่ค้า"
ดี
ไม่ใช่ชื่อจริง
รินผ่อนลมหายใจนิดเดียว "ลูกค้าผีเข้าคิวต้องรับใบเสร็จนะคะ ต่อให้รู้จักกันก็ไม่มีส่วนลดญาติ"
ยายเภาหัวเราะในคอ เสียงแห้งเหมือนหมากถูกเคี้ยวในปากที่ไม่มีฟัน
"ข้าจะซื้อ หรือเอ็งจะซื้อ"
"วันนี้หนูซื้อ" รินดันสำรับไปข้างหน้า "ซื้อพยานคนตายแบบจำกัด ราคาเท่านี้พอเปิดคิวไหม"
ยายเภาก้มมองถ้วยข้าวต้ม ไอร้อนแตะคางโปร่งแสงของแกแล้วหายไปเป็จุดสีขาวเล็ก ๆ
"ของยังหายใจจริง" แกพึมพำ "แต่หายใจเบา"
"งบประมาณฐานมีจำกัดค่ะ" รินตอบ "อยากได้ชุดใหญ่ รอร้านปลดล็อกแผนกจัดเลี้ยงก่อน"
หมอกก้มหน้ากลั้นยิ้ม
ยายเภาเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง หมอกหยุดยิ้มทันที ฉลาดขึ้นบ้างแล้ว
"เอ็งจะซื้อพยาน หรือซื้อความสบายใจ" ยายเภาถาม
"พยาน"
"ความสบายใจขายถูกกว่า"
"ของถูกในร้านนี้มักติดหนี้แฝงค่ะ ไม่เอา"
ยายเภาเคี้ยวหมากที่ไม่มีอยู่จริงช้า ๆ
"ลมหายใจคนกลัวก็ยังหายใจนะ แม่ค้า คนในร้านเอ็งมีเต็มไปหมด หอมกว่าถั่วงอกเยอะ"
ความเย็นแล่นผ่านร้าน
หลายคนตัวแข็ง
บาสอ่านเลขคิวสะดุดไปครึ่งคำ
"คิวเฝ้า...แถวหนึ่ง ยังอยู่"
รินวางปากกาลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังพอดีให้ทุกคนได้ยิน
"ไม่ขายค่ะ"
ยายเภายิ้มบาง "ข้ายังไม่ได้ขอซื้อ"
"แต่เสนอช่องทางชำระแล้ว หนูปฏิเสธไว้ก่อน ประหยัดเวลาทำเอกสาร"
เงาที่มุมปากยายเภาขยับช้า ๆ เหมือนแกพอใจ หรือไม่ก็แค่ผีแก่ชอบเห็นคนเป็ไม่โง่
"คนในฐานไม่ใช่สต็อก" รินพูดต่อ "ชื่อจริงไม่ใช่คูปอง เงาคนไม่ใช่เงินทอน และลมหายใจคนกลัวไม่ใช่ของไหว้"
เครื่องพิมพ์ดังแกรกหนึ่งทีเหมือนจดประโยคนั้นไว้
รินไม่แน่ใจว่าดีหรือแย่
คำพูดที่ร้านจดได้มักกลับมาคิดราคาในเวลาที่เธออยากลืมมันที่สุด
ยายเภายื่นมือโปร่งแสงไปเหนือถ้วยข้าวต้ม ต้นหอมรากติดสั่นเบา ๆ เหมือนโดนลม ทั้งที่ในร้านไม่มีลม
"ถ้าอย่างนั้นก็เปิดคิว"
เหรียญดำเย็นขึ้น
ไอข้าวต้มแผ่ออกเป็เส้นบาง ๆ เลื้อยไปตามเคาน์เตอร์ มันไม่ตกลงพื้น แต่ลากเป็ทางเหมือนเส้นคิวในร้านสะดวกซื้อ
ปลายไอหยุดตรงหน้าตู้แช่มิติ
พื้นตรงนั้นมีเงาดำผุดขึ้นช้า ๆ
ไม่ใช่เงาคนเต็มตัว
เป็เงาครึ่งบนที่เหมือนถูกฉีกขาดั้แ่เอวลงไป ขอบร่างยุ่ยเป็เศษกระดาษเปียก กลิ่นคาวปลาและหมึกเครดิตเก่าอัดขึ้นมาทันทีจนรินต้องกลั้นหายใจ
ิญญาตนนั้นถือเศษสมุดเครดิตชุ่มน้ำไว้แนบอก
ปกสมุดบวมพอง ตัวหนังสือเลือนจนอ่านชื่อไม่ได้ แต่คำบางคำยังดำจัดเหมือนเพิ่งเขียน
```text
... / รับแทน
ราคาเดิม: ยังไม่คืนเ้าของ
```
คนในฐานถอยพร้อมกันครึ่งก้าว
เส้นเกลือหน้าร้านสั่น
"อยู่ที่เดิม" รินสั่งโดยไม่ละสายตาจากเงาครึ่งตัว "ถอยพร้อมกันแบบนี้เส้นเกลือจะคิดว่าพวกคุณกำลังเปิดทาง ไม่ใช่รักษาทาง"
ทุกคนหยุด
บางคนหยุดเพราะเชื่อเธอ
บางคนหยุดเพราะกลัวใบเสร็จมากกว่าผี
ใช้ได้ทั้งคู่
ยายเภาแตะเหรียญดำด้วยปลายนิ้วโปร่งแสง
"นี่คือิญญาค้างกรรมผู้รู้ราคา ไม่ใช่เ้าของหนี้เต็ม ไม่ใช่เ้าหนี้เงา อย่าถามเกินของไหว้"
รินพยักหน้า "รับทราบ"
เงาครึ่งตัวค่อย ๆ เงยหน้า
ใบหน้ามันไม่มีตา มีแต่รอยหมึกสองรอยไหลจากเบ้าตาลงถึงคาง ปากขยับเหมือนกระดาษถูกน้ำดันให้พองแล้วยุบ
"รายการ..." มันพูด
เสียงไม่ได้ออกจากปาก
เสียงออกจากสมุดเครดิต
"คืน...รายการ..."
รินหยิบกระดาษใบเสร็จเปล่ามาวางหน้าเคาน์เตอร์ "ตั้งดีลก่อนค่ะ"
เครื่องพิมพ์เงียบรอ
รินพูดช้า ชัด และไม่ใช้ชื่อใคร
"ดีล ซื้อพยานคนตายแบบจำกัด สินค้า: สิทธิ์เรียกพยานหนึ่งครั้งเมื่อใช้ตราประทับตรวจดีลปลอม สิ่งแลกเปลี่ยน: ของไหว้ที่ยังหายใจ เหรียญดำเป็หลักประกัน และแรงงานฐานเฝ้าไฟหนึ่งรอบ ข้อห้าม: ห้ามใช้คนเป็ ห้ามใช้ชื่อจริง ห้ามขอเฉลยเ้าหนี้เต็ม"
แกรก
แกรก
ใบเสร็จออกมาช้าเหมือนเครื่องพิมพ์กำลังเคี้ยวคำทุกคำก่อนยอมปล่อย
```text
ดีลซื้อพยานคนตายแบบจำกัด
สถานะ: กำลังตรวจ
สินค้า: สิทธิ์เรียกพยาน 1 ครั้งเมื่อใช้ตราประทับตรวจดีลปลอม
สิ่งแลกเปลี่ยน: ของไหว้ที่ยังหายใจ / เหรียญดำหลักประกัน / แรงงานฐานเฝ้าไฟ 1 รอบ
ข้อห้าม: ห้ามใช้คนเป็ / ห้ามใช้ชื่อจริง / ห้ามขอเฉลยเ้าหนี้เต็ม
ความเสี่ยง: เสียงแทรกจากผู้ทวง
```
หมอกขยับมายืนใกล้รินขึ้นนิดหนึ่ง
ไม่แตะ
ไม่บัง
แค่อยู่ในระยะที่ถ้าเธอเสียจังหวะ เขาจะเห็นก่อนคนอื่น
รินไม่หันไปขอบคุณ
แต่เธอเลื่อนถาดใบเสร็จให้เขาเห็นชัดขึ้น
แค่นั้นก็พอ
ิญญาค้างกรรมก้มลงเหนือสมุดเครดิต เศษน้ำคาวหยดจากขอบกระดาษ แต่ไม่ตกพื้น มันลอยกลับขึ้นไปติดสมุดเหมือนหนี้ที่ไม่ยอมถูกวางลง
"ชื่อ..." มันพูด "คืนด้วยชื่อ...ไม่ได้"
รินจับปากกาแน่นขึ้น
"พูดต่อ"
"ชื่อถูกยืม...ไม่ใช่ต้นหนี้"
หมอกกดเสียงต่ำ "กลิ่นเหมือนตอนบัญชีรวม"
รินพยักหน้า แต่ไม่ให้เขาอ่านต่อเอง
"แล้วต้องคืนยังไง"
ิญญาค้างกรรมยกสมุดเครดิตขึ้น หน้าในเปิดเอง กระดาษทุกแผ่นเปียกจนติดกัน แต่มีรอยหมึกดำขยับอยู่ใต้ผิวกระดาษ เหมือนตัวอักษรกำลังว่ายน้ำ
"คืน...รายการผิด"
เครื่องพิมพ์รับคำทันที
```text
ข้อมูลซื้อขาย:
หนี้ที่ถูกยืมชื่อ คืนด้วยชื่อไม่ได้
ต้องคืนผ่านรายการซื้อขายที่ผิด
```
รินอ่านซ้ำ
ในหัวเธอเริ่มจัดชั้นข้อมูลเหมือนจัดสินค้าเข้าคลัง
ชื่อบาสเป็ทางผ่านเครดิต ไม่ใช่เ้าของหนี้หลัก
ดีลผิดใบแรกเปิดบัญชี
ของออกนอกกฎเพิ่มช่องทางทวง
ข่าวลือเพิ่มผู้รับรองเท็จ
ถ้าจะคืนหนี้ให้ถูกเ้าของ เธอต้องหยิบรายการผิด ไม่ใช่หยิบคนที่คนในฐานเกลียดง่ายที่สุดไปโยนหน้าประตู
ง่ายในทางหลักการ
ยากในทางมนุษย์
มนุษย์เวลาหิวและกลัวชอบเรียกร้องความยุติธรรมแบบส่งด่วน ไม่อ่านเงื่อนไขท้ายบิล
"ตราประทับใช้ยังไง" รินถาม
ยายเภาเคี้ยวหมากช้า ๆ แทนคำเตือนว่าอย่าถามเกินราคา
รินแก้ทันที "ถามเฉพาะขอบเขตที่ดีลนี้จ่ายได้"
เครื่องพิมพ์ดังแกรกเบา ๆ เหมือนพอใจขึ้นหนึ่งระดับ
ิญญาค้างกรรมเอานิ้วที่เหมือนเส้นหมึกแตะคำว่า `รับแทน` บนสมุด
"หนึ่ง...รายการแรก"
นิ้วเลื่อนไปบนอากาศ
"สอง...ผู้รับแทนที่ยังไม่รับคำเต็ม"
นิ้วหยุด
ความเย็นในร้านหนาขึ้น
"สาม...พยานคนตายผู้รู้ราคา"
ใบเสร็จพิมพ์ตาม
```text
เงื่อนไขตรวจดีลปลอม:
1. รายการดีลแรกที่เปิดบัญชี
2. ผู้รับแทนที่ยังไม่ได้รับคำเต็ม
3. พยานคนตายที่รู้ราคาต้นหนี้
คำเตือน: ตราประทับต้องประทับบนรายการ ไม่ใช่บนหน้าคนหรือชื่อคน
ใช้ผิดตำแหน่ง: เ้าหนี้อ่านกลับ
```
รินมองกล่องตราประทับ
ตอนแรกเธอเคยคิดจะเอาไปประทับหน้าผากคนที่เสนอคนเป็เป็ของไหว้จริง ๆ
น่าเสียดาย
กฎร้านไม่สนับสนุนความสะใจส่วนตัว
อย่างน้อยก็ยังไม่ปลดล็อกหมวดนั้น
"แปลว่าเรายังใช้ไม่ได้จนกว่าจะเจอรายการดีลแรก" หมอกพูด
"และรู้ว่าใครเป็ผู้รับแทนที่ยังไม่รับคำเต็ม" รินต่อให้
คำว่า `ผู้รับแทน` ทำให้บาสอ่านเลขคิวสะดุดอีกครั้ง
"คิว...คิวเฝ้าแถวหนึ่ง ยังอยู่"
รินได้ยิน
คนอื่นก็ได้ยิน
สายตาหันไปหาเขาเร็วเกินไป
เร็วเหมือนรออยู่แล้ว
ด้านนอกหน้าร้าน เสียงเคี้ยวหยุดกะทันหัน
แล้วเสียงยายเภาดังขึ้นจากประตู
"คนรับแทน"
รินหันขวับ
ยายเภาตัวจริงยังยืนอยู่ข้างชั้นของไหว้
ปากแกไม่ได้ขยับ
เสียงที่ประตูเหมือนยายเภาทุกอย่าง ทั้งแห้ง ทั้งแก่ ทั้งมีรสหมาก
แต่กลิ่นที่ตามมาไม่ใช่หมากแห้ง
เป็กลิ่นฝนโลหะปนลานจอดรถ เปียก สกปรก และมีควันยางรถเก่าติดอยู่ท้ายเสียง
"คนรับแทน" เสียงนั้นเรียกอีกครั้ง "อยู่ในร้าน"
คนในฐานแตกเป็คลื่นเงียบ ๆ
ไม่มีใคระโ
แต่รินเห็นไหล่หลายคนเอียงออกจากบาส เหมือนร่างกายตัดสินก่อนสมอง
บาสหน้าซีด "ผมไม่ได้..."
"เงียบ" รินสั่ง
คำเดียวทำให้เขาหุบปากทันที
ดี
แต่ความดีแบบนี้ก็ดูผิดได้
คนที่เชื่อฟังเร็วเกินไปในคืนที่มีผีสวมรอย มักถูกคิดราคาแพงเสมอ
รินเกือบสั่งให้บาสถอยออกจากพื้นที่หลักฐาน
คำสั่งขึ้นมาถึงปลายลิ้นแล้ว
ถอยไปสามก้าว
ห้ามเข้าใกล้เคาน์เตอร์
ห้ามอยู่ในวงดีล
มันเป็คำสั่งที่ดูปลอดภัย ดูมีเหตุผล และดูเหมาะกับคนที่เธอไม่ไว้ใจั้แ่แรก
นั่นแหละปัญหา
มันดูเหมาะเกินไป
หมอกพูดก่อนเธอ "กลิ่นเสียงไม่ได้ออกจากบาส"
รินไม่หันไปมองเขา "แน่ใจแค่ไหน"
"พอจะบอกว่าอย่าตัดสินตอนนี้" หมอกตอบ "กลิ่นมาจากหน้าร้าน ฝั่งลานจอดรถ ติดควันยางกับน้ำฝน ไม่ใช่กระดาษเปียกบนเงาเขา"
ยายเภาตัวจริงหัวเราะเบา ๆ
"ผู้ทวงชอบวางของให้แม่ค้าอยากหยิบ"
รินกัดกราม
ใช่
เ้าหนี้เงารู้ว่าเธอกลัวอะไร
รู้ว่าเธอเคยถูกโกง เคยถูกทิ้ง และไม่ชอบคนพูดดีเอาตัวรอดเก่งแบบบาส
มันเลยวางบาสไว้กลางเคาน์เตอร์เหมือนสินค้าลดราคาที่ป้ายเขียนว่า `โยนออกไปแล้วจบ`
ของแบบนั้นในโลกก่อนยังน่าสงสัย
ในโลกหลังฝนดาวตก น่าสงสัยยิ่งกว่า
รินหยิบใบเสร็จเปล่าอีกแผ่น วางลงบนถาดหลักฐาน
"จดเป็หลักฐาน" เธอพูด "ไม่ใช่จดเป็คำตัดสิน"
เครื่องพิมพ์ดังแกรก
```text
เสียงแทรก: เลียนลูกค้าผี
คำกล่าว: คนรับแทน
แหล่งกลิ่น: หน้าร้าน / ลานจอดรถ
สถานะบาส: ยังต้องตรวจ / ห้ามตัดสินจากเสียงเดียว
```
บาสหลับตาเหมือนเพิ่งรอดจากอะไรบางอย่าง
รินไม่ให้เขารอดมากเกินไป
"อ่านเลขคิวต่อค่ะ ห้ามผิดจังหวะอีก"
"ครับ" เขารีบพูด "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง ยังอยู่ คิวถือไฟสอง ยังอยู่ คิวดูแลคนเจ็บหนึ่ง ยังอยู่"
"ดี"
รินหันกลับมาหายายเภา "ดีลยังเดินไหม"
ยายเภามองถ้วยข้าวต้ม
ต้นหอมต้นหนึ่งเหี่ยวลงจนปลายใบหุบเข้าหากันเหมือนมือคนแก่กำลังงอ
"เดิน แต่ราคาเริ่มกินของไหว้แล้ว"
"งั้นปิดดีลก่อนของเย็น"
ิญญาค้างกรรมยื่นสมุดเครดิตมาข้างหน้า
รินไม่แตะ
เธอใช้ปากกาชี้ไปที่ถาด "วางบนถาด ร้านรับเฉพาะขอบเขตดีล"
สมุดเครดิตตกลงบนถาดโดยไม่มีเสียง
แต่ถาดโลหะยุบลงเล็กน้อย เหมือนน้ำหนักของมันไม่ใช่กระดาษ
เครื่องพิมพ์ทำงานทันที
แกรก
แกรก
แกรก
```text
ดีลซื้อพยานคนตายแบบจำกัด: สำเร็จบางส่วน
พยาน: เรียกได้ 1 ครั้งเมื่อประทับตรวจดีลปลอม
เงื่อนไขคืนหนี้: คืนผ่านรายการผิด ไม่ใช่ชื่อคน
ข้อจำกัด: พยานรู้ราคาต้นหนี้บางส่วน / ไม่เฉลยเ้าหนี้เต็ม
ต้นทุนที่ใช้: ของไหว้ที่ยังหายใจ 1 สำรับ / แรงงานฐานเฝ้าไฟ 1 รอบ / เหรียญดำเกิดรอยหัก
คำเตือน: ผู้รับแทนอยู่ใกล้กว่าที่ฐานอยากเชื่อ
```
เหรียญดำบนถาดดังเป๊าะ
รอยแตกเส้นเล็กปรากฏกลางเหรียญ จากขอบหนึ่งไปเกือบถึงอีกขอบหนึ่ง
มันยังไม่แตกสองซีก
ยังไม่หาย
แปลว่ายังเหลือแต้มกรรม
และยังเหลือหนี้ที่ผูกกับยายเภา
ยอดค้างไม่หมดสักที
ลูกค้าผีกับบัตรเครดิตบางใบมีนิสัยใกล้เคียงกันจนน่าหงุดหงิด
ิญญาค้างกรรมก้มหน้าลง ร่างครึ่งตัวเริ่มจาง
ก่อนหายไป มันใช้ปลายนิ้วหมึกแตะคำว่า `รับแทน` บนสมุดอีกครั้ง
"อย่า...ประทับคน"
เสียงสุดท้ายของมันแห้งจนเหมือนกระดาษถูกฉีก
"ประทับ...รายการ..."
แล้วเงาครึ่งตัวก็ยุบลงเป็หยดหมึก หายเข้าไปใต้ถาดหลักฐาน
ยายเภาหยิบถั่วงอกหนึ่งเส้นขึ้นมาเคี้ยว
เสียงเคี้ยวของแกเบามาก
แต่เสียงเคี้ยวจากแผงสดร้างด้านนอกดังตอบทันที
กรอบ
กรอบ
ยายเภาหันไปทางประตู "ของหิวมันรู้แล้วว่าเอ็งซื้อพยาน"
"ดีค่ะ" รินเก็บใบเสร็จเข้าแฟ้มหลักฐาน "อย่างน้อยมันจะรู้ด้วยว่าหนูไม่ซื้อมั่ว"
"มั่นใจ?"
"ไม่ค่ะ แต่ขายของมาหลายปีพอรู้ว่าไม่ควรมั่นใจต่อหน้าลูกค้าที่ถามแบบนี้"
ยายเภาหัวเราะอีกครั้ง
ร่างของแกจางลง กลิ่นหมากแห้งค่อย ๆ ถอยกลับเข้าชั้นของไหว้
"แม่ค้าเอ๊ย ผู้รับแทนบางคนไม่ได้รับของเพราะอยากได้ บางคนรับเพราะตอนนั้นไม่มีใครยอมรับแทนเขา"
รินเงยหน้าขึ้น
"พูดแบบนี้คิดเพิ่มไหม"
"แถม"
"ของแถมจากผีน่าไว้ใจน้อยกว่าสินค้าลดล้างสต็อกอีกนะคะ"
"งั้นก็คิดว่าข้าทิ้งขยะไว้หน้าร้าน"
ยายเภาหายไปพร้อมเสียงถุงพลาสติกแซกสุดท้าย
ชั้นของไหว้ปิดลงช้า ๆ
ค้างไว้ครึ่งมิลลิเมตร
เหมือนร้านตั้งใจบอกว่างานนี้ยังไม่จบ
รินมองใบเสร็จแผ่นล่าสุด
`ผู้รับแทนอยู่ใกล้กว่าที่ฐานอยากเชื่อ`
คำเตือนนี้แย่ตรงที่มันไม่ชี้ใคร
และยิ่งแย่ตรงที่ทุกคนพร้อมจะชี้แทนมัน
บาสยังอ่านเลขคิวอยู่
"คิวเฝ้าแถวหนึ่ง ยังอยู่ คิวถือไฟสอง ยังอยู่ คิวดูแลคนเจ็บหนึ่ง ยังอยู่..."
เสียงเขาเริ่มนิ่งขึ้น
รินควรพอใจ
แต่ตอนที่เงาเปลวเทียนเล่มซ้ายไหว เงาของบาสบนพื้นกลับยืดยาวออกมาครึ่งฝ่ามือ
ไม่มาก
แค่พอให้ปลายเงาทาบกับเศษสมุดเครดิตบนถาด
ตรงคำว่า
```text
รับแทน
```
พอดี
รินมองมัน
หมอกก็มอง
ไม่มีใครพูดชื่อบาส
ไม่มีใครพูดคำตัดสิน
ด้านนอก เสียงจากลานจอดรถหัวเราะเบา ๆ ด้วยเสียงยายเภาที่ไม่ใช่ยายเภา
"คนรับแทน อยู่ใกล้จริง ๆ"
รินหยิบปากกาขึ้นช้า ๆ
มือเธออยากเขียนชื่อคน
อยากลากเส้นวงรอบตัวผู้ต้องสงสัย
อยากทำสิ่งที่ง่ายที่สุด และอาจผิดที่สุด
เธอจึงเขียนลงบนใบเสร็จเปล่าเพียงหนึ่งประโยค
```text
หลักฐานถัดไป: รายการผิดใบแรก
```
แล้วปิดแฟ้มดังปับ
"คิวทุกคนอยู่ที่เดิม" รินพูด "ใครอยากกล่าวหา เตรียมหลักฐาน อยากไล่คน เตรียมใบเสร็จ อยากหายใจต่อ ก็อย่าขานรับเสียงข้างนอก"
บาสหยุดอ่านไปเสี้ยววินาที
ครั้งนี้รินไม่ปล่อยให้สายตาตัวเองกลายเป็มีด
"อ่านต่อค่ะ"
บาสก้มหน้า
"คิวเฝ้าแถวหนึ่ง ยังอยู่"
เทียนเล่มซ้ายวูบต่ำอีกครั้ง
แต่ยังไม่ดับ
รอยร้าวบนกระจกหน้าร้านมีฝ้าขาวซึมออกมาเป็เส้นบาง ๆ เหมือนลมหายใจของบางอย่างที่ยืนรออยู่นอกประตู
มันรอให้เธอใช้ตราประทับผิด
รินวางกล่องตราประทับตรวจดีลปลอมไว้ใต้แฟ้มหลักฐาน ไม่ให้ใครแตะ
ของมีครั้งเดียว ต้องใช้เหมือนของแพง
และในร้านชำของเธอ ของแพงที่สุดไม่ใช่ยา ไม่ใช่น้ำ ไม่ใช่ข้าวสาร
แต่เป็จังหวะที่เ้าของร้านเกือบเชื่อความกลัวของตัวเอง
คืนนั้น รินขายของไหว้ให้คนตาย
ได้พยานกลับมาหนึ่งครั้ง
ได้เงื่อนไขคืนหนี้หนึ่งข้อ
และได้ความระแวงบาสกลับมาเต็มถาด
ยอดขายไม่เลว
ถ้าไม่นับว่าลูกค้ารายต่อไปอาจมาเก็บเงินด้วยเงาของคนในร้านเอง