[11] ทาบทาม
เช้าวันต่อมา เซ็ทตื่นเช้าไปเล่นฟิตเนสที่ชั้นสาม สถานที่ออกกำลังกายแสนสงบสุขที่เซ็ทไม่ได้เจอมานานทำให้เซ็ทรู้สึกพอใจอยู่ลึกๆ เขาเดินสำรวจเครื่องเล่นว่ามีอะไรบ้างอยู่ซักพัก ก็มีคนเดินเข้ามาหา ส่งเสียงทักทายถามไถ่อย่างเป็นมิตรเซ็ทจึงแสดงท่าทีเป็นมิตรตอบ“สวัสดีครับ มาเป็นครั้งแรกสินะครับ ไม่ทราบว่าพักอยู่ที่นี่หรือใช้ซื้อคอร์สไว้ครับ”“ผมพักที่นี่ครับ”“ถ้างั้นช่วยมาแสกนนิ้วด้านนี้ด้วยนะครับ”เซ็ทเดินตามหนุ่มกล้ามล่ำไปทางข้างล็อกเกอร์ด้านใน พอแสกนนิ้วยืนยันตัวตนเสร็จพี่แกก็พาไปดูตู้ล็อกเกอร์ส่วนตัวที่อยู่ด้านใน ไม่รวมกับล็อกเกอร์เล็กด้านนอกที่ต้องเสียค่าบริการเล็กน้อย“คุณห้อง 3009 นะครับ คราวหน้าที่มาใช้บริการใช้ล็อกเกอร์ด้านนี้ได้เลย เป็นบริการสำหรับผู้พักอาศัย ไม่เสียค่าฝากของเพิ่ม ถ้ายังไงต้องการเทรนเนอร์มั้ยครับ สำหรับผู้อาศัยจะถูกลง 70%”เซ็ทเห็นอีกฝ่ายทำตาเป็นประกายแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าพี่แกกำลังต้องการเสนอตัวเอง แต่เซ็ทไม่จำเป็นต้องมีของแบบนั้น ดังนั้นเซ็ทจึงส่ายหน้าปฏิเสธแบบสุภาพ“ไม่เป็นไรครับ ผมมีเทรนเนอร์ส่วนตัวอยู่แล้ว ขอบคุณมาก”“อ๋อ รับทราบครับ แต่ถ้าเกิดบาดเจ็บหรือไม่ไหว แจ้งให้ช่วยเหลือได้ทันทีนะครับ”โค้ชหนุ่มกล้ามสวยตอบรับ หน้าหมองลงนิดๆ แต่ยิ้มให้แล้วเดินไปดูลูกค้าคนอื่นที่เข้ามาเล่นช่วงเช้าตรู่แบบนี้ เสียดายนิดๆ ที่ตนอดได้รายได้จากลูกค้าไปอีกคน ถึงจะไม่เห็นใครที่ดูเป็นเทรนเนอร์ให้อีกฝ่ายได้ แต่ก็ไม่คิดจะถามซอกแซกเรื่องส่วนตัวละนะเซ็ทแสกนนิ้วเปิดตู้ฝากของ เก็บคีย์การ์ด โทรศัพท์ และกระเป๋าสตางค์รวมถึงผ้าขนหนูไว้ในนั้น จากนั้นจึงเดินไปที่เครื่องออกกำลังกายที่ตั้งใจจะเล่นทีละชิ้นเซ็ทวิ่งเรียกเหงื่อบนลู่วิ่งอยู่พักหนึ่งก็มีคนมาใช้ลู่ข้างๆ เป็นตาลุงที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตรคล้ายกับอดัม“สวัสดี ไม่เคยเห็นหน้าเลยนิ พึ่งซื้อคอร์สหรือพึ่งมาอยู่ล่ะ แล้วชื่อไรล่ะเรา?”“สวัสดีครับ ผมพึ่งย้ายเข้าเมื่อวาน ชื่อเซ็ทครับ”ในเมื่อรอบข้างไม่มีใครนอกจากเขากับลุงแกสองคนก็หมายความว่าลุงแกถามเขา เขาจึงตอบอย่างสุภาพตามประสาคนพบกันครั้งแรก ถึงแม้คำถามลุงแกจะค่อนข้างตรงไปตรงมาสำหรับคนที่พึ่งเจอก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ไม่ดีอะไร เพราะไม่ได้รู้สึกว่าคนถามมีเจตนาแย่ๆ “โฮ่ งี้นี่เองมิน่าล่ะ ลุงชื่อ ‘โชคชัย’ เรียกลุงโชคก็ได้ พักอยู่ที่นี่เหมือนกัน ยินดีที่ได้รู้จัก”“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”“แต่แปลกนะที่เห็นคนหนุ่มเช้าขนาดนี้ หน้าตาดีนี่เราลูกครึ่งเหรอ?”“ผมตั้งใจจะรักษาสุขภาพน่ะครับ ฮ่าๆ ขอบคุณที่ชมครับ ก็พ่อเป็นต่างชาติ แม่เป็นคนไทยน่ะครับ”เซ็ทยิ้มบางๆ ตอบกลับ แล้วหันกลับไปตั้งหน้าตั้งตาวิ่งเนื่องจากขี้เกียจคุยต่อ ลุงแกก็เหมือนจะรู้จึงไม่ได้พูดอะไรเอาแต่แอบส่องอย่างเดียว{เขากำลังสำรวจคุณ}ไม่ต้องให้โรบอกเซ็ทก็รู้ สายตามองประเมินมันชัดซะขนาดนั้น ถึงจะไม่รู้จุดประสงค์แต่ก็ไม่ใช่ท่าทางอันตรายอะไรเซ็ทจึงไม่คิดเอ่ยปากถามหรือห้ามปราม จวบจนลุงแกสำรวจจนพอใจเจ้าตัวจึงเอ่ยปากอีกครั้ง“พ่อหนุ่มเซ็ท...” ลุงเว้นระยะพอให้เซ็ทหันกลับไปสนใจ ลุงแกก็ยิ้มเหมือนผู้ใหญ่ใจดีแล้วก็พูดขึ้นอีกครั้ง “สนใจจะเข้าวงการบันเทิงมั้ย?”“ครับ?”“ฮ่าๆ ตกใจอย่างที่คิดเลยนะ แต่ที่ถามน่ะลุงพูดจริงนะเออ” โชคชัยหัวเราะดังพอสมควร โชคดีที่เวลาเช้าตรู่แบบนี้ทำให้รอบข้างไม่มีใคร“เอ่อลุง...ถึงลุงจะพูดจริงก็เถอะ แต่แล้วทำไมถึงชวนผมล่ะ?” เซ็ทแกล้งถามด้วยเสียงที่ติดจะสั่นๆ ที่หางเสียง จนท่าทางเหมือนคนขาดความมั่นใจ แต่ท่าทางนั้นยิ่งทำให้ลุงโชคยิ้มกว้างขึ้นตามด้วยสายตารู้ทัน“ยิ่งเห็นฝีมือแสดงแบบนี้ยิ่งชอบเลยนะเนี่ย เนียนจริงๆ ถ้าไม่ใช่ลุงก็คงไม่มีใครดูออกแน่ๆ”“ลุงโชคหมายความว่ายังไงเหรอครับ?”เซ็ทยังตีหน้าซื่อถามกลับด้วยท่าทางสับสน แม้ว่าจริงๆ จะจับทางอีกฝ่ายได้แล้วก็ตาม“แสดงยังไง โกหกเนียนแค่ไหน ถ้าลุงเป็นคนดูลุงก็ดูรู้อ่ะนะ มันเป็นความสามารถพิเศษที่คนลอกเลียนแบบไม่ได้” ลุงโชคส่งรอยยิ้มข้าเหนือกว่าให้เซ็ทอย่างไม่ปิดบัง “ตอนแรกก็ไม่ได้พอใจลุงขนาดนั้นแต่มารยาทการเจรจาก็ยังเนียนกริ๊บ หน้าตาก็ดี หน่วยก้านก็ปั้นได้เยอะ ความสามารถก็แจ่ม แถมอายุยังน้อยอนาคตสดใสเชียวล่ะ”“เห...ลุงคิดว่าผมอายุเท่าไหร่?”“สิบหก จริงๆ คือสิบห้าเกือบจะสิบหก” ลุงโชคตอบแบบมั่นใจมาก มั่นใจจนคนฟังชะงักไป เพราะคำตอบที่ลุงโชคพูดนั้น... “ถูกล่ะสิ?”“ถูกครับ อีกไม่กี่วันผมถึงจะอายุเต็มสิบหก ลุงนี่แม่นจริงๆ นะครับ”ด้วยความสูงและรูปร่างหน้าตา รวมถึงท่าทางการวางตัว ทำให้เซ็ทจะดูโตกว่าเด็กไทยทั่วไป และเพราะมันใกล้วันเกิดเซ็ทเลยมักจะบอกคนอื่นว่าตัวเองอายุสิบหก (ด้วยเหตุผลส่วนตัวง่ายๆ ว่าสิบห้ามันดูเด็กแบบเด็กเกินรับได้) ยังไงก็ตามคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเซ็ทบรรลุนิติภาวะแล้วเสมอ พึ่งมีคนตรงหนาคนแรกนี่แหละที่เดาได้ถูกเป๊ะเหมือนพึ่งแอบดูบัตรประชาชนมา แต่จากที่ให้โรเช็คคือลุงแกไม่ได้ทำ“มันคือพรสวรรค์บวกกับพรแสวงแล้วก็ประสบการณ์ ตั้งแต่เกิดมายังไม่มีใครโกหกลุงได้เลยนะ”เซ็ทพยักหน้ารับรู้ คนที่จับผิดคนอื่นได้ด้วยการอ่านท่าทางไม่ใช่ว่าเซ็ทจะไม่เคยพบมาก่อน ในอดีตชาติของเขา เหล่าผู้นำจะมีพวกมีความสามารถพิเศษพิลึกแปลกประหลาดติดตัวกันไม่รู้กี่คนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ตัวเอง ถึงคนพวกนั้นจะมีน้อยนิดแต่ก็พิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริง กองทัพเองก็มีโปรเจ็กต์วิจัยพัฒนาความสามารถเหล่านั้นอยู่ตลอด ดังนั้นต่อให้ผ่านมาเป็นพันๆ ปีแต่การที่คนที่มีความสามารถพวกนั้นเหลืออยู่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดความสามารถจับโกหกเป็นอะไรที่พื้นๆ มาก แค่มันน่ารำคาญ“อ่อครับ แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่ลุงชวนผมเข้าวงการยังไง?”“เอ้า ก็บอกไปแล้วไงว่าไม่เคยเจอใครแสดงเนียนเท่าเอ็งบวกกับหลายๆ อย่างก็เลยอยากได้ไปปั้น เพชรชั้นดีใครๆ ก็อยากเจียรจริงมั้ย?”“อยากได้ไปเพิ่มชื่อเสียงกับรายได้มากกว่าไม่ใช่เหรอครับ”เซ็ทขัดด้วยรอยยิ้มที่ร้ายกาจขึ้นสองระดับ ไม่ใช่เด็กหนุ่มหัวอ่อนที่ดูสุภาพอีกต่อไป นั่นทำให้ลุงโชคมองเซ็ทเป็นคู่เจรจาในระดับเดียวกันมากยิ่งขึ้น เขาเผยความต้องการของตัวเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง ให้เซ็ทรู้ว่าเขานั้นยังคงเข้าหาด้วยความจริงใจ“นอกจากแสดงเนียนแล้วยังจับผิดเก่งอีกด้วยนะ แต่ก็ตามนั้น อย่างที่เอ็งพูดนั่นแหละ”“จะบอกว่าวินวินกันทั้งคู่เหรอครับ?”“ใช่แล้ว ค่าย JNr Entertainment เป็นค่ายที่โคอยู่กับฝั่งเกาหลี เน้นหนักที่การสร้างซุปเปอร์สตาร์หน้าใหม่ เพราะเราส่งเสริมความสามารถของเด็กๆ ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นสตาร์ แถมยังเป็นค่ายที่เกื้อประโยชน์ให้เด็กๆ มากที่สุดแล้วยังไงล่ะ”“โอ้...แล้ว?” เซ็ทแกล้งทำเป็นตื่นเต้นแบบจับได้ง่ายๆ ให้ลุงโชคชัยคิ้วกระตุก“ชื่อเสียงเงินทองก็จะรออยู่”“ผมไม่ได้อยากโด่งดัง เงินทองในเมื่อผมอยู่ที่นี่ได้ก็แปลว่าผมไม่ได้ขาดมัน”ลุงโชคยังคงไม่ยอม เขากัดฟันแล้วพูดออกไปต่อว่า“มันคือการท้าทาย การแข่งขัน ความเป็นจุดสุดยอด เอ็งจะได้ฝึกฝนทักษะ บริหารรูปร่างหน้าตา ความสามารถของตัวเองเพื่อความเป็นที่หนึ่งยังไงล่ะ”“เลอะเทอะนะลุง” เซ็ทว่าเบื่อๆ แบบไม่คิดไว้หน้า“อะไรนะ??”“ผมไม่ได้อยากโดดเด่น แล้วทำไมต้องไปแข่งเป็นที่หนึ่งอะไรนั่น ส่วนรูปร่างหน้าตาลุงก็บอกอยู่ว่าผมหน้าตาดี ความสามารถ...ลุงก็รับประกันเองแท้ๆ ในระดับคนธรรมดาผมจะต้องการมากกว่านั้นไปทำไม”“แต่นั่นยังไม่ที่สุดเฟ้ย ผู้ชายน่ะมันต้องก้าวข้ามความสามารถของตัวเองเซ่!” เขารู้สึกเหมือนตัวเองเดินหมากพลาดไปเยอะ เด็กที่อายุน้อยกว่าเขาได้เกือบสามรอบเล่นย้อนคำพูดเขาซะแทบไปต่อไม่เป็น“ผมก็ไม่ได้อยากเป็นซุปตาร์อะไรนั่นอยู่ดี”เซ็ทเดินลงจากลูวิ่ง เสยผมที่เปียกเหงื่อขึ้นแล้วส่งยิ้มมุมปาก ให้ภาพลักษณ์ที่บอกว่าหล่ออย่างร้ายกาจยังดูจะเบาเกินไป โชคชัยถึงกับชะงักไปซักพักจนเกือบจะไถลร่วงลงจากลู่วิ่ง เซ็ทหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินไปเล่นเครื่องออกกำลังกายอย่างอื่นแทนเป็นประธานเอเจนซี่ที่แทบจะใหญ่ที่สุดในไทยมาร่วมยี่สิบปี โชคชัยพึ่งเคยรู้สึกเหมือนถูกเด็กลูบคม นอกจากจะไม่สนใจการทาบทามยังมีหน้าจะมาเผยเสน่ห์ให้เห็นจะๆ บอกให้รู้เป็นนัยๆ ว่าตัวเองรู้วิธีใช้หน้าตาที่มีอยู่เป็นอย่างดี แค่ไม่ได้คิดจะเอาออกมาใช้ก็เท่านั้นเอง และเขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าหน้าตาที่ไร้การแต่งเติมแถมยังติดโทรมเพราะพึ่งออกกำลัง กลับให้ความรู้สึกดึงดูดให้อยากมองตามมากกว่าเด็กในสังกัดที่พยายามโมหน้ามาเต็มที่ เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่ใช่เกิดจากการที่มีดีแค่หน้าหล่อ และไม่มีใครมีเสน่ห์ที่เหมือนกันหรือเลียนแบบได้!เด็กหนุ่มที่มีพร้อมทั้งความสามารถ (ที่อย่างน้อยที่สุดก็การแสดง อย่างอื่นต่อให้ยังไม่ได้เรื่องก็ฝึกกันได้) หน้าตา รูปร่าง (ดีอยู่แล้วแต่ยังเด็ก ยังมีเวลาปั้นได้อีกเยอะ) เจ้าเล่ห์แถมยังฉลาด มีเสน่ห์ดึงดูด บุคลิกท่าทางน่าค้นหา เพชรเม็ดงามที่หาได้ยากยิ่ง... ...อยากจะปั้นให้เป็นดาวที่จรัสแสงที่สุด ไปให้ไกลยิ่งกว่าในแทบเอเชีย มุ่งไปสู่วงการฮอลลีวูด...แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องทำให้ยอมรับข้อเสนอให้ได้ล่ะนะ ...ก็เขาอยากได้นี่โว้ย!ถ้าเป็นไอ้หนูนี่ต้องสำเร็จได้แน่ๆ ความฝันของตูข้า!“เฮ้ เทรนเนอร์ รู้มั้ยว่าเจ้าหนูนั่นอยู่ห้องไหน?”ลุงโชคชัยตัดสินใจแอบไปกระซิบถามหาลู่ทางติดต่อกับคนที่น่าจะรู้ที่สุด ซึ่งท่าทางนั้นไม่ได้รอดพ้นสายตาเซ็ทที่เล่นเครื่องออกกำลังอย่างอื่นที่อยู่ห่างออกไปได้หรอก{ตรวจสอบแล้ว ประธานค่าย JNr ฝั่งประเทศไทย โชคชัย พิสุทธิ์ปองกูล อายุ 39 ปี เป็นคนดังในวงการมีประวัติปั้นไอดอลฝีมือเยี่ยมมาแล้วมากมาย บทสัมภาษณ์เขียนไว้ว่าความฝันสมัยเด็กคืออยากเป็นดาราฮอลลีวูดแต่ตัวเองทำไม่ได้ เลยเปลี่ยนเป้าหมายเป็นส่งเด็กไทยไปโกอินเตอร์ แต่ส่วนมากก็ยังอยู่ได้แค่ระดับเอเชีย อย่างไรก็ตามจากผลงานทั้งหมด คะแนนความมุ่งมั่นประเมินให้ที่ร้อยเต็มร้อย}“จะบอกว่าเป็นคนที่น่าสนใจสินะ”เซ็ทเหล่มองคนที่เดินออกจากฟิตเนสไปแล้ว และถ้าเดาไม่ผิดน่าจะขึ้นไปคุยกับผู้ปกครองของเขาเพื่อหาคนช่วยโน้มน้าว{เขามีพรสวรรค์จับโกหกติดตัวเลยปั้นนักแสดงออกมาได้ดีกว่าพวกไอดอล แต่วงการนักแสดงบ้านเรามันค่อนข้างห่วย สิ่งที่เขาฝันเลยไปไม่ได้ถึงไหน วงการเพลงก็นะไม่ต้องพูดถึง จากการเจาะระบบคอมส่วนตัว ถือเป็นคนดีสุจริตที่มีความจริงจังกับเป้าหมายของตัวเองอย่างถึงที่สุด ต่างกับคนไร้เป้าหมายแบบคุณเลย}“รู้สึกเหมือนนายจะช่วยลุงแกโน้มน้าวฉันอยู่นะโร”เซ็ทหัวเราะแบบรู้ทัน แต่โรก็ตอบกลับแบบไม่อาย{ผมรู้สึกอยากเอาใจช่วยลุงแกมากคุณนี่ เขามีความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่น่าเอาใจช่วยมากกว่าคุณเยอะ อีกอย่างถ้าคุณไม่คิดสนใจเลยก็คงไม่แกล้งโชว์เสน่ห์แบบจะๆ ให้ลุงแกยิ่งอยากได้หรอก}“ถึงจะไม่ได้คิดอยากเด่นอยากดัง...” เซ็ทยิ้มน้อยๆ บ่งบอกว่าเขากำลังนึกสนุก “คนที่อยู่เบื้องหลังมาตลอดชีวิต ได้ลองออกไปโลกเบื้องหน้าแบบเต็มตัวก็น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ”{จริงๆ ผมคิดว่าคุณจะชอบอยู่เงียบๆ คนเดียวมากกว่า ถึงจะสนใจก็ไม่คิดว่าจะลงมือทำ}“นายก็ยังรู้ดี แต่โอกาสได้ลองอะไรใหม่ๆ มันก็ไม่ได้เข้ามาหาเราเองบ่อยๆ และนายก็รู้ดีว่าฉันคงไม่คิดวิ่งหาโอกาสเพียงเพราะแค่อยากลอง ดังนั้นตอนนี้ก็เป็นจังหวะที่เหมาะสม จะลองดูก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย” เซ็ทวางดัมเบลลงบนที่เก็บ แล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่ล็อกเกอร์ เขาต่อประโยคที่โรน่าจะประเมินความคิดเขาเรียบร้อยแล้วเบาๆ ดวงตาคมฉายประกายวาววับ ทิ้งท้ายไว้เพียงเสียงปิดตู้ล็อกเกอร์“...สินค้าที่มีคุณภาพก็ต้องได้มายากใช่มั้ยล่ะ”
“กลับมาแล้ว”เซ็ทเปิดประตูบ้านพร้อมส่งเสียงทัก สายตาไม่ต้องไปมองรองเท้าก็รู้ได้ว่ามีอีกคนอยู่ข้างใน พร้อมกันนั้นเสียงของอดัมก็ดังขึ้นจากในบ้าน“อ้าว เซ็ทกลับมาแล้วเหรอ มีแขกมาหาแน่ะ”“สวัสดีเจ้าหนู เจอกันอีกแล้วนะ”“ดีครับ ลงมือเร็วจริงๆ นะครับลุงโชค”เห็นคนแก่ส่งยิ้มเต็มสองแก้มมาให้แถมยังดูเหมือนมีเรื่องจะพูดด้วย เซ็ทก็เลยเดินไปนั่งข้างๆ บิดาบังเกิดเกล้า“ก็นะ มาทาบทามนี่นา แต่พ่อนายก็เล่นด้วยยากพอสมควรเลย”“อดัมจะให้ผมเข้าวงการตามที่ลุงแกชวนเหรอ?”เซ็ทเลือกที่จะเมินลุงโชคไปคุยกับอดัมแทนซึ่งๆ หน้า ถ้านี่เป็นการ์ตูนตาหวานคงเห็นเมฆสีดำๆ ลอยอยู่เต็มหัวลุงแก แต่สภาพหน้าหงอยๆ ของลงแกตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างกันซักเท่าไหร่หรอก...ครองตำแหน่งสูงสุดของ JNr มานาน แม้แต่ฝั่งเกาหลียังต้องยอมลงให้ ไม่ได้โดนเด็กเมินแบบนี้มานานแล้ว แถมยังเมินตั้งสองรอบในวันเดียว...โชคชัยรู้สึกอยากร้องไห้ตงิดๆอดัมวางมือบนศีรษะลูกชายแล้วลูบเบาๆ ใบหน้าหล่อที่คล้ายคลึงกันนั้นส่งยิ้มอ่อนโยนพร้อมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น แค่นี้เซ็ทก็มั่นใจแล้วว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้นั้นถูกต้อง การชักชวนของลุงโชคทำอะไรอดัมไม่ได้ เพราะอดัมไม่เคยคิดจะเข้ามาบังคับให้ลูกชายทำอะไรเรียกได้ว่าโชคชัยเดินหมากผิดหลายต่อทีเดียว“พ่อตามใจเซ็ท อยากทำอะไรก็ทำเลย ไม่ว่าเซ็ทตั้งใจจะทำอะไรพ่อก็จะสนับสนุน ถ้านั่นไม่ใช่เรื่องไม่ดีล่ะนะ”“อดัมกำลังทำให้ผมกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจนิดๆ นะเนี่ย”“เซ็ทแค่ไม่เดินทางผิดเหมือนพ่อก็พอแล้ว จะทำอะไรก็ทำเถอะ พ่ออยากให้ลูกมีความสุข ชีวิตนี้เป็นของลูก ตัวลูกต้องเป็นคนเลือกทางเดินเอาเองไม่ใช่พ่อ”“...อดัม”เซ็ทแกล้งทำซึ้งกับคำพูดของอดัมมากกว่าปกติหลายส่วน จริงๆ ก็รู้สึกซาบซึ้งกับความเชื่อมั่นนั้นของอดัมอยู่บ้างแหละ แต่ที่แกล้งทำเป็นซึ้งมากกว่าปกติหลายส่วนก็เพื่อที่จะให้ลุงโชคเห็นเฉยๆ ไม่งั้นหน้าเขาตอนอยู่กับอดัมก็คงจะนิ่งๆ เรียบๆ ตามปกติ{พ่อให้ท้ายก็เลยเอาแต่ใจสินะเซ็ท}‘หุบปากไปโร’“แต่ว่านะเซ็ท ถ้าจะเดินบนทางที่ลุงโชคแกมาเสนอ เซ็ทก็ต้องเตรียมใจรับผลของมันด้วยล่ะ” อดัมเตือนไว้ล่วงหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมรู้ ถ้ายังไงขอเวลาผมคุยกับลุงแกสองคนหน่อยแล้วกัน”“ได้สิ พ่อรู้ว่าลูกโตพอตัดสินใจอะไรเองแล้ว” อดัมว่าพลางเดินกลับเข้าไปในห้อง ปล่อยห้องรับแขกให้ลูกชายกับแขกผู้มาเยือนนั่งสนทนากันตามสบาย “แล้ว...” เซ็ทยิ้มมุมปาก มองไปยังผู้มาเยือนที่ถูกเมิน “ผมจะได้อะไรจากคุณลุงโชค?”“แปลว่าเริ่มสนใจแล้วสินะ”โชคชัยทำตาเป็นประกาย รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นด้วยความยินดี“นั่นก็ขึ้นอยู่กับคำตอบของคุณ”“น้อยๆ หน่อยเจ้าหนู ปกติแล้วคนที่ถูกฉันชวนเข้าวงการมีแต่ดีใจกันตัวสั่น ไม่เห็นจะมีใครมานั่งต่อรองอะไรกับฉันซักคน” ลุงโชคว่าด้วยสีหน้าขรึมขึ้นมาบ้าง การได้รับคำทาบทามจากเขานั่นหมายถึงอนาคตที่สดใสในระดับจะรอคนๆ นั้นอยู่ ดังนั้นแล้วแทบจะไม่มีเด็กคนไหนคิดเรียกร้องอะไร มีแต่อยากจะเรียกร้องขอความสนใจจากเขาเพื่อรับประกันอนาคตกันทั้งนั้น แต่นั่นกลับไม่ใช่เจ้าหนูตรงหน้าเซ็ทยกขานั่งไขว่ห้าง ดวงตาที่เป็นประกายนิ่งสงบที่มองมาไม่เหมือนเด็กอายุสิบห้าย่างสิบหก ฝ่ามือสองข้างประสานกันแล้ววางไว้ที่เข่า ทำเอาโชคชัยพลันรู้สึกตื่นตัวการวางท่าผู้มีอำนาจนั่นไม่ใช่แค่การแสดงที่แค่ดูเขาก็จับผิดได้ แต่โชคชัยรู้สึกเหมือนกับกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าผู้ที่มีอำนาจมากกว่าตนจริงๆ ความรู้สึกเสียววาบแล่นผ่านทั่วร่าง ทั้งยินดีและรู้สึกเสียวสันหลังเหมือนตัวเองกำลังเล่นกับไฟที่ร้อนที่สุด แต่ก็เหมือนเสี่ยงคว้าอัญมณีล้ำค่าที่อยู่กลางกองไฟกองนั้น“ผมไม่ใช่เด็กๆ พวกนั้นด้วยนี่สิ คุณก็น่าจะดูออกว่าผมไม่ใช่คนประเภทที่หลงไปกับคำพูดล่อลวงหรืออ้อมโลก ถึงได้เลือกที่จะพูดกับผมตรงๆ ไม่ใช่รึไง”“สายตาของฉันไม่ผิดพลาดเลย เอ็งคือเพชรแท้ อยากได้จริงๆ พับผ่าสิ”“คุณกำลังหลงประเด็น ถ้าคุณอยากได้ผมไปสานฝันตัวเองให้เป็นจริง คุณจะให้อะไรกับผม?”ลุงโชคชัยพลันชะงักไปเล็กน้อย เด็กหนุ่มที่ดูตอนแรกก็ไม่ได้มีทีท่าว่าคุ้นหน้าหรือคุ้นชื่อเขา กลับเอ่ยปากพูดเรื่องความฝันของเขา แค่บังเอิญ หรือว่า...“ชื่อเสียงเงินทองคงไม่สนเหมือนเดิมสินะ”“ใช่”“หึ งั้นก็ความสนุกและความท้าทาย สิ่งที่คนนอกไม่มีวันเข้าใจยังไงล่ะ” ลุงโชคชัยว่าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เอ็งแสดงเนียนจริงๆ ยกเว้นดวงตาที่ว่างเปล่านั่น มันไม่มีเป้าหมายอะไรให้ไล่ตาม มันดูยากมากจนแทบไม่สังเกตเห็นก็จริง แต่นั่นน่ะแทบจะเป็นดวงตาของคนไร้ชีวิตไม่มุ่งหวังวันพรุ่งนี้แล้ว รอยยิ้มจอมปลอม ความสนุกชั่วคราว หน้ากากเด็กดี ทุกอย่างมันมีความหมายกับเอ็งจริงๆ เหรอ”“...”“ยังไงก็ตาม...ทุกวงการมีความท้าทายของมันไอ้หนู ด้วยสิ่งนี่แหละความว่างเปล่าในสายตาเอ็งจะต้องถูกกลบฝัง เชื่อฉันสิ ...และฉันนี่แหละที่จะยัดเยียดความฝันของตัวเองให้เอ็งสานต่อ ฉันนี่แหละที่จะสร้างเป้าหมายให้เอ็ง และจะเป็นคนที่ทำให้เอ็งมองไกลไปถึงเป้าหมายของตัวเองให้ได้”“...”“เพราะฉะนั้น...จนกว่าฉันจะทำให้เอ็งจะเจอสิ่งที่ตัวเองต้องการและอยากทำจริงๆ ได้โปรดเอาหน้ากากนั่นมาช่วยสานต่อความฝันให้ฉันที”น้ำเสียงของลุงโชคชัยทั้งโน้มน้าวและอ้อนวอน แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความสงสาร เป็นสิ่งที่ทำให้เซ็ทรู้สึกไม่พอใจอยู่ลึกๆ ไม่มีใครมองผ่านการแสดงของเขาได้นอกจากโรที่อยู่ในหัวกับเจ้าหมอนั่นที่มีความสามารถที่คล้ายกับลุงคนนี้ แต่ตอนนี้กลับมีลุงตรงหน้าเพิ่มมาอีกหนึ่งตอนแรกก็ตั้งใจจะตอบรับเพื่อฆ่าเวลาอยู่หรอก แต่ดูเหมือนว่าคงต้องเปลี่ยนความคิด แค่ความสามารถพิเศษนั่นถึงกับตีความคำพูดเขาไปอีกทาง โยงเรื่องเพื่อที่จะจับเขาให้อยู่ ...ช่างรู้จักใช้ความสามารถให้ได้ประโยชน์สูงสุดจริงๆ นะ{เป็นความสามารถที่น่ารำคาญเหมือนกับที่เคยเจอเลยนะเซ็ท จี้ได้ถูกจุดจริงๆ}ทุกการหัวเราะ ทุกรอยยิ้ม ทุกสิ่งไม่เชิงว่าเป็นสิ่งจอมปลอม แต่ก็ไม่ใช่ของที่จะคงอยู่ตลอดไป เพราะจากวันนั้นจนถึงวันนี้เซ็ทก็ยังคงปราศจากเป้าหมายใดๆ ยังคงเป็นอาวุธมีชีวิตที่ไร้คนเชิด เลยได้แต่เดินไปมาเองอย่างไร้จุดหมาย{จุดสูงสุดที่ลุงแกว่า มันจะต่างจากจุดสูงสุดของวงการอาวุธซักแค่ไหนกันเชียวเนอะเซ็ท}‘หึ ดูเหมือนจะเห็นด้วยกับลุงแกเต็มตัวแล้วสินะโร’เซ็ทที่หลับตานิ่งลืมตาขึ้นถามอีกหน เป็นคำถามที่เจาะจงลงไปมากขึ้นต่างจากคำถามก่อน และมันเป็นคำถามที่ทำให้ลุงโชคยิ้มกว้าง“...การที่ประธาน JNr ของไทยเป็นคนทาบทามผมด้วยตัวเอง ผมจะได้สิทธิพิเศษอะไรมากกว่าคนอื่นรึเปล่า?”“แน่นอนว่ามีเพียบ!”การเจรจาครั้งนี้ดูเหมือนว่าคงจะลากยาวไปอีกซักพัก
'ชีวิตที่ไร้จุดหมายมันก็ไม่ต่างอะไรจากคนหลงทาง'