ตอนที่ 58 ตราประจำตระกูล
ในสภาพที่ร่างกายกำลังตกอยู่ในภาวะสับสนมึน ๆ งง ๆ เช่นนี้ เฉินอันหลานรู้สึกเหมือนตัวเองนั่งอยู่บนเรือลำเล็กล่องไปตามเกลียวคลื่น ผืนฟ้าคลุ้มคลั่งเต็มไปด้วยหยาดฝนที่โหมกระหน่ำ สายลมที่พัดกรรโชกอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เรือลำน้อยโคลงเคลงโอนเอนจนเกือบจะจมลงอยู่หลายครั้ง บนเรือที่ไม่มีแม้แต่ที่เกาะยึดลำนี้ บางครั้งก็มีคลื่นยักษ์โถมซัดพาน้ำทะเลรสเค็มจัดเข้ามาทำให้เขาสำลักคนหายใจไม่ออก และบางครั้งมันก็สงบลงบ้าง แต่ไม่ทันไรก็กลับมาสั่นไหวโคลงเคลงเช่นเดิม...ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น เฉินอันหลานต้องนั่งอยู่บนเรือเล็กที่ลอยลำอยู่ท่ามกลางท้องทะเลที่บ้าคลั่งเช่นนั้นตลอดทั้งคืน เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เฉินอันหลานก็เอื้อมมือไปเกาะแถว ๆ ขอบเตียงโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกไม่มั่นคงราวกับถูกเหวี่ยงอยู่ในเรือทำให้เขากลัวว่าตัวเองจะตกลงไม่ในทะเลคลั่งอย่างเมื่อคืนอีกครั้ง สติค่อย ๆ ไหลกลับเข้าร่างอีกครั้งทว่าศีรษะคงหนักอึ้ง เพราะไวน์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืนทำให้เช้านี้เฉินอันหลานปวดหัวจนแทบระเบิด โชคร้ายคืออาการปวดหัวที่ว่ายังไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลงเลยสักนิด และตอนนี้ยังมีอาการปวดไปทั้งร่างราวกับถูกรถบรรทุกชนเพิ่มเข้ามาอีก เป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แม้กระทั่งจะยกนิ้วขึ้นก็ยังทำได้ยากเฉินอันหลานกัดฟันพยายามฝืนยันกายลุกขึ้นนั่ง เอนร่างที่อ่อนล้าพิงกับหัวเตียงครู่หนึ่ง หลังจากฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้างแล้ว หัวสมองก็เริ่มปลอดโปร่งขึ้น เฉินอันหลานจำได้ว่าเมื่อคืนนี้เขามาที่ Aria bar เพื่อตามหาและคิดบัญชีกับสองคนนั้นที่ฆ่าเหลียงลั่วหยิน และในตอนที่เขากำลังลงมืออยู่นั้น เหอเหวยปังก็โผล่มาอย่างกะทันหัน วางยาเขาจากนั้นก็พาขึ้นห้องและล็อกไว้กับเตียง...เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินอันหลานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าและกวาดตามองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะหันไปมองห่วงโลหะที่แตกหักอู่ข้างเตียง หยุดชะงักชั่วครู่จากนั้นจึงเลื่อนสายตามามองที่รอยแผลบนข้อมือของตนที่ยังไม่หายดี ซึ่งบ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่แค่ความฝัน งั้นก็แสดงว่า...โอดินปรากฏตัวที่นี่จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?โอดิน...ลานเซลอต?ความทรงจำบางอย่างเริ่มกลับคืนมาช้า ๆ เฉินอันหลานจำได้ว่าลานเซลอตพูดบางอย่างกับเขาตอนที่อีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นในห้อง พวกเราคุยกันและจูบกันในห้องนี้ บนเตียงหลังนี้...และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือเมื่อคืนนี้ก่อนที่เขาจะสูญสิ้นสติสุดท้ายไป ยายับยั้งของเขาหมดฤทธิ์อีกครั้งและลานเซลอตก็รู้ว่าเขาเป็นโอเมก้าแล้วด้วย?มิหนำซ้ำเมื่อคืนนี้พวกเขาทั้งคู่ยังทำแบบนั้นกันอีกแล้ว?เฉินอันหลานไม่กล้าคิดภาพต่อจากนั้นอีกแล้ว เขารับรู้แล้วว่าหลังจากโอเมก้าคนหนึ่งฮีทแล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่ออยู่กับอัลฟ่า แถมยังเป็นอัลฟ่าชั้นสูงด้วย...‘ซ่า ซ่า’ทันใดนั้น เสียงน้ำก็ดังขึ้นทำลายภาพจำที่แสนน่าอายนั้นลง เฉินอันหลานหันไปมองตามต้นเสียงก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ประตูห้องน้ำ ดูเหมือนจะมีเงาร่างของใครคนหนึ่งอยู่ด้านหลังประตูที่แง้มอยู่นั้น แม้จะมีบานกระจกขวางกั้นและด้านในก็มีไอน้ำลอยคลุ้งบดบังอยู่ทั่วห้องก็ตาม แต่นั่นไม่เพียงพอที่จะปกปิดเงาร่างสูงสมส่วนที่อยู่ด้านหลังนั้นได้คนคนนั้นกำลังอาบน้ำ รูปร่างแข็งแรงกำยำปรากฏให้เห็นผ่านเงาหลังบานกระจกนั้น เมื่อเงาร่างดังกล่าวยกมือขึ้นลูบไล้ไปตามท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเรียงสวยนั้นพลันภาพจำที่แสนร้อนแรงและน่าอับอายก็ฉายวาบขึ้นในหัวสมองของเฉินอันหลานอีกครั้ง เมื่อคืนพวกเขาก็อยู่ด้วยกันด้านหลังบานกระจกนั่น ปลดปล่อยตัวตนทั้งหมด กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาตามแรงอารมณ์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงแค่หวนนึกภาพเหล่านั้น ร่างกายของเฉินอันหลานก็เหมือนถูกกระแสไฟฟ้าวาบผ่านและทำให้จิตใจเขาเกิดฟุ้งซ่านขึ้นมาเฉินอันหลานนั่งอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าแดงก่ำอีกพักหนึ่ง ก่อนจะเปิดผ้าห่มออกและลุกขึ้นจากเตียง จงใจเมินเฉยต่อความรู้สึกเจ็บปวดและคราบอะไรต่อมิอะไรที่เปรอะเปื้อนอยู่ไป กวาดสายตาสำรวจบนพื้นรอบ ๆ เตียงครั้งหนึ่ง แต่กลับไม่พบสิ่งใดที่พอจะสวมใส่เพื่อปกปิดร่างกายได้เลยสักชิ้น เฉินอันหลานจึงตัดสินใจเดินออกไปหาเสื้อผ้าด้วยสภาพร่างกายเปลือยเปล่าและก็บังเอิญได้พบกับห้องแต่งตัวขนาดเล็กเข้าพอดี ชายหนุ่มหยิบกางเกงขายาวและเสื้ออย่างละตัวขึ้นมาสวมใส่ ตั้งใจจะอาศัยจังหวะที่ลานเซลอตอาบน้ำอยู่เปิดประตูห้องและหลบหนีออกไปแต่ในขณะที่เดินไปถึงและเตรียมที่จะเปิดประตูนั้น เฉินอันหลานก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้เสียก่อนว่าอย่างไรเว่ยเชียนเฉินและหมิงจวงจะต้องวนเวียนและคอยเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ ลานเซลอตแน่นอน และถ้าเขาคาดการณ์ไม่ผิด ตอนนี้สองคนนั้นจะต้องยืนอยู่ด้านนอกนั่นแน่ ๆ และแม้เขาจะเปิดประตูออกไปได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหนีสองคนนั้นพ้นหลังจากยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินอันหลานก็ตัดสินใจหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง เขาจัดการถลกผ้าปูที่นอนออกมา ฉีกมันออกแล้วนำมาผูกต่อกันให้กลายเป็นเชือกเส้นยาว จากนั้นจึงหันไปลากโซฟาตัวหนึ่งมาไว้ที่หน้าต่าง มัดปลายผ้าปูที่นอนด้านหนึ่งเข้ากับขาโซฟา เปิดหน้าต่างออกกว้างแล้วจัดการโยนปลายอีกด้านลงไปข้างล่าง จังหวะที่กำลังจะยกเท้าขึ้นเพื่อปีนออกไป จู่ ๆ ในหัวสมองก็ไพล่นึกไปถึงคนที่กำลังชำระร่างกายอยู่ในห้องน้ำ... ดวงตาเย็นชาหรี่ลงเล็กน้อย เฉินอันหลานดึงปลายเท้ากลับลงมา เดินไปที่หน้าประตูห้องน้ำเงียบ ๆ เหลือบมองคนที่ยังคงอาบน้ำอยู่ด้านในเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ดึงประตูปิดอย่างเบามือ เขาจัดการนำห่วงกุญแจมือที่ถูกกระชากจนขาดจากกันเมื่อคืนมาขัดไว้กับประตู คว้าแก้วแถวนั้นมาทุบจนแตก จากนั้นโปรยเศษแก้วไว้หน้าประตูห้องน้ำ ฝ่ายคนที่อาบน้ำอยู่เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากภายนอกก็จัดการปิดฝักบัวแล้วรีบเดินออกมาดูก่อนจะพบว่าประตูถูกขัดเอาไว้จากด้านนอก เฉินอันหลานใช้โอกาสนั้นรีบกระโดดหนีมาทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว‘ผลัก!’ประตูห้องน้ำถูกถีบให้เปิดออกอย่างแรง ลานเซลอตที่ไม่ได้สวมใส่สลีปเปอร์เดินออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันปกปิดช่วงล่าง‘กึก’ก้าวแรกที่ออกมาจากห้องน้ำ เท้าเปลือยเปล่าก็เหยียบเข้ากับเศษแก้วจนเลือดไหลดวงตาสีดำสนิทฉายแววเย็นเยียบออกมา ลานเซลอตกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องครั้งหนึ่งและพบว่าเฉินอันหลานไม่อยู่แล้ว หน้าต่างที่เคยปิดสนิท บัดนี้กลับเปิดออกกว้างและมีผ้าปูเตียงที่ถูกโยนลงไปด้านล่างในตอนนั้นเองที่เว่ยเชียนเฉินและหมิงจวงได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านในจึงรีบถลันเข้ามาดู พอเห็นลานเซลอตยืนเหยียบเศษแก้วเลือดนองอยู่เต็มพื้น สีหน้าของคนทั้งคู่ก็แปรเปลี่ยนไปในทันที หมิงจวงรีบเข้ามาดูบาดแผลให้แก่ผู้เป็นนาย ส่วนเว่ยเชียนเฉินก็รีบวิ่งไปสำรวจบริเวณหน้าต่างในทันที ที่ข้างนอกนั้นเฉินอันหลานพึ่งปีนลงไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น และทันทีที่เห็นเว่ยเชียนเฉินชะโงกหน้าลงมาเขาก็รีบชูของบางอย่างให้อีกฝ่ายดูในทันที เว่ยเชียนเฉินหน้าถอดสีเมื่อเห็นของในมือเฉินอันหลาน เขารีบยื่นมือออกไปเตรียมดึงเฉินอันหลานกลับขึ้นมา แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้วเมื่ออีกคนจัดการถีบเข้าที่บานหน้าต่างของชั้นหนึ่งอย่างแรง เพียงชั่วพริบตาก็หายไปจากระยะการมองเห็นของเขาอย่างรวดเร็ว!“เวรเอ๊ย!” เว่ยเชียนเฉินสบถด้วยความโกรธเกรี้ยว ※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※เฉินอันหลานหนีไปแล้ว เว่ยเชียนเฉินพยายามวิ่งตามลงมาหาที่ชั้นล่างแต่กลับไม่พบอีกฝ่ายแม้แต่เงา และด้วยเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของผู้เป็นนายจึงตัดสินใจรีบกลับไปหาลานเซลอตก่อน “หนีไปแล้วใช่ไหม?”“หนีไปแล้ว”“ทำไมสีหน้าของนายถึงได้ดูแย่ขนาดนั้น?”เว่ยเชียนเฉินจ้องมองถาดที่อยู่ในมือหมิงจวง บนนั้นมีเศษแก้วที่ถูกดึงออกมาจากใต้ฝ่าเท้าของลานเซลอตวางเรียงรายอยู่ เศษแก้วเหล่านั้นเปรอะไปด้วยเลือด ดูเหมือนว่าครั้งนี้เจ้านายของเขาคงจะได้รับบาดเจ็บไม่น้อยทีเดียว...หลังจากทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง เว่ยเชียนเฉินก็กวักมือเรียกหมิงจวงให้เข้ามาหาตน หมิงจวงเดินเข้าไปหาคู่หูพร้อมถาดเศษแก้วที่อยู่ในมือ เว่ยเชียนเฉินโน้มตัวลงมาใกล้และกระซิบที่ข้างหูของเขา “หมอนั่นเอาตราประจำตระกูลของนายน้อยไปด้วย”หมิงจวงหน้าเปลี่ยนสีไปแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาวางถาดที่ถืออยู่ลงแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเว่ยเชียนเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินตามหมิงจวงไป“นายน้อยครับ”“นายน้อยครับ”ลานเซลอตนั่งอยู่บนเตียง เท้าข้างขวาที่ได้รับบาดเจ็บถูกพันด้วยผ้าพันแผลเอาไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าของเขานิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือประหลาดใจใด ๆ ออกมาให้เห็น มันยังคงถูกเก็บไว้ในส่วนลึกและยากจะคาดเดาเช่นเดิม...ลานเซลอตนำเข็มกลัดเพชรออกมาวางไว้ในมือและจ้องมันอยู่อย่างนั้นก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เขาล่ะ?”เว่ยเชียนเฉินเหลือบมองหมิงจวงเล็กน้อย จากนั้นจึงก้มหน้าลงและเอ่ยรายงาน“หนีไปแล้วครับ”ประกายประหลาดวาบผ่านนัยน์ตาสีนิล ลานเซลอตกำเข็มกลัดเพชรที่อยู่ในมือแน่น เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับหันไปมองเว่ยเชียนเฉินที่ยืนก้มหน้าอยู่ปลายเตียง “เขาเอาอะไรไป?”เว่ยเชียนเฉินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเบาหวิว“ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของนายน้อยครับ...แต่นายน้อยไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไปตามหาตัวเขา แล้วเอาตราสัญลักษณ์ของนายน้อยกลับมาให้ได้ครับ”“หาเขาให้เจอ” ลานเซลอตหรี่ดวงตาสีดำสนิทนั้นลง ก่อนจะค่อย ๆ เผยความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจขึ้นในแววตา“ฉันต้องการของกลับมา แต่ไม่ใช่หน้าที่นาย” “นายน้อย...”เว่ยเชียนเฉินอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับถูกหมิงจวงที่ยืนอยู่ด้านข้างขัดเอาไว้ก่อน เขามองเพื่อนสนิทของตนที่ขยิบตาส่งให้ทีหนึ่ง ก่อนจะยอมเก็บคำพูดนั้นไว้แล้วถอยกลับไปยืนที่เดิมหมิงจวงเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงแล้วโค้งตัวลงก่อนจะเอ่ย“นายน้อยครับ หลังจากนี้คุณชายเฉินคงไม่กลับไปพักที่โรงแรมอีกแล้ว ให้ผมหาที่อยู่ของเขา แล้วเราไปเป็นเพื่อนบ้านของคุณชายเฉินดีไหมครับ?”“เพื่อนบ้าน?”““คุณชายเฉินตั้งใจเอาตราสัญลักษณ์ของนายน้อยไป ส่วนนายน้อยเองก็อยากจะเอากลับมา งั้นก็ถือโอกาสนี้ทำความรู้จักกันในฐานะเพื่อนบ้าน หลังจากที่คุ้นเคยกันแล้วก็ค่อยหาทางชิงกลับมา”ลานเซลอตปรายตามองไปทางหมิงจวง“นายจัดการเรื่องนี้ได้เหรอ?”หมิงจวงพยักหน้ารับ “แน่นอนครับ ผมจะรีบจัดการให้เรียบร้อย”“เชียนเฉิน”“ผมจะรีบไปหาที่อยู่ของคุณชายเฉินครับ”“ออกไปเถอะ”“ครับ นายน้อย/ครับ นายน้อย”หมิงจวงและเว่ยเชียนเฉินตอบรับพร้อมกัน จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องนอนทันทีรอคอยจนกระทั่งลูกน้องทั้งสองเดินออกไปแล้ว ลานเซลอตก็คลายมือที่กำเข็มกลัดไว้ออก เขาหยิบมันขึ้นมามองอีกครั้ง ใช้เวลาในการเพ่งพินิจนานกว่าครั้งก่อน อยากจะรู้จริง ๆ ว่าเจ้าเสือดาวตัวน้อย ๆ ที่มีเขี้ยวเล็บแหลมคมตัวนั้นจะเล่นแง่อะไรได้อีกเมื่อออกมาจากห้องนอนได้ เว่ยเชียนเฉินก็หยุดนิ่งไม่ไหวติงอยู่หน้าห้องเอาเสียดื้อ ๆ หมิงจวงที่ไม่เห็นคู่หูตามมาด้วยจึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปมอง“คิดอะไรอยู่?”เว่ยเชียนเฉินยืนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปมแล้วพูดขึ้น“ของที่ไอ้ไก่อ่อนเอาไปด้วยคือตราประจำตระกูลที่เป็นถึงเครื่องบ่งบอกสถานะของนายน้อย แต่นี่นายน้อยไม่เพียงแค่ไม่โกรธ ยังถึงขั้นอยากไปเป็นเพื่อนบ้านกับเขาอีก นายไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ บ้างเหรอ?”“คนเราจะชอบพอกันมันก็เป็นเรื่องปกตินี่”“แต่เพราะเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับนายน้อยมันต้องไม่ปกติสิ”“แล้วนายคิดว่าไงล่ะ?”“ไอ้ไก่อ่อนนั่นเป็นโอเมก้าใช่ไหม?”หมิงจวงที่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าลง“ถ้าดูจากตอนนี้แล้ว ก็ใช่”เว่ยเชียนเฉินขยับเข้ามาใกล้หมิงจวงแล้วยกแขนขึ้นพาดบนบ่าของอีกคนไว้ มองไปทางหมิงจวงด้วยสีหน้าขมขื่นเล็กน้อย“นายว่าถ้าเฉินอันหลานสามารถใช้ยาระงับปกปิดสถานะโอเมก้าของเขาได้ แล้วพี่รองของเขาล่ะ?”“นายสนใจเฉินหยินชิงเหรอ?”“นิดหน่อย”“ขอให้โชคดี”หมิงจวงปัดแขนที่อยู่บนไหล่ของตนออกก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูทันทีเว่ยเชียนเฉินยิ้มแล้วรีบตามไปเกาะไหล่ของหมิงจวงอีกครั้ง “เสี่ยวหมิงหมิง นายไม่ได้กำลังหึงฉันอยู่ใช่มั้ย? แอบชอบฉันก็บอกมาเถอะน่า ตอนนี้ยังทันนะ ก่อนที่ฉันจะไปคว้ากุหลาบที่มีหนามดอกนั้นมาน่ะ”“รีบไปเลย ไม่มีใครเขาห้ามนายเสียหน่อย”“ฟังดูแล้วนายหึงฉันแน่นอน”“เมื่อไหร่ที่นายยืนฉี่เหมือนผู้ชายคนอื่นได้ ตอนนั้นฉันค่อยชอบนาย”“นี่ไม่ถูกต้องนะ นายอย่าเอาเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมาล้อเล่นสิ”“ฉันไม่ได้ล้อเล่น รีบไปหาคนคนนั้นของนายไป”“ยอมรับมาก่อนสิว่านายชอบฉันจะตาย”“ไม่”“...”