19 | ทุ่มฉันเถอะที่รัก
ลูกไม้: คุณแสนย์คะ ลูกไม้มีโปสต์การ์ดรูปหมาน่ารักมาก ๆ ถ้ายังไงขอที่อยู่หน่อยนะคะ อยากส่งให้คุณแสนย์ค่ะ
ไม่มีจริตมารยาอะไรทั้งนั้น เพลงพนัสพิมพ์ไปตรง ๆ อย่างใจคิด แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายกดอ่านแทบจะทันที แต่ยังไม่ตอบคำใด
จริงอยู่ว่าโลกออนไลน์สามารถสร้างมิตรภาพได้อย่างไร้พรมแดน แต่ก็มีอันตรายแฝงอยู่ไม่น้อยไปกว่ากัน ข่าวการถูกล่อลวง ชิงทรัพย์ หรือฆ่าข่มขืนโดยคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันผ่านโลกโซเชียลมีเดียมีให้เห็นตลอด ดังนั้นอย่าว่าแต่คุณแสนย์จะให้ที่อยู่เธอในฐานะคนที่มาจีบเลย จะให้ในฐานะเพื่อนใหม่ก็ยังนับว่าควรคิดให้หนัก
ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็หวังเพียงว่า ด้วยความซื่อตรงและจริงใจทั้งหมดที่เธอมี ชายหนุ่มจะมองเห็นหรือััถึงมันบ้าง เธอไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่เคยประสงค์ร้ายต่อเขา แค่คิดก็ไม่เคย
เวลาผ่านไปนานจนหญิงสาวเผลอหลับไป จนกระทั่งตื่นมาตอนเช้า สถานะของข้อความก็ยังเป็อ่านแต่ไม่ตอบเหมือนเมื่อคืน เขาคงเลือกที่จะไม่ตอบ และนี่คงเป็คำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว
เพลงพนัสเข้ามาเตรียมเอกสารที่ศูนย์วิจัย ทั้งที่คิดว่าเข้าใจได้ถ้าคุณแสนย์จะอ่านแล้วไม่ตอบ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริง ๆ หญิงสาวก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอคิดมาก น้อง ๆ นักกีฏวิทยาเข้ามาทักกันใหญ่ว่าไม่สบาย นอนน้อย หรือว่าลืมเอาิญญาซ้อนท้ายจักรยานมาด้วยหรือเปล่า เธอจึงได้หัวเราะออกมาบ้าง
ครั้นเ้าโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนเคาน์เตอร์ตัวยาวอันมีกล่องไม้เก็บตัวอย่างแมลงวางเรียงรายส่งเสียง ‘ปิ๊งป่อง’ เพลงพนัสก็สะดุ้ง กลั้นใจกดอ่านข้อความ
แสนย์: ครับผม
โรงเรียนยูโดซัน อาคาร xx ชั้น 5 ถ. สุขุมวิท...
หญิงสาวทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ทำงาน แนบโทรศัพท์เข้ากลางอก ยิ้มกว้างออกมาได้ในที่สุด
ทอรุ้งเพิ่งเลิกประชุม่เช้า พาร่างอ่อนระโหยไปยังห้องครัวเล็ก ๆ ในออฟฟิศ ขอเติมกาเฟอีนเข้ากระแสเืเสียหน่อย เพราะแผนการตลาดที่ระดมความคิดกันแทบตาย มาพรีเซนต์วันนี้กลับโดนผู้จัดการถล่มเสียกระจุยกระจายไม่ต่างกับะเิลง ความอุ่นจัดและไอหอมกรุ่นจากถ้วยกาแฟช่วยผ่อนคลายอารมณ์ลงได้บ้าง
นักการตลาดสาวพึมพำเบา ๆ ว่า “เอาน่ารุ้ง ถึงวันนี้จะเป็วันซวย แต่ก็คงจะเป็แค่วันนี้”
หญิงสาวโทร. หาเพื่อนสาวคนสนิท ใน่เวลาที่รู้สึกแย่ การได้คุยกับคนที่มีทัศนคติดี ๆ ก็ช่วยได้มาก
“ฮัลโหล ลูกไม้...”
แต่ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ ปลายสายก็ชิงจังหวะใส่มายาวเหยียดยังกับพากย์แข่งเรือยาว
“รุ้ง...คุณแสนย์ให้ที่อยู่ฉันด้วย! เมื่อคืนเขาอ่านข้อความแล้วไม่ตอบ ฉันนึกว่าเขาจะไม่สนใจฉันซะแล้ว แปลกจังเนอะ ฉันขอไลน์ ขอเบอร์ ขอนัดเจอ ขออะไร ๆ เขาก็ไม่ให้ แต่ขอที่อยู่แล้วให้เฉยเลย”
ทอรุ้งส่ายศีรษะขบขัน นี่เธอคงโทร. ไปถูกจังหวะพอดีสินะ
“เฮ้ย ๆ อย่างนี้ก็แสดงว่าเขาเปิดใจให้แกเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวแล้วน่ะสิ”
“ก็...ไม่รู้สิ เขาให้ที่อยู่ยูโดซันมา”
“อ้าวเหรอ...”
ทอรุ้งพยายามเดาใจชายหนุ่มผู้เป็หนึ่งในโคชของเธอ เท่าที่รู้จัก ชัชแสนย์เป็คนสุภาพ ใจดี แต่ก็เคารพตัวเองและน่ายำเกรงในคราวเดียวกัน การที่เขาตอบเพลงพนัสแค่เพียงกลาง ๆ เสมอมา ไม่แสดงออกว่ามีใจ หรือปฏิเสธตัดความสัมพันธ์ให้แน่ชัดลงไป จึงเป็สิ่งที่พอเข้าใจได้
ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน ยอมให้ที่อยู่ แต่เป็ที่อยู่ที่ทำงาน ก็แสดงถึงการรับไมตรี แต่ขีดเส้นความเป็ส่วนตัวไปพร้อม ๆ กัน
“น่าสงสัยเนอะ ที่อยู่มันไม่ส่วนตัวกว่าไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์เหรอวะแก ทั้งที่เขาตั้งกำแพงใส่ฉันขนาดนี้แต่กลับยอมให้ที่อยู่ นี่ฉันสามารถเข้าถึงตัวเขาได้เลยนะเว้ย”
“เขาคงรู้ละมั้งว่าแกเป็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ถึงจะเข้ามาทำอันตรายถึงตัว เขาก็จับแกทุ่มได้อยู่ดี” พูดไปแล้วทอรุ้งก็หัวเราะคำตอบของตัวเอง
“จริงสินะ ฉันมีอะไรที่เขาจะต้องกลัวล่ะ แต่ถ้าเขาไม่กลัวจริง ๆ ทำไมไม่ให้ที่อยู่คอนโดหรือบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ”
“เฮ้ย...แกอย่ามารวนสิลูกไม้ แกก็รู้ว่าการให้ข้อมูลส่วนตัวแบบนั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับคนเพิ่งรู้จักกัน พวกมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาทางออนไลน์มีเยอะแยะไป พี่แสนย์ไม่ให้ที่อยู่แก ฉันไม่แปลกใจเลยด้วยซ้ำ”
“เขากลัวว่าถ้าได้เจอกัน ฉันจะใช้กำลังบังคับขืนใจเขาหรือไงนะ”
“ก็...” ทอรุ้งแอบขำ แต่ก็ไม่อาจตอบแทนชัชแสนย์ได้เหมือนกัน
“เฮ้อ ทำไมหนอ ทำไมคุณแสนย์ถึงไม่ไว้ใจฉัน นี่ฉันดูเหมือนไอ้โรคจิต...วิปริตขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็ไม่หรอก...มั้ง” ทอรุ้งเว้นคำสุดท้ายห่างไปหน่อย ถ้าว่ากันตามตรง การที่จู่ ๆ เพื่อนสาวจีบชายหนุ่มจริงจังอย่างที่เป็อยู่ อาจทำให้เขาคิดว่าเ้าหล่อนเป็โรคจิตจริง ๆ ก็ได้ ใครจะไปรู้
“เอาน่า แกก็ค่อย ๆ พิสูจน์ตัวเองไป”
ปลายสายถอนใจยาวคล้ายอ่อนเพลียเหลือหลาย
“ฉันจะพิสูจน์ความจริงใจได้ยังไงบ้างวะแก ต้องทำยังไงเขาถึงจะไว้ใจฉันนะ ถ้าคุณแสนย์จะไม่ไว้ใจกันขนาดนี้ ฉันยอมให้เขาทุ่มก็ได้ สัญญาว่าจะไม่ร้องสักแอะ”
ทอรุ้งหัวเราะ “เพ้ออะไรของแก”
“ฉันพูดจริงนะ ทุ่มฉันเถอะ ถ้ามันจะทำให้เขาเชื่อใจฉันขึ้นมาบ้างก็ทุ่มฉันเลย ฉันยอมแล้ว”
เสียงผู้พูดช่างแ่เบาคล้ายละเมอ นี่ถ้านั่งอยู่ใกล้ ๆ กันทอรุ้งคงได้ผลักหัวเรียกสติสักทีสองที
จากนั้นเพลงพนัสก็เริ่มกลับมามีสติสตัง
“ว่าแต่...แกโทร. หาฉันมีอะไรหรือเปล่ารุ้ง ลืมถามเลย”
“ฉันจะถามว่า แกจะมากรุงเทพฯ อีกเมื่อไหร่ ฉันจะได้แก้มือ หาทางให้แกได้เจอกับพี่แสนย์อีก ไหน ๆ ก็กันท่ายายปลาคาร์พไปได้แล้ว แกจะมามัวต๊ะต่อนยอน ชักช้าไม่ได้แล้วนะเว้ย”
“เออน่า ฉันรู้แล้ว ฉันจะเข้ากรุงเทพฯ วันนี้แหละ กรรมการงานอาร์โทรโพดาขอเอกสารเพิ่มพอดีเลยต้องรีบไปส่ง นี่ฉันกำลังเตรียมเอกสารอยู่ เตรียมเสร็จก็จะสตาร์ตรถออกเลย”
ทอรุ้งได้ฟังคำตอบก็ยิ้มพอใจ ต้องได้อย่างนี้สิไอ้เพื่อนรัก
แดดยามบ่ายสองโมงร้อนแรงเหลือใจ เพลงพนัสต้องหยีตาขณะขับรถกระบะสีขาวคู่ใจ เธอเอื้อมมือเปิดช่องเก็บของตรงคอนโซลเพื่อหยิบแว่นกันแดด แล้วก็ต้องชะงักมือเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
หน้าจอแสดงชื่อผู้โทร. เข้าคือ ‘พี่โชติ’ แล้วภาพพี่ชายใจดีรูปร่างสูงใหญ่จนต้องแหงนหน้าคุยก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำ
เธอรู้จักกับพี่โชติเมื่อสี่ห้าปีก่อน สมัยเรียนปริญญาโท เขาเป็ทีเอหรือผู้ช่วยอาจารย์ในแล็บ ทั้งช่วยสอนนักศึกษา จัดเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ และดูแลการทดลอง ที่เธอเรียนจบมาได้ก็เพราะมีพี่โชติให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด
หญิงสาวรีบกดรับสาย สังหรณ์ใจแปลก ๆ ว่าคนที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน จู่ ๆ โทร. มาจะมีเื่ร้ายแรงหรือเปล่า แล้วเธอก็สังหรณ์แม่นเสียด้วย
“คือพี่จะโทร. มาบอกว่า อาจารย์แม่ที่แล็บเสียแล้วนะ เราจำอาจารย์แม่ได้ใช่ไหม”
เพลงพนัสใจหายวาบ ถึงแม้ไม่ได้เจอท่านอีกเลยั้แ่เรียนจบมา แต่ก็ไม่เคยลืมความเมตตาที่ท่านมีให้
“จำได้ค่ะพี่โชติ ตายจริง พี่โชติจะไปงานท่านวันไหนเหรอคะ”
“พี่ว่าจะไปคืนนี้เลย ตอนแรกไม่ได้โทร. บอกลูกไม้เพราะเห็นว่าไปทำงานไกลถึงกาญจนบุรี แต่ไหน ๆ คืนนี้พี่จะเข้าไปฟังสวดแล้ว เลยลองโทร. หาดูน่ะ”
เสียงทุ้มกังวานดังผ่านลำโพงเครื่องเสียงรถยนต์ เธอเชื่อมต่อบลูทูทไว้
“พอดีเลยค่ะพี่โชติ ตอนนี้ลูกไม้ก็กำลังเข้ากรุงเทพฯ งั้นคืนนี้เราไปงานพร้อมกันนะคะ”
พอวางสายหญิงสาวก็เศร้าสลด ความรักและอาลัยยังมีอยู่ล้นพ้น
ก่อนจะไปฟังสวดพระอภิธรรมในคืนนี้ เธอต้องหาชุดดำมาเปลี่ยนเสียก่อน จะยืมชุดของลูกศรก็เห็นทีจะไม่ไหว แม่น้องสาววัยนักศึกษาตัวเล็กผอมบางหุ่นนางแบบขนาดนั้น จึงกะว่าจะยืมชุดของทอรุ้งแทน เพลงพนัสเปลี่ยนเข็มจากคอนโดของน้องสาวแถวสามย่านไปที่คอนโดของทอรุ้งแถวพระรามเก้า โชคดีที่เพื่อนให้กุญแจกับคีย์การ์ดไว้ ยามฉุกเฉินเช่นนี้จึงจัดการทุกอย่างได้คล่องตัว
เพลงพนัสหอบถุงขนม กับข้าว และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือทอฟฟี่รสนมกลิ่นทุเรียนถุงใหญ่ วางกองไว้บนโต๊ะกินข้าวแล้วจึงไปอาบน้ำ เปลี่ยนเป็เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงขายาวสีดำ วันนี้แสงแดดร้อนแรงเหลือเกิน จึงหยิบหมวกแก๊ปสีดำติดมือมาด้วย
ใกล้ถึงเวลานัดกับพี่โชติแล้ว หญิงสาวคว้าคีย์การ์ดจะออกจากห้อง แต่เกิดเปลี่ยนใจหันมาเขียนโน้ตแนบไว้กับถุงทอฟฟี่สักหน่อย เผื่อทอรุ้งกลับมาจากที่ทำงานจะได้ไม่ในึกว่าขโมยขึ้นห้อง
ทีมนักการตลาดของทอรุ้งต้องแก้แผนงานกันเสียยกใหญ่ เพราะผู้จัดการ้าแผนใหม่ที่รัดกุมขึ้นภายในพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบหนึ่งทุ่ม หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบสายที่ไม่ได้รับจากทั้งเ้านพ เ้าโก้ และโคชโอห์มครบทีม เดาได้เลยว่าต้องโทร. ตามเธอไปซ้อมแน่ ๆ
หญิงสาวรีบเปิดตู้ด้านหลังโต๊ะทำงาน คว้ากระเป๋ากีฬาออกมา แต่ความเบาโหวงของมันทำให้รู้ว่าเธอลืมเอาชุดยูโดมาด้วย แขวนผึ่งลมไว้ที่โรงเรียนเสียหลายวัน พอเอากลับมาซักก็ดันลืมเอามาซะได้ หญิงสาวตบหน้าผากตัวเอง หากมีความซวยแปะอยู่จะได้แกะมันออกเสีย รีบเก็บข้าวของผลุนผลันออกจากออฟฟิศไป ต้องรีบไปเอาชุดยูโดที่คอนโดก่อนแล้วค่อยไปซ้อมที่ยิม
พอเปิดประตูพรวดเข้ามาในห้อง ทอรุ้งก็แทบผงะเมื่อเห็นถุงอาหารวางเต็มโต๊ะกินข้าว แต่เห็นถุงทอฟฟี่รสนมกลิ่นทุเรียนถุงใหญ่แล้ว เธอก็คลี่ยิ้มออกมา เดาได้ไม่ยากว่าของฝากพวกนี้มาจากใคร
ทอรุ้งหยิบกระดาษโน้ตมาอ่าน ลายมือเป็ระเบียบสะอาดสะอ้านจุดรอยยิ้มให้เธอในยามเหนื่อยล้า
รุ้ง
ฉันไปงานศพอาจารย์ ขอยืมใส่ชุดดำของแกก่อนนะ
ซื้อของกินมาฝากเพียบ มีทอฟฟี่ด้วย
แบ่งคุณแสนย์กับยูมิจังด้วยล่ะ
กินคนเดียว ฟันผุไม่รู้ด้วยนะ
/ลูกไม้
“อ้าว นึกว่าซื้อมาฝากเรา ที่แท้ก็ฝากพี่แสนย์กับยูมิจังสินะ”
ทอรุ้งแกล้งแซวเ้ากระดาษโน้ตในมือ จากนั้นก็เริ่มค้นว่ามีอะไรกินบ้าง ่นี้เธอซ้อมยูโดเลิกดึก จึงไม่มีเวลาไปซื้อของมาตุนในตู้เย็น โชคดีที่มียำปลาดุกฟูกับต้มแซ่บกระดูกหมูจากลูกไม้ เย็นนี้เธอจึงมีอาหารกิน ไม่ต้องฝากท้องกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างเคย มีเพื่อนเป็ ‘แม่ครัว’ ก็ดีอย่างนี้นี่เอง อยู่กับลูกไม้ไม่เคยต้องกลัวอด
ดูเวลาอีกที ทุ่มครึ่งแล้ว ทอรุ้งชักหมดอารมณ์ไปซ้อมเพราะถึงไปก็คงได้ซ้อมแค่นิดเดียว ทั้งยังจะโดนอีตาโคชหน้าั์แยกเขี้ยวโง้ง ดุเพราะไปสายเอาซะเปล่า ๆ ขาดซ้อมเลยก็แล้วกัน พอตัดสินใจแบบนั้นหญิงสาวก็จัดการเก็บข้าวของเข้าที่ ก่อนจะสังเกตเห็นถุงผ้าวางอยู่บนเก้าอี้ในลักษณะคล้ายลื่นตกลงมาจากโต๊ะ ข้างในเป็แฟ้มใส่เอกสารบางอย่างที่เธออ่านแล้วไม่เข้าใจ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอผละไปรับสาย เป็ลูกไม้นั่นเอง
“รุ้ง แกเห็นถุงผ้าของฉันไหม น่าจะอยู่แถวโต๊ะกินข้าวมั้ง”
“เห็น ๆ มันคือเอกสารที่แกบอกว่าต้องส่งเพิ่มให้กรรมการน่ะเหรอ”
ปลายสายถอนใจโล่งอกเสียยืดยาว
“รอด...นึกว่าทำหายซะแล้ว เดี๋ยวฉันฟังสวดเสร็จแล้วจะเข้าไปเอาที่คอนโดนะ แค่นี้ก่อนนะ พระสวดอยู่”
แล้วเพื่อนสาวก็ตัดสายไป ฉับพลันนั้นเอง ทอรุ้งนึกอะไรสนุก ๆ ออก ในเมื่อ ‘แม่ครัว’ ทำตัวน่ารักขนาดนี้ ก็ต้องสมนาคุณให้ดีงามสักหน่อย
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
รุ้งงง แกจะเล่นอะไรอีกละเนี่ย 555 เอาให้ดีนะ ให้ได้เจอกันสักทีนะ พระ-นางเนี่ย บทที่ 19 แล้วยังไม่เจอกันอีก ฮ่าาาา ใกล้แล้ว ๆ ครับโผม