นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 4 ปกติกับผิดปกติ เล่มที่ 3 บทที่ 84 พบคนคุ้นหน้าอีกครั้ง

            เช้าตรู่วันต่อมา ลาถีเท่อแปรงฟันอย่างเอ้อระเหยพลางมองคนทั้งสองที่กลับมาเป็นปกติเก็บสัมภาระ ครั้นสายตาสบมองกับโม่จ้าน ลาถีเท่อเผยหนึ่งรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้งที่ไม่เข้ากับอายุอย่างถึงที่สุด

            ผลลัพธ์เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง โม่จ้านคร้านจะไปถามลาถีเท่อว่ายัดความคิดอันใดใส่หัวเจียนั่วเช่นกัน เจียนั่วที่อยู่ข้างกายเปลี่ยนจากท่าทางเคร่งขรึมอึมครึมในยามก่อนกลายเป็นเปิดเผยและเชื่อมั่นในตนเอง กระทั่งสีหน้ายังแลดูผ่อนคลายขึ้นมากโข (ยึดตามความเห็นของโม่จ้านเป็นหลัก)

            จุดมุ่งหมายของคนกลุ่มเล็กคือป่าไร้นามแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของอาณาจักรข่ายเจ๋อ ป่าแห่งนี้มิใหญ่นัก ทว่ามีแหล่งน้ำเพียงพอและคุณภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ พืชพรรณหลากชนิด สัตว์ป่าและสัตว์ปีศาจละแวกใกล้เคียงล้วนแต่ชอบมาหาอาหารที่นี่ โดยเฉพาะสัตว์จำพวกกวางที่มีจำนวนมากที่สุด

            ยามเห็นภารกิจ โม่จ้านรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง ด้วยเพราะตนมิอาจลืมเลือนกวางอูฐหุ้มเกราะน้ำแข็งขั้นหกที่โอ้อวดกำลังนั่นมาโดยตลอด หลังผ่านการฝึกฝนมานานถึงเพียงนี้ ตนมั่นใจว่าสามารถล้มมันได้โดยสมบูรณ์

            เพียงแต่ครั้งนี้อาจจะต้องผิดหวังเสียแล้ว --- สิ่งที่ผู้ไหว้วานต้องการคือเนื้อและเขาของกวางระดับสี่หรือห้า

            “เพียงมันปรากฏให้เจ้าได้เห็นครั้งหนึ่ง กลับคิดว่ามีสัตว์ปีศาจระดับหกวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วงั้นรึ?”

            ขณะเก๋อจือเผยสีหน้าหวาดกลัว ตนพยายามแสดงสีหน้าหยามเหยียดออกมา

            “สัตว์ปีศาจระดับหก ขอเพียงมีชีวิตยืนยาวมากพอล้วนแต่สามารถกระโดดข้ามขั้นเจ็ดได้อย่างง่ายดาย วิวัฒนาการเป็นสัตว์ปีศาจระดับสูงขั้นแปด ปกครองหนึ่งอาณาเขต เจ้าไม่รักชีวิต ทว่าผู้อื่นยังรักชีวิตอยู่”

            ...เหตุที่เก๋อจือแสดงสีหน้าหวาดกลัวเป็นเพราะสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มเล็ก บนพาหนะที่สิ่งของฟัดเหวี่ยงจนเกิดเสียงกระทบ คนทั้งสี่คว้าเสาเอาไว้ พยายามมิให้ตนเองถูกเหวี่ยงกระเด็นลงไป

            ที่เมืองข่ายเจ๋อไม่มีคำว่า 'รถม้า' เนื่องจากนักรบเผ่าสัตว์กลายร่างเชี่ยวชาญด้านพละกำลัง ม้าที่มิค่อยจะเร็วเท่าใดนักทั้งยังต้องกินอาหารดื่มน้ำเป็นเครื่องมือที่วุ่นวาย มีผู้คนมิมากนักที่ยินดีจะนั่ง สิ่งที่นำมาทดแทนมันคือสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายกิ้งก่ายักษ์

            พาหนะที่พวกโม่จ้านนั่งในยามนี้ก็คือเจ้าตัวนี้ ม้าจะลากรถเคลื่อนที่ ทว่ากิ้งก่าจะแบกรถคลาน ประการหลังเร็วกว่าประการแรกอยู่มากนัก เพียงแต่ประการแรกจะให้ความรู้สึกสบายมากกว่า --- ยามที่กิ้งก่ายักษ์คลานด้วยความเร็วสูง แคร่ที่มัดไว้บนหลังของมันมิต่างกับกำลังอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยก้อนหิน ระดับแรงสั่นสะเทือนสูงมาก ถึงขั้นสามารถทำให้อวัยวะภายในเคลื่อนตำแหน่ง

            ครั้นมาถึงที่หมาย ใบหน้าของโม่จ้านกับลาถีเท่อขาวซีดจนคล้ายเจียนั่ว และเจียนั่วกับเก๋อจือได้เริ่มโก้งโค้งอาเจียนเสียแล้ว

            โม่จ้านช่วยตบหลังให้เจียนั่วด้วยสีหน้ายากอธิบายก่อนส่งกาน้ำไปให้ “ข้ายังนึกว่าสำหรับอัศวินแล้ว แรงสั่นสะเทือนเพียงเท่านี้นับเป็นเรื่องเล็กน้อยเสียอีก”

            เจียนั่วทั้งเช็ดปากและหอบหายใจ “ไม่ นี่คือการตอบสนองโดยทั่วไปของมนุษย์ มีเพียงสัตว์กลายร่างกับคนประหลาดอย่างพวกเจ้าสองคนที่ไม่สะทกสะท้าน”

            ลาถีเท่อที่กำลังเช็ดปากให้เก๋อจือถูกหอกแทงอย่างไร้ความผิดเสียแล้ว ควานหาห่อกระดาษในกระเป๋าก่อนโยนมาให้

            “ยาแก้วิงเวียน ดื่มแล้วจะรู้สึกดีขึ้น เดิมทีเตรียมไว้ให้สำหรับทุกคน เห็นทียามนี้จะเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเสียแล้ว”

            โม่จ้านแกะห่อกระดาษออก รูปทรงหลอดแก้วคล้ายกับยานอนหลับไม่มีผิด เพียงแต่เล็กกว่ามิน้อย ครั้นบิเบาๆ หัวหลอดแก้วที่มีลักษณะคล้ายเสาพลันแตกออก

            “...?!” เจียนั่วเตรียมจะวางสิ่งของเข้าไปหยิบ กลับพบว่าโม่จ้านบิหลอดยาก่อนยัดเข้ามาในปากของตน

            “มา อา---” การกระทำของโม่จ้านคล่องแคล่วยิ่งนัก ท่าทางคล้ายคุณหมอกำลังหยอดยาน้ำเชื่อมให้เด็กน้อย

            “อา อึก” เจียนั่วอ้าปากรับยาน้ำอย่างเป็นธรรมชาติ ตามด้วยใช้ผ้าเช็ดหน้าซับปาก

            การแสดงออกของคนทั้งสองเป็นธรรมชาติอย่างมาก ลาถีเท่อกับเก๋อจือเหลือบมองตากัน มิอาจตอบสนองโดยสมบูรณ์

            “เจ้า...ป้อนเขา?” เก๋อจือชี้เจียนั่วด้วยมือสั่นเทา

            “มือซ้ายถือน้ำมือขวาถือผ้า ข้ามิป้อนหรือเจ้าจะป้อนเขา?” โม่จ้านเผยสีหน้ายากเข้าใจ

            ไม่! ประเด็นสำคัญมิใช่เรื่องนี้! ยามนี้ในใจเก๋อจือมีคำพูดนับหมื่นพันอยากจะพ่นออกมา ทว่ากลับมิอาจเอ่ยออกไปได้แม้แต่คำเดียว

            ลาถีเท่อตบบ่าของเขา ก่อนจะส่งสายตาหยอกเย้าไปให้

            “ปากอีกาของเจ้าศักดิ์สิทธิ์นัก มิแน่ว่ายามกลับไป โม่เจ๋อเอ่อร์อาจจะมีคนรักแล้ว”

            .....

            ไม่ว่าจะสัตว์หรือมนุษย์ล้วนแต่มีชีวิตชีวามากที่สุดในกลางฤดูร้อน บริเวณใกล้เคียงป่ามีนักผจญภัยและทหารรับจ้างเป็นจำนวนมิน้อย กระทั่งหมู่บ้านโดยรอบยังครึกครื้น โม่จ้านเลือกโรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุดเป็นสถานที่พักเท้า ผลคือทันทีที่หันหลังกลับพบกับคนคุ้นเคย

            ขณะมองร่างกายมิต่างกับหอคอยเหล็กกับศีรษะโล้นเป็นเงาวาว หัวคิ้วของโม่จ้านขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม

            ...เหตุใดจึงมาเจอเจ้าพวกนี้อีกแล้ว?

            อีกฝ่ายเห็นโม่จ้านแล้วเช่นกัน สายตาจดจ้องมาทางนี้โดยที่ใบหน้าฉายแววไม่เป็นมิตร ด้านหลังยังมีคนคุ้นหน้าอีกไม่กี่คน ล้วนแต่เป็นกลุ่มคนที่สร้างความทรงจำไม่ดีให้โม่จ้านที่เมืองเยวียหนา

            ใบหน้าทั้งหน้าของเก๋อจือเขียนไว้ด้วยคำว่า ‘ช่างดวงซวยเสียจริง เหตุใดจึงพบพวกเขาอีกแล้ว…’

            “ผู้อื่นคือคนของกิลด์ทหารรับจ้าง หากจะมาทำภารกิจก็นับว่าสมควร พวกเรามิต้องไปสนใจพวกเขาเป็นพอ”

            โม่จ้านลากเก๋อจือเดินขึ้นชั้นสอง ทิ้งลาถีเท่อกับเจียนั่วที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดให้มองหน้ากัน

            ทว่าโลกช่างกลมเหลือเกิน ยามที่โม่จ้านพบว่าห้องของหลู่เต๋ออยู่ฝั่งตรงข้าม ตนก็ได้รับรู้แล้วว่าตนคิดถึงปฏิทินโหราศาสตร์ที่บรรพบุรุษทิ้งเอาไว้ให้เหลือเกิน หากสังเกตก่อนเดินออกจากประตูสักหน่อย อาจจะมิต้องโชคร้ายถึงเพียงนี้

            ขณะที่คนทั้งสี่กำลังหารือข้อมูลข่าวสารกัน ฝั่งตรงข้ามกลับมีเสียงหัวเราะมิต่างกับฟ้าร้องดังขึ้นฉับพลัน ทำเอาคนทั้งกลุ่มเล็กพากันสะดุ้งตกใจ เก๋อจือเด้งตัวขึ้นจากที่นั่งอย่างโมโหก่อนจะถีบประตูให้ปิดลง อย่างไรก็ตาม พลังทะลุทะลวงของเสียงหัวเราะอีกฝ่ายแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แม้ประตูจะปิด กระนั้นเสียงยังสามารถลอดผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา พร้อมกับเจาะเข้าไปในหูทุกคน

            “พวกเขาไม่รู้จักปิดประตูก่อนค่อยสังสรรค์หรืออย่างไร?” เก๋อจืออุดหูด้วยความรังเกียจ

            เจียนั่วสื่อออกมาอย่างจนปัญญาว่าตนไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน หากภายในจวนเจ้าเมืองมีอัศวินที่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นจะต้องถูกหัวหน้าฝ่ายจัดการลากออกไปลงโทษด้วยการคัดหลักมารยาท ทางลาถีเท่อไปสอบถามพนักงานว่ามีห้องอื่นอีกหรือไม่และได้คำตอบว่า 'เต็มหมดแล้ว'

            “...พวกเราจะหาโรงเตี๊ยมอื่นหรือไม่?” ลาถีเท่อถอนหายใจอย่างจนปัญญา

            โม่จ้านเงยหน้ามองท้องฟ้า “ช่างเถิด เงินก็จ่ายไปแล้ว พวกเขาคงไม่เสียงดังโหวกเหวกไปถึงยามดึกกระมัง”

            ด้วยเหตุนี้ ภายในระยะเวลาอีกหลายชั่วยามหลังจากนั้น หลู่เต๋อก็แสดงให้พวกโม่จ้านได้ประจักษ์แล้วว่าสิ่งใดคือคำว่าไร้อารยะ เรียกสหายร่วมงานเสียงดังบริเวณระเบียงทางเดิน สวมเพียงกางเกงชั้นในเดินไปทั่ว ทำสุราหกเลอะไปทุกแห่ง อีกทั้งยังนำอาภรณ์โชกเหงื่อตากไว้บนบันไดที่ลมโกรก ทำเอาผู้สัญจรผ่านไปมาต่างพากันหันหน้าหนี เจ้าของโรงเตี๊ยมก็ได้แต่เพียงคิดโมโหมิกล้าเอ่ยสิ่งใดด้วยเพราะป้ายกิลด์ทหารรับจ้างของพวกเขา

            “ดังนั้นข้าจึงได้กล่าวว่าพวกเขาล้วนแต่เป็นคนโง่ที่ยัดกล้ามไว้ในสมอง” เก๋อจือมองซับในชุดเกราะที่พาดไว้บนบันไดพลางพะอืดพะอมมิหยุด

            “สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของพวกเราแย่มากแล้ว กระนั้นกลับยังมิเคยพบเจอเรื่องเช่นนี้” ลาถีเท่อบีบจมูกอย่างทรมาน ประสาทสัมผัสการดมกลิ่นที่ว่องไวกลายเป็นภาระ “อย่างน้อยก็ไม่มีทางแขวนเจ้าสิ่งเหม็นเน่าเช่นนี้ไว้ต้นลม...”

            “เอาล่ะๆ ท่านเจียนั่ว พรุ่งนี้พวกเราย้ายที่พักกัน” ขณะมองเส้นเลือดดำบนหลังมือของเจียนั่วปูดโปน โม่จ้านกัดฟันเอ่ยปลอบโยนอัศวินข้างกาย

            อย่างมากคืนนี้เพียงปิดประตูมิออกข้างนอก ข้ามิเชื่อว่าคนเหล่านั้นจะมิหลับมินอน?





    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน