รถม้าแล่นออกนอกกำแพงเมืองโดยมีม้าอารักขาติดตามไปด้วยหรูซื่อตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่มองเห็น นางชี้ชวนให้สามีดูและเขาก็ใจเย็นพอจะอธิบายสิ่งต่างๆ กับนาง จะว่าไป ซุนหลวนคุนก็ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็คนพูดเก่งถึงเพียงนี้แต่เดิมอยู่เพียงผู้เดียวกับทหารนับหมื่นนับแสน คำพูดของเขาคือคำสั่งเขาจึงไม่ค่อยได้พูดจาหยอกล้อเล่นหัวกับใครการมีนางอยู่ตรงนี้ทำให้เขารับรู้ได้ว่าหัวใจของตนไม่ได้ด้านชาไร้ความรู้สึกจนเกินไปนัก
ทิวเขาสูงตระหง่านสลับซับซ้อนให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และลึกลับในคราวเดียวรถม้าแล่นไปอย่างชำนาญเส้นทางผ่านทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตาไม่นานนักจึงมองเห็นบ้านคนกระจัดกระจายอยู่ห่างๆ ลูกแพะขนสีขาววิ่งเล่นในคอกกว้าง นางชี้ให้เขาดูแล้วเอ่ยขึ้น
“เราเลี้ยงแพะได้ไหม”
“ได้ แต่แพะตะกละนัก เ้าจะเลี้ยงไหวหรือ?” เขายิ้มกับท่าทีไร้เดียงสาของนาง
“สามีข้าคงไม่ยากจนขนาดเลี้ยงแพะสักตัวสองตัวไม่ได้กระมัง” นางหัวเราะคิกคัก แล้วสายตาของนางก็ถูกดึงดูดด้วยม้าป่าปราดเปรียวสง่าโลดแล่นในทุ่งกว้าง นางลืมเ้าแพะน้อยไปทันทีแล้วเขย่าแขนเสื้อของสามีอย่างตื่นเต้น
“ท่านพี่ดูสิ ม้าตัวนั้นสวยเหลือเกิน”
“เ้านี่นะ”ซุนหลวนคุนส่ายหน้าไปมาแล้วมองตามสายตานาง “เผ่าเปียนเจียงไม่ถนัดเื่เพาะปลูกพวกเขาเชี่ยวชาญเื่ม้าป่า จับม้าป่ามาฝึกแล้วขาย เ้าดูสิ เด็กตัวเล็ก ๆก็ขี่ม้าเป็แล้ว”
“ผู้หญิงที่นี่ก็ขี่ม้าเก่งไม่แพ้ผู้ชายเลย”นางพึมพำแล้วเอ่ยถาม “ข้าขี่ม้าเป็หรือไม่”
ซุนหลวนคุนชะงักไปเล็กน้อยแล้วยื่นมือไปลูบผมนางอย่างเอ็นดู“เ้าขี่ม้าไม่เป็ ทำอาหารไม่เก่ง แต่เชี่ยวชาญการปักผ้าและคัดลอกตำราให้สามี”
นางหัวเราะคิกคักไม่ได้ใส่ใจอะไรนักตัวเขาเป็สามียังไม่ถือสา แล้วนางจะสนใจไปทำไมกันทว่านางกลับเห็นแววตาเ้าเล่ห์ของเขาทำให้รู้สึกแปลกพิกล
“ท่านคงไม่ได้คิดอะไรไม่ดีอยู่ใช่ไหม”
“ข้าคิดจริงๆ นั้นแหละ แต่จะดีหรือไม่ไม่อาจรู้ได้”
“ท่านพี่ก็ลองพูดมาก่อนสิข้าภรรยาจะรับไว้พิจารณา”
“ถ้าเ้าอยากฝึกขี่ม้าข้าจะสอนให้”
“ก็ไม่เลวนี่”นางเอียงคอมองอย่างสงสัย “ท่านมีความหมายแฝงอื่นใดอยู่หรือไม่”
เขายื่นหน้าไปกระซิบแม้อยู่กันตามลำพังในรถม้าก็ตาม “สามีจะยอมเป็ม้าให้เ้าควบขี่ ให้เ้าฝึกจนชำนาญ”
“ท่าน!” นางหน้าแดงขึ้นมาทันทีแล้วยกมือขึ้นทุบแผ่นอกไปหลายทีเรียกเสียงหัวเราะจนแม่ทัพโหดจนดังไปนอกรถม้านางรู้ว่าทุบไปก็ไร้ประโยชน์ไม่ะเืเขาเลยสักนิด จึงฮึดฮัดแสร้งไม่สนใจเขาอีก
รถม้าหยุดนิ่งก่อนเข้าหมู่บ้านที่ส่วนมากเป็กระโจมขนาดใหญ่ซุนหลวนคุนช่วยจับแต่งเสื้อผ้าของหรูซื่อให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวลงจากรถม้าไปก่อนแล้วจึงยื่นมือไปประคองนางลงตามมา ท่าทางเอาใจใส่นี้ทำให้ลี่หย่ากำแส้ม้าในมือแน่นแต่ยังคงฝืนยิ้มออกมา
“ดีใจที่เห็นพวกท่านมาเยือนถึงที่นี่” ลี่หย่าเอ่ยออกมาแต่อดกวาดตามองหญิงสาวข้างกายแม่ทัพหนุ่มไม่ได้ ซุนหลวนคุนคิดจะใช้ร่างกายตัวเองบดบังสายตาของลี่หย่าแต่หรูซื่อกลับก้าวเท้าออกมาด้านหน้าพร้อมรอยยิ้มและยื่นถุงผ้าใบน้อยให้
“เดินทางมากะทันหันไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมามอบให้ เมื่อคืนข้าเย็บถุงเงินตั้งใจมอบให้แม่นางลี่หย่าของเล็กน้อยนี้ หวังว่าแม่นางจะรับไว้”
“ถุงเงินหรือ?ข้าชอบ” ลี่หย่ายื่นมือไปรับอย่างไม่เกรงมารยาทและไม่สนใจสายตาดุดันของแม่ทัพซุนนางคว้ามือของหรูซื่อแล้วใช้ร่างแทรกกลางระหว่างสองสามีภรรยา พาหรูซื่อเดินนำหน้าออกมา
“เ้ามาจากเมืองหลวงคงไม่เคยเห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เช่นนี้สินะ”
ลี่หย่ากำแส้ในมือมั่นและอีกมือจับข้อมือของหรูซื่อด้วยท่าทีสนิทสนมแม้จะสนทนากับหรูซื่อแต่แอบปรายตามองทางแม่ทัพซุนเป็ระยะ ๆ
“ใช่”หรูซื่อตอบไปตามจริง แม้นางไม่มีความทรงจำก่อนหน้านี้เหลืออยู่แต่นางรู้สึกได้ว่าตนเองไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนไม่ใช่เพียงทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา แต่เป็ความรู้สึกอิสระเสรีอย่างที่ไม่เคยััหรือก่อนหน้านี้ นางใช้ชีวิตในกรอบจารีตของกุลสตรี จึงรู้สึกชื่นชอบที่นี่มากทั้งที่เพิ่งเคยมาครั้งแรก
“พวกเาาวเปียนเจียงเชี่ยวชาญเื่ม้าเด็กตัวเล็ก ๆ ก็ขี่ม้าเป็แล้ว รวมทั้งสตรี ไม่รู้ว่าเ้าชอบม้าแบบไหน”
“ข้าไม่มีความรู้เื่ม้า”นางหัวเราะเสียงใสดุจระฆังเงิน สายตามองไปที่คอกม้า เด็กน้อยขี่ม้าตัวเล็กดูน่าสนุก “แต่ม้าของแม่นางลี่หย่าดูสง่างามและปราดเปรียวมากจริงๆ ”
“เรียกข้าลี่หย่าก็พอ”
นางไหวไหล่เล็กน้อยแล้วปล่อยมือจากข้อมือเรียวเล็กยกมือขึ้นผิวปากส่งสัญญาณ คนที่อยู่หลังม้าพยักหน้าให้กันแล้วควบม้าผ่านหน้าหรูซื่อที่ยืนเกาะคอกม้าอยู่ สีหน้าตื่นเต้นไร้เดียงสาราวเด็กเล็ก ๆ ขับเน้นความงามให้เด่นชัดบนใบหน้าดึงดูดสายตาของบุรุษหลายคนในบริเวณนั้นแต่พวกเขาก็ต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่นเมื่อเห็นสายตาดุดันและไอสังหารที่แผ่กระจายจากแม่ทัพร่างใหญ่ผู้นั้น
สตรีบนหลังม้าสามสี่คนควบม้าแสดงลีลาชวนตื่นตาตื่นใจหรูซื่อตบมือชื่นชม แววตาจับจ้องเพียงภาพการแสดงของชาวเปียนเจียงมิได้รับรู้เลยว่าบุรุษที่ยืนด้านหลังสีหน้าดำคล้ำมากเพียงใด ใบหน้างดงามแย้มยิ้มนางหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มและดวงตาเป็ประกาย ทำเอาใจแม่ทัพหนุ่มละลายไม่กลายดุนางทั้งที่ก่อนหน้านี้นางสัญญาว่าจะเชื่อฟังเขาแท้ๆเขาทำได้เพียงยื่นมือไปกระชับเสื้อคลุมกันลมให้นาง มิดชิดขึ้นเท่านั้น
“ประเดี๋ยวจะมีการแข่งยิงธนูบนหลังม้าไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพซุนจะให้เกียรติร่วมสนุกกับพวกเาาวเปียนเจียงได้หรือไม่”
“ชาวเปียนเจียงเชี่ยวชาญเื่ยิงธนูบนหลังม้าข้าหรือจะกล้าประลองกับพวกเ้า”
“ฝีมือท่านแม่ทัพเลื่องชื่อขนาดไหนผู้ใดก็ย่อมรู้ หรือว่าของรางวัลของพวกข้าถ้อยค่าเกินกว่าท่านจะรับไว้”
“ของรางวัลอะไรหรือ?” หรูซื่อถามด้วยแววตาตื่นเต้น
“ลูกแพะ” ลี่หย่ายิ้มแล้วชี้ให้หรูซื่อดู“ลูกแพะสีขาวน่ารัก สำหรับพวกท่านอาจไม่มีราคา แต่สำหรับพวกเรามีค่ามากไม่น้อยไปกว่าม้าเลยทีเดียว”
“ลูกแพะ!” หรูซื่อร้องขึ้นราวเด็กน้อย “ท่านพี่...ลูกแพะน่ารักมาก”
เสียงสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยคำสั้นๆ ออกมา เพียงคำเดียวทำให้หรูซื่อยิ้มกว้างด้วยความดีใจนางมั่นใจว่าลูกแพะน้อยต้องเป็ของนาง
“แขกมาเยือนยังไม่ได้ดื่มน้ำสักถ้วยเ้าก็ท้าแข่งแล้วหรือลี่หย่า”
“ท่านปู่” ลี่หย่าฮึดฮัดแต่เก็บอาการไม่พอใจไว้
ซุนหลวนคุนประสานมือคารวะบุรุษวัยหกสิบที่เดินเข้ามาใหม่
หรูซื่อย่อกายคารวะอย่างอ่อนน้อม ผู้เฒ่าลี่พยักหน้ารับ
“แม่ทัพซุนให้เกียรติมาถึงที่นี่เชิญไปดื่มชาที่กระโจมข้าเถิด”
แม่ทัพหนุ่มพยักหน้ารับเขาเอียงหน้าไปหวังจะบอกให้หรูซื่อตามไปด้วยทว่าลี่หย่ากลับโอบไหล่ของหรูซื่อไว้ก่อน
“เ้าจะทำอะไร” ซุนหลวนคุนถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดหากเป็ผู้อื่นคงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว
“แค่พานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” แม้ลี่หย่าหวาดหวั่นกับท่าทีของเขาแต่ยังฝืนยิ้มยียวนให้“นางให้ถุงเงินข้า ข้าจะตอบแทนด้วยเสื้อผ้าที่งดงามที่สุดของเปียนเจียง”
หรูซื่อแม้จะดูไร้เดียงสา แต่นางกลับรู้ได้ว่าลี่หย่ากันนางออกมาเพราะมีเื่ที่บุรุษต้องสนทนากันนางจึงพยักหน้ารับแล้วเกาะแขนลี่หย่า
“ไปสิข้าอยากลองใส่เสื้อผ้าของพวกเ้าดูบ้าง” นางสบตากับสามีที่ทำหน้าตาไม่พอใจอยู่ “ท่านไปก่อนเถอะ ประเดี๋ยวข้าตามไป”
“ได้”เขาตอบอย่างไม่เต็มใจนักและเดินตามผู้เฒ่าลี่มาที่กระโจมขนาดใหญ่ผู้เฒ่าลี่เชื้อเชิญให้นั่งลงแล้วพยักหน้าให้ชายผู้หนึ่งที่รอรับใช้อยู่ก่อนแล้วรินน้ำชาให้ เมื่อรินน้ำชาเสร็จจึงค้อมเอวออกไปอย่างเงียบๆ
“ลี่หย่าเป็กำพร้าขาดทั้งพ่อและแม่ มีเพียงข้าที่เลี้ยงดูนางนิสัยนางก้าวร้าวเอาแต่ใจก็เพราะข้าตามใจนางเกินไป ขอแม่ทัพซุนอย่าได้ถือสา”
“ผู้เฒ่าลี่กล่าวเกินไปแล้ว” เขารับน้ำชามาดื่ม “ที่มาวันนี้...”
“ข้ารู้” ชายวัยหกสิบพยักหน้ารับก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ “ข้าอยู่มาถึงทุกวันนี้ พบเห็นเื่ราวมากมาย บุรุษหนุ่มที่ทุ่มเทเช่นท่านนั้นหาได้ยากยิ่งแต่ท่านก็ควรรู้ว่าข้าไม่อาจสนับสนุนท่านได้อย่างเต็มที่”
“ข้าเข้าใจ” เดิมทีเขาเคยเข้ามาพูดคุยกับผู้เฒ่าลี่หลายครั้ง ทั้งเกลี้ยกล่อมและขู่บังคับให้เข้าร่วมกับกองทัพของเขาชนเผ่าเร่รอนไม่ปักหลักที่ใดนานนัก แต่ถูกปฏิเสธทุกครั้งไม่เพียงแต่การฝึกม้าที่ยอดเยี่ยมฝีมือการขี่ม้าและต่อสู้บนหลังม้าก็ไม่ด้อยไปกว่าผู้ใด นี่คือสิ่งที่เขา้าแต่รู้ดีว่าไม่อาจฝืนใจบังคับได้ จึงทำได้เพียงเจรจาซื้อม้าเท่านั้น
“แต่ถ้าเราได้เกี่ยวดองเป็ญาติกันข้าก็สามารถสนับสนุนท่านแม่ทัพได้เต็มที่”
“เื่นั้น...ข้าลั่นวาจาไว้แล้วจะมีหรูซื่อเป็ภรรยาเพียงผู้เดียว”
“แต่ข้าได้ยินว่าท่านแม่ทัพแต่งภรรยามาหลายปียังไร้บุตรท่านไม่คิดรับภรรยารองหรือ?”
“นั้นเป็ปัญหาของข้า”น้ำเสียงของเขาแฝงความไม่พอใจหลายส่วน“และข้ายังยืนยันคำเดิมจะไม่รับภรรยารองหรืออนุ”
ผู้เฒ่าลี่ยกน้ำชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น อาจเพราะมีหนวดเคราสีขาวปกคลุมจึงทำให้ไม่เห็นรอยยิ้มผู้เฒ่าลี่ไม่อยากทำให้แขกต้องหงุดหงิดรำคาญใจจึงเปลี่ยนเื่สนทนาไปเป็เื่ม้าที่เคยตกลงซื้อขายกันก่อนหน้านี้ เดิมทีซุนหลวนคุนเป็บุรุษที่ใจเย็นแต่ครั้งนี้เขาค่อนข้างกังวลใจเพราะภรรยาตัวน้อย ถูกลี่หย่าแยกตัวไปราวครึ่งชั่วยามแล้วยังไม่โผล่หน้ามา เขาคิดจะลุกขึ้นไปตามหานาง ทว่าลี่หย่าก็จูงหญิงสาวในชุดชาวเปียนเจียงเข้ามาก่อน เสียงเครื่องประดับเงินส่งเสียงกังวานใสทุกครั้งที่นางก้าวเดิน
หรูซื่ออยู่ในชุดกระโปรงสีสันสดใสปักลวดลายเป็เื่ราวการเลี้ยงสัตว์ของคนในเผ่าแต่รองเท้านั้นเป็รองเท้าหนังกวางสูงถึงหน้าแข้งเหมาะสำหรับการขี่ม้าบนศีรษะประดับเครื่องประดับผมที่ทำจากลูกปัดหลากสีและขนนกและเพราะนางผิวขาวดุจหิมะต่างจากสตรีในทุ่งหญ้า ยามนี้นางจึงงดงามราวเทพธิดาสะกดสายตาบุรุษที่เผลอมองมา
“ท่านพี่”หรูซื่อเห็นเขาตะลึงงันไปก็เรียกเบาๆ ทำให้ชายหนุ่มได้สติแล้วกระแอมไอออกมาแก้เก้อ
“ผิวนางเหมาะกับเสื้อผ้าสีแดงมากจริงๆ” ลี่หย่าอดเย้าไม่ได้ “นี่ๆ เ้าเคยกินชานมแพะหรือไม่ ลองชิมดูก่อนสิ”
ลี่หย่าดึงมือหรูซื่อให้นั่งลงข้างกายนางแล้วจัดแจงรินชานมแพะส่งให้ “ไม่เหม็นหรอก ลองชิมดู”
หรูซื่อรับมาจิบที่ละนิดรสชาติแปลกไม่คุ้นลิ้น แต่พอได้ชิมก็ติดใจ “อร่อย แปลกดีข้าเพิ่งเคยกินเป็ครั้งแรก”
“นมแพะทำได้หลายอย่างถ้าเ้าได้แพะไปก็เลี้ยงมันดี ๆ จะได้เอาน้ำนมมันมากิน”
“ต้องได้อยู่แล้ว”
หรูซื่อพูดด้วยความมั่นใจแล้วหลิวตามองสามีของตนนางฝากความหวังที่จะได้ลูกแพะกลับไปจวนแม่ทัพ ซุนหลวนคุนอ่อนใจกับภรรยาตัวน้อยแต่ผู้เฒ่าลี่กลับหัวเราะออกมามีเพียงลี่หย่าที่ยกน้ำแพะขึ้นดื่มกลบเกลื่อนความไม่พอใจที่มีต่อสามีภรรยาคู่นี้ ทั้งสองทำราวกับว่ามีเพียงกันและกันไม่สนใจผู้อื่น ลี่หย่านึกถึงเมื่อครู่ ตอนที่นางช่วยหรูซื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแม้แกล้งพูดใส่ไฟว่าแม่ทัพซุนแอบชุบเลี้ยงสตรีนอกจวน แต่หรูซื่อกลับไม่ได้ใส่ใจ นางสนใจแต่เสื้อผ้าที่สวมลายปักบนผ้ารวมทั้งเครื่องประดับ ราวกับเด็กเล็ก ๆ ที่เพิ่งเคยเห็นของเล่นชิ้นใหม่จนพลอยอ่อนใจรับปากจะหาผ้าปักของชาวเปียนเจียงให้นางกลับไปศึกษาการปักผ้าด้วย
ลี่หย่าลอบมองใบหน้างดงามของหรูซื่อ ไม่อยากเชื่อเลยว่าสตรีบอบบางไร้เดียงสาเช่นนี้มัดใจบุรุษที่ได้ชื่อว่า เป็ปีศาจาอย่างแม่ทัพซุนหลวนคุนได้.