ร่างเล็กผอมบางที่ผลักประตูไม้ที่ผุจนแทบจะพังติดมือออกมายังด้านนอกที่เป็ป่าไผ่ล้อมรอบมีลำธารอยู่ด้านข้างและด้านหลังติดูเา บรรยากาศถือว่าไม่ได้เลวร้ายนัก ส่วนที่อยู่อาศัยนั้นเป็กระท่อมที่คงจะทำจากต้นไม้ไผ่พวกนี้ที่ตอนนี้ผุพังจนคิดว่าหากลมพัดแรงสักนิดคงพังครืนลงมา ในความทรงจําของร่างนี้ที่ดินผืนนี้เป็ที่ดินที่บิดามารดาเ้าของร่างซื้อเอาไว้ก่อนจะตายยังมิได้ลงมือทำประโยชน์จึงยังคงเป็ป่าไผ่เสียส่วนใหญ่จะมีที่โล่งเตียนแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ดินผืนนี้ถือว่ากว้างขวางอยู่พอสมควร ร่างบอบบางที่เดินแค่นิดเดียวก็เหนื่อยหอบและรู้สึกหิวจึงได้เดินมายังลำธารที่มีน้ำใสแจ๋ววักน้ำขึ้นมาลูบหน้าล้างเนื้อล้างตัวพึ่งสังเกตุว่าผิวพรรณของร่างนี้ช่างขาวนัก แขนขาก็เล็กนิดเดียวต่างกับร่างของนางในชาติก่อนที่แข็งแรงบึกบึนนัก เงาที่เห็นอยู่ในน้ำสะท้อนให้เห็นใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อยแม้จะซูบตอบแต่ก็ดูงดงามนัก แล้วมือเล็กก็วักน้ำขึ้นมาดื่มประทังความหิว เมื่อได้ล้างหน้าล้างตาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ในตาหวานแต่ทว่าดูแน่วแน่ สอดส่ายหาสิ่งที่พอจะนำมาประกอบอาหารเพื่อประทังชีวิต เ้าตัวเล็กที่กำลังหลับไหลนั้นตื่นมาก็คงจะหิว นางเกือบจะลืมน้องชายของร่างนี้ที่นอนขดตัวอยู่ในกระท่อมผุพังนั้น ตอนนี้นางมิได้ตัวคนเดียวยังมีอีกหนึ่งชีวิตให้รับผิดชอบ หนานอี้ฟง น้องชายวัย 7 หนาว ผู้น่าสงสาร แต่จนแล้วจนรอดนางกลับไม่เห็นอะไรที่พอจะกินได้เลย จนสายตาไปปะทะเข้ากับฝูงปลาตัวอวบอ้วนที่ว่ายวนอยู่ในน้ำ นางไม่อดตายแล้วปลาพวกนี้คงเป็อาหารสำหรับนางและน้องได้อย่างดีเลยทีเดียว คิดได้ดังนั้นร่างผอมบางก็มีแรงฮึดสู้ นางที่ใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกมาอย่างยากลำบากความรู้ความสามารถอัดแน่นอยู่ในหัว กับเื่แค่นี้จะสู้ไม่ไหวคงเป็ไปไม่ได้ จงดูไปก่อนเถิดสองมือคู่นี้นี่แหละ จะสร้างความยิ่งใหญ่ให้ประจักษ์ต่อสายตาทุกคนให้จงได้ แล้วร่างเล็กก็ก้าวอย่างมั่นคงกลับไปยังกระท่อมพังๆนั้นก่อนจะเดินสำรวจทุกซอกทุกมุม เสียงตะกุกตะกักที่ดังขึ้นทำให้ร่างเล็กของเด็กชายตัวน้อยรู้สึกตัว ก่อนจะลืมตาขึ้นเห็นพี่สาวของตนกำลังรื้อข้าวของเก่าออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่สานและห่อผ้าก็ถูกรื้อค้นข้าวของเครื่องใช้ถูกรื้อออกมาจนระเกะระกะไปหมด
"พี่ใหญ่ท่านฟื้นแล้ว ท่านหายแล้วหรือขอรับ"
ร่างเล็กผอมจนเห็นกระดูกไหปลาร้าชัดเจนทำให้นางสะท้อนใจนัก
"ใช่พี่หายดีแล้ว ฟงเอ๋อ หิวแล้วใช่หรือไม่ ไป ไปกันเถอะวันนี้พี่ใหญ่จะทำปลาเผาให้เ้ากิน"
ว่าแล้วก็หยิบมีดเล่มเก่าสนิมเกรอะที่นางพบอยู่ในลังเก่าๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วช่วยดึงร่างเล็กให้ลุกตามก่อนจะพากันเดินออกไปยังลำธารอีกครั้ง
อี้ซินนำมีดเล่มใหญ่ที่ถือมาล้างทำความสะอาดก่อนที่จะมองหาหินที่ค่อนข้างจะหยาบแล้วนำมีดเล่มนั้นลับคมอย่างทะมัดทะแมงจนเ้าตัวเล็กมองอย่างตกตะลึง ว่าเหตุใดพี่สาวที่มักจะอ่อนโยนอ่อนหวาน วันนี้ถึงได้ดูกระฉับกระเฉงนัก แต่เขาก็ดีใจที่พี่สาวของตนกลับมาแข็งแรงขึ้น
เมื่อลับคมจนพอใจแล้วอี้ซินจึงเดินไปยังกอไผ่ที่ขึ้นอยู่ไม่ไกลนักก่อนจะเรียกลำที่ขนาดเหมาะมือก่อนจะตัดออกมา เหลาปรายจนแหลมคม แล้วเดินกลับมาตรงที่อี้ฟงนั่งมองนางอยู่ แล้ววางมีดลงบนโขดหิน ก่อนจะก้มลงจับชายกระโปรงขึ้นมามัดเอาไว้เหนือเข่า แล้วคว้าไม้ไผ่ปรายแหลมขึ้นมา
"ดูไว้นะฟงเอ๋อ พี่จะแสดงฝีมือการจับปลาให้เ้าดู"
แล้วร่างเล็กของอี้ฟงก็มองตามผู้เป็พี่ที่เดินลุยลงน้ำด้วยสายตาตื่นเต้น ก่อนจะตกตะลึงตาค้าง เพราะเมื่อไม้ไผ่ปรายแหลมพุ่งออกไป ก็โดนตัวปลาเหมือนกับจับวาง
เขาได้แต่ะโโลดเต้นอย่างดีใจที่จะมีอาหารตกถึงท้องแล้ว และยังเป็เนื้อปลาอีกมิใช่เศษผักที่ได้กินกับน้ำข้าวเหมือนที่ผ่านมา
อี้ซินที่ยังคงใช้ไม้ไผ่แหลมพุ่งเข้าใส่ตัวปลาจนตอนนี้นางได้ปลามาถึงห้าตัวใหญ่ๆ แล้วจึงหยุดมือ เพราะตอนนี้ชักจะหิวจนจะหมดแรงอยู่รอมร่อ