"คุณตาเอาอะไรมาขายบ้างละคะ ขอหนูดูบ้างได้ไหมคะ" ลู่หลินเห็นเพียงกำไลหยกที่คุณตาหม่าถือในตอนแรกแต่ฟังแล้วเหมือนจะมีมากกว่านั้นนะ
"เอาสิจะดูก็ได้แต่ระวังหน่อย" เฒ่าหม่าปลดตะกร้าใบย่อมลงจากหลังให้ลู่หลินได้ดู
"ฮู้! เยอะนะเนี่ยคุณตากล้ามากที่แบกมันมาในนี้โดยไม่มีใครเห็น" ภายในตะกร้ามีทั้งเครื่องประดับที่ทำจากทองเพชรพลอยอัญมณีหลายสิบชิ้นและยังมีเหรียญโบราณที่เธอไม่รู้จักด้วย
"คุณตาจะขายเท่าไหร่คะ"
"นังหนูเอ้ยแค่ขายได้ตาก็ดีใจแล้ว ถ้าเป็ไปได้ตาก็อยากได้สักร้อยหยวน"
"ร้อยห้าสิบหยวนคะ หนูให้คุณตาร้อยห้าสิบหยวนสำหรับของทั่งหมดคุณตาขายไหมคะ" เฒ่าหม่าพยักหน้าคล้ายไก่จิกข้าว ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะขายได้จริงหรือเปล่า แต่ที่ไหนได้เฒ่าหม่าที่กำลังเดินหันหลังให้ลู่หลิน ยังใช้สองมือกุมอกหันซ้ายทีขวาที เสมือนระวังใครจะมาแย่งชิงของมีค่าอะไรไป ลู่หลินได้แต่มองส่งจนลับตาก่อนที่จะเก็บของทั้งหมดเข้ามิติไป รวมเก็บไว้กับสมบัติของเธอเองที่ซื้อไว้บ้างเหมือนกันโดยเฉพาะก้อนทองก้อนเล็กก้อนน้อยเวลาได้เงินพิเศษหรือโบนัสจากการทำงาน ก้อนทองสร้อยแหวนรูปพรรณที่มีเพียงน้อยนิดแต่บังเอิญจริงๆนะที่ทองเล็กน้อยที่เธอมีจะใช้ไม่มีวันหมด
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงดังอันคุ้นเคยปลุกให้ลู่หลินต้องลืมตามองลอดรูหลังคาบ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดี
"ไหนบอกว่าท่านหมดหน้าที่แล้วไงคะ"
"เฮ้!ชาวโลกเกิดเป็คนงามก็หลงลืมได้ป๊ะคะ" รอบนี้มีศัพท์ใหม่ซะด้วย
"ข้าผู้งดงามมาเพื่อแจ้งหมายเหตุเพิ่มเติมที่ตัวข้าได้หลงลืมชี้แจง" เสียงคนงามเหมือนจะเบากว่าทุกทีนะเมื่อตัวเองมีความผิดพลาดบ้าง สงสัยจะลืมจริง
"บอกหมายเหตุตัวแดงๆเล็กๆของท่านมา ว่าคือเื่อะไรอีก"
"หึ!..ช่างเหน็บ..หมายเหตุคือสิ่งของทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในโลกของร่างเดิมที่เ้านำเข้ามิติจะไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้หรือมีหนึ่งใช้ไปคือหมดนั่นเอง ส่วนของที่เ้าหาบหามมายังใช้ได้ไม่มีวันหมดเหมือนเดิมที่เคยบอก" ลู่หลินอยากจะะโกัดหูแม่นางคนงามเหลือเกินให้ตายอีกรอบสิ
"ท่านขี้โกงจะมาบอกอะไรเอาป่านนี้ เสียความรู้สึกหมด" ลู่หลินนึกถึงของที่พึ่งซื้อมาจากผู้เฒ่าในตลาดมืดที่ยังไม่ได้เพิ่มจำนวนก็ให้รู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที
"ชาวโลกล้วนโลภมาก ข้าว่าของที่เ้าหาบ.."
"เดี๋ยวๆเลิกบอกว่าฉันหาบหามมาซะที ฉันก็แค่โยนเข้าไปเฉยๆเองนะ"
"มันจะแตกต่างตรงไหนมิทราบ เอาล่ะอย่าโลภมากเท่าที่มีถ้ามีสมองสักนิดก็ซื้อโลกได้แล้วมั่ง"
"เจ็บค่ะ ทั้งโลภทั้งไม่มีสมอง ก็ไหนบอกว่าให้รู้จักใช้ไม่งั้นจะมีภัยมาถึงตัวยังไงใครเคยบอกไว้" ลู่หลินอยากจะเห็นจริงๆว่าคนงามที่ไหนจะปากคล้ายนางนัวเนียหมาแม่ลูกอ่อนของคนข้างบ้านขนาดนี้
"ลู่หลิน! ข้าได้ยินนะ เ้าเองก็เถอะหัดทำตัวให้เหมือนเ้านัวเนียมันบ้างสิ แต่ช่วยเลือกหน่อยนะอย่านัวไปทั่วหาเอาแบบว่าเส้นใหญ่คุ้มหัวเ้าได้แค่นี้ก็จบป๊ะ" ศัพท์มั่วมากฟังแล้ววิงเวียนลู่หลินเริ่มที่จะสื่อทางความคิด ในเมื่อคนงามได้ยินทุกอย่างที่เธอคิด
"ตัวข้าคนงามต้องเดินสายแจกจ่ายมิติจบชีวิตคน สลับิญญาต่างภพต่างแคว้นมากมาย ข้าก็ต้องมีสับสนภาษากันบ้างสิ"
"ขอบคุณท่านที่มาเพิ่มหมายเหตุหมดแค่นี้ใช่ไหมไม่ใช่ว่ามีเหตุมาแจ้งใหม่ทุกวันละ"
"ลู่หลินอย่าเยอะ เท่าที่มีในมิติเ้าก็ก่อาล้างโลกได้แล้วนะ คนเราต้องรู้จักความพอดี แต่สามีไม่ดีมีสามมีสี่ได้ไม่ผิด" ลู่หลินคิดว่าอดีตคนงามคงจบไม่สวยเื่สามีแน่ๆถึงได้พูดออกมาแบบนี้
หลังจากคนงามงอนตุ๊บป่องจากไป่สายๆลู่หลินก็ไปหาผู้นำหมู่บ้านเพื่อซื้อที่เพิ่ม โดยเฉพาะที่ติดลำธาร แต่สำคัญคือกว่าจะถึงลำธารที่เธอหมายตาไว้ต้องเดินข้ามเนินเขาเล็กๆเนื้อที่ประมาณสิบหมู่ เนื่องจากบ้านของลู่หลินอยู่ติดกับเขาลูกนี้พอเดินข้ามเนินเขาก็จะเจอลำธารที่กั้นระหว่างป่าใหญ่ ที่มีูเาสลับซับซ้อนอุดมไปด้วยธรรมชาติที่งดงามและอันตรายเพราะยุคสมัยนี้สัตว์ป่ายังคงไม่สูญพันธุ์ ในป่าใหญ่จึงมีพืชสมุนไพรและสัตว์ป่านาๆมากมาย
"ท่านลุง.. ท่านลุงโจวอยู่บ้านไหมคะ" พอถึงที่ทำการของผู้นำหมู่บ้าน ลู่หลินก็ไม่ต้องรอนาน เรียกเพียงครั้งเดียวก็เห็นป้าอี้จินภรรยาของลุงผู้ใหญ่เดินออกมาเปิดประตูให้
"ลู่หลินเกิดอะไรขึ้น เข้ามาก่อนเร็ว" โจวอี้จินหรือเจียวอี้จินที่เป็แซ่เดิม หลังจากเห็นว่าใครมาเรียกสามีตนหน้าบ้านก็มีทั้งใและประหลาดใจที่เห็นลู่หลินมาที่นี่เพราะั้แ่พ่อแม่ของเธอจากไปลู่หลินก็เก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
"สวัสดีค่ะป้าโจว ลุงผู้ใหญ่อยู่บ้านไหมคะ ป้าอย่าใไปเลยหนูไม่ได้เป็อะไรแค่อยากมาถามเื่ที่ดินหลังบ้านหนูนะคะ"
"เห้อ! ป้าใจริงนั่นแหละก็ป้าไม่เห็นหนูไปไหนมาไหน นอกจากขึ้นเขาเลยนิ ช่างเถอะ ปะไปหาลุงในบ้านกัน" ลู่หลินเพียงยิ้มรับก่อนที่จะเดินตามป้าโจวเข้าไปในบ้าน ซึ่งมีลุงผู้ใหญ่กำลังขีดเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะที่น่าจะเป็โต๊ะใช้ทำงาน
"คุณดูสิว่าใครมา" โจวต้าฝูเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงภรรยาจึงเห็นว่าเป็เด็กลู่หลิน
"ลุงผู้ใหญ่สวัสดีค่ะ"
"อืมนั่งก่อน นั่งก่อนมีอะไรค่อยคุยกัน" พอทั้งสองนั่งลงไม่ทันไรป้าโจวก็มีน้ำกับขนม มาให้ลู่หลินกินซึ่งลู่หลินก็หาได้เกรงใจ ใส่ปากเคี้ยวจนแก้มตุ้ยเป็ที่น่าเอ็นดูยิ่งสำหรับสองสามีภรรยา
"ไหนมีอะไรให้ลุงช่วย หรือว่าอยากมาทำงานแลกแต้ม" ลู่หลินคนก่อนเธอเรียนอย่างเดียวไม่ได้ทำงานแลกแต้มเหมือนพ่อกับแม่ หลังจากพ่อแม่จากเป็เธอก็ยังเอาแต่เรียนกับหาของป่ามาประทังชีวิต พอเรียนจบก็หมดลมพอดี นี่ไงเขาว่ามีเงินท่วมหัวก็ซื้อความเป็ะไม่ได้"
"เปล่าคะลุง ฉันอยากได้ที่ดินหลังบ้านจนถึงลำธารที่กั้นระหว่างป่าใหญ่นะคะ ไม่รู้ว่ามีเ้าของไหม" โจวต้าฝูถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ที่ผืนนั้นจะว่ามากก็ไม่ได้มากเท่าไหร่แต่สำหรับเด็กกำพร้าอย่างลู่หลินถือว่าเยอะมาก หรือว่าพ่อแม่เธอจะทิ้งสมบัติไว้ให้
"ที่ผืนนั้นมีเนื้อที่ประมาณสิบเอ็ดหมู่เป็เนินเขาลูกเล็กแล้วห้าหมู่ ที่เหลือเป็ที่ราบล้อมเนินเขาอีกหกหมู่ เนินเขาหมู่ละสามหยวนที่ราบหมู่ละห้าหยวนรวมเป็สี่สิบห้าหยวน" ลู่หลินวางเงินสี่สิบหกหยวนให้กับผู้นำหมู่บ้าน แต่เป็เธอที่เรียกลุงผู้ใหญ่แหวกแนวไม่เหมือนใคร
"ที่เหลือให้ลุงผู้ใหญ่เป็ค่าจัดการ" ลู่หลินเห็นลุงผู้ใหญ่ทำหน้าคล้ายอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าเธอย่อมรู้คำถามนั้น
"ฉันขึ้นเขาพบเจอโชคดีได้มาหลายหยวน ทำให้พอได้ซื้อที่ไว้ปลูกผักผลไม้และสร้างบ้านใหม่ให้กันลมหนาวนะเ้าคะ"
"เป็เช่นนี้เอง ดีจริงๆ ลู่หลินช่างโชคดีเป็ที่รักของทวยเทพ" เอาเข้าไปทวยเทพอะไรเล่าผู้ใหญ่ก็ เป็คนงามปากจัดขี้หลงลืมสิไม่ว่า นี่ก็ไม่รู้ว่าจะมาเพิ่มหมายเหตุเพิ่มเติมอีกเมื่อไหร่
"เอาเถอะถ้าลุงจัดการเรียบร้อยแล้วจะเอาใบที่ดินไปให้ " ลู่หลินอายุสิบเก้าถือว่าเป็ผู้ใหญ่แล้วสินะในยุคนี้ เพราะผู้ใหญ่บ้านไม่เห็นจะว่ายังไงเมื่อเธอ้าซื้อที่
"รบกวนคุณลุงแล้วค่ะ หนูต้องขอบคุณ คุณลุงมากๆนะคะที่เมตตา"
"เป็หน้าที่ของลุงที่ต้องดูแลลูกบ้านอยู่แล้วอย่าได้เกรงใจมีอะไรก็มาหาลุงได้ถ้าช่วยได้ลุงไม่นิ่งนอนใจแน่" ลู่หลินเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าที่นิ่งสนิทต่างจากข้างในที่ยิ้มบานยิ่งกว่าจานดาวเทียม เธอจะเอาบ้านน็อคดาวไปวางไว้ที่เนินเขา แค่คิดก็สุขใจแล้วเธอจะปลูกดอกไม้หลากสายพันธุ์โดยเฉพาะกุหลาบดอกไม้ที่เธอชอบมากที่สุด
****