หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 27 ข้าจะไปเอง
สามวันผ่านไป หัวหน้าหมู่บ้านได้ประกาศว่ามีใต้เท้าจ้งจากเมืองหลวง มารักษาการเ้าเมืองทังโจว จนกว่าเ้าเมืองจะหายดี ไม่มีใครรู้ว่าอาการตอนนี้ของเ้าเมืองทังโจวเป็อย่างไร รู้เพียงแต่ว่าได้รับาเ็สาหัสเท่านั้น
ยุคมืดแห่งเมืองทังโจวได้มาถึงแล้ว หลังใต้เท้าจ้งมารักษาการเ้าเมือง เขาก็ออกประกาศเกณฑ์คนไปทำงานทันที
'ประกาศ เนื่องจากราชสำนักขาดแคลนแรงงานในการขุดเหมืองที่เมืองหนานซุนจำนวนมาก จึงขอให้ประชากรในเขตการปกครองเมืองทังโจวทั้งหมดที่ครอบครัวมีบุรุษมากกว่าหนึ่งคน ส่งตัวแทนที่เป็บุรุษหนึ่งคนเพื่อร่วมงานขุดเหมืองที่เมืองหนานซุน ระยะเวลาการทำงานหนึ่งปี โดยมีค่าแรงรายวันให้คนละหนึ่งร้อยเหวินต่อวัน'
แต่ละครอบครัวที่ได้รับรู้ต่างรู้สึกกังวลใจเป็อย่างมากไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของเป่าเปา ใครๆ ต่างก็รู้ว่าการส่งคนไปขุดเหมือง ไม่ต่างอะไรกับส่งไปคนเสี่ยงตาย แล้วแบบนี้พวกเขาจะส่งใครไปดีล่ะ หลี่ชุนผู้เป็พ่ออาสาขึ้นเป็คนแรก
"ข้าอายุเยอะแล้ว เป็ข้าไปนี่แหละ เหมาะสมที่สุด"
"พี่ใหญ่ท่านยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล เป็ข้าที่ไม่มีครอบครัวเหลืออยู่แล้ว ข้าว่าข้านี่แหละเหมาะสมที่สุด"
หลี่ต้าพี่ชายคนโตครุ่นคิดอยู่นิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อกับท่านอาอายุเริ่มมากแล้ว หากท่านสองคนไปจะเสี่ยงมากเกินไป ข้าว่าคนที่สมควรไปมากที่สุดคือข้า"
ทั้งสามถกเถียงกันไปมาจนเสียงของหลี่เอ้อลูกชายคนรองได้หยุดทุกคนเอาไว้
"ทุกคนหยุดเถียงกันได้แล้ว ข้านี่แหละเหมาะสมที่สุด ทั้งอายุไม่เยอะและยังไม่มีครอบครัว ข้าจะไปเอง!!"
หากเป็ครอบครัวอื่นอาจจะทะเลาะเพื่อให้ผู้อื่นออกไปทำงานที่ยากลำบาก แต่ไม่ใช่สำหรับตระกูลหลี่ พวกเขาถูกสอนให้รู้จักรักและแบ่งปันซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่มีใครคิดจะปัดงานไปให้ผู้อื่นรับผิดชอบ
หลี่หลิงผู้เป็แม่เองแม้จะปวดใจแต่นางก็เห็นด้วยกับหลี่เอ้อลูกชายคนรอง สามีของนางและน้องสามีอายุมากเกินไป อาจทำให้พวกเขาเกิดปัญหาระหว่างทำงาน หลี่ต้าลูกชายคนโตเองก็เพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน การจะให้เขาออกจากบ้านเลยก็ออกจะทำร้ายจิตใจลูกสะใภ้เกินไป
หลี่เอ้อลูกชายคนรองที่ปีนี้อายุสิบห้าปี แม้จะเป็วัยที่เหมาะแก่การแต่งงาน แต่เพราะที่ครอบครัวเพิ่งใช้เงินต่อเติมบ้านและแต่งสะใภ้คนโตเข้ามา ทำให้ต้องใช้เวลาเก็บเงินอีกพอสมควร
แม้ลูกชายคนที่สามและคนที่สี่ จะเสนอตัวเองเช่นกัน แต่พวกเขายังเด็กมากเกินไปจึงไม่เหมาะสม ดังนั้นหลี่เอ้อลูกชายคนรองจึงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
เป่าเปามองซ้ายทีขวาทีอย่างใช้ความคิด นางเองก็รู้สึกไม่ต่างจากมารดา ว่าหลี่เอ้อพี่ชายคนรองคือคนที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้ เพื่อช่วยให้พี่ชายมีร่างกายแข็งแรง สามารถทนต่อการทำงานในเหมือง นางจึงพยายามคิดแผนการฝึกฝนให้พี่ชายคนรองก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านแม่ พี่รองจะไปทำงานนานหรือไม่เ้าคะ"
"ไม่นานหรอก แค่หนึ่งปีเท่านั้น"
"ตั้งหนึ่งปี!! ข้ารักพี่รองมากๆๆๆ หากหนึ่งปีพี่รองกลับมาแล้วจำข้าไม่ได้ ข้าจะทำอย่างไร ฮือๆๆๆ"
เป่าเปาวิ่งไปกอดขาพี่ชายคนรองเอาไว้แล้วเริ่มร้องไห้ออกมาเสียงดัง คนอื่นที่ได้ยินว่าเป่าเปารักหลี่เอ้อมากก็หันมองอีกฝ่ายตาขวาง หลี่เอ้อที่กำลังดีใจจึงเอ่ยตอบว่า
"ไม่มีทางที่พี่จะลืมน้องเล็กที่แสนน่านักคนนี้ได้หรอก"
"ไม่จริงข้าไม่เชื่อ"
"ทำอย่างไรเ้าถึงจะเชื่อ"
"ต่อจากนี้ ต้องให้ข้าอยู่กับพี่รองตลอดเวลาจนกว่าพี่รองจะไปทำงาน ได้หรือไม่เ้าคะ ท่านแม่"
หลี่หลิงผู้เป็แม่ไม่ได้ปฏิเสธ ั้แ่ตัดสินใจให้หลี่เอ้อเป็ตัวแทนไปทำงานที่เหมือง นางก็คิดไว้แล้วว่าจะให้เขาพักงานในไร่ เพื่อใช้เวลาเตรียมตัวเตรียมใจอยู่กับบ้าน ในเมื่อเป่าเปาอยากอยู่พี่ชายคนรองก็แล้วแต่นาง
"เช่นนั้นจนกว่าจะถึงวันเดินทาง เ้าก็ดูแลเป่าเปาก็แล้วกัน"
เป่าเปาพยักหน้าอย่างแรงก่อนจะยิ้มที่มุมปาก และเริ่มเอ่ยกับพี่ชายคนรองขึ้นว่า
"งั้นั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าจะขอขี่คอพี่รองตลอดเวลาที่ข้าไม่ได้ทำอะไร เพื่อจะพี่รองจะได้จำข้าได้เมื่อกลับมา ดีหรือไม่เ้าคะ"
หลี่เอ้อพี่ชายคนรองที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยทักท้วง เ้าตัวน้อยก็ะโขึ้นมาบนหลังของเขาอย่างไม่ทันได้เตรียมใจ
เหล่าบรรดาบุรุษที่รู้สึกอิจฉาหลี่เอ้อก่อนหน้านี้ได้แต่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เป่าเปาไม่ได้รักพวกเขาเหมือนที่รักหลี่เอ้อในตอนนี้ เฮ้อ รอดตายๆ แท้ๆ
----------
ณ บ้านตระกูลจิ้น เมืองทังโจว
หลังจากถูกตรวจสอบสวนเื่การลอบทำร้ายเ้าเมืองทังโจว ตระกูลจิ้นก็ถูกปล่อยออกมา เนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าพวกเขามีส่วนรู้เห็น และไม่มีเหตุจูงใจใดๆ ที่พวกเขาต้องทำเช่นนั้นด้วย
จิ้นฝูยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มด้วยความโมโหก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"เ้าพวกทหารเมืองนี้นี่ช่างหยาบคายจริงๆ กลับไปต้องให้ลูกชายเ้าช่วยสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว"
"พวกเขาก็ทำตามหน้าที่แหละน่า เป็ท่านนั่นแหละที่ทำตัวน่าสงสัย ว่าแต่คืนนั้นท่านไม่ได้อยู่ในห้อง แล้วท่านอยู่ที่ใด?"
จิ้นฝูที่รู้สึกตัวว่าพูดมากเกินไปก็โมโหกลบเกลื่อนก่อนจะเปลี่ยนเื่ไปคุยกับหลานชายแทน
"ช่างเถอะๆ เื่มันผ่านมาแล้ว ว่าแต่ศิษย์น้องแซ่หลี่คนนั้นของจิ้นอันน่ารักน่าชังดีนะ เ้าไม่คิดทาบทามมาเป็หลานสะใภ้หน่อยรึ"
"ข้าก็คิดว่านางน่ารักเหมือนกัน แต่หลานชายของเราเพิ่งสิบเอ็ดปี แม่นางน้อยเองก็เพิ่งจะย่างห้าปี ทาบทามตอนนี้มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรือ?"
"ไม่ทาบทามเอาไว้ ระวังคนอื่นจะแย่งไปก่อนเสียล่ะ ดูเ้าหลานชายก็สนใจแม่หนูคนนั้นไม่น้อยเลย ถึงขนาดเอาเงินข้าไปลงทุนกับนาง"
พูดไปก็รู้สึกปวดใจ เงินสองปีของเขาถูกหลานเอาไปเกี้ยวสาวเสียอย่างนั้น เฮ้อ เพื่อความสุขของหลานในอนาคต ปู่จะไม่คิดถึงเงินก้อนนั้นก็แล้วกัน ข้านี่ช่างเป็ปู่ที่ประเสริฐแท้ๆ เขาได้แต่ชื่นชมความใจดีของตัวเองอยู่ในใจ
ทางด้านฮูหยินใหญ่ที่อยู่กับบุตรชายของตัวเองในห้องโถงก็เอ่ยถึงเื่การแต่งงานเช่นกัน นางถามบุตรชายอย่างตรงไปตรงมาว่า
"จิ้นอัน ปีนี้ลูกก็อายุสิบเอ็ดปีแล้ว มีสตรีที่หมายตาไว้บ้างหรือยัง?"
"ยังไม่มีขอรับ"
"แล้วแม่หนูหลี่เป่า ศิษย์น้องของลูกล่ะ"
"ลูกเห็นว่านางน่ารักดี แต่คิดว่านางเป็เพียงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ไว้ลูกมีสตรีที่พึงใจ จะรีบบอกท่านแม่เป็คนแรกเลยนะขอรับ"
"เฮ้อ หวังว่าจะไม่นานเกินรอนะ"
ฮูหยินใหญ่จิ้นถอนหายใจออกมาทีหนึ่งด้วยความเหนื่อยใจ จริงๆ เมื่อนางเห็นเป่าเปากับเหล่าพี่ชายของนาง ทำให้ฮูหยินใหญ่จิ้นรู้สึกชอบเป่าเปาขึ้นมาทันที
หนึ่งเพราะมารดาของเป่าเปาสามารถให้กำเนิดบุตรห้าคน ทั้งยังเป็บุตรชายถึงสี่คน ทำให้นางรู้สึกว่าหากได้เป่าเปามาเป็สะใภ้ อาจทำให้ตระกูลจิ้นครึกครื้นจากบรรดาหลานๆ ขึ้นมาก็เป็ได้
และอีกเหตุผลหนึ่ง ดูเหมือนว่าบุตรชายของนางจะสนิทกับแม่หนูน้อยผู้นั้นมากกว่าสตรีคนอื่นๆ แม้บุตรชายของนางจะอายุยังน้อย แต่เขาก็วางตัวกับสตรีอื่นมาตลอด ไม่ว่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือรุ่นน้องเขาก็ไม่เคยสนิทสนมด้วย หรือเขาอยากจะมีน้องสาวจริงๆ กันนะ ฮูหยินใหญ่จิ้นได้แต่รู้สึกเสียดาย
เย็นวันนั้นเป็วันฉลองครบรอบวันเกิดของจิ้นอัน เพราะพวกเขาถูกทางการจับตามองเื่การลอบทำร้ายเ้าเมืองทังโจว พวกเขาจึงฉลองกันในครอบครัว มีบะหมี่อายุยืนที่ยาวเต็มถ้วย ใส่เครื่องเคียงด้วยไข่ต้มเต็มฟองฝีมือของฮูหยินผู้เฒ่าจิ้น ขนมหวานเป็เผือกหิมะ และลูกบัวหวาน ฝีมือฮูหยินใหญ่จิ้น ส่งท้ายด้วยสุราอายุยืนที่นายท่านผู้เฒ่าจิ้นกู้เงินจากภรรยามาซื้อเพื่อฉลองให้หลานชาย
ทั้งสี่กินดื่มอย่างมีความสุข โดยมีจิ้นฝูผู้ดื่มมากไปเพราะเสียดายเงินหลับคาโต๊ะไปอีกตามเคย